สองราตรีผ่านไปอย่างเชื่องช้าภายในโรงฆ่าสัตว์ที่ถูกทิ้งร้าง ความโกลาหลในเมืองจากการแหกคุกอเวจีเริ่มซาลง แต่ถูกแทนที่ด้วยบรรยากาศของความตึงเครียดที่จับต้องได้ราวกับม่านเหล็กที่มองไม่เห็น ทหารยามของตระกูลเซียวในชุดเกราะสีทองลาดตระเวนไปทั่วทุกหนแห่งอย่างเข้มงวดกว่าเดิมหลายเท่าตัว เสียงฝีเท้าที่ดังกระทบพื้นหินดังก้องเป็จังหวะในความเงียบของรัตติกาล สร้างแรงกดดันอันหนักอึ้งให้กับชาวเมืองทุกคน
ภายในโรงเก็บของที่มืดมิด
เฟิงหลงได้ใช้เวลาทั้งหมดใน่สองวันที่ผ่านมาในการดูแลบิดาของเขา เขาฉีกเศษผ้าที่พอจะหาได้ชุบน้ำจากแอ่งน้ำฝนที่แข็งตัวจนเกือบจะเป็น้ำแข็ง มาเช็ดทำความสะอาดาแและคราบสกปรกบนร่างกายของเฟิงเจิ้นอย่างเงียบงัน ทุกการกระทำของเขานั้นนุ่มนวลและเต็มไปด้วยความใส่ใจ เป็ภาพที่ขัดแย้งกับไอสังหารอันเย็นเยียบที่ซ่อนอยู่ลึกเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างสิ้นเชิง มันคือเศษเสี้ยวสุดท้ายของ 'เฟิงหลง' คนเดิม ที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพื่อบิดาของเขาเพียงผู้เดียว
"หลงเอ๋อร์... เ้าอย่าได้ฝืนทำเพื่อข้าจนเกินไป" เฟิงเจิ้นเอ่ยขึ้นเสียงแ่เบา แม้ร่างกายจะอ่อนแอ แต่สายตาของเขายังคงมองบุตรชายด้วยความรักและความเป็ห่วงที่ไม่ได้ลดน้อยลงเลย "แผนการของเ้ามันอันตรายเกินไป"
"ท่านพ่อ" เฟิงหลงหยุดมือชั่วครู่ ดวงตาของเขาสะท้อนแสงจันทร์ที่ลอดผ่านรูหลังคา "ความปลอดภัยไม่ใช่ทางเลือกของเราอีกต่อไปแล้ว มีเพียงการโต้กลับเท่านั้นจึงจะสร้างทางรอดให้เราได้ วางใจเถิดขอรับ... ข้าไม่ใช่เด็กหนุ่มที่ไร้เดียงสาคนนั้นอีกแล้ว"
เมื่อเห็นว่าอาการของบิดาทรงตัวและหลับไปอีกครั้งด้วยความอ่อนเพลีย เขาก็ลุกขึ้นยืน ร่างของเขาที่เคยสวมชุดศิษย์ตระกูลเซียว บัดนี้ได้ถูกเปลี่ยนเป็ชุดผ้าสีดำทึบที่เขาค้นเจอในโรงเก็บของ มันเก่าและมอซอ แต่นั่นคือสิ่งที่เขา้า มันช่วยให้เขากลืนหายไปกับเงามืดได้อย่างสมบูรณ์แบบ เขาใช้เศษถ่านไม้มาทาบนใบหน้าและลำคอเพื่อลดแสงสะท้อนจากผิว ในความมืดมิดนี้ เขาไม่ใช่มนุษย์อีกต่อไป แต่เป็นักล่า... เป็อสูรที่กำลังจะออกล่าเหยื่อ
"ข้าจะไปไม่นาน" เขากล่าวกับบิดาที่หลับใหล "เมื่อข้ากลับมา... รากฐานของตระกูลเซียวจะสั่นคลอนไปหนึ่งส่วน"
เฟิงหลงไม่ได้ออกจากที่ซ่อนทางประตู แต่เขาใช้พละกำลังอันมหาศาลเจาะช่องเล็กๆ บนผนังด้านหลังที่ผุพัง และเคลื่อนตัวออกไปอย่างเงียบเชียบราวกับสายลม ทิ้งบิดาของเขาไว้กับความหวังและความหวาดหวั่นที่ปะปนกัน
เป้าหมายของเขาในคืนนี้คือ "เหมืองเหล็กอัคคี" ซึ่งตั้งอยู่บนูเาทางทิศตะวันตกของเมือง มันคือขุมทรัพย์และเส้นเืใหญ่ที่หล่อเลี้ยงความมั่งคั่งทั้งหมดของตระกูลเซียว เหล็กกล้าที่ผลิตได้จากที่นี่มีคุณภาพสูงและเป็ที่้าของกองทัพและสำนักยุทธ์ต่างๆ การทำลายมันลงได้ ก็เท่ากับเป็การตัดแขนขวาของตระกูลเซียวทิ้งไปทั้งแขน
เฟิงหลงเคลื่อนที่ไปในความมืดด้วย "มายาอสูร" ร่างของเขาพลิ้วไหวไปตามหลังคาบ้านเรือน หลบหลีกสายตาของหน่วยลาดตระเวนได้อย่างง่ายดาย ไม่นานเขาก็มาถึงกำแพงเมืองด้านตะวันตกที่สูงชัน เขาไม่ได้พยายามจะฝ่าประตู แต่เลือกที่จะปีนขึ้นไปในจุดที่เป็เงามืดที่สุด กรงเล็บอสูรของเขาจิกลึกลงไปในร่องหิน ไต่ขึ้นไปอย่างรวดเร็วและเงียบงันราวกับตุ๊กแก ก่อนจะทิ้งตัวลงสู่ป่ารกชัฏนอกเมืองโดยไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น
หลังจากเดินทางผ่านป่าทึบมาเกือบหนึ่งชั่วยาม เขาก็มาถึงเชิงเขาที่ตั้งของเหมืองเหล็กอัคคี
บรรยากาศที่นี่แตกต่างจากในเมืองอย่างสิ้นเชิง ความร้อนระอุแผ่กระจายออกมาจนััได้แม้จะอยู่ไกลออกไป แสงสีแดงส้มจากเตาหลอมขนาดมหึมาสาดส่องขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนราวกับเป็ูเาไฟที่กำลังจะปะทุ เสียงค้อนเหล็กที่ทุบลงบนทั่งดังเป็จังหวะไม่เคยหยุดพัก ผสมผสานกับเสียงะโของผู้คุมและเสียงเครื่องจักรไอน้ำที่ทำงานอย่างหนักหน่วง มันคือหัวใจที่กำลังเต้นรัวของตระกูลเซียว และคืนนี้... เขาจะมาเพื่อหยุดหัวใจดวงนี้
การป้องกันที่นี่แ่ากว่าที่เขาคิดไว้มาก มีหอสังเกตการณ์ตั้งอยู่เป็ระยะๆ และมีหน่วยลาดตระเวนที่ถือคบเพลิงเดินตรวจตราอยู่ตลอดเส้นทางขึ้นสู่ปากเหมือง
เฟิงหลงไม่ได้ผลีผลาม เขาะโขึ้นไปบนต้นไม้สูงและซ่อนตัวอยู่ในเงามืดของใบไม้ราวกับนกฮูกที่กำลังรอคอยเหยื่อ เขาสังเกตรูปแบบการเดินของหน่วยลาดตระเวนอย่างอดทน... ศึกษาจังหวะการเปลี่ยนเวร... และมองหาช่องโหว่ที่เล็กที่สุด
เวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม ในที่สุดเขาก็พบมัน... ช่องว่างเพียงแค่สิบลมหายใจ ใน่ที่หน่วยลาดตระเวนชุดเก่ากำลังจะเดินกลับและหน่วยใหม่ยังมาไม่ถึง
ฟิ้ว!
ในเสี้ยววินาทีนั้น ร่างของเขาก็พุ่งออกจากที่ซ่อนราวกับลูกศรที่ถูกปล่อยจากคันธนู เขาใช้มายาอสูรถึงขีดสุด เหยียบย่างลงบนพื้นหิมะโดยแทบไม่ทิ้งร่องรอยไว้เลยแม้แต่น้อย เขากลายเป็เพียงเงาจางๆ ที่พาดผ่านสายตาของยามบนหอคอยไปโดยที่ไม่มีใครทันได้สังเกตเห็น และในที่สุด เขาก็แทรกซึมเข้ามาถึงปากทางเข้าเหมืองได้สำเร็จ
ภายในเหมืองนั้นร้อนระอุราวกับเตาหลอมนรก กลิ่นกำมะถันและกลิ่นไหม้ของโลหะฉุนกึกจนแสบจมูก เสียงทุบค้อนดังสนั่นหวั่นไหวจนแก้วหูแทบแตก ภาพที่เขาเห็นคือเหล่าคนงานที่ผอมแห้งและเนื้อตัวมอมแมมกำลังใช้แรงงานอย่างหนักหน่วง พวกเขาคือชาวบ้านที่ยากจนหรือนักโทษที่ถูกบังคับมาเป็ทาส แววตาของพวกเขานั้นว่างเปล่าและเหนื่อยล้า มีเพียงผู้คุมของตระกูลเซียวที่ถือแส้เดินไปมาคอยตะคอกและโบยตีผู้ที่ทำงานช้า
ภาพนั้นยิ่งโหมกระพือไฟแค้นในใจของเฟิงหลงให้ลุกโชนขึ้น
ความมั่งคั่งของพวกมันถูกสร้างขึ้นบนหยาดเหงื่อและน้ำตาของผู้คนที่ถูกกดขี่ข่มเหง!
เขาเคลื่อนตัวไปตามเงามืดของอุโมงค์ที่สลับซับซ้อนราวกับใยแมงมุม เป้าหมายของเขาไม่ใช่การสังหารคนงานเหล่านี้ แต่คือการทำลายโครงสร้างหลักของเหมือง เขาใช้ความทรงจำด้านวิศวกรรมที่ดูดกลืนมาสำรวจหาจุดที่อ่อนแอที่สุด... เสาค้ำยันหลักที่รองรับน้ำหนักของอุโมงค์ส่วนใหญ่เอาไว้
ในที่สุดเขาก็พบมัน... ในส่วนที่ลึกที่สุดของเหมือง มีเสาหินธรรมชาติขนาดมหึมาสามต้นที่ตั้งเรียงกันเป็สามเหลี่ยม มันคือหัวใจที่ค้ำจุนเพดานของโถงเหมืองที่ใหญ่ที่สุดเอาไว้ หากเสาสามต้นนี้พังลง... เหมืองทั้งใบก็จะถล่มลงมาอย่างแน่นอน!
เขาเริ่มลงมืออย่างเงียบเชียบ เขาไม่ได้ใช้กำลังทำลายมันโดยตรง เพราะนั่นจะส่งเสียงดังเกินไป แต่เขาใช้วิธีที่แยบยลและโเี้กว่านั้น... เขาเดินไปที่ฐานของเสาต้นแรก วางฝ่ามือลงไปและโคจร "ปราณอสูร" เข้าไปในเนื้อหินอย่างช้าๆ
ปราณอสูรที่มีคุณสมบัติในการกัดกร่อนได้แทรกซึมเข้าไปในเนื้อหินราวกับยาพิษ ทำลายโครงสร้างจากภายในอย่างเงียบงัน...
เขากระทำเช่นเดียวกันกับเสาต้นที่สองและสาม วาง "เมล็ดพันธุ์แห่งหายนะ" เอาไว้และรอเวลาที่มันจะเบ่งบาน
แต่ในขณะที่เขากำลังจะผละออกมานั้นเอง...
"หยุดอยู่ตรงนั้น!"
เสียงตวาดอันทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลัง! เฟิงหลงหันขวับไปและเห็นชายวัยกลางคนในชุดหัวหน้าผู้คุมยืนอยู่ไม่ไกล ดวงตาของมันหรี่ลงอย่างจับผิด ไอพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของมันนั้นแข็งแกร่งกว่าจ้าวอเวจีเสียอีก... ปราณปฐีขั้นที่เจ็ด!
"ข้ารู้สึกได้ถึงพลังงานที่ผิดปกติ... เ้าเป็ใครกันแน่!?" หัวหน้าผู้คุมคำรามลั่นและพุ่งเข้าใส่เฟิงหลงทันที!
เฟิงหลงสบถในใจ เขาไม่ได้คาดคิดว่าจะต้องมาเจอกับยอดฝีมือระดับนี้ที่นี่!
เขาไม่คิดจะต่อสู้โดยตรง แต่ใช้ "มายาอสูร" หลบหลีกการโจมตีอย่างฉิวเฉียด พร้อมกับดีดนิ้วส่งก้อนหินเล็กๆ ที่เคลือบด้วยปราณอสูรพุ่งไปยังเพดานอุโมงค์ในจุดที่ดูเปราะบางที่สุด
เปรี๊ยะ!
หัวหน้าผู้คุมมัวแต่สนใจเฟิงหลงจนไม่ได้ระวัง้า ก้อนหินที่ตกลงมากระทบเพดานที่ถูกเฟิงหลงทำให้เปราะบางไว้ล่วงหน้าแล้ว ทำให้เกิดรอยร้าวและหินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมา!
"อั่ก!" หัวหน้าผู้คุมถูกหินถล่มลงมาทับจนชะงักไปชั่วครู่
และชั่วครู่นั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับเฟิงหลง!
เขาอาศัยจังหวะนั้นพุ่งทะยานออกจากอุโมงค์ส่วนที่ลึกที่สุดราวกับลูกธนู เขาวิ่งผ่านเหล่าคนงานที่กำลังแตกตื่นและผู้คุมที่กำลังสับสนอลหม่าน
เมื่อมาถึงปากเหมือง เขาก็ไม่รอช้า ะโหายเข้าไปในความมืดของป่าทึบทันที
เขาวิ่งไปจนถึงยอดเขาที่อยู่ห่างออกไปและหันกลับมามอง...
และในตอนนั้นเอง... เมล็ดพันธุ์แห่งหายนะที่เขาวางไว้ก็ได้เริ่มทำงาน
ครืน... ครืนนนน...
พื้นดินเริ่มสั่นะเือย่างรุนแรง!
โครมมมมมมมมมม!
เสียงถล่มทลายอันน่าสะพรึงกลัวดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของพญาั! พื้นดินบริเวณเหมืองเหล็กอัคคีทั้งหมดทรุดตัวลง! เตาหลอมที่เคยลุกโชนถูกกลืนหายไปในพริบตา ฝุ่นควันและเถ้าถ่านสีดำพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าราวกับดอกเห็ดั์ บดบังแสงดาวและแสงจันทร์จนมืดสนิท!
เสียงกรีดร้องโหยหวนดังขึ้นเพียงชั่วครู่ก่อนจะเงียบหายไป... ถูกฝังอยู่ใต้ซากหินนับล้านตัน
เฟิงหลงยืนมองภาพนั้นจากยอดเขาด้วยแววตาที่เรียบเฉยและว่างเปล่า ลมหนาวพัดผ่านร่างของเขา แต่เขากลับไม่รู้สึกถึงความหนาวเหน็บใดๆ ในหัวใจของเขาไม่มีความยินดี ไม่มีความสะใจ... มีเพียงความว่างเปล่าที่เย็นเยียบ
นี่ไม่ใช่จุดจบ...
นี่เป็เพียงการเริ่มต้นเท่านั้น
เขาหันหลังให้กับภาพแห่งหายนะนั้น ร่างของเขาค่อยๆ กลืนหายไปในความมืดมิดของรัตติกาล...
ทิ้งไว้เพียงหัวใจที่กำลังเต้นรัวของตระกูลเซียวที่บัดนี้... ได้ถูกหยุดลงแล้ว