ครั้นรถม้ากลับถึงจวน ฝีเท้าใหญ่ที่ใกล้จะถึงทางแยกจำต้องเปลี่ยนทิศทางไปยังห้องหนังสือปีกข้างกะทันหัน เมื่อม้วนเอกสารมากมายถูกกองรวมอยู่บนนั้น ซิ่งเยี่ยขนม้วนฎีการ้องเรียนที่ควรอยู่ในห้องทรงงานของโอรส์วางลงบนโต๊ะทำงานของผู้เป็นาย
เวลาผ่านไปหลายข้อยาม ม้วนเอกสารก็ทยอยถูกสะสางจนลดลงเหลือเพียงไม่กี่ม้วน
“ก๊อก ก๊อก นายท่านขออนุญาตเข้าไปนะขอรับ” ซิ่งเยี่ยเอ่ยขึ้นพลางเปิดประตูเข้าไปด้านใน
“มีอันใด” ร่างสูงเอ่ยถามราบเรียบ สายตากวาดมองม้วนรายงานตรงหน้า
“มีรายงานสำคัญขอรับ” ซิ่งเยี่ยเข้ามาหยุดด้านหน้าโต๊ะก่อนยื่นของในมือไปยังเบื้องหน้า
ร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากม้วนเอกสารในมือให้วางมันลงก่อนรับสิ่งนั้นมาอ่าน สีหน้าของเขามืดครึมลง เมื่อเป็หนังสือรายชื่อสกุลบุตรสาวขุนนาง
คนพวกนั้นกล้าที่จะยัดเยียดสตรีให้เขาผู้นี้ ?
ดี ดี ดียิ่ง ยิ้มกดลึกมุมปาก ช่างมีความสามารถกันเสียจริง แววตาของเขาดำดิ่ง “เ้าเอาม้วนฎีกาพวกนี้ไปการบทูลฝ่าาว่าข้าลาระยะหนึ่ง”
เอาแล้วไง ! งานยากตกใส่หัวเขาแล้ว ซิ่งเยี่ยลอบคร่ำครวญในใจ ให้เขาไปลอบสังหารผู้ใดยังดีเสียกว่า
สันหลังของเขาเย็นเยียบขึ้นมา ครั้นผู้เป็นายไม่สบอารมณ์เสียแล้ว เกรงว่าฮ่องเต้เองก็คงเหนือความคาดหมาย เขาได้แต่ปาดเหงื่อคิดไม่ตกว่าจะรับหน้ากับฝ่าาเยี่ยงไรดี
ร่างสูงไม่ได้สนใจท่าทีกลืนไม่เข้าคายไม่ออกขององครักษ์ตนแต่อย่างใดหากเดินออกจากห้องหนังสือไปยังเรือนของตนในทันที โต๊ะเื้ัว่างเปล่าไม่มีสิ่งใดให้ต้องสะสางอีก
ทว่าครั้นประตูเปิดออกเข้าไปยังด้านในเซิ่งเหยี่ยนให้ชะงักกาย ั์ตาเข้มเกิดระลอกคลื่นกระเพื่อม ร่างสูงตรงไปยังเตียงไม้ตรงหน้าแต่ละย่างก้าวเชื่องช้ายิ่งนักในความรู้สึก
ร่างของหญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงใหญ่ เสียงลมหายใจแ่เบาที่ดังเข้าโสตประสาทหูของคนตรงหน้า ความใกล้ชิดเพียงคืบทำให้เขารับรู้ได้ถึงตัวตนของนาง
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของไม้จันทร์ที่คุ้นเคยยามค่ำคืนลอยอบอวนภายในจมูก
หากเหตุใดนางถึงได้ปรากฏตัวในยามนี้ ภายนอกที่ยังคงไร้แสงของค่ำคืน
ร่างสูงขมวดคิ้วเล็กน้อย มือใหญ่ยกขึ้นเกลี่ยปอยเส้นผมที่ปกลงบดบังดวงหน้าละมุนแ่เบา สายตาลากสำรวจใบหน้าของหญิงสาว จากคิ้วบางเรียงสวยเคลื่อนไปยังจมูกน้อยๆ ที่เชิดรั้งขับให้ดวงหน้าแลดูน่ารักน่าเอ็นดูในสายตาของคนที่เฝ้ามองจวบจนริมฝีปากชมพูระเรื่อดุจผลท้อโดยธรรมชาติไร้การแต่งแต้ม เรียวนิ้วใหญ่อดไม่ได้ที่จะคลึงเขี่ยบนความนุ่มชุ่มฉ่ำนั้น
“นายท่าน สำหรับเย็นพร้อมแล้วขอรับ” เสียงพ่อบ้านดังขึ้นนอกประตูเรือน
ร่างสูงที่ได้ยินก็ให้ขยับตัวเล็กน้อย แววตาคล้ายไม่อาจตัดใจถอยห่างจากร่างบางปรากฎให้เห็นเจือจาง
ประตูเรือนนอนถูกเปิดออกด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้เกิดเสียงรบกวนที่มีมากเกินไปจนทำให้หญิงสาวที่อยู่บนเตียงระคายหูและตื่นขึ้น ก่อนที่เขาจะเดินไปยังโถงกลางของจวนตามด้วยพ่อบ้าน
เวลาผ่านไปเพียงราวๆ ครึ่งก้านธูปเซิ่งเหยี่ยนก็ให้ออกจากโถงกลาง เขาหันหน้าสั่งการพ่อบ้านตนที่ยืนอยู่ด้านหลัง “ต่อไปนี้หากข้าไม่มีคำสั่ง ห้ามใครเข้ามารบกวนในเรือนเป็อันขาด”
เฉินเฉี่ยวที่ได้ยินเช่นนั้นให้รู้สึกแปลกใจ ยามปกติแล้วบ่าวไพร่ที่ดูแลรอบเรือนเซิ่นชิงก็มีไม่มากนัก นายท่านเป็คนรักความสงบมาแต่ไหนแต่ไร ทว่าไร้คนดูแลเรือนไม่เคยมีมาก่อน ครั้นมีคำสั่งนี้เฉินเฉี่ยวจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตะขิดตะขวงใจ หากก็ตอบรับออกไป “ขอรับนายท่าน”
เมื่อไร้ผู้ใดรบกวนอีกกลับเข้าเรือนมา มือใหญ่ได้ขยับม่านเตียงดูอีกครั้ง ครั้นร่างบางยังคงไร้ซึ่งทีท่าว่าจะตื่นแต่อย่างใด เซิ่งเหยี่ยนเดินเบี่ยงไปยังหลังฉากกั้น มีน้ำอุ่นถูกเตรียมไว้ก่อนหน้านั้นหากไม่มีผู้ใดละลาบละล้วงบนเตียงผู้เป็นาย เขาพาดวางเสื้อคลุมไว้บนตั่งก่อนล้วงหยิบกล่องภายใต้ชายเสื้อออกมา
ฝากล่องไม้ถูกเปิดออก เขาหยิบมันขึ้นมาสวมใส่ยังข้อมือเล็กตรงหน้าอย่างนุ่มนวล มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยราวพึงพอใจ เมื่อเห็นว่ากำไลหยกขาวที่เขาเลือกด้วยตนเองพอดีกับข้อมือของร่างบาง
แววตาเข้มทอประกายเจือจางอย่างที่ไร้ผู้ใดได้เห็น หากนางหายไปอีกเมื่อเห็นหยกขาวปรากฎบนข้อมือคงจะรับรู้ได้
ราตรีนี้ยาวนานยิ่งนัก ทว่านางอาจหายไปได้ทุกเมื่อ