วันนี้หลังจากฝึกตีฆ้องจนจบเพลงพื้นฐานเพลงแรกแล้วเ้าจอมก็คิดว่าจะแวะไปเรือนพี่เปรมเพื่ออ้อนขอขนมจากคุณแม่ปรางก่อนกลับเรือนเสียหน่อย อีกอย่างเขาอยากไปเรียนอ่านเขียนเพิ่มอีกสักหน้าสองหน้า เพราะพี่เปรมสอนจนเขาเริ่มจะอ่านคล่องเลยแหละ ระยะทางจากเรือนพ่อครูปลั่งกับเรือนของพี่เปรมนั้นไม่ไกลกันมากเดินยังไม่ทันจะเหนื่อยก็ใกล้จะถึงแล้ว และวันนี้เ้าเด็กเดินไปพร้อมกับเพื่อน ๆ ที่เลิกเรียนพร้อมกันก่อนจะแยกย้ายกันกลับไปยังเรือนของตน เหล่าเด็ก ๆ ก็มักจะวิ่งซุกซนตามประสา เ้าจอมเองก็วิ่งไล่จับไปตามทางกับเพื่อน ๆ แต่เรือนเขาอยู่ในสุดของเส้นทาง เพราะฉะนั้นตอนนี้จึ่งเดินกลับเพียงลำพัง
เมี๊ยว...
เ้าจอมชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงคล้ายเ้าสี่ขาที่เรียกกันว่าแมวร้องดังขึ้นในระหว่างที่เขาจะเดินแยกไปยังเรือนของพี่เปรม
แมวเหรอ
ดวงตากลมโตชั้นเดียวมองไปรอบ ๆ บริเวณ ที่นี่มีแต่ต้นผลไม้ตั่งต่าง และเสียงแมวเมื่อครู่มาจากที่แห่งใดกัน
เมี๊ยววววว
“โอ๊ะ”
ดวงตากลมโตที่สอดส่ายสายตามองหาต้นเสียงจนไปเจอว่าเ้าแมวเหมียวตัวนั้นกำลังปีนอยู่บนต้นหมากม่วงต้นที่เขาเคยขึ้นไปเก็บเมื่อหลายวันก่อนก็ยู่หน้าลงทันที
“เหตุใดต้องปีนต้นหมากม่วงต้นนี้ด้วยล่ะเ้าแมว”
ต้นไม้มีตั้งเยอะตั้งแยะ ฉไนเลยเ้าแมวสีสวาทดวงตาสุกสกาวนี่ถึงได้เลือกปีนขึ้นไปบนต้นหมากม่วง หรือว่าหนีขึ้นไปบนนั้นเพราะโดนไอ้ตาลไล่กวด คิดสะระตะกับตนเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะได้ยินเสียงร้องดังขึ้นอีกหน
“เมี๊ยววว”
เ้าแมวสีสวาทยืนกางกรงเล็บเกาะต้นมะม่วงแน่น แล้วส่งเสียงร้องคล้ายขอรับความช่วยเหลือจากเ้าของร่างเล็ก
“ลงมาเองไม่ได้รึ”
จอมเงยหน้าขึ้นไถ่ถาม
“ม๊าววววว”
“....”
เด็กเล็กยืนนิ่งลังเลเล็กน้อย เมื่อเห็นสภาพของเ้าสีสวาทที่อยู่บนต้นมะม่วงก็พลันให้นึกสงสาร แต่จะช่วยลงมาอย่างไรดีหนอ
“แล้วจะให้ฉันทำกระไรได้ ปีนขึ้นไปช่วยหรือ”
“ม๊าวววววว”
ราวกับเ้าสี่ขาแสนรู้ มันส่งเสียงพลางมองเด็กเล็กไม่ละสายตาไปไหน จนจอมเริ่มอ่อนใจ
“รู้แล้ว ๆ จะปีนขึ้นไปประเดี๋ยวนี้แหละ ดูต้นทางให้ด้วยหนา ข้าสัญญากับพี่เปรมไว้ว่าจะไม่ปีนต้นไม้อีก”
เ้าเด็กผมจุกมองรอบ ๆ บริเวณเมื่อแน่ใจว่าจะไม่มีผู้ใดพบเห็นการกระทำนี้โดยเฉพาะพี่ชายข้างเรือนนั่น ก็รีบถีบส่งตัวเองปีนขึ้นไปบนต้นหมากม่วงอย่างรวดเร็วพลางส่งเสียงบอกให้เ้าสี่ขาแสนรู้ช่วยดูต้นทางให้
ร่างเล็ก ๆ ปีนป่ายไปตามกิ่งต้นหมากม่วงอย่างชำนาญ โดยไม่ทันสังเกตเลยว่าคนที่เ้าตัวไม่อยากให้พบเจอมากที่สุดในเพลานี้กำลังเดินจากเรือนเล็กเพื่อไปยืนรอเด็กชายกลับจากเรือนพ่อครูปลั่ง เพราะเปรมบดินทร์อดเปนห่วงไม่ได้เมื่อไม่เห็นร่างเล็กของน้องชายวิ่งเข้ามาหากันที่เรือนดังเช่นทุกวัน สองเท้าของร่างสูงเกือบจะเดินเลยผ่านทางแยกเข้าสวนของคุณยายจันทร์ไปเสียแล้วหากไม่ได้ยินเสียงของลูกแมวดังขึ้นเสียก่อน
เมี๊ยวว
เ้าจอมใจกระตุกวาบยามเมื่อเห็นร่างสูงของคนพี่ยืนอยู่เบื้องล่าง ประจวบกับที่เ้าแมวสีสวาทดันร้องขึ้นคล้ายเอ่ยทักทายเปรมบดินทร์ในขณะที่เ้าจอมเองนั้นอยู่บนกิ่งไม้
เ้าแมวเอ๋ย จะร้องเรียกให้พี่เปรมเงยขึ้นมาทำไมเล่า
ดวงตาคมเงยมองที่มาของเสียงก่อนจะหยุดอยู่ที่เ้าแมวสีสวาทและสายตาเ้ากรรมก็สบเข้ากับดวงตากลมโตชั้นเดียว เกิดเปนมโนภาพที่ฉายชัดเฉกเช่นวันวานที่เคยไล่เ้าเด็กผมจุกนี่ลงมาจากต้นหมากม่วงต้นนี้
ทันทีที่เห็นว่าพี่เปรมจ้องมองตนอยู่ใบหน้าของเ้าเด็กก็สลดลงเพราะเปรมบดินทร์เองมีสีหน้าดุดันขึ้นจากคราวแรก
“ที่ถึงเรือนช้าเพราะมัวแต่มาปีนต้นไม้เช่นนี้หรือ”
“จ...จอม ขึ้นมาช่วยแมวสีสวาทตัวนั้นข..ขอรับ มันลงจากต้นไม้ไม่—”
ผลุง! ผลุบ!
เ้าแมวสีสวาทที่อยู่ในบทสนทนาโก่งตัวก่อนจะตะกุยเล็บสองสามหนแล้วะโแผล็วไปตามกิ่งไม้จวบจนกระทั่งสี่เท้าเล็ก ๆ นั่นพาร่างกายของมันถึงพื้นดิน มันยืดโก่งตัวอีกครั้งก่อนเบือนหน้ามามองเ้าจอมคล้ายรีรอให้ตามลงมาและเมื่อมันเห็นว่าคนตัวจ้อยชักช้ามันก็เชิดหน้าะโผลุงหลบหายไป
แมวสีสวาทที่เ้าจอมปีนขึ้นมาช่วยนั้นะโลงพื้นไปเสียแล้ว ทิ้งเขาให้ค้างเติ่งบนกิ่งไม้
“หึ ลงมาประเดี๋ยวนี้เ้าจอม อย่าให้พี่ต้องกล่าวอีกหน”
“ข...ขอรับ”
ใบหน้าหงอยแลสลด จอมปีนลงมาจากต้นหมากม่วงจนกระทั่งปลายเท้าัักับพื้นดินเพียงเสี้ยวอึดใจก็ถูกคว้าแขนด้วยฝ่ามือใหญ่แล้วพาออกเดินไปยังเรือนเล็กของเปรมบดินทร์พร้อมกัน
“พี่เปรมขอรับ จอมแค่ จอม—”
“จะแก้ตัวว่ากระไรอีก หนก่อนลั่นวาจาไว้กับพี่ว่าอย่างไร”
ร่างสูงหยุดเดินเมื่อใกล้จะถึงเรือนเล็ก ก่อนสายตาจะกวาดมองโดยรอบแล้วไปหยุดยังต้นมะยมที่แทบทุกเรือนมักจะปลูกเอาไว้หน้าบ้านเพื่อเสริมความมงคลดังชื่อของต้นไม้ มะยม ที่แปลว่าของให้ผู้คนในเรือนนั้น เปนที่นิยมชมชอบอย่างไรล่ะ แต่เปรมบดินทร์ไม่ได้สนใจในชื่อมงคลนั้น เขามองร่างเล็กสลับกับก้านมะยมอวบเบื้องหน้า
“น้องเพียงแต่ปีนไปช่วยแมวเท่านั้นเองนะขอรับ น้องขอโทษ”
เอ่ยขอโทษพลางก้มหน้างุดมองพื้นดินไม่กล้าสู้หน้าเพราะตนเองผิดวาจาที่ให้ไว้กับคนพี่
“เหตุใดน้องถึงได้ซุกซนท้าทายก้านมะยมหน้าเรือนพี่เช่นนี้ ฮึ เ้าจอมแสบ”
“พี่เปรมขอรับ น้อง...น้อง ฮึก..”
เมื่อไม่รู้จะหาเหตุผลใดมาหักล้างความผิดของตนกับพี่ชายตรงหน้า ดวงตากลมโตก็รื้นไปด้วยหยาดน้ำใส เปนผลให้เปรมบดินทร์ข่มอารมณ์โมโหของตนเอาไว้ด้วยไม่อยากเห็นน้องร้องไห้
“ไม่ต้องร้อง พี่ไม่ได้จะเฆี่ยนจะตี ที่ห้ามก็เพียงแต่เปนห่วง ดูรึ มือไม้แขนขาแดงจ้ำไปหมด โดนมดบนต้นไม้กัดใช่หรือไม่”
เปรมบดินทร์จับท่อนแขนขาวพลิกไปมา ปรากฏร่องรอยแดงจ้ำจากการโดนแมลงกัด และเ้าจอมแสบเองก็คงไม่รู้ว่าตนนั้นโดนมดกัดแน่ ถึงได้ทำตาโตเช่นนี้
แล้วแบบนี้จะไม่ให้เขาเปนห่วงได้อย่างไร
เมื่อเปนเช่นนี้ พี่เปรมบดินทร์จึ่งจับจูงน้องมาที่กระไดเรือนตักน้ำล้างมือล้างแขนล้างขาน้องจนสะอาดสะอ้าน ก่อนจะพามาตรงชานเรือนให้น้องนั่งรอ แล้วตนก็เข้าไปหยิบตลับขี้ผึ้งติดมือออกมาจากห้อง
“ยื่นแขนมานี่เ้าจอม”
น้ำเสียงไม่ได้ราบเรียบดั่งเช่นเมื่อครู่เพราะครานี้มันแฝงไปด้วยความอาทรให้แก่เด็กตรงหน้า เ้าจอมแสบทำตาปริบ ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ยื่นส่งแขนไปให้คนพี่
“เปนอย่างไรล่ะ จะขึ้นไปช่วยแมว แต่แมวกลับะโแผล็วลงมาเองได้ แถมยังโดนมดกัดอีก”
“แสบขอรับพี่เปรม แถมคันด้วยขอรับ”
“คันก็ห้ามเกา เข้าใจไหม”
“ขอรับ น้องขอบคุณพี่เปรมมากขอรับ”
กระพุ่มมือไหว้พี่เปรมเมื่อคนพี่ทายาให้เรียบร้อยทั้งแขนและขา ก่อนจะหันไปมองทางกระไดเรือนเพราะพี่แป้งกำลังถือจานขนมขึ้นกระไดมา
“พี่แป้ง วันนี้เปรมกับน้องไม่รับขนมนะ ฝากเรียนคุณแม่ด้วยว่าเปรมกับจอมจะไม่รับขนมหวานสักระยะหนึ่ง”
“เอ่อ....เพราะกระไรหรือเ้าคะ”
“่นี้ทานขนมหวานติดกันทุกวัน เห็นทีว่าจะไม่ดีต่อร่างกายน่ะ ฝากเรียนคุณแม่ด้วย”
“ทราบแล้วค่ะ งั้นเก็บกลับเรือนใหญ่เลยนะเ้าคะ”
“อื้อ ขอบใจพี่แป้งมาก”
“มิเปนไรเ้าค่ะ”
บทสนทนาของคุณชายเปรมบดินทร์กับพี่แป้งนั้นจริงจังเสียจนเ้าจอมไม่กล้าแทรก ดวงตากลมโตมองตามจานขนมหวานตาละห้อย ก่อนจะหลุบตาลงต่ำเมื่อคนพี่หันมอง
“พี่จะงดขนมหวานจอมห้าวัน เหตุที่ผิดวาจากับพี่ แต่งดแค่ที่เรือนพี่เท่านั้น พี่ไม่ได้ห้ามหากจะกินที่เรือนอื่น”
“ขอรับ”
น้องหน้าสลด เพียงแต่เปรมบดินทร์ไม่ได้คิดห้ามปรามหากน้องจะทานขนมที่เรือนอื่น เพียงแต่ที่เรือนเขาห้ามก็เท่านั้นเอง
“แล้วยังจะมาอ่านเขียนที่เรือนพี่อีกไหม โดนงดขนมเช่นนี้แล้ว”
“มาซีขอรับ น้องผิดวาจา น้องยอมรับผิดขอรับ แต่ยังขอมาเรียนกับพี่เปรมเช่นเดิมนะขอรับ”
“เช่นนั้นก็ไปหยิบตำรากับดินสอมา”
“ขอรับ”
ในเมื่อน้องยินยอมรับบทลงโทษ และยังมีแก่ใจจะร่ำเรียนกับเขาเช่นเดิม เปรมบดินทร์ก็ไม่ขัด กลับยิ่งเอ็นดูเด็กตรงหน้านี่เพิ่มมากขึ้นไปอีก ก็ใครใช้ให้มานั่งทำตาแป๋วเปนลูกหมาลูกแมวเช่นนี้เล่า ดีไม่ดีที่งดขนมไปในคราวนี้คงจะไม่ครบห้าวันอย่างที่ลั่นวาจาไว้หรอก ถ้าเ้าจอมแสบยังทำตัวให้น่าเอ็นดูอยู่เช่นนี้
วันนี้ก็เปนอีกวันที่เปรมบดินทร์ออกมาเพื่อรอรับเด็กหัวจุกแถวทางเข้าเรือนคุณยายจันทร์ก่อนจะพบว่าคนน้องนั้นพิรี้พิไรไม่เดินมายังเรือนเล็กของตน เพราะเอาแต่ยืนมองต้นหมากม่วงที่บัดนี้มีทั้งผลสุกผลดิบเกลื่อนต้น
“มองอะไรอยู่หรือ” เอ่ยถามยามเมื่อร่างเล็กของน้องชายที่เขาเอื้อเอ็นดูหยุดยืนมองต้นหมากม่วงต้นใหญ่ที่ในขณะนี้ติดดอกออกผล บางผลกำลังสุกเหลืองอร่ามและส่งกลิ่นหอมชวนให้คนที่มองอยู่แอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เพราะงดขนมหวานมาหลายวันแล้ว พอเห็นแบบนั้นก็อดถวิลหาความหวานอร่อยเ่าั้ไม่ได้
“ม.. มะม่วงสุกขอรับ”
เพียงตอบคำคนพี่เสร็จก็ก้มหน้าลงมองปลายเท้า ด้วยไม่รู้ว่าคนตัวโตมีความคิดเห็นเช่นไร เพราะอีกฝ่ายงดขนมหวานแสนอร่อยของตนจริงจัง เพราะงั้นเด็กน้อยจึ่งไม่แน่ใจว่ามะม่วงสุกนั้นเป็ของหวานตามที่คนพี่เอ่ยห้ามหรือไม่
“อยากกินหรือ”
“ขอรับ แต่อีกสองวันก็ครบแล้ว น้องรอได้ขอรับ” ดวงตากลมโตหยีลงจนเป็พระจันทร์โค้งบ่งบอกว่าเ้าตัวตั้งใจอย่างจริงจังกับคำเอ่ยห้ามของคนพี่อย่างไม่มีบิดพริ้วใด ๆ อีก ฝ่ายคนโตได้ยินก็ให้เกิดอาการพาลให้ใจอ่อน นึกสงสารปนเอ็นดูจนต้องวางมือลงบนกลุ่มผมนิ่มแล้วลูบไปมา เอ่ยประโยคปลุกปลอบใจให้เ้าเด็กได้ยิ้มกว้าง
“งั้นพี่จะไปขอคุณยายจันทร์ว่าจะพาเราไปเที่ยวงานวัดในค่ำนี้ดีไหม”
“พี่เปรมจะพาจอมไปงานวัดแน่หรือขอรับ”
ดวงตากลมโตเงยมองด้วยความตื่นเต้นยินดี ชวนให้คนพี่ยิ่งใจอ่อน
“แน่ซี ไว้ไปหาขนมอร่อยที่โน่น ส่วนหมากม่วงนี่รออีกสักวันพรุ่งพี่จะขอให้คุณแม่มูนข้าวเหนียวหมากม่วงให้ ดีไหม”
“ขอรับ คุณแม่ปรางทำกระไรก็อร่อยไปหมดเลยขอรับ”
แล้วแบบนี้เปรมบดินทร์จะใจร้ายสั่งงดขนมเ้าจอมแสบต่ออีกเพลาได้อย่างไร
“ตัวแสบเอ๊ย”
...............................................
Talk: นำน้องจอมกับพี่เปรมมาส่งแล้วเ้าค่ะ ครึ่งหลังนี้จะเปนการไปเที่ยวชมงานวัดเพลง จังหวัดตลิ่งชัน ใน่ปี ๒๕๕๘ นะเ้าคะ
ยังไงก็ขอฝากน้องหัวจุกกับพี่เปรมบดินทร์ ให้ไปวิ่งเล่นหน้าเรือนของทุกคนด้วยน๊าาา
สามารถไปเยี่ยมเยียนพ่อเปรมกับน้องจอมถึงหน้าชานเรือนได้ที่ #นิรันดร์กาลจารใจ เ้าค่ะ