หลังจากที่ท่านแม่ทัพพาเสี่ยวไป๋ไปหาท่านหมอฮวงเมื่อครั้งก่อน นี่ก็ผ่านมาสองสัปดาห์แล้วที่ท่านแม่ทัพเฝ้าป้อนนมตบฉี่ตบอึให้เสี่ยวไป๋ เมื่อโดนบ่อยๆจากความอับอายก็แปรเปลี่ยนเป็ความด้านชา ตอนนี้เสี่ยวไป๋เริ่มจะฉี่เองได้แล้ว ท่านแม่ทัพจึงพาเธอไปหาท่านหมอฮวงใหม่ คราวนี้ท่านหมอฮวงแนะนำว่า ให้นำกะบะใส่ทรายมาตั้งไว้ มันคือกะบะทรายแมวนั่นเอง ท่านหมอฮวงยังแนะนำอีกว่า เมื่อท่านแม่ทัพเห็นท่าทางเหมือนจะฉี่ ให้อุ้มเสี่ยวไป๋ไปใส่กะบะทรายทำแบบนี้ไปเรื่อยจนกว่าเสี่ยวไป๋จะเรียนรู้ได้ว่านี่คือห้องน้ำ แต่เพราะเคยเป็คนมาก่อนเสี่ยวไป๋จึงรู้ได้ทันทีว่าต้องทำยังไง โดยไม่ต้องพร่ำสอนให้มากความ
“เก่งจริงๆเลยเสี่ยวไป๋ สอนแค่ครั้งเดียวเ้าก็รู้จักห้องน้ำตัวเองแล้ว”
ฮ่าๆ ของมันแน่อยู่แล้ว แมวน้อยเสี่ยวไป๋คิดในใจ ก่อนจะวิ่งเล่นไปทั่วเรือนนอนของท่านแม่ทัพ ร่างกายของเสี่ยวไป๋ตอนนี้เริ่มจะมีพฤติกรรมที่เธอเองก็ควบคุมไม่ได้ปรากฎออกมา เช่น เริ่มวิ่งไปเรื่อยๆแบบไร้จุดหมาย เพียงแค่จู่ๆก็วิ่งแบบไม่มีที่มาที่ไป วิ่งไปวิ่งมาอยู่แบบนั้นราวกับเด็กน้อยที่วิ่งเล่นในสนามหญ้า ซึ่งเธอเองก็รู้สึกสนุกที่ได้ทำแบบนั้น
ท่านแม่ทัพหยิบไม้ยาวออกมา ไม้นั้นทำด้วยกิ่งไม้เล็กๆกิ่งหนึ่งมีความแข็งแรงพอประมาณ ส่วนปลายไม้มีฟางถูกนำมามัดติดไว้ลักษณะเป็พู่ๆ ของเล่นแมวง่ายๆที่ท่านแม่ทัพตั้งใจทำให้เสี่ยวไป๋
“มาเล่นนี่กันดีกว่าเสี่ยวไป๋” ท่านแม่ทัพหยิบไม้ตกแมวHandmade Byท่านแม่ทัพออกมากวัดแกว่งล่อเสี่ยวไป๋ที่กำลังวิ่งซนไปมาอยู่ที่พื้น
ทันทีที่ท่านแม่ทัพเริ่มกวัดแกว่ง เ้าพู่ที่ลอยตวัดไปมาอยู่กลางอากาศนั่นก็ดึงดูดความสนใจของเสี่ยวไป๋ได้เป็อย่างดี
ไม้ตกแมวนี่น่า ฉันเคยเห็นคนใช้เล่นกับแมวมาก่อน ก็แค่ไม้ตกแมว แต่ทำไมฉันถึงหยุดมองมันไม่ได้นะ เสี่ยวไป๋คิดทั้งที่สายตากำลังจับจ้องไปยังปลายพู่นั่นอย่างไม่ละสายตา ขาน้อยๆเริ่มย่อลง ส่ายก้นไปมา หางเล็กเริ่มกวัดแกว่งไปตามจังหวะพู่ที่เคลื่อนไหว ท่านแม่ทัพเห็นดังนั้นก็พอใจยิ่งนัก
“ฮ่าๆๆเสี่ยวไป๋ น่าสนุกใช่ไหมล่ะ เข้ามาเร็ว” ท่านแม่ทัพเอ่ยด้วยน้ำเสียงสดใส ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่มีให้เสี่ยวไป๋
ปลายพู่นั่นเริ่มถูกกวัดแกว่งมาโดนหน้าโดนตัวเสี่ยวไป๋เป็จังหวะ นั่นเปรียบเสมือนการท้าทายที่ทำให้สัญชาตญาณนักล่าในตัวแมวน้อยถูกปลุกขึ้น
“เข้ามาเลย ฮ่าๆ สูงขึ้นอีกๆ สู้ๆเสี่ยวไป๋” ท่านแม่ทัพแกว่งไม้ตกแมวสูงขึ้นเรื่อยๆ ร่างขนปุยตัวน้อยก็ะโจับอย่างไม่ลดละความพยายาม ทั้งสองเล่นกันอยู่พักใหญ่ๆ
“เรียนท่านชาย ท่านลุงหยางเฟิงมาพบขอรับ”
เสียงดังจากหลังประตูบานใหญ่ดังขึ้น ทำให้คนข้างในกับแมวของเขาต้องหันไปดู นั่นคือเสียงของซวงหยุนบ่าวคนสนิท
“มาทำอะไรบ้านข้า” ท่านแม่ทัพเอ่ยออกมาลอยๆก่อนจะะโตอบกลับไป
“ให้เข้ามา” สิ้นเสียงอนุญาตสักครู่ประตูก็ถูกเปิดออก
“แค่ลุงจะมาบ้านหลาน พิธีรีตองมันเยอะซะจริงๆ ไม่รู้เป็แม่ทัพแล้วมันจะวิเศษวิโสอะไรนักหนา” ชายแก่ที่ได้ชื่อว่าเป็ท่านลุงเข้ามาถึงก็พ่นคำพูดน่ารังเกียจทันที
“ท่านมีธุระอะไรกับข้าหรือขอรับ” ท่านแม่ทัพดูเริ่มจะหัวเสีย
“ถ้าไม่มีธุระอันใด ลุงคนนี้จะมาเยี่ยมหลานบ้างไม่ได้รึไง”
“ฟ่อๆๆ” เสียงประหลาดคล้ายงูดังขึ้นจนชายทั้งสองคนต้องมองหา ปรากฎภาพเ้าแมวสีขาวตัวเล็กยืนจังก้าโก่งตัวทำขนฟู หางฟูฟ่องเป็พวง กำลังอ้าปากส่งเสียงขู่ฟ่อๆไปยังชายผู้มาใหม่
“เสี่ยวไป๋ ไม่ต้องกลัว ไม่มีอันตราย ไปนอนเถอะ” ท่านแม่ทัพยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ ก่อนจะเอ่ยห้ามเสี่ยวไป๋ที่ทำท่าเหมือนจะเข้าไปขย้ำเหยื่อ
“แมวบ้าอะไรของเ้า ตัวเล็กนิดเดียว กำแหงนัก กล้าขู่ข้างั้นรึ!” ท่านลุงกล่าวด้วยน้ำเสียงอันดัง
“ฟ่อๆ ๆ” เมื่อได้ยินเสียงดังของชายแปลกยิ่งทำให้เสี่ยวไป๋ขู่หนักขึ้นอีก เพราะความกลัวความหวาดระแวงทำให้เสี่ยวไป๋แสดงพฤติกรรมแบบนั้นออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ถึงแม้จิติญญาความเป็คนของเสี่ยวไป๋จะรู้อยู่แก่ใจว่านี่ก็แค่คนๆนึง แต่ทว่าในมุมมองของแมวนั้น เขาคือชายแปลกหน้าผู้ไม่น่าไว้วางใจ
“ท่านอย่ามาว่าแมวข้าเช่นนี้นะขอรับ ท่านลุงมีอะไรก็รีบว่ามา”
“เอาล่ะๆ คือลูกชายข้าน่ะ ดันไปมีเื่กับพวกคนรวยเข้าน่ะสิ ลูกข้าไม่ใช่คนผิดนะ แต่พวกนั้นมันเรียกค่าเสียหายจากข้าตั้งมากโข เ้าพอจะมีให้ลุงคนนี้บ้างหรือไม่”
“ข้าตอบว่าไม่ ได้ด้วยหรือขอรับ” ท่านแม่ทัพกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“ลูกท่านนี่สร้างแต่ปัญหานะขอรับ ถ้าท่านส่งมาอยู่กับข้า ข้าจะช่วยให้เขาเปลี่ยนเป็คนใหม่”
“จริงรึ อี้โจว เ้ายินดีให้พี่เ้ามาอยู่จวนนี่จริงรึ” ท่านลุงหยางทำตาโต เปล่งประกายอย่างมีความหวัง
“จริงขอรับ ข้าจะเชือดคอซะ แล้วช่วยส่งให้ท่านพี่ไปเกิดเป็คนใหม่ ส่วนศพก็ฝังไว้ท้ายจวน” ท่านแม่กล่าวด้วยท่าทีจริงจัง
“โอหังยิ่งนัก พี่เ้าทั้งคนไม่คิดช่วยเหลือยังคิดจะฆ่าแกง เ้ายังเป็คนอยู่หรือไม่ ไม่คิดถึงบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนที่ข้าเคยเลี้ยงเ้ามาบ้างรึ มิเช่นนั้นเ้าคงไม่ได้โตมาเป็แม่ทัพอยู่สุขสบายทุกวันนี้หรอก นางมู่เซียงนั่นเป็แค่ทาส ถ้าไม่มีข้านางจะมีปัญญาเลี้ยงดูเ้ารึ”
“ข้าก็ไม่ได้ขอให้ท่านรับข้าไปเลี้ยง ปล่อยข้าตายตามท่านพ่อท่านแม่ไปซะก็สิ้นเื่ อีกอย่างข้าเป็อย่างทุกวันนี้ได้เพราะตัวข้าไม่เกี่ยวอันใดกับท่าน”
“ไอ้คนอกตัญญู ถ้าเบื้องบนรู้พฤติกรรมของเ้า คิดว่าเ้าจะอยู่ในตำแหน่งนี้ได้อย่างนั้นรึ”
“ข้าเป็แม่ทัพได้เพราะความสามารถของข้า เชิญท่านคาบข่าวไปแจ้งทางการตามสบายเถิด”
ท่านลุงเดินกลับออกไปด้วยความไม่พอใจอย่างที่สุด
“เสี่ยวไป๋ มานี่มา” ท่านแม่ทัพเรียกเสี่ยวไป๋ที่ยังคงนั่งจับจ้องไปที่ประตูบานใหญ่
แมวน้อยเดินเข้ามาคลอเคลีย นี่เป็สิ่งเดียวที่ทำให้ความเครียดของท่านแม่ทัพเบาบางลงบ้าง
สำหรับท่านลุงผู้นี้ เป็ลุงแท้ๆของท่านแม่ทัพ หลังจากที่ท่านพ่อซึ่งเป็แม่ทัพคนเก่าตายไป จวนนี้จึงเหลือเพียงเด็กชายหยางอี้โจว ท่านแม่ และแม่นางมู่ ท่านลุงผู้นี้มากตัณหา หลงใหลในความงามของท่านแม่จึงอยากได้ไปเป็อนุ ท่านลุงแวะเวียนมาเกี้ยว คุกคาม สร้างทุกข์ใจให้นางทุกวันจนสุดท้าย ท่านแม่ก็ฆ่าตัวตายตามสามีไป เด็กน้อยหยางอี้โจวเมื่อไม่มีที่พึ่ง ท่านลุงจึงรับเลี้ยงเอาไว้ แต่ทว่าไม่ใช่เพราะความรัก เพียงแต่นำตัวเด็กน้อยคนนี้ไปใช้งานเยี่ยงทาสคนนึงในเรือนเท่านั้น จึงไม่แปลกอะไรที่ท่านแม่ทัพผู้เติบโตมาอย่างยากลำบาก เมื่อได้ดีจึงไม่นึกตอบแทนบุญคุณท่านลุงผู้นี้เลย