ณ เรือนโอบจันทรานิรันดร์
เรือนหลักหลังใหญ่ใจกลางตระกูลเซี่ย หนึ่งในสามตระกูลฝึกปราณชั้นสูงแห่งมณฑลพฤกษาอาคเนย์
เด็กสาวน่ารักแก้มแดง ั์ตากลมโตวัยห้าหกปี ดูน่ารักน่าเอ็นดูน่าทะนุถนอม กำลังร้องไห้โฮ ถามชายชราด้านหน้าของตน
“ท่านปู่ ข้าเกลียดท่าน เหตุใดถึงไม่ให้ท่านพี่อยู่ในตระกูลเราด้วย ท่านทิ้งท่านพี่ไว้ที่หมู่บ้านจิงหยวนคนเดียวได้อย่างไร ท่านพี่คงหิวมากแน่”
สาวน้อยนามเซี่ยอวี้เฟย หลานสาวของเซี่ยอวี้เฉิน พูดไปร้องไห้ไป
ชายชราร่างกายผ่ายผอมที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมายาวนาน เขาเองยังอดที่จะรู้สึกเ็ปไม่ได้
“เฟยเอ๋อร์เอ้ย นี่เป็ความ้าของพี่ชายเ้าเอง หลินเอ๋อร์เอ่ยปากออกมาอย่างหนักแน่นว่า้าฝึกฝนและขัดเกลาตนเองอย่างเด็ดเดี่ยวและข้าก็เคารพการตัดสินใจของเขา”
เซี่ยอวี้เฉิน หนึ่งในสามสุดยอดปรมาจารย์แห่งมณฑลพฤกษาอาคเนย์ ทั้งยังเป็ปู่บุญธรรมของเซี่ยจิ่งหลิน เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเจือแววทอดถอนใจ
ย้อนไปเมื่อเจ็ดปีก่อน ในคืนที่จันทราสาดแสงแดงฉาน แผ่กระจายแสงจันทร์สีแดงดุจดั่งโลหิต
ในระหว่างที่เขากำลังไล่ล่าสังหารผู้นำแห่งลัทธิปีศาจโลหิตนามไป่เจิน ที่ได้ชื่อว่าเป็ผู้ฝึกปราณสายมารอันโเี้
การไล่ล่าดำเนินไปถึงสามวันสามคืน จนกระทั่งพวกเขามองเห็นหมอกควันขมุกขมัวหนาแน่น ซึ่งเป็อาณาเขตของ ‘หน้าผาเพลิงโลกันต์’ หนึ่งในสถานที่ต้องห้ามในตำนานที่ที่ชื่อว่า คนเป็ห้ามผ่าน! เพราะในสถานที่แห่งนั้นมีเพียงความตายรออยู่!
ไป่เจินไร้ทางเลือก ดั่งหมาจนตรอก ไม่สนใจอาการาเ็ของตนเองตัดสินใจสู้ตายกับเซี่ยอวี้เฉิน
ประมือกันหลายสิบกระบวนท่า ด้วยการชิงจังหวะและใช้ความได้เปรียบเื่พลังปราณ ผู้นำลัทธิปีศาจโลหิตอันเกรียงไกรก็ถูกตนใช้กระบี่บั่นศีรษะ!
เซี่ยอวี้เฉินอยู่ห่างจากหน้าผาเพลิงโลกันต์เพียงหนึ่งจั้งเท่านั้น เขานั่งคุกเข่าหอบหายใจเพราะใช้พลังปราณไปกว่าแปดส่วน
ขณะนั้นเอง เขาได้ยินเสียงร้องบางดังขึ้น อย่างพาให้ขนลุกชี้ชัน หนังศีรษะชาหนึบ!
อุแว้ อุแว้วว แงงงง
เป็เสียงร้องไห้ของเด็กทารก ทิศทางของเสียงดังมาจากส่วนลึกของหมอกหนา ในผาเพลิงโลกันต์!
พร้อมกับเสียงที่กระทบโสตประสาท เหตุการณ์ประหลาดก็เริ่มเกิดขึ้น หมอกที่โอบล้อมบริเวณอาณาเขตของหน้าผาเพลิงโลกันต์ ค่อยๆม้วนตัวเบาบางลง เผยให้เห็นเส้นทางสายหนึ่ง ชี้ชวนให้มุ่งหน้าเข้าหาเสียงร้องปริศนานั้น…
เซี่ยอวี้เฉินยิ่งขนลุกซู่ ใบหน้าของเขาผุดเม็ดเหงื่อเย็นเยียบ สติคล้ายหลุดลอยเต็มที!
เขาเคยได้ยินเื่เล่าราวกับตำนานมากมายเกี่ยวกับหน้าผาเพลิงโลกันต์หรือผาสิ้นสุดแห่งนี้
ถึงแม้จะหวาดกลัวและลังเลอย่างที่สุด แต่ตัวเขาก็ทนเสียงร้องไห้โฮของเด็กทารกไม่ได้
ใจหนึ่งลังเลอยากหนีไปให้ไกลที่สุด แต่อีกใจหนึ่งก็เต็มไปด้วยความสงสัย ว่าเหตุใดจึงมีเด็กทารกอยู่ในสถานที่แห่งนี้
สุดท้ายความกลัวก็มิอาจเอาชนะความสงสัยได้
เขาจึงตัดสินใจเดินเข้าไปตามเส้นทางสายเล็กที่ทอดยาวเข้าสู่เขตหน้าผานั้น…
และนั่นเองที่ทำให้เขาได้พบกับเด็กทารกที่ถูกห่อคลุมด้วยผ้าขนสัตว์สีทองอย่างดี ั์ตาใสกระจ่างแวววาวดุจหยก
ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงตั้งชื่อให้ทารกน้อยว่าจิ่งหลิน(1) และรับเขาเป็หลานบุญธรรม
ถึงแม้จะเป็เพียงหลานบุญธรรมก็ตาม แต่ชายชราก็ดูแลเด็กชายดุจหลานในสายเื
เมื่อวันทดสอบพร์ในวัยห้าขวบของเด็กน้อยมาถึง
ลูกแก้วทดสอบพร์ไม่มีปฏิกิริยาแม้เพียงเสี้ยว บ่งบอกว่าหากเขาไม่ใช่คนธรรมดาก็อาจจะเป็โรคประหลาดปริศนาที่ยากจะรักษา
เซี่ยอวี้เฉินพยายามเสาะหาโอสถวิเศษ สมุนไพริญญา สุดยอดสมบัติทางธรรมชาติต่างๆนาๆ รวมถึงสุดยอดปรมาจารย์แพทย์ทั่วทั้งจักรวรรดิต้าหลงมาตลอดสองปี
แต่ก็ยังไม่สามารถรักษาโรคของผู้เป็หลานชายได้
แม้หนทางริบหรี่..
แต่หากหมดหวัง แล้วจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออันใด!
ดังนั้นตัวเขาจึงไม่อาจหมดหวังได้เลย และหวังเสมอว่าสักวัน หลานชายของตนจะแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องตนเองและครอบครัวได้
(1)จิ่งหลิน(璟 璘) มีความหมายว่า แสงอันแวววาวของหยก