ไร่ข้าวโพดแสนรัก_End

    บทที่ 5 นับแต่วันนี้... 75%

            พรลภัสติดสอยห้อยตามกรวีร์ไปที่ไร่ข้าวโพด แต่คราวนี้เธอไม่ได้ไปตรวจงานในไร่กับเขาอย่างคราวก่อน เพราะกรวีร์เห็นว่าแดดค่อนข้างแรง จึงให้เธอรออยู่ที่โรงอาหาร ซึ่งในเมื่อมาแล้วไม่ได้ทำอะไร กรวีร์จะให้เธอมาด้วยทำไมก็ไม่รู้สินะ เธอให้รู้สึกงงในงงกับเขาเสียจริง


            “ป้าบรรณมีอะไรให้พรช่วยทำไหมจ๊ะ? พอดีพี่ เอ่อ... คุณวียังไม่ได้สั่งให้ทำอะไร พรอยู่ว่างๆ พรก็เลยอยากจะช่วยน่ะจ้ะ”


            “โอ๊ยยย!!... ที่นี่คงไม่มีอะไรให้เธอทำหรอก เพราะขืนให้ทำคงจะกินไม่ได้เปล่าๆ เธอเอาเวลาไปอ่อยคุณวีเขาเถอะ งานถนัดเธออยู่แล้วนี่ อย่าริอาจมาทำงานที่ไม่ถนัดเลย”


            เมื่อพรลภัสอยู่ว่างๆ ไม่ได้ทำอะไรก็รู้สึกเบื่อๆ เซ็งๆ เธอเลยหาอะไรทำฆ่าเวลา โดยการเดินเข้าไปในห้องครัว ไปถามแม่ครัวหัวป่าของไร่ เผื่อว่าจะมีอะไรให้เธอช่วยทำ แต่คนที่พูดกลับไม่ใช่แม่ครัว แต่เป็๲ผู้ช่วยแม่ครัว ผู้ซึ่งเป็๲ลูกสาวของแม่ครัวซะงั้น โดยคำพูดแต่ละคำ ช่างดูถูกถากถางเธอแบบไม่ต้องแปลความหมาย ก็เข้าใจแจ่มแจ้ง


            “นังบุรัณ!... พูดอะไรของแก หยุดพูดเดี๋ยวนี้เลยนะ”


            สุบรรณหันไปต่อว่าลูกสาว ที่ไปพูดหาเ๱ื่๵๹พรลภัสอย่างนั้น ถึงใครจะเป็๲อะไรยังไง ไม่ชอบขี้หน้ากันมากขนาดไหน ข้อห้ามในไร่แห่งนี้คือ ห้ามมีการด่าทอ ต่อล้อต่อเถียงกัน จนทำให้เกิดเป็๲เ๱ื่๵๹ราวลงไม้ลงมือกันเกิดขึ้น ใครไม่ชอบใคร ก็เก็บเอาไว้ในใจ แล้วอยู่เฉยๆเสีย หาไม่แล้วอาจจะถูกเลิกจ้างกันทั้งสองคน


            “อย่าไปถือสาปากมันเลยนะ ปากมันไม่ดีอย่างนี้แหละ... อาหารก็ไม่มีอะไรให้ช่วยทำแล้วล่ะ เพราะทำกันใกล้จะเสร็จหมดแล้ว”


            สุบรรณต่อว่าต่อขานลูกสาวตัวเองเสร็จ ก็หันมาพูดกับพรลภัส โดยน้ำเสียงอ่อนลงกว่าที่พูดกับลูกสาว สุบรรณพอจะรู้เร่าๆ ว่าพรลภัสจะต้องเป็๲คนที่กรวีร์สนใจอยู่อย่างแน่นอน เพราะแต่ไหนแต่ไร กรวีร์ไม่เคยทำเช่นนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อนเลย พึ่งจะเห็นครั้งนี้นี่แหละ


            “.........”


            พรลภัสรู้สึกเจ็บอยู่นะ ที่ถูกดูถูกซะขนาดนั้น เธอไม่เคยมีคำว่าจะอ่อยกรวีร์ในหัว มา๻ั้๹แ๻่แรกที่เข้ามาทำงานที่นี่เลยด้วยซ้ำ แต่ก็ช่างเถอะเธอไม่อยากจะถือสาหาความอะไรกับคนปากไม่ดี ปากไม่สร้างสรรค์ อีกอย่างเธอเห็นแก่สุบรรณ เพราะถึงยังไงสุบรรณก็ยังพูดดีกับเธอ


            พรลภัสเดินกลับไปยังห้องพักของกรวีร์ ขืนนั่งอยู่ข้างนอกนี้ ไม่วายเป็๲จุดสนใจและเป็๲ขี้ปากของคนงานอื่นๆ


            ก็จะไม่ให้เป็๲จุดสนใจและเป็๲ขี้ปากของคนอื่นๆ ได้ยังไงกันล่ะ เธอทำงานเกี่ยวกับเอกสาร แต่ไม่ได้ทำงานอยู่ที่สำนักงาน กลับมานั่งๆเดินๆอยู่ในไร่ โดยไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง หากเธอเป็๲คนอื่น เธอคงจะพูดถึงเหมือนกันนั่นแหละ


            “พี่วีนะพี่วี จะพาเรามาด้วยทำไมก็ไม่รู้ มาแล้วก็ไม่มีอะไรให้ทำสักกะอย่าง แถมมาให้คนพูดให้อีก เฮื่อออออ...... ช่างเถอะๆ จะมัวมาคิดมากไปทำไมเรา คิดมากไปก็รังแต่จะทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ไปเปล่าๆ”


            พรลภัสสลัดความคิดและความรู้สึกไม่ดี กับคำพูดของบุรัณออกไปจากจิตใจ ในเมื่อเธอไม่ได้ทำอย่างที่บุรัณว่ามาสักหน่อย ทำไมจะต้องไปแคร์กันด้วยล่ะ พรลภัสล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าสะพาย มานั่งกดๆ จิ้มๆ ดูอันโน้นไปพลางอันนี้ไปพลาง รอเวลาที่กรวีร์จะกลับมาจากตรวจงาน


            ก๊อก...... ก๊อก...... ก๊อก......


            เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น พรลภัสละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หันไปมองที่ประตู ด้วยความฉงนสงสัย ว่าใครกันที่มาเคาะประตู หากเป็๲กรวีร์คงเปิดเข้ามาเลย ไม่เคาะอย่างนี้หรอก แต่เธอไม่ได้เก็บความสงสัยเอาไว้นาน ลุกเดินไปเปิดประตู เพื่อจะได้รู้แน่ว่าเป็๲ใคร


            “อ้าว!... พี่เข้มนี่เองนึกว่าใคร พี่มีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?”


            “พอดีมีเอกสารด่วนที่จะต้องให้คุณวีเซ็นน่ะ ว่าแต่พี่เข้าไปได้ไหม? ร้อนมากเลย”


            พรลภัสเปิดประตูออกมาก็เห็นคงเข้ม เธอจึงเอ่ยถาม เพราะหากเห็นคงเข้มมาเช่นนี้ก็คงจะมีเ๱ื่๵๹งานอย่างแน่นอน ซึ่งก็จริงอย่างที่คิดเอาไว้ คงเข้มเอ่ยขึ้น พร้อมกับปาดเหงื่อไปด้วย คงเข้มขอเข้าไปในห้อง เพราะรู้สึกว่าในห้องเย็นกว่าข้างนอกเสียอีก


            “ได้สิ... เข้ามาเลย”


            พรลภัสไม่ทันได้คิดอะไร และไม่คิดด้วยว่าตัวเองอยู่ในห้องพักของกรวีร์ตามลำพัง คิดแต่ว่าคงเข้มเชื่อถือได้ ไม่มีเจตนาที่จะคิดร้ายอะไรกับเธออยู่แล้ว อีกอย่างเธอรู้ว่าข้างนอกนั้นร้อนจริงๆนั่นแหละ


    ๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓_๓๓