จ้าวซีเหอเดินเล่นอยู่ในอุทยานหลวงอย่างไม่สบายใจนักเห็นบรรดาพระสนมหัวเราะอย่างสนุกสนานก็รู้สึกรำคาญยิ่งนัก จึงเอ่ยดูถูกออกมาว่า “รู้จักแต่แต่งตัวจริงๆ!” ขณะที่เขากำลังนึกไม่ชอบใจบรรดาพระสนมเหล่านี้อยู่นั้นพบว่าพระสนมเต๋อเฟยก็อยู่ในอุทยานหลวงด้วย กำลังให้อาหารปลาทองอยู่ข้างๆ สระน้ำครั้นพระสนมเต๋อเฟยเห็นจ้าวซีเหอ ก็ยิ้มอย่างเย่อหยิ่งพร้อมกับเดินเข้ามาหา
หมู่นี้เต๋อเฟยอารมณ์ดียิ่งนัก อาจเป็นเพราะฮ่องเต้จ้าวเจี้ยนเจินค่อยๆยกอำนาจในวังหลังให้นางดูแล ทำให้ฐานะในวังหลังของนางสูงขึ้นเต๋อเฟยในชุดสีเขียวอ่อนค่อยๆ เยื้องย่างตรงเข้าไปหาจ้าวซีเหอ
จ้าวซีเหอขมวดคิ้ว ก่อนจะแย้มยิ้มทำความเคารพ “ถวายบังคมพระสนมเต๋อเฟยพ่ะย่ะค่ะ”
เต๋อเฟยส่งยิ้มอ่อนโยนให้จ้าวซีเหอพร้อมทั้งใช้มือลูบปิ่นปักผมที่ปักอยู่ที่มวยผม “ซื่อจื่อไม่จำเป็นต้องเกรงใจท่านมาชมดอกไม้หรือ ช่วงนี้ข้าไม่ค่อยเห็นท่านและท่านอ๋องเลยไม่ทราบว่าท่านอ๋องสบายดีหรือไม่”
จ้าวซีเหอมีสีหน้ารังเกียจ นึกดูแคลนพระสนมผู้นี้ยิ่งนักทว่าด้วยความที่นางพูดกับเขาอย่างอ่อนโยน เขาจึงไม่อาจทำอันใดได้ทำได้แค่ยิ้มอ่อนตอบกลับไป “สบายดีพ่ะย่ะค่ะพระสนมไม่ต้องทรงเป็นห่วง”
จ้าวซีเหอที่เดิมคิดจะมาชื่นชมดอกไม้ให้สบายใจกลับต้องมาถูกพระสนมเต๋อเฟยทำลายบรรยากาศดีๆ ไปจนสิ้น ขณะกำลังจะเดินออกจากอุทยานก็ถูกพระสนมเต๋อเฟยเรียกเอาไว้เสียก่อนพระสนมขยับปากซึ่งทาชาดสีแดงถามอย่างแปลกใจว่า “ซื่อจื่อรีบกลับเช่นนี้จะไปที่ใดหรือ”
ตั้งแต่หนิงมู่ฉือจากไป เต๋อเฟยมักจะรู้สึกใจไม่ดีอยู่ตลอด ด้วยกลัวว่าคนอื่นจะรู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่เห็นจ้าวซีเหอรีบร้อนจะจากไป นางก็รู้ทันทีว่าอีกฝ่ายจะไปที่ใดหลายวันมานี้อีกฝ่ายยุ่งกับเรื่องของหนิงมู่ฉือ
จ้าวซีเหอยิ้มเจ้าชู้ชุดอาภรณ์สีขาวยิ่งขับให้จ้าวซีเหอดูหล่อเหลายิ่งขึ้นไปอีก “กระหม่อมแค่มาชมดอกไม้เท่านั้นกระหม่อมได้ยินฝ่าบาทตรัสว่า ในอุทยานมีต้นตีสุ่ยกวนอินหลายต้น”
“เอ๋ เช่นนั้นข้าไม่รบกวนซื่อจื่อแล้ว ท่านชมดอกไม้ตามสบายเถิดเพียงแต่พอได้ยินว่าแม่นางหนิงออกจากตำหนักอ๋องไปแล้ว ข้ารู้สึกคิดถึงนางยิ่งนัก”เต๋อเฟยปิดปากหัวเราะออกมา แม้จะเอ่ยอย่างเศร้าใจ ทว่ามิอาจปิดความดีใจและลึกล้ำในดวงตาได้มิด
จ้าวซีเหอได้ยินเช่นนั้นในใจรู้สึกเจ็บปวดยากจะรับไหวการที่หนิงมู่ฉือต้องออกจากตำหนัก พระสนมเต๋อเฟยไม่อาจหนีพ้นความเกี่ยวข้องได้ หากแต่เขาก็ทำอันใดไม่ได้ได้แต่ต้องสะกดโทสะลงไป ฝืนยิ้มพร้อมกับเอ่ยตอบ “อีกไม่นานนางก็จะกลับมาไว้รอนางกลับมา กระหม่อมจะพานางมาพบพระสนมนะพ่ะย่ะค่ะ” เขามองพระสนมเต๋อเฟยผาดหนึ่งเพียงมองแค่ผาดเดียวก็รู้ถึงแผนในใจของพระสนมผู้นี้อย่างทะลุปรุโปร่ง
“กระหม่อมขอขอบพระทัยพระองค์ที่ช่วยพูดให้แม่ครัวของตำหนักกระหม่อมกระหม่อมซาบซึ้งใจยิ่งนักพ่ะย่ะค่ะ” ใบหน้าจ้าวซีเหอฉายแววประชดประชันอย่างชัดเจนเขาไม่อยากอยู่ที่นี่ต่ออีก จึงหาข้ออ้างจากไป
สายตาของเต๋อเฟยเปลี่ยนเป็นดุดัน ไม่มีแววอ่อนโยนเช่นก่อนหน้านี้อีก เมื่อสักครู่ต่อให้เป็นคนโง่ก็ฟังออกว่าจ้าวซีเหอกำลังประชดนางนางเดินกลับตำหนักไปอย่างโมโห
เฉินอวี้ไปหาซูเฟยที่ตำหนักหมิงฉือด้วยสีหน้าร้อนใจครั้นเห็นซูเฟยนอนอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าอ่อนเพลีย ก็ถอนหายใจด้วยความโมโหพร้อมกับเดินตรงเข้าไปหา
ซูเฟยกำลังดื่มรังนกสีแดงที่ห้องครัวทำมาให้ เห็นบิดาเดินเข้ามาในตำหนักก็ตกใจจนพ่นรังนกออกจากปากซูเฟยมองบิดาด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก “ท่านพ่อ…”
เฉินอวี้มีสีหน้าเคร่งขรึมขณะโบกมือไล่นางกำนัลให้ออกไปจากห้อง เขามองบุตรสาวพร้อมกับแค่นเสียงฮึ“เหตุใดเจ้าถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้!”
เพียงเฉินอวี้มองใบหน้าซีดขาวของซูเฟย โทสะก็พลันพุ่งขึ้นสูงซูเฟยก้มหน้าน้ำตาไหลด้วยความน้อยใจ เอ่ยเสียงสั่นเครือว่า “ท่านพ่อลูกไม่รู้ว่าช่วงนี้ลูกเป็นอะไร ลูกไม่มีแรงเลยแม้แต่น้อย”
เฉินอวี้ได้ฟังเช่นนั้นมองซูเฟยด้วยความร้อนใจซูเฟยในตอนนี้แตกต่างจากก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง ดวงตาแดงก่ำราวกับสีเลือดขอบตาก็ดำคล้ำ
“เฮ้อ ครานี้ข้านำโสมคนมาด้วย เจ้าใช้บำรุงร่างกายเถิด” เฉินอวี้วางกล่องสีแดงเข้มไว้ข้างเตียงซูเฟย “โสมนี้ได้มาจากต่างแคว้นมีอายุหลายพันปี ในกล่องมีสองต้นอีกเดี๋ยวเจ้าให้คนนำไปให้องค์หญิงจากต่างแคว้นผู้นั้นสักต้น”
ซูเฟยได้ยินเช่นนั้นก็น้อยใจยิ่งนัก ออกแรงผลักกล่องจนตกพื้นขณะเอ่ย “ลูกไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดในใจของพวกท่านจึงมีแต่องค์หญิงซีเยวี่ยผู้นั้น ทุกคนไม่รู้หรอกว่าลูกอยู่ในวังได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างไรบ้างองค์หญิงจากต่างแคว้นผู้นั้นหาใช่คนดีไม่!”
“เหลวไหล!” เฉินอวี้มองกล่องโสมคนที่ซูเฟยปัดตกพื้นก็รู้สึกเสียดายยิ่งนักที่แล้วมาซูเฟยมักจะเชื่อฟังเขาอยู่เสมอ เหตุใดตอนนี้ถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้เขามองซูเฟยอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ข้าอยากให้เจ้าสนิทกับองค์หญิงจากต่างแคว้นผู้นั้นต่อไปนางสามารถช่วยเหลือเจ้าได้!”
ซูเฟยรู้สึกไม่เข้าใจยิ่งนัก ไม่เข้าใจว่าองค์หญิงจากต่างแคว้นผู้นั้นจะมีผลอย่างไรกับตำแหน่งของนางในวังหลังตั้งแต่องค์หญิงจากต่างแคว้นผู้นั้นเข้ามาอยู่ในตำหนักหมิงฉือฮ่องเต้ก็ไม่เคยเรียกนางไปปรนนิบัติอีกเลย!
เวลานี้เององค์หญิงซีเยวี่ยในชุดอาภรณ์สีเขียวอ่อนยิ้มพร้อมกับเดินเข้ามาครั้นซูเฟยเห็นองค์หญิงซีเยวี่ยราวกับหนูที่กลัวแมวก็ไม่ปานสีหน้าประหวั่นพรั่นพรึงอย่างเห็นได้ชัด รีบดื่มรังนกสีแดงที่เหลืออย่างว่องไว
องค์หญิงซีเยวี่ยเดินเข้าไปหา ก่อนจะย่อเข่าคำนับเฉินอวี้ “ซีเยวี่ยคารวะท่านอัครมหาเสนาบดีเจ้าค่ะ”
เฉินอวี้ลูบเคราตัวเองขณะพยักหน้า ก่อนจะยิ้มอย่างประจบเอาใจตอบกลับไปจากนั้นหันไปมองซูเฟยด้วยสายตาไม่พอใจผาดหนึ่งถึงค่อยเข้าไปพยุงองค์หญิงซีเยวี่ยให้ลุกขึ้นยืน “องค์หญิงไม่จำเป็นต้องมากพิธีฐานะของพระองค์ในตอนนี้สูงส่งกว่ากระหม่อมมากนัก พระองค์จะคำนับกระหม่อมได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
“ตอนนี้ซีเยวี่ยไม่ใช่องค์หญิงจากต่างแคว้นอีกแล้ว” น้ำเสียงขององค์หญิงซีเยวี่ยเจือไปด้วยความเศร้าใจสีหน้าก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย ด้วยว่ากลัวคนจะรู้จึงรีบปรับสีหน้าให้กลับมาแย้มยิ้มดังเดิม
เฉินอวี้ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นแย้มยิ้มพร้อมกับมอบกล่องโสมคนให้แก่องค์หญิงซีเยวี่ย “กระหม่อมรู้ว่าตั้งแต่พระองค์เข้ามาอยู่ในวังพระองค์คิดถึงแคว้นของพระองค์เป็นอย่างมาก กระหม่อมบังเอิญได้โสมคนนี้มาได้ยินว่ามาจากแคว้นของพระองค์และมีอายุหลายพันปีกระหม่อมจึงนำมามอบให้พระองค์หนึ่งต้นพ่ะย่ะค่ะ”
องค์หญิงซีเยวี่ยมองกล่องโสมคน นางรู้ดีว่าเฉินอวี้อยากประจบเอาใจตัวเองนางได้ยินเสด็จพี่ตรัสว่า ที่นางได้อยู่ในวังเป็นเพราะได้อีกฝ่ายช่วยเหลือแม้ในใจจะนึกดูถูกอีกฝ่าย ทว่ามือกลับยื่นออกไปผลักกล่องคืน “ของล้ำค่าเช่นนี้ข้ารับเอาไว้ไม่ได้ ช่วงนี้ข้ารู้สึกร้อนอยู่ข้างในโสมคนนี้ท่านให้พี่ซูเฟยเก็บไว้บำรุงร่างกายเถิด”