โชคดีฉันได้สามีสามคน

    บทที่ 74 สายตาที่เฝ้ามอง

            สายตาของพีชที่ยืนอยู่ริมฝั่งไม่ได้ละไปจากภาพนั้นเลยแม้แต่วินาทีเดียวเธอถือกล้องถ่ายรูปตัวเล็กในมือแต่ไม่ได้กดชัตเตอร์สักครั้ง เพราะไม่มีภาพใดที่กล้องถ่ายได้จะตรงกับภาพตรงหน้าที่หัวใจของเธอกำลังจดจำไว้ทุกองศา

            นัทพงษ์กับมารตีดูไม่ได้เร่าร้อนอย่างที่หนังรักมักใส่สีสันแต่ในสายตาของพีช มันงดงามราวกับบทกวีราวกับท่วงท่าของสายลมกับทะเลที่กำลังโอบกอดกัน ความอ่อนโยนแต่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดความเงียบแต่ดังก้องในหัวใจของผู้มอง

            เธอเคยคิดว่าเธอรู้จักคำว่า “สัมพันธ์ทางกาย” ดีพอ เธอเคยมีแฟนเธอเคยมีเซ็กส์ เธอเคยรู้สึกพึงพอใจ แต่สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้เธอสงสัยว่าความใกล้ชิดแบบนั้น...จะมีอยู่จริงได้หรือในชีวิตของเธอ?

            หลังจากความเร่าร้อนถูกปลดปล่อยแล้ว มารตีหันหน้ากลับไปสบตากับนัทพงษ์แววตาเธอเหมือนสายน้ำที่ไหลเชื่องช้า ลึก และเต็มไปด้วยความยินยอมมือของเธอวางทาบบนต้นแขนของชายหนุ่มที่โอบเธอไว้ส่วนมืออีกข้างลากปลายนิ้วลงบนผิวแขนเขาอย่างบางเบาราวกำลังวาดรูปด้วยความคิดถึง

            พีชเบือนหน้าหนี หรืออย่างน้อยเธอก็พยายามจะทำอย่างนั้นแต่ก็ไม่สำเร็จ เธอกลืนน้ำลายเงียบๆความร้อนบางอย่างไหลวนอยู่ในอกเหมือนเกลียวคลื่นที่วนเวียนไม่ยอมจบ

            “ถ่ายรูปให้หน่อยค่ะพีช” เสียงใสๆ ของมารตีลอยมาเหนือเสียงคลื่น

            พีชสะดุ้งเล็กน้อย รีบยกกล้องขึ้นมา “ค่ะ! ได้เลย”

            เธอยิ้มและทำท่าปกติขณะกดชัตเตอร์ ถ่ายรูปคู่ของนัทพงษ์กับมารตีที่ยืนอยู่ในทะเลท่ามกลางฟ้าใสและแสงทองที่ตกกระทบ เสี้ยววินาทีนั้นเอง ดวงตาของมารตีหันมาสบกับเธอโดยตรงยิ้มจางๆ ที่หญิงสาวส่งมาไม่ได้มีเพียงความเป็นมิตรแต่ในนั้นมีบางอย่าง...บางอย่างที่ทำให้พีชใจสั่นวูบไหว คล้ายกับว่าเธอถูกมองออกแล้วคล้ายกับว่าเธอไม่ใช่เพียงผู้เฝ้ามอง

            เมื่อขึ้นจากทะเล มารตีเดินเข้ามาหาพีชตรงๆหยาดน้ำจากปลายผมที่เปียกชื้นไหลลงมาตามซอกคอ ทำให้เนินเนื้อที่โผล่พ้นชุดบิกินี่ท่อนบนดูยิ่งเย้ายวน

            หญิงสาวบนฝั่งหน้าแดงจัดเมื่อสังเกตเห็นบิกินี่ตัวจิ๋วที่ปิดเนินเนื้อต้นขาของมารตีเอียงไปด้านหนึ่ง เผยให้เห็นเนื้ออ่อนด้านในที่มีของเหลวสีขุ่นกำลังไหลซึมออกมาอย่างชัดเจนถึงไม่เห็นหลักฐานนี้หญิงสาวก็รู้ว่าทั้งสองทำอะไรกันในทะเลเมื่อสักครู่...พีชรีบลุกขึ้นเดินเข้าไปชิดตัวมารตีทันทีก่อนจะกระซิบริมใบหูเรียวสวย “ พี่รตีค่ะ บิกีนี่ของพี่...เอ่อ...”

            มารตีรีบตวัดผ้าคลุมในมือมาปิดก่อนจะผูกไว้ริมเอวด้านหนึ่งอย่างเป็นธรรมชาติ พลางยิ้มให้พีช พร้อมขยับปากแบบไม่มีเสียง “ขอบคุณนะ...”

            “รูปเมื่อกี้สวยไหมคะ?” สาวสวยเปลี่ยนเรื่องและถามขณะก้มลงมองหน้าจอกล้องที่พีชยื่นมาตรงหน้า

            “สวยมากค่ะ...” พีชพึมพำ เสียงพร่าเล็กน้อยกว่าปกติมือที่จับกล้องอยู่สั่นน้อยๆ เมื่อมารตีเอียงหน้าเข้ามาใกล้เกินไป...แค่ครึ่งฝ่ามือ

            กลิ่นผิวของมารตีหอมอ่อนๆ คล้ายแสงแดด กลิ่นเกลือกลิ่นผู้หญิงที่เพิ่งได้รัก “ขอบคุณนะคะ ที่ถ่ายให้” เสียงหวานดังชิดริมใบหูเธอยังยิ้มอยู่ แต่นัยน์ตาเหมือนมีคำถามที่ไม่เปล่งออกมา

            พีชมองตามแผ่นหลังที่เดินจากไปหัวใจยังเต้นรัวเหมือนตอนเธอว่ายน้ำลึกเกินไป หายใจไม่ทัน และกำลังจะจมหาย ‘เรา...กำลังรู้สึกอะไรกับผู้หญิงคนนี้งั้นเหรอ?’ คำถามนั้นยังไม่มีคำตอบ แต่สิ่งที่แน่ชัดคือ พีชไม่ได้รู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมานานมากแล้ว

            หลังขึ้นจากทะเล นัทพงษ์ก็เดินตามหญิงสาวเข้าไปในห้องสูทด้วยกัน...มารตีนอนคว่ำอยู่บนเตียงผ้าเช็ดตัวสีครีมพันกายหลวมๆเผยให้เห็นแผ่นหลังเปลือยที่ยังชื้นอยู่จากหยดน้ำทะเลเมื่อครู่ นัทพงษ์นั่งข้างเธอมือหนาใหญ่ของเขาวางอยู่บนต้นขาเธอโดยไม่รู้ตัว ใบหน้าเขาโน้มลงมาใกล้เฝ้ามองแผ่นหลังขาวอมชมพูของเธอราวกับงานศิลป์ที่ไม่ควรแตะต้อง แต่เขาก็อดใจไม่ได้

            ปลายนิ้วของเขาวาดเส้นโค้งเบาๆ ไล่จากช่วงไหล่ลงมาตามแนวสันหลังของเธอจนถึงบั้นเอวที่ซ่อนอยู่ใต้ชายผ้าเช็ดตัว

            “ขนลุกหมดเลย...” มารตีเอ่ยเบาๆ เสียงของเธอสั่นน้อยๆแต่ไม่ใช่เพราะความหนาว

            “มันสวยมากครับ...” นัทพงษ์ตอบเสียงพร่าดวงตาเขากำลังเต็มไปด้วยประกายที่หลบไม่พ้น

            เขาค่อยๆ ก้มลงจูบกลางหลังเธอ...หนึ่งจูบ...สองจูบ...สามจูบ...เป็นจังหวะราวกับบรรเลงเพลงในใจที่มีเพียงเขาได้ยินสาวสวยเผยอริมฝีปากเล็กน้อย หลับตาแน่นรับความอ่อนหวานนั้นลมหายใจเธอเริ่มขาดช่วงเมื่อปลายนิ้วของเขาเปลี่ยนจากการวาดเป็นการกดเบาๆเป็นจังหวะขึ้นลงช้าๆ คล้ายการนวด คล้ายการลูบไล้ที่ไม่รู้จะจบที่ตรงไหน ผ้าเช็ดตัวเลื่อนหลุดลงจากแผ่นหลังเปลือยอย่างไม่ตั้งใจแต่ก็ไม่มีใครพยายามจะดึงมันกลับขึ้นมาอีก กลิ่นกายของเธอหอมอ่อนๆปนกลิ่นเกลือทะเล และแสงแดดอ่อนๆ ที่ตกต้องบนผิวเธอทำให้ทุกตารางนิ้วของเรือนร่างเปล่งประกายเหมือนยกขาวชั้นดี

            “พี่รตี...” เขาเรียกชื่อเธอเบาๆราวกับกลัวจะปลุกอะไรบางอย่างที่กำลังจะระเบิดขึ้นในอก

            มารตีพลิกกายหันกลับมานอนหงายร่างกายเปลือยเปล่าใต้ผ้าขนหนูที่หล่นครึ่งเดียว ดวงตาของเธอมีเพียงเขาสะท้อนเพียงเงาของเขา

            “อย่าเรียกแบบนั้นเลยค่ะ...แค่ ‘รตี’ ก็พอ”

            นัทพงษ์พยักหน้า มือเขาวางบนแก้มเธอ ค่อยๆ โน้มตัวลงไปริมฝีปากทั้งสองสัมผัสกันอย่างช้าๆ ไม่มีความเร่งเร้ามีเพียงความโหยหาและความละเมียดละไม ที่ทำให้ลมหายใจของเธอต้องผ่อนยาว ริมฝีปากเขาไล่ลงต่ำ...ผ่านลำคอเนินอกที่สะท้านไหว ไปจนถึงหน้าท้องแบนราบที่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายอ่อนๆเธอจิกผ้าปูเตียงแน่น เมื่อเขากดจูบลงใต้เนินที่ต่ำลงไปจากหน้าท้องเธอ แล้วไล้ปลายจมูกขึ้นมาอีกครั้งเหมือนจะบอกว่าเธอคือทั้งหมดของช่วงเวลานี้

            เขาไม่พูดอะไรอีก เขาแค่...เริ่มต้น ทุกสัมผัสของเขาไม่ได้เร่าร้อนในทันทีหากแต่ซึมซาบเข้าไปในใจเธอทีละน้อย มารตีหลับตาแน่นปล่อยให้ตัวเองลอยไหลไปกับจังหวะของการสัมผัสที่สลับช้าเร็วอย่างมีจังหวะมีความนุ่มนวลแต่แน่นหนักในทุกครั้งที่ร่างกายแนบกัน...นัทพงษ์เริ่มเก่งขึ้นแล้วจริงๆหญิงสาวแค่รำพึงในใจ

            เสียงหอบหายใจของทั้งสองดังขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติสลับกับเสียงผ้าปูเตียงที่ยับย่นตามแรงบิดเบาๆ และเสียงเนื้อกระทบเนื้อที่ดังแผ่วๆ...แต่กลับดังก้องในหัวใจทุกจังหวะที่นัทพงษ์ขยับเข้าใกล้ ความใกล้ชิดก็ยิ่งเหมือนเขาเข้าไปอยู่ในใจเธอด้วยความเป็นชายของเขาแนบแน่นจนไม่มีช่องว่างให้เธอหลบหนีและเธอก็ไม่ได้อยากจะหนีไปไหน ปลายนิ้วของเขาทิ้งรอยบางเบาไว้ทั่วแผ่นหลังของเธอ รอยที่มองไม่เห็นแต่เธอรู้สึกได้ว่ามันจะอยู่ไปอีกนาน และเมื่อทุกอย่างคลี่คลายลงสองร่างก็นอนแนบกันใต้ผ้าห่มผืนบาง เสียงลมหายใจอุ่นๆ ของเขารินรดอยู่ที่หลังคอของเธอ

            เสียงเขากระซิบเบาๆ “ให้ผมคาอยู่ในตัวพี่แบบนี้ นะครับ”

            มารตีหันมามองหน้าเขา นัทพงษ์หลับตาลงแล้ว ใบหน้าเขาสงบแต่เหนื่อยหอบและส่วนนั้นยังอยู่ในร่างเธอ เธอยิ้ม...นิ่ง และพูดในใจว่า ‘ฉันไม่เคยรู้สึกเบาสบายขนาดนี้มาก่อนเลยนายเก่งขึ้นแล้วสินะ’

     

            ทั้งสองลงไปผ่อนคลายร่างกายที่สปาของโรงแรม... กลิ่นน้ำมันหอมระเหยจากการนวดผ่อนคลายยังกรุ่นติดผิวเสียงฝีเท้าเบาๆ ของสองร่างที่เดินเคียงกันไม่เร่งรีบประสานกับเสียงลมทะเลที่พัดแผ่ว ทำให้บรรยากาศในยามเย็นนั้นดูละมุนละไมราวกับโลกทั้งใบตกอยู่ใต้ม่านแสงสีส้มอ่อนเพียงเพื่อสองคนนี้เท่านั้น

            มารตียิ้มน้อยๆ ขณะเดินเคียงข้างนัทพงษ์ เธอเอียงหน้ามองเขา รู้สึกถึงแววตาที่ชายหนุ่มแอบมองเธอทุกสองสามก้าวแม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่ภาษากายของเขาบอกได้ชัดเจน ว่าเขากำลังโหยหาเธออย่างไม่จืดจาง

            "แวะที่ห้องพี่ ก่อนนะคะ จะเปลี่ยนเสื้อผ้านิดหน่อย"เธอเอ่ยพลางส่งยิ้มบางๆ เสียงเบาเหมือนเป็นคำเชิญชวนที่ตั้งใจไม่พูดตรงๆ

    คล้ายกับเรื่องโชคดีฉันได้สามีสามคน ที่คุณอ่าน

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138