ตอนที่ 8
โจวจิ้งเหว่ย ที่ได้เห็นสมุนไพรหลายชนิด ซึ่งบางชนิดหายากเสียด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าสองผัวเมียนี้จะรู้จักได้ เพราะมันทั้งหายากและมีราคาแพงอยู่ เขาจึงเผยรอยยิ้มดีใจออกมาเพราะตัวยาบางอย่างยังขาดสมุนไพรพวกนี้อยู่
"พวกเธอเก่งกันมากเลยนะ นี่เป็สมุนไพรทั้งหมดเลย และบางตัวหายาก และเป็ที่้า ทั้งยังมีราคาอีกด้วย"
เขาถามอย่างนึกสงสัย
"เป็เมียของผมครับที่เก็บกลับมาจากบนูเา"
"ฉันพอรู้จักสมุนไพรอยู่บ้างน่ะค่ะ พอดีได้เรียนรู้จากหมอชาวบ้านมา พอดีฉันชอบเกี่ยวกับสมุนไพรค่ะ"
เธอไม่อยากจะโกหก แต่ก็ไม่อยากให้เขาสงสัยว่าเธอรู้เื่เกี่ยวกับสมุนไพรพวกนี้ได้อย่างไรเหมือนกัน ส่วนหยางเฟยอวี่ที่ได้ยินอย่างนั้นก็เข้าใจได้ ถ้าจะบอกว่าฝันไปแล้วได้เรียนรู้เื่สมุนไพรจะมีคนเชื่อได้อย่างไรกัน จะหาว่าเป็บ้าเสียมากกว่า
"โอ้...ถึงว่าสิเก็บสมุนไพรได้หลากหลายเลย สมุนไพรที่ได้มาแต่ละอย่างราคาไม่เท่ากัน แต่ไม่ต้องกังวลใจไปหรอกนะ ลุงให้ราคาที่รับซื้ออยู่แล้ว และไม่คิดเอาเปรียบใคร"
"ครับ ผมเชื่อใจลุงครับ"
หลังจากนั้นลุงโจจิ้งเหว่ย จึงได้แยกสมุนไพรแต่ละชนิด เพื่อที่จะสามารถคิดเงินออกมาได้ โดยเธอขายสมุนไพรได้ถึง 150 หยวนเลยทีเดียว ตอนแรกที่สามีได้ยินไม่อยากจะเชื่อนัก แต่ก็รีบปรับใบหน้าที่ตื่นตระหนกกลับมาทันที เพราะเขาทำเื่น่าอายออกไปเสียแล้ว
"ทั้งหมดเป็เงิน 148 หยวนนะ ลุงเพิ่มให้เป็ 150 หยวนเลย พอใจหรือเปล่า"
"พอใจค่ะ ขอบคุณมากนะคะ"
"ถ้าเก็บสมุนไพรได้อีก ให้นำมาขายให้ลุงได้นะ"
"แน่นอนค่ะ ฉันจะนึกถึงร้านของลุงคนแรกอย่างแน่นอน"
"พวกเราสองคนขอตัวนะครับ"
หลังจากนั้นจึงได้เดินออกจากร้านขายยาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มและดีใจของทั้งสองคน เงินที่ได้ 150 หยวน เป็เงินที่มากจริงๆ พวกเขาไม่ต้องทนอดอีกแล้ว
"น้องจะไปที่ไหนก่อนหรือ"
"เราไปที่ร้านขายของชำก่อนดีกว่าค่ะ ตอนนี้อาหารที่บ้านใกล้หมดแล้ว จะได้ซื้อกลับไปด้วยเลย"
"ได้สิ"
ทั้งสองคนจึงได้เดินไปที่ร้านขายของชำในเมืองนี้เพื่อที่จะซื้อของทันที
"จะรับอะไรดีครับ"
"เอาข้าวขาว 5 ชั่ง แป้งขาว 2 ชั่ง และเครื่องปรุง ด้วยค่ะ"
"ได้รอสักครู่นะ"
ลูกจ้างในร้านมองทั้งสองคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ แต่สามารถซื้อของได้เป็จำนวนมากด้วยความสงสัย เขาคงมองแค่การแต่งตัวอย่างเดียวไม่ได้แล้วสินะ เพราะที่ซื้อนั้นต้องใช้เงินไม่น้อยเลย
"ได้แล้วครับ ทั้งหมด 10 หยวนครับ"
ของทั้งหมดถูกใส่ลงในตะกร้าของพี่เฟยอวี่ เพราะเขาจะเป็คนแบกเอง ทั้งๆ ที่เธอของแบ่งมาใส่ในตะกร้าของเธอ แต่เขากลับไม่ยอม เธอจึงได้แต่ตามใจเขา
"เราไปซื้อหมูทำกินกันเย็นนี้ดีกว่าค่ะ ทุกคนคงจะไม่ได้กินนานแล้ว"
"แล้วแต่น้องจะตัดสินใจเลย"
เมื่อมาถึงร้านขายหมู
"เอาอะไรกันบ้างล่ะ"
"เอาเนื้อหมู 1 ชั่ง และ มันหมู 1 ชั่งค่ะ"
"5 หยวน"
"นี่ค่ะ เถ้าแก่ ไส้หมูนี่ขายหรือเปล่าคะ"
"ไม่ขายหรอก จะทิ้งน่ะ"
"อย่างนั้นฉันขอนะคะ"
"ได้สิ แต่ว่ามันเหม็นมากเลยนะ จะกินไปแน่หรือ กลัวว่าจะเอาไปทิ้งเสียเปล่าน่ะ"
"ฉันจะเอาไปทำกินค่ะ ไม่ทิ้งอย่างแน่นอน"
ทำไมคนพวกนี้ไม่รู้จักของอร่อยกันนะ แม้แต่สามี ที่ไม่อยากจะเอาไป คงจะขัดเธอไม่ได้ จึงจำยอม โดยเธอเป็คนแบกพวกหมูและไส้ด้วยตัวเอง
"จะไปซื้ออะไรอีกหรือเปล่าครับ"
"ฉันจะซื้อซาลาเปาไปฝากทุกคนค่ะ"
"อืม"
หลังจากนั้นก็ได้ซาลาเปากลับไป 12 ลูก เธอคิดว่าจะแบ่งกันคนละ 2 ลูกด้วยกัน โดยหมดเงินไปอีก 1 หยวน 2 เหมา จึงได้เดินทางกลับกัน โชคดีหน่อย ที่ตอนกลับบ้านไม่เจอพวกน่ารำคาญ จึงค่อยสบายหูหน่อย
เมื่อเดินเข้าไปในหมู่บ้านก็เจอกับชาวบ้านอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกัน จึงได้ทำเพียงยิ้มทักทาย และเดินตรงกลับบ้านไป แต่ก่อนที่จะไปถึงบ้านกลับต้องเจอกับย่าเลี้ยงของพ่อเสียก่อน ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้หูตาว่องไวกันเหลือเกิน
"เหลียนฮวา เข้าเมืองมาได้อะไรกลับมาบ้าง ไม่คิดที่จะแบ่งให้ฉันที่เป็ย่าบ้างเลยหรืออย่างไรกัน"
เธอถึงกับแอบมองบน อะไรคืออยากได้ของคนอื่น ตอนที่พวกเธอไม่มีจะกิน ไม่เห็นว่าจะมีใครที่จะคอยสนใจเลยสักนิดเดียว
"พวกเราไปขายของได้เล็กน้อย เลยซื้ออาหารกลับมา คงจะแบ่งให้ใครไม่ได้หรอกค่ะ"
ถึงมีก็ไม่คิดที่จะแบ่งให้อยู่แล้ว คิดว่ามีความดีจนเธอจะสนใจอย่างนั้นหรือ อย่าได้หวัง
"แกนี่มันเป็หลานอกตัญญูเสียจริงๆ ซื้อของมาแทนที่จะแบ่งให้ญาติผู้ใหญ่ที่บ้านบ้าง เห็นแก่ตัวสิ้นดี"
"ย่าว่าให้ใครหรือคะ ที่เห็นแก่ตัว คงจะไม่ใช่ฉันอย่างแน่นอนค่ะ แล้วบอกว่าฉันอกตัญญู ไม่ทราบว่าย่ามีบุญคุณอะไรกับฉันอย่างนั้นหรือคะ ฉันยังนึกไม่ออกเลย แล้วอีกอย่างนะคะ เราทั้งสองบ้านแยกกันแล้ว ฉันว่าต่างคนต่างอยู่ดีที่สุดค่ะ"
คิดว่าเธอจะก้มหน้าก้มตา ยอมให้เหมือนเมื่อก่อนอย่างนั้นหรือ เื่อะไรกัน เธอยิ่งพยายามหาเงินเพื่อที่จะบำรุงครอบครัวของตัวเอง อย่าหวังว่าใครจะมาแย่งอาหารจากบ้านของเธอไปได้เด็ดขาด
"แกพูดอย่างนี้หมายความว่าอย่างไรกัน ไม่เคารพผู้าุโอย่างนั้นหรือ หลานเขย สมควรที่จะกำราบเมียหน่อยหรืออย่างไรกัน ดูสิไม่เห็นหัวผู้รับผู้ใหญ่อย่างนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน"
เมื่อไม่สามารถเถียงหลานสาวที่แปลกไปแล้วได้ จึงหันไปหาหลานเขยแทน
"ผมก็เห็นด้วยกับ เหลียนฮวา นะครับ ในเมื่อบ้านของเราไม่ได้มีอาหารเลย อาหารพวกนี้จึงไม่สามารถที่จะแบ่งให้ใครได้ เพราะยามลำบากพวกเราก็ไม่มีใครคอยที่จะแบ่งปันให้เหมือนกัน"
ตอนที่พวกเขาไม่มีจะกินกัน ทำไมถึงไม่มีคนยื่นความช่วยเหลือมาให้ แต่พอเห็นอาหารที่เราถือกลับมา คิดที่จะมาขอให้พวกเราแบ่งปันอย่างนั้นหรือ มันจะมีอย่างนั้นไปได้อย่างไรกัน
"พวกเธอสองคน นี่ไม่รู้จักแบ่งปันไม่พอนะ ยังจะเถียงผู้ใหญ่โดยไม่มีความเคารพอีก"
เมื่อเห็นแม่สามีออกไปหาเหลียนฮวา ที่เหมือนจะกลับมาจากในเมือง และคงจะไปขายของและซื้อของกลับมาเหมือนทุกครั้ง แม่สามีของเธอมักจะไปดัก เพื่อที่จะของแบ่งบางส่วนเข้าบ้านของเธอ และทุกครั้งมักจะได้เสมอ มีแต่ครั้งนี้ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเหลียนฮวา ถึงได้ทั้งเถียงและไม่ยอมเหมือนทุกครั้ง เธอเลยออกมาช่วยอีกแรงหนึ่ง
"ป้าสะใภ้ ก่อนที่จะอยากให้ฉันแบ่งปันให้บ้านใหญ่ ต้องถามว่าบ้านใหญ่เคยแบ่งปันให้พวกเราสักครั้งหรือเปล่า ไม่ใช่เอาแต่เบียดเบียนคนที่ไม่มีอย่างพวกเรา ทั้งๆ ที่ทุกคนต่างมีกินกันจนเต็มอิ่ม ถ้าไม่เคยก็อย่ามาถามหาจากพวกเราอีก และฉันไม่ยอมให้อีกแล้ว ขอตัวนะคะ เรายังมีงานที่ต้องทำอีกมาก"
"จะไปไหนไม่ได้ เอาอาหารมาแบ่ง ให้ฉันก่อน"
"ย่าเป็โจรหรือคะ ถึงจะคิดมาข่มขู่เอาอาหารจากบ้านคนอื่นอย่างนี้ ถ้ายังไม่หยุด ฉันจะไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านให้จัดการ"
"แกกล้าอย่างนั้นหรือ" ถามออกไปด้วยความไม่พอใจ ที่ถูกเด็กจะจัดการตัวเอง
"ต้องกล้าอยู่แล้วค่ะ ในเมื่อย่าคิดที่จะมาแย่งอาหารที่มีอยู่ของบ้านเราทั้งๆ ที่แยกบ้านกันแล้ว"
ไม่พูดเปล่า จึงได้เรียกสามีให้เดินตามมา โดยไม่สนใจแห่งความไม่พอใจที่มองตามมา โดยไม่คาดคิดว่าหลานสาวที่พวกเธอสามารถฉกฉวยอาหารได้บ้าง กลับไม่ยอมเหมือนทุกครั้ง และยังจะไปแจ้งผู้ใหญ่บ้าน ใครจะไปยอมกัน ได้อายชาวบ้านเขาตายเลย เพราะครอบครัวใหญ่นี้ไม่ได้อดอยาก เพราะหลานชายทั้งสองคนทำงานที่โรงงาน ได้เงินเดือนทุกเดือน จึงไม่ได้ลำบากอะไร แต่ที่อยากได้ เพราะเคยรีดไถได้ทุกครั้งเท่านั้นเอง
"แม่สามี รู้สึกหรือเปล่า ทำไมเหลียนฮวาถึงไม่ยอมมอบอาหารให้เราเหมือนทุกครั้งกันล่ะคะ"
เธอรู้สึกเหมือนหลานสาวคนนี้เปลี่ยนแปลงไป เหมือนนิสัยจะไม่ใช่คนเดิม ดูเหมือนว่าจะกล้าแกร่งขึ้น แต่มองอย่างไรก็เป็หลานสาวคนเดิม
"แม่ก็คิดเหมือนกัน แต่ก่อนเคยเถียงแม่สักคำที่ไหนกัน แต่ดูวันนี้สิ เถียงจนแม่ไม่สามารถโต้ตอบได้เลย วันนี้เลยไม่รู้เลยว่าพวกมันซื้ออะไรกันมาบ้าง เจ็บใจจริงๆ"
นึกว่าวันนี้จะได้อะไรติดไม้ติดมือเข้าบ้านบ้าง ไม่ได้และยังโดนตอกหน้ากลับมาอีกด้วย เธอเกลียดครอบครัวของพี่สาว ที่จัดการให้แยกบ้านออกไปแล้ว แต่อยากให้พวกมันอดอยาก ไม่มีกิน และตายๆ ไปกันให้หมดเสียได้ก็ดี อยู่ก็ทำให้นึกถึงพี่สาวที่พ่อกับแม่รัก และมักจะได้สิ่งที่ดีกว่าเสมอ อยากจะให้มาเห็นตอนนี้จริงๆ เลย ว่าลูกละหลานกำลังจะอดตาย พอคิดได้อย่างนี้ทำให้ใจเบิกบานขึ้นมาได้บ้าง
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )