ตอนที่ 23
ชายลึกลับสองคน
เมื่อจางิ่ออกไปได้สักพักไป๋เหอก็เดินออกไปหาซวงเอ๋อร์ที่นอนอยู่ห้องติดกันข้าง ๆ
“พี่ไป๋เหอมีอะไรหรือเ้าคะ”
“ข้าแค่จะมาบอกเ้าว่าที่นี่พลังลมปราณค่อนข้างเยอะอยู่จงรีบสะสมดึงพลังแถวนี้เข้าตัวให้มากที่สุด เราไม่รู้หรอกว่าทางที่เราจะเดินไปนั้นจะมีลมปราณให้เราดึงมาไว้ในร่างกายหรือไม่ที่สุดตอนนี้ก็คือเก็บมันไว้เยอะ ๆ ยิ่งมากยิ่งดี ยิ่งเ้าข้ามขั้นพลังไปมากเท่าไหร่มันยิ่งดีต่อตัวเ้า”
“เ้าค่ะข้าทราบแล้ว”
แม้อยากจะสร้างเม็ดยาที่สามารถเพิ่มขั้นพลังได้ แต่ตลอดทางที่ผ่านมาสมุนไพรบางชนิดที่ต้องใช้ไม่มีให้พบเห็นจึงไม่สามารถช่วยบ่มเพาะพลังของซวงเอ๋อร์ให้เพิ่มขึ้นได้เร็ว แล้วอีกอย่างยิ่งระดับชั้นเพิ่มขึ้นั้แ่ชั้นรวมลมปราณการกินยาเข้าไปอาจไม่มีประโยชน์เขาจะต้องหาวิธีอย่างอื่นเพื่อช่วยข้ามขั้นให้เร็วที่สุดมิเช่นนั้นแล้วถ้าเจอศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าย่อมจะเสียเปรียบ
ในตอนกลางคืนขณะที่ไป๋เหอกำลังนั่งสมาธิเพื่อรวบรวมลมปราณเข้าหาตัว ประสาทััของเขาก็ได้ยินเสียงฝ่าเท้าที่ดังมาแต่ไกลกำลังะโอยู่บนหลังคาตรงมายังโรงเตี๊ยมที่เขาอยู่ ยิ่งรู้สึกถึงเสียงที่ดังมาใกล้ ๆก็ทำให้ชายหนุ่มตื่นตัวลืมตาขึ้น ใช้สมาธิเพ่งจดจ่อไปยังต้นเสียงนั้นก่อนจะใช้การเบิกเนตรมองสำรวจดูก็ได้พบกับคนสองคนที่มีพลังอยู่ในชั้นก่อเกิดขั้นที่ 8 กับ ขั้นที่ 9กำลังพุ่งตรงมาที่ห้องที่เขาอยู่
ขณะนี้พวกมันมาหยุดอยู่บนหัวของเขาแล้วกำลังจ้องมองมายังด้านล่าง เขาไม่รู้ว่าคนพวกนั้นจะมองเห็นการกระทำของเขาหรือไม่เพื่อป้องกันไว้ก่อนชายหนุ่มจึงเอนตัวลงนอนทำทีเหมือนว่ากำลังนอนหลับ
พวกนั้นที่อยู่บนลังคาขยับกระเบื้องออกเผยให้เห็นคนที่กำลังนอนหลับอยู่พร้อมกับนำสิ่งของบางอย่างคล้ายกับปล้องไม้ไผ่ขนาดเล็กออกมาแล้วเป่าปล่อยควันบางอย่างเข้ามาในห้องก่อนจะปิดกระเบื้องคืน
ไป๋เหอรับรู้ได้ถึงภัยอันตรายเขาลืมตาขึ้นปิดจมูกเพื่อไม่ให้ได้กลิ่นและคิดหาหนทางที่จะไม่ให้พิษนั้นเข้าสู่ร่างกายสัญชาตญาณแห่งการเป็นักเล่นแร่แปรธาตุพอรู้สมุนไพรอยู่บ้างเขารับรู้ได้ว่าควันที่ถูกพ่นออกมานั้นถ้าหากใครสูดดมเข้าไปจะไม่สามารถขยับตัวได้ราวหนึ่งถ้วยชานั่นพอที่จะทำให้พวกมันสังหารเขาได้
‘จะเอายังไงดี’
ขณะนั้นความคิดพิเรนทร์ก็เกิดขึ้นเมื่อไม่มีหนทางอื่นให้เลือกแล้ว ‘แหวนมิติไงน่าจะเข้าไปอยู่ได้และไม่โดนผลกระทบแน่’ เมื่อชายหนุ่มคิดได้เช่นนั้นก็เพ่งจิตไปยังแหวนในมือร่างกายของเขาก็หายวับไปปรากฏกายอยู่ด้านใน เขามองเห็นมันด้วยความตกตะลึงมันไม่ได้มีพื้นที่เล็ก ๆเลยแต่ขนาดของมันใหญ่มาก อย่างที่จื่อลู่บอกว่ามันสามารถยกูเาทั้งลูกมาไว้ได้แสดงว่าพื้นที่ของมันใหญ่จริงๆ นี่ขนาดมาเห็นด้วยตาเปล่ามองดูเหมือนกับอยู่ในทุ่งโล่งกว้างมีของบางอย่างที่เขาเคยใส่ไว้ก่อนหน้านั้นวางอยู่แถวนั้นมากมายและคิดว่าหากสามารถนำสมุนไพรที่หายากๆ มาปลูกไว้ได้ก็คงจะดี
ก่อนที่เขาจะตกตะลึงเขาควรคำนึงถึงสิ่งที่อยู่ภายนอกเสียก่อน พอคิดเท่านั้นเขาก็ใช้พลังจิตมองลอดทะลุแหวนออกไปก็ได้พบว่าชายสองคนที่มาได้มาอยู่ภายในห้องแล้ว
“หายไปได้ยังไงก็เมื่อกี้เราก็ยังเห็นมันนอนอยู่นี่”ชายคนหนึ่งที่อยู่ชั้นก่อเกิดขั้นที่ 8กล่าวอย่างไม่น่าเชื่อปกปิดใบหน้าไว้ไม่ให้ใครเห็นมองสำรวจรอบ ๆกลับไม่พบตัวคนที่เขา้ามาสังหาร
“ใช่มันจะหายไปได้อย่างไรหรือว่ามันจะเป็กับดัก” คนที่อยู่ชั้นก่อเกิดขั้นที่ 9รูปร่างสูงใหญ่กล่าวบ้างก่อนที่จะเฝ้าระมัดระวังกลัวว่าตนเองจะเป็ฝ่ายเสียเปรียบถูกโจมตี
พอพูดถึงตรงจุดนี้ไป๋เหอที่ได้ซุกซ่อนอยู่ในแหวนก็ะโออกมายืนอยู่ด้านหลังของชายทั้งสองตามด้วยะโถีบสองขาคู่เต็มแรงเข้าไปยังชายสองคนที่ยืนหันหลังให้ไม่ทันได้ตั้งตัว
“ผัวะ!!”
เสียงเท้ากระทบแผ่นหลังทำให้ชายทั้งสองเซไปด้านหน้า
ก่อนพวกนั้นจะหันมาวิ่งเข้าใส่ไป๋เหอพร้อมกันเมื่อตั้งหลักได้ใช้พลังฝ่ามือพยายามซัดให้โดนตัว แต่ไป๋เหอขยับหลบหลีกร่างกายพลิ้วไหวดุจสายลมด้วยความเร็วขยับกำปั้นเข้าต่อกรกับทั้งสองที่ปิดหน้าอย่างไม่กลัวเกรง สองรุมหนึ่งไม่อาจจะทำให้เขาขี้ขลาดยังคงใช้พลังหมัดเข้าต่อกรออกหมัดด้วยกำลังน้อยนิดกลัวว่าจะเป็การรบกวนน้องสาวที่อยู่ห้องข้างๆไม่ให้ใกลัว
ก่อนที่ชายหนุ่มจะกลับะโหลบด้วยความรวดเร็วและออกจากทางหน้าต่างลงไปยังด้านล่างวิ่งหนีไปให้ไกลจากโรงเตี๊ยม เขาคิดว่าการต่อสู้ตรงนี้ไม่ค่อยสะดวกนักหลอกให้ออกไปนอกหมู่บ้านดีกว่าแล้วอีกอย่างหนึ่งก็กังวลความปลอดภัยของซวงเอ๋อร์เช่นกัน
พวกนั้นะโวิ่งตามไปติดๆ ไม่ให้คลาดสายตาความว่องไวของมันก็ใช่ย่อยสามารถที่จะตามไป๋เหอได้ทันท่วงที
เมื่อหลอกพวกนั้นมาห่างไกลจากหมู่บ้านแล้วไป๋เหอก็ยืนเผชิญหน้ากับชาย 2 คนที่ปิดบังใบหน้าไว้ พลังที่ปล่อยออกมาจากร่างกายไม่ได้ทำให้เขากลัวเกรง
“พวกเ้าเป็ใคร ทำไมถึงอยากมาสังหารข้า” ชายหนุ่มเผชิญหน้ากล่าวถามออกไปเพราะความอยากรู้หากพวกมันบอกว่าใครเป็คนบงการก็จะดีมากเขาจะได้ไม่ต้องสืบทีหลัง
“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกพวกข้าเพียง้าป้ายหยกหากเ้าทิ้งมันไว้แล้วหนีไปพวกข้าก็จะไว้ชีวิตของเ้าซะ” ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นมองเด็กน้อยตรงหน้าด้วยสายตาเยาะเย้ยคิดว่าคืนนี้ทำงานสำเร็จก็จะได้เข้าไปรับรางวัลเป็เงินจำนวนมากเป็ค่าจ้าง
“ที่แท้มาหาข้าก็เพราะ้าป้ายหยกนี่เอง”ไป๋เหอยิ้มเยาะ
“เ้ามีพลังอยู่ชั้นก่อเกิดแค่ระดับ9 ยิ้มเช่นนี้ไม่กลัวตายเลยเหรอ” คนที่อยู่ระดับก่อเกิดขั้นที่ 9 เอ่ยขึ้นจ้องมองเด็กหนุ่มที่ทะนงตนไม่คิดกลัวพวกเขาสองคนเลยช่างน่าสมเพชนักรนหาที่ตายชัดๆ เขารู้สึกไม่ชอบหน้าเด็กคนนี้เสียแล้ว
“แล้วเ้าละต่างอะไรกับข้ากันก็อยู่ระดับเดียวกันนั่นแหละ” เขากล่าวโต้ตอบคนตรงหน้าพร้อมกับสังเกตรอบข้างว่ามีใครจะลอบโจมตีเขาเพิ่มอีกหรือไม่และก็ได้รู้ว่ามีชายอีก1 คนที่ยังเผยตัวซ่อนตัวอยู่ด้านหลังต้นไม้ เขาเริ่มรู้สึกใบหน้าซีดเผือด 2 คนคิดว่ายังพอรับไหวนี่กลับเพิ่มมา 3เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าจะสามารถเอาตัวรอดได้หรือไม่เพราะคนที่ซ่อนตัวอยู่นั้นอยู่ชั้นรวมลมปราณขั้นที่2 ถือว่าอยู่ในขั้นระดับสูงกว่าเขา 1 ขั้น เขาจะประมาทไม่ได้เลยบุคคลนี้
“แต่ข้ามีถึง2 คน ส่วนเ้าเพียงแค่คนเดียวคิดใหม่นะว่าใครจะได้เปรียบเ้าเด็กน้อย” พูดแล้วสองคนนั้นก็หัวเราะพร้อมกันจ้องมองเด็กหนุ่มที่ช่างกล้าพูดจาเช่นนี้ทีแรกคิดว่าจะไว้ชีวิตหากส่งป้ายหยกมาแต่คิดว่าสังหารให้ตายดีกว่าด้วยความนึกหมั่นไส้คำพูดคำจาโอหังยิ่งนัก
“ข้าไม่รู้ว่าใครจะได้เปรียบแต่ข้าไม่มีวันเสียป้ายหยกไปแน่” พอคิดถึงป้ายหยกชายหนุ่มคิดตั้งมั่นว่าจะต้องปกป้องมันให้ได้เพราะคือสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ที่จะนำพาเขาไปสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ในอนาคตจะสู้ได้หรือไม่ได้ก็จะพยายามให้เต็มที่
“งั้นเรามาลองดูกันว่าเ้าจะรักษาป้ายหยกได้หรือไม่หรือแม้กระทั่งชีวิตเ้าจะสามารถประคองตัวให้รอดปลอดภัยได้หรือเปล่าอันนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของเ้าแล้ว”
พูดแล้วพวกนั้นก็วิ่งเข้าใส่ปล่อยพลังฝ่ามือเข้าปะทะกับร่างกายของไป๋เหอ ชายหนุ่มเพียงใช้มือปัดป้องและสู้กลับเขาได้เปรียบด้วยความเร็วที่เหนือกว่าในการใช้ทักษะหลบหลีกทำให้ชายทั้งสองไม่สามารถทำอะไรได้เลย
“รีบใช้กำลังที่แท้จริงของเ้าเถอะข้าจำเป็ต้องรีบไปนอน” ไป๋เหอรู้ว่าทั้งสองคนยังไม่ได้ใช้พลังที่แท้จริงออกมาเขาไม่รู้ว่าพวกทั้งสองคนจะมีพลังเสริมแข็งแกร่งแค่ไหน วันนี้เขาจำเป็จะต้องใช้พลังหมัดเงา์ให้เต็มที่หลังฝึกสอบในสมาธิมาสักพักก่อนหน้านี้และรู้สึกว่ามันจะเริ่มแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอาจจะเข้าใกล้อยู่ขั้นกลางแล้วหากได้รับการฝึกฝนต่อไปอีก
“ปากดีนักเห็นทีว่าไม่จำเป็จะต้องมีชีวิตอยู่แล้ว” ก่อนที่ชายคนที่มีพลังก่อเกิดขั้นที่ 9จะเรียกมีดสั้นออกมามีพลังหมุนวนรอบตัวมันก่อนที่มีดเล่มเล็กนั้นจะแหวกว่ายกลางอากาศเกิดเสียงแสบแก้วหูวิ่งมาทางไป๋เหอยืนอยู่ด้วยความเร็ว
เมื่อชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็เตรียมตั้งท่าใช้พลังหมัดเงา์ทันที เขารวบรวมดึงพลังจากจุดตันเถียนวิ่งขึ้นมาให้รวมกันอยู่กับฝ่ามือแล้วกำหมัดไว้แน่นก่อนจะชกไปข้างหน้าเต็มกำลังเมื่อมีดที่พุ่งเข้ามาเกือบจะถึงตัวเสียงปะทะกันดังลั่นก่อเกิดพลังน่ากลัวรอบกายไป๋เหอ มันส่งผลให้เขารู้สึกอึดอัดหายใจไม่ค่อยออกแต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลร้ายแรงในเมื่อตรงจุดตันเถียนของเขามีพลังหมุนวนไหลเวียนรุนแรงเกิดจากการสะสมพลังมาก่อนหน้านี้มันทำให้เขามีพลังลมปราณเต็มเปี่ยมยากที่จะเหือดแห้งไว
มีดที่ขยับอยู่เบื้องหน้าเขาพยายามจะทะลุพลังหมัดเงา์เข้าโจมตี ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้เป็เช่นนั้นพยายามรวบรวมลมปราณเข้าต่อต้านและดูเหมือนว่ามันจะได้ผลก่อนที่ชายหนุ่มจะชกเข้าไปอีกครั้งหนึ่งอย่างเต็มแรง
มีดเล่มเล็กกระเด็นกลับคืนสู่เ้าของก่อนที่มันจะรับได้อย่างหวุดหวิดและรับรู้ได้ถึงพลังที่เป็ผลกระทบกับมีดสั้นนั้นชายคนที่อยู่ชั้นก่อเกิดขั้นที่ 9รับรู้ได้ทันทีว่าพลังที่เด็กหนุ่มใช้นั้นแกร่งกว่าเขายิ่งนักแม้เพียงหมัดก็สามารถทำลายฤทธิ์มีดสั้นของเขาได้ลง
“พลังของเ้าเด็กหนุ่มนี่กล้าแกร่งนักเ้าระวังตัวไว้ให้ดี”เขาหันไปกล่าวกับคนที่อยู่ข้าง ๆเมื่อได้ประสบพบเจอมากับตัวไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้แล้ว
“งั้นข้าจะลองดูสิว่ามันจะกล้าแกร่งอย่างที่พี่ใหญ่ว่าหรือไม่” ชายที่อยู่ชั้นก่อเกิดขั้นที่ 8กล่าวอย่างนึกลำพองคิดว่าสามารถสู้เด็กหนุ่มตรงหน้าได้แม้เพียงห่างกันขั้นเดียวเขาคิดว่าสามารถโค่นเ้าเด็กตรงหน้าลงได้อย่างแน่นอน
เมื่อกล่าวเสร็จมันก็รีบวิ่งะโเข้าจู่โจมด้วยพลังหมัดเช่นกัน
“จงรับมันไปซะพลังหมัดเทวะ”
ไป๋เหอเห็นว่าคนตรงหน้าใช้พลังหมัดเช่นกันชายหนุ่มจึงเปลี่ยนใช้พลังไฟฟ้าแทนเขายกฝ่ามือขึ้นพลังสีฟ้าในมือก็ปรากฏสองมือ ดูเหมือนว่าพลังนี้เขาไม่ค่อยได้ใช้นักแต่รับรู้ว่ามันมีอานุภาพร้ายแรงขึ้นกว่าเดิมอาจจะเป็เพราะเขาข้ามขั้นก่อเกิดมาแล้วก่อนที่จะตั้งรับหมัดนั้นด้วยดวงตาที่ตั้งมั่น
ผัวะ!
การเผชิญหน้าของคนทั้งสองที่ใช้พลังต่อกรคนหนึ่งฝ่ายรุกคนหนึ่งฝ่ายรับจ้องมองกันอย่างไม่มีใครคิดจะยอมแพ้ก่อนจะเปลี่ยนท่าการต่อสู้อีกครั้ง ไป๋เหอะโหลบหลีกหมัดนั้นอย่างคล่องแคล่วดูเหมือนว่าหมัดเทวะพลังที่ปล่อยออกมาไม่ได้รุนแรงเท่ากับมีดสั้นเล่มแรกที่ต่อสู้ทำให้เขาสบายใจขึ้นเล็กน้อย
ได้จังหวะเหมาะพอดีไป๋เหอฟาดพลังไฟฟ้าเข้าใส่หมัดเทวะเต็มกำลังซ้ายขวา พลังนั้นวิ่งเข้าหาร่างคนตรงหน้าด้วยความเร็วพลังที่เขาปล่อยออกไปนั้นแม้จะรุนแรงน้อยกว่าหมัดเงา์เมื่อชายคนนั้นตั้งท่ารับก็ไม่อาจจะรับได้ทำให้มันกระเด็นถอยหลังออกไปหลายก้าวก่อนจะทรุดนั่งลงกระอักเืออกมาาเ็ภายใน
ชายที่อยู่ในขั้นก่อเกิดขั้นที่9เห็นดังนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปประคองร่างน้องชายก่อนจะหันมาทางไป๋เหอใช้มีดสั้นอีกครั้ง
มีดที่วิ่งวนอยู่กลางอากาศใต้ฝ่ามือขยับรุนแรงจนไป๋เหอรับรู้ได้ว่าทรงพลังกว่าครั้งแรกมากมันกำลังวิ่งมาทางเขายืน
“จงตายซะ” มันกล่าวออกมาด้วยความโกรธแค้นพร้อมกับปล่อยมีดในมือวิ่งแหวกว่ายกลางอากาศเข้ามาหาร่างไป๋เหอด้วยความรวดเร็วทรงพลัง
ไป๋เหอกระโดนหลบหลีกแต่มีดเล่มเล็กนั้นยังคงตามติดเขาไม่เลิกเขาขยับร่างกายดุจใบไม้ที่พลิ้วไหวกลางอากาศพยายามหลบหลีกเพื่อไม่ให้โดนร่างกายได้รับาเ็
นอกจากที่เขาต้องหลบหลีกมีดสั้นนั้นแล้วชายที่กระอักเืก่อนหน้านั้นตอนนี้ได้วิ่งเข้าหาเขาเหมือนกันพร้อมกับปล่อยพลังหมัดเทวะมายังเขา เมื่อเกิดศึกสองด้านจากที่คิดว่าตนเองใช้ความว่องไวหลบหลีกได้ทันกลับพลาดท่าโดนมีดปาดเฉือนไปที่แขนทันทีแม้จะหลบหลีกหมัดเทวะได้แต่มีดสั้นกลับหลบไม่พ้นทำให้ร่างไป๋เหอถอยหลังถึงสามก้าว
ชายหนุ่มเอามือปิดาแที่เืกำลังไหลออกมามันเป็แผลทางยาวขนาด1 ชุ่นลึกพอสมควรแม้จะรู้สึกเจ็บแต่ก็จะกัดฟันสู้ต่อเขาไม่คิดยอมแพ้
“พี่ใหญ่เราลงมือพร้อมกันเถอะอย่าให้เสียเวลามากกว่านี้เลย”
“ข้าก็คิดว่าอย่างนั้น”
เมื่อทำให้เด็กหนุ่มาเ็ได้แล้วและหากต่อกรตัวต่อตัวไม่สามารถฆ่าเด็กหนุ่มนั้นได้พวกมันสองคนจึงคิดที่จะต่อสู้พร้อมกันขยับร่างวิ่งเข้าใส่ไป๋เหอทันที
“พลังหมัดเทวะ”
“จงรับไปซะ”
พวกมันะโโจมตีเข้าพร้อมกันเช่นนั้นไป๋เหอจำต้องคิดหาหนทางต่อสู้ เขาเตรียมตั้งท่าะโหลบพร้อมกับปล่อยหมัดเงา์ทันทีเมื่อพวกนั้นโจมตีเข้ามาถึงตัว
ปลดล๊อกอ่านฟรีวันละ 1 ตอน หรือ 2 ตอนต่อวัน
ใครที่ไม่อยากรออ่านวันละ 1 ตอนสามารถซื้อเหรียญอ่านล่วงหน้าได้เลยนะครับผม
ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านหากผิดพลาดประการใดผมต้องขออภัยและต้องขอโทษอย่างยิ่งครับ