ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

เล่มที่ 6 บทที่ 157 ตระกูลหลิน

บทที่157 ตระกูลหลิน

     นั่งแท็กซี่มายังสถานที่ที่นัดหมายกันไว้

      "ซุนหงอคง อีกเดี๋ยวอย่าพูดอะไรซี้ซั้ว แล้วอยู่นิ่งๆ เลยนะ"

     เย่จื่อเฉินพูดกับซุนหงอคงด้วยความเป็นกังวล

     เขากลัวจริงๆ ว่าเดี๋ยวพอเข้าไปแล้ว ซุนหงอคงจะแทนตัวเองว่าข้าหรือว่าจะกำจัดปีศาจอะไรอีก

     แบบนั้นเข้าห้ามไม่อยู่แน่ๆ

      "หึ ข้าเข้าใจแล้วน่า ถึงตอนนั้นข้าจะไม่พูดก็ได้"

     ซุนหงอคงปัดมืออย่างไม่สนใจเมื่อเย่จื่อเฉินกำชับว่าไม่ให้เขาพูดอีกครั้งถึงได้พาเขาเดินเข้าไปยังคฤหาสน์ที่อยู่ด้านหน้า

      "ทำอะไร?"

      เพิ่งจะมาถึงหน้าประตูใหญ่ ผู้ชายคนหนึ่งในชุดพนักงานรักษาความปลอดภัยในมือถือวิทยุสื่อสารก็ได้เดินปรี่เข้ามาหาเย่จื่อเฉิน

      "อู๋ฮ่าวอวี่ให้ผมมาพบ"

      "อู๋ฮ่าวอวี่?" พนักงานรักษาความปลอดภัยขมวดคิ้วมุ่นแล้วพูดขึ้น "ที่นี่ไม่มีคนชื่ออู๋ฮ่าวอวี่นายมาทางไหนก็กลับไปทางนั้นเลย"

      "ว้าว!พนักงานรักษาความปลอดภัยสมัยนี้อวดเบ่งกันขนาดนี้แล้วเหรอ?"

      เย่จื่อเฉินเอียงคอมองพนักงานรักษาความปลอดภัยตรงหน้าคนนี้ด้วยใบหน้าขำขัน

      "เจ้าหนู รีบไสหัวไปซะ" พนักงานรักษาความปลอดภัยยกวิทยุสื่อสารขึ้นชี้หน้าเย่จื่อเฉินแล้วด่า "ตระกูลหลินไม่ใช่ที่ที่นายจะมาทำตัวกร่างได้!"

     ตระกูลหลิน!

      มุมปากยกขึ้น ตอนที่อู๋ฮ่าวอวี่บอกกับเขาว่าเป็นปู่ตัวเองเขาคิดว่าว่าเป็นคุณปู่บ้านตระกูลอู๋

     ดูท่าทางแล้วเจ้านั่นน่าจะเห็นว่าหลินหรูเป็นคนในครอบครัวของตัวเองไปแล้ว

     ไม่คิดเลยว่าเห็นท่าทางหงิมๆ แบบนั้น แต่ใจเขาได้มาก

     เย่จื่อเฉินส่ายหน้ายิ้มพนักงานรักษาความปลอดภัยที่ยืนอยู่ตรงหน้าโบกมือไล่เขาให้ออกไปอย่างหมดความอดทนเย่จื่อเฉินเลิกคิ้วถาม

      "ไม่รู้จักอู๋ฮ่าวอวี่ แต่หลินหรูนี่น่าจะรู้จักนะ?"

      พอพูดถึงหลินหรู สีหน้าของพนักงานรักษาความปลอดภัยก็เปลี่ยนไป

     ทำไมเขาถึงจะไม่รู้จักหลินหรูล่ะนั่นคุณหนูใหญ่ตระกูลหลินของพวกเขาเลยนะ

      "ดูท่าทางแล้วน่าจะรู้จักสินะ ฉันกับหลินหรูรู้จักกัน ให้ฉันเข้าไปเถอะ"

      "นายเนี่ยนะ?" พนักงานรักษาความปลอดภัยหลุดขำ "นั่งรถแท็กซี่มาที่บ้านตระกูลหลิน เสื้อผ้าทั้งตัวไม่ถึงสองพันหยวนแล้วนายยังมาบอกว่ารู้จักกับคุณหนูใหญ่เนี่ยนะ?"

     "สรุปว่าจะถอยหรือไม่ถอย"

     ซุนหงอคงเริ่มจะหมดความอดทนแล้ว ลูบหน้าพร้อมกับถลึงตาโต

     ร่างของซุนหงอคงที่แปลงร่างมานั้นเป็นทหารร่างกายบึกบึนบนวิหารของเง็กเซียนฮ่องเต้รูปร่างของเขานั้นกำยำกว่าพนักงานรักษาความปลอดภัยตรงหน้านี้มาก

     พนักงานรักษาความปลอดภัยก้าวถอยหลังไปตามสัญชาตญาณเหลือบมองพวกเขาเล็กน้อยด้วยดวงตาที่แฝงไว้ด้วยระแวง

      "กลุ่มเอกลุ่มบี มีคนมาก่อความวุ่นวายที่หน้าประตูใหญ่ ขอกำลังเสริมด้วย"

      "คิดว่าตัวเองแน่สินะ ถึงได้ดูถูกคนอื่น" เย่จื่อเฉินส่ายหน้าถอนหายใจเลียริมฝีปากแล้วพูด "ตอนแรกว่าจะขอเจรจากับนายดีๆแต่นายกลับไม่เห็นค่า"

      "เจ้าหนู ฉันขอบอกไว้ตรงนี้เลยนะ ถ้าไม่อยากลำบากก็รีบไสหัวไปซะ!"

      เห็นได้ชัดว่าพนักงานรักษาความปลอดภัยค่อนข้างอารมณ์ร้ายสาเหตุที่เขากล้าที่จะใส่อารมณ์นั้นมันก็มีที่มาที่ไปอยู่

     ไม่ได้ขับรถมาที่บ้านตระกูลหลิน การแต่งตัวก็ถูกจนน่าสงสารคนระดับนี้ไม่น่าจะมารู้จักกับคนตระกูลหลินได้เลยด้วยซ้ำ

     ตระกูลหลินเป็นใคร

     ทำธุรกิจ เล่นการเมือง แม้แต่ทางด้านทหารก็ยังมีตระกูลใหญ่ที่เป็นมิตรสหายกันมากมาย

     คนที่ไปมาหาสู่กันก็เป็นคนรวยทั้งนั้น แล้วอย่างเย่จื่อเฉิน...

     ไม่มีทางติดต่อกับคนตระกูลหลินได้เลยด้วยซ้ำ

      ตรู๊ดดด

     โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงดังขึ้น

      "จื่อเฉิน ยังไม่ถึงอีกเหรอ?"

      น้ำเสียงในสายของอู๋ฮ่าวอวี่ฟังดูร้อนใจอย่างเห็นได้ชัดเย่จื่อเฉินปรายตามองพนักงานรักษาความปลอดภัยตัวเล็กๆ ตรงหน้าอย่างขบขันแล้วพูดขึ้น

      "โดนยามกักตัวไว้"

      "อะไรนะ? เดี๋ยวฉันจะออกไปรับนายเดี๋ยวนี้แหละ"

     ไม่นาน ร่างของคนสองคนก็เดินออกมาจากคฤหาสน์

     ร่างหนึ่งดูมีความร้อนใจ ส่วนอีกร่างกลับดูสบายใจอย่างเห็นได้ชัด

      "จื่อเฉิน!"

      อู๋ฮ่าวอวี่รีบวิ่งเข้ามาหาแล้วก็เหลือบมองพนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่ด้านข้าง

     "เป็นใครถึงกล้ามาห้าม ตาบอดจริงๆ"

      "หึหึ ฮ่าวอวี่ ทำไมต้องโกรธขนาดนั้นด้วยล่ะ?"

      ทันใดนั้น เสียงหัวเราะขำขันก็ดังขึ้นเบาๆ

     เมื่อเย่จื่อเฉินเงยหน้าขึ้นก็เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่มีใบหน้าหวานเดินออกมาจากคฤหาสน์

      "คุณชายรอง"

     พนักงานรักษาความปลอดภัยรีบโค้งตัวทำความเคารพผู้ชายคนนั้นพยักหน้ารับแล้วพูดขึ้น

      "ไปเถอะ ทางนี้ไม่มีเรื่องอะไรให้นายทำแล้ว"

      "ครับ"

     พนักงานรักษาความปลอดภัยปลีกตัวออกไปด้วยท่าทางนอบน้อม อู๋ฮ่าวอวี่ถึงได้หรี่ตาลงพร้อมกับต่อว่า

      "หลินหลิน นายทำแบบนี้หมายความว่ายังไง? ยามคนนั้นพูดจาไม่ดีกับเพื่อนฉันแถมยังขวางเขาไม่ให้เข้าไปในบ้านอีก แต่นายปล่อยเขาไปแค่นี้เนี่ยนะ?"

     "แล้วยามบ้านฉันทำผิดเหรอ?"

      หลินหลินกระตุกยิ้มมุมปากความเหยียดหยามปรากฏขึ้นมาในดวงตาอย่างปิดเอาไว้ไม่มิดหลังจากที่กวาดสายตามองร่างของเย่จื่อเฉิน

      "อู๋ฮ่าวอวี่ นายคิดว่าบ้านตระกูลหลินเป็นสถานที่ที่ใครจะเข้ามาก็ได้งั้นเหรอ? ดูอย่างเจ้านี่สิ คนงานบ้านฉันยังแต่งตัวดีกว่าเขาอีก"

     หลินหลินยิ้มเหยียดหยาม แล้วพูดขึ้น

      "แล้วอีกอย่าง อย่ามาพูดว่าเป็นเพื่อนนายหน่อยเลยถ้าไม่ใช่เพราะว่าน้องสาวฉันคบกับนายอยู่นายคิดว่าทรัพย์สมบัติน้อยนิดของตระกูลอู๋จะสามารถเชื่อมสัมพันธ์กับตระกูลหลินได้งั้นเหรอ?"

      อารมณ์โกรธปรากฏขึ้นบนใบหน้าใสซื่อของอู๋ฮ่าวอวี่ เขาจ้องหลินหลินเขม็งข่มความโกรธในใจ แล้วพูดขึ้น

      "เย่จื่อเฉินเป็นอาจารย์ด้านลมปราณ ฉันเรียกเขาให้มาดูอาการป่วยให้คุณปู่หลิน"

     "อาจารย์ด้านลมปราณ?" หลินหลินปรายตามองเย่จื่อเฉินอย่างนึกขำแล้วพูด "เขาเนี่ยนะ อาจารย์ด้านลมปราณ? อย่ามาตลกหน่อยเลย ความหวังดีของนายฉันขอรับไว้แทนคนตระกูลหลินก็แล้วกันแต่อาการป่วยของคุณปู่มีคนที่ดูแลได้อยู่แล้ว ที่กลับมาปิงเฉินครั้งนี้ก็เพราะว่าให้ท่านมาตรวจอาการเพื่อนของนายคนนี้คอยยืนดูอยู่ข้างๆ ไปเถอะ"

      "หลิน..."

      อู๋ฮ่าวอวี่กำลังจะอ้าปากพูด ก็โดนเย่จื่อเฉินจับไหล่เอาไว้เสียก่อนแล้วส่ายหน้าให้เขา จากนั้นก็มองหลินหลินที่ยืนทำหน้าเย่อหยิ่งอยู่ข้างๆ

      "เยี่ยม เจ๋งมาก"

      "ทำไม ดูเหมือนนายจะไม่พอใจนะ" หลินหลินยิ้มเหยียดเย่จื่อเฉินพยักหน้ารับ แล้วพูดขึ้น "โดนดูถูกขนาดนี้มันก็ต้องไม่พอใจอยู่แล้ว"

      "งั้นนายก็ไม่พอใจต่อไปเถอะ คนอย่างฉันชอบเห็นคนอื่นตกต่ำ"

     บอกเลยว่าคำพูดของหลินหลินนั้นไม่มีการไว้หน้ากันสักนิดถึงขั้นเรียกว่าฉีกหน้าได้เลยแหละ

      "นี่นาย ทำไมถึงพูดกับลูกพี่ฉันแบบนี้เชื่อไหมว่าฉันตบนายติดกำแพงจนดึงออกมาไม่ได้ได้เลยนะ"

     จินซานพ่างที่อยู่ข้างๆ ถลึงตาโตด้วยความโกรธจัด แล้วซุนหงอคงที่เริ่มฉุนขึ้นมาก็สาวเท้าไปข้างหน้าทันทีก่อนจะกัดฟันพูดขึ้น

      "เหอะ เด็กน้อย ข้า..."

      เย่จื่อเฉินเอื้อมมือไปกระชากซุนหงอคง หลินหลินเลิกคิ้วขึ้นแล้วพูดอย่างสมเพช

     "กรุณาใช้คำให้สุภาพด้วยนะ ข้าๆ ข้าอะไร? แล้วก็นายอีกคน เจ้าอ้วนนั่นน่ะ ที่นายพูดเมื่อกี้นายพูดใหม่อีกทีสิ"

      "ฉันจะพูดแค่ครั้งเดียวแล้วจะทำไม ฉัน..."

     "หยุดพูดได้แล้ว"

     เย่จื่อเฉินเอ่ยขึ้นมาเบาๆ จินซานพ่างจึงเม้มปากแล้วถอยกลับไปทันที

     ถ้าไม่ใช่เพราะบ้านเมืองมีกฎหมาย เย่จื่อเฉินก็คงจะตบปากเจ้านี่ไปจริงๆแล้ว

     เขาก็แค่อาศัยบารมีของตระกูลเท่านั้นแหละ เพราะถ้าอิงตามนิสัยของเขาคงได้โดนคนตีตายไปนานแล้ว

     และทันใดนั้น รถเต่าคันเล็กคันหนึ่งก็ได้ขับเข้ามาจอด

     หลินหรูสวมหมวกปีกกว้างเดินลงมาจากรถก่อนจะวิ่งมาหยุดอยู่ข้างอู๋ฮ่าวอวี่

      "ฮ่าวอวี่ นายมาหาฉันเหรอ? อ้าว แฟนซูเหยียนนี่ทำไมนายมาอยู่ที่นี่ด้วยล่ะเย่จื่อเฉิน ไปๆ อย่ามายืนอยู่ตรงนี้เลยเข้าไปในบ้านเถอะ"

     หลินหรูนั้นมีความประทับใจต่อเย่จื่อเฉินมาก

      "ช่างเถอะ" เย่จื่อเฉินส่ายหน้ายิ้มเหลือบมองหลินหลินที่ยืนอยู่ตรงข้าม แล้วพูดขึ้น "ประตูบ้านตระกูลหลินของพวกเธอคนต่ำต้อยอย่างฉันไม่เข้าไปจะดีกว่า ลาล่ะ"

     พูดจบ อู๋ฮ่าวอวี่ก็แกะมือของหลินหรูออก แล้วพูดขึ้น

     "ฉันก็จะกลับแล้วเหมือนกัน"