มารตีถอดเดรสออกช้าๆ หน้ากระจกในห้องแต่งตัว ิัยังรู้สึกถึงััจากนิ้วมือของนุชจราริมฝีปากยังร้อนจากลมหายใจใกล้ชิดที่ไม่มีทีท่าจะรางเลือน
ในแสงไฟหัวเตียงสีอำพัน...
เธอนอนเปลือยร่างอยู่ใต้ผ้าห่มเพียงลำพัง ปลายนิ้วค่อยๆ ลูบไล้ไปตามแนวโค้งของร่างนุ่มลื่นที่ตัวเองภูมิใจอย่างช้าๆ ก่อนจะจมหายลงไปในรอยแยกกลางหว่างขา เหมือน้าปลดปล่อยความรู้สึกที่ไม่มีชื่อเรียกและในค่ำคืนนั้นเอง...
มารตีเริ่มเข้าใจ “ความเหงา” ของเธอ...เธออาจไม่ได้้าแค่สามี...แต่อาจ้า“ตัวตนใหม่” ที่เธอเคยซ่อนไว้นานแล้ว และลึกมาก
เช้าวันอาทิตย์แสงแดดอ่อนๆ ลอดม่านเข้ามาในห้องนอนใหญ่...มารตีนอนหลับตาอยู่ใต้ผ้าห่มเสียงของปพนต์เมื่อคืนนั้นยังคงดังก้องในหัวของเธอ
“รตี... ถ้าเธออยากลองอะไรใหม่ๆ เพื่อให้ชีวิตเรามีสีสันเราจะได้ทำอะไรด้วยกันยามค่ำคืนแบบนี้ไง”
เสียงของเขาอ่อนโยนแต่แฝงด้วยความปรารถนาและความตั้งใจ ที่เธอไม่อาจหลีกหนีได้
ในตอนแรกมารตีไม่คิดว่ามันจะกลายเป็เื่ใหญ่ขนาดนี้...แต่ตอนนี้...สาวสวยเริ่มรู้สึกถึงความเครียดที่แฝงอยู่ในความรู้สึกของเธอที่เริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
หญิงสาวลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ ห้อง รู้สึกถึงความเงียบที่บีบคั้นหัวใจ ตัวเธอยังจำเหตุการณ์เมื่อวานนี้ได้ดีเมื่อปพนต์เสนอให้พวกเขาลองสลับคู่กับคนอื่น คำพูดของเขามันเหมือนเป็คำท้าทายที่ยากจะตอบรับเธอยังรู้สึกไม่พร้อมที่จะยอมรับคำเชื้อเชิญนั้น
มารตีลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่ห้องน้ำ...เธอเปิดน้ำอุ่นให้มันไหลรินบนร่างกายเปลือยเปล่าที่ยังคงรู้สึกแปลกแยกจากใจของตัวเอง
น้ำที่ไหลลงมาััผิวกายทำให้เธอรู้สึกเย็นใจแต่ร่างกายกลับยังรู้สึกตื่นตัว เร่าร้อน ปากของเธอยังคงรู้สึกถึงรสััที่ลึกซึ้งจากการจูบเมื่อคืนก่อน
ทุกๆ การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของปพนต์ใน่หลายปีที่ผ่านมาทั้งการััและการกอดจูบ ยังวนเวียนอยู่ในความคิดของเธอ
มารตีล้างหน้าไปเรื่อยๆแต่ท่ามกลางน้ำอุ่นที่ไหลผ่านเธอก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่มันยังคงหล่อหลอมอยู่ในตัวเธอและเริ่มรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง ั้แ่ที่ปพนต์เริ่มเสนอให้มีความสัมพันธ์แบบใหม่ๆมันเหมือนเป็การปลุกบางอย่างในตัวเธอที่ถูกฝังไว้ลึกๆ ให้ตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ
หญิงสาวยังจำได้ถึงััอ่อนโยนของมือปพนต์เมื่อเขาลูบผมของเธอหลังจากที่เขาพูดเื่นั้นมันทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอีกครั้ง และบอกตรงๆว่าเธอเริ่มรู้สึกถึงการสูญเสียความสุขจากการมีแค่เขาคนเดียวในชีวิต
ในขณะเดียวกัน... สิ่งนี้กลับทำให้เธอรู้สึกยากที่จะตัดสินใจ เมื่อเธอเดินออกจากห้องน้ำไป...
ปพนต์นั่งอยู่ที่โต๊ะทานข้าว กำลังอ่านเอกสารจากงาน เขาเงยหน้ามามองเธอแล้วยิ้มบางๆ“รตี... ทำใจดีๆ นะจ๊ะ ไม่ต้องคิดมาก ถ้ายังไม่พร้อมก็ไม่เป็ไร พี่รอได้”
“รตีคิดถึงเื่ที่เราคุยกันเมื่อคืนแล้วนะคะ” มารตีเปิดปากพูด และหยุดเพียงแค่สองสามวินาทีก่อนจะพูดต่อ “แต่... รตียังไม่พร้อมที่จะลองค่ะ”
ปพนต์เงียบไปครู่หนึ่ง สายตาของเขาจับจ้องเธอไม่ละสายตา
มารตีรู้สึกถึงแรงกดดันจากสายตาของเขา แม้จะไม่พูดอะไรแต่รู้สึกเหมือนทุกคำพูดของเขามีความสำคัญต่อความสัมพันธ์ของทั้งคู่
“รตี... พี่แค่้าให้เรามีความสุขด้วยกันเท่านั้นเอง” ปพนต์เอ่ยออกมาอย่างแ่เบาก่อนจะยิ้มอย่างเข้าใจ
หญิงสาวนั่งลงข้างๆ สามี พลางเลื่อนมือของเธอมาจับมือเขาเบาๆ เธอไม่อยากให้ความเงียบมาทำลายบรรยากาศระหว่างทั้งสองคน
เธอพยายามดึงเขามาใกล้ตัวเอง รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายของปพนต์แม้จะมีความขัดแย้งในใจ แต่มารตีก็ยังรักเขาอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
“รตีรู้ว่า พี่้าอะไร แต่บางครั้ง รตีก็ไม่อยากเปลี่ยนแปลงอะไรจากสิ่งที่เราเคยมี”มารตีพูดออกไปจากความรู้สึกที่แท้จริง
ปพนต์เงียบไปอีกครั้งก่อนจะยิ้มบางๆ ให้เธอ “ไม่เป็ไรนะ รตี พี่จะรอ”เขาพูดเบาๆ พร้อมกับจับมือเธอแน่นขึ้น
แม้จะรู้สึกขัดแย้งกับตัวเอง มารตีก็ยังไม่อาจปฏิเสธความรู้สึกที่เธอมีต่อปพนต์มันคือความรักที่ลึกซึ้งจนไม่อาจหาคำพูดมาบอกได้
ในขณะที่ทั้งคู่ยังนั่งอยู่ใกล้กัน หัวใจของมารตีก็เริ่มหวนคิดถึงสิ่งที่รออยู่ในอนาคตบางทีเธออาจจะต้องตัดสินใจว่าเธอพร้อมหรือไม่ที่จะเดินออกจากกรอบที่คุ้นเคยนี้ แต่ตอนนี้...เธอก็เพียงแค่ขอใช้เวลาในการหาคำตอบก่อน
มารตีนั่งอยู่บนโซฟาตัวโปรดในห้องนั่งเล่นของบ้านเธอไม่รู้ว่าทำไมทุกอย่างถึงรู้สึกหนักอึ้งไปหมด เหมือนทุกครั้งที่ปพนต์เริ่มพูดถึงเื่นี้สาวสวยก็จะรู้สึกเหมือนมีบางอย่างกำลังเปลี่ยนไปในชีวิตของเธอแต่ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเหมือนถูกดึงให้เข้าไปในวงล้อที่หมุนไปเรื่อยๆโดยไม่สามารถหยุดได้
ปพนต์เดินเข้ามานั่งข้างๆ พร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังแต่ในดวงตาของเขาก็ยังคงแฝงไว้ด้วยความรักและความห่วงใย
“มารตี… พี่รู้ว่าเื่นี้มันยากสำหรับเธอ แต่พี่อยากให้รตีลองเปิดใจสักครั้ง”ปพนต์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แต่แฝงไปด้วยความแน่วแน่
“เราไม่จำเป็ต้องทำมันทันที แต่พี่อยากให้รตีลองคิดดู…เรามีโอกาสที่จะได้พบประสบการณ์ใหม่ๆ ที่อาจจะทำให้เราใกล้ชิดกันมากขึ้น”
มารตีมองหน้าปพนต์ สบตาเขาและรู้สึกถึงความอบอุ่นในดวงตาคู่นั้นแต่นั่นก็ไม่สามารถทำให้เธอรู้สึกมั่นใจมากขึ้น เธอเริ่มรู้สึกสับสนและวิตกกังวลเกี่ยวกับอนาคตของความสัมพันธ์ของพวกเขา
“พี่ปพนต์… รตีไม่รู้... มันไม่ใช่เื่ง่ายเลย” เธอตอบเสียงเบามือของเธอกำแน่นที่ขอบเสื้อของตัวเองเหมือนจะหาทางออกจากความรู้สึกที่มันวุ่นวายอยู่ในใจ
ปพนต์มองไปที่เธอด้วยความเข้าใจ “พี่ไม่อยากให้รตีรู้สึกกดดัน แค่...ลองคิดดูว่าจะลองเปิดใจสักนิดได้ไหม ไม่ต้องรีบร้อน แต่ถ้าพี่ไม่บอก รตีก็อาจจะไม่มีทางรู้ว่าอะไรเป็ไปได้บ้าง”
มารตีนิ่งไป เธอรู้สึกถึงความหวั่นไหวที่เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของเธอแม้จะไม่อยากยอมรับ แต่การเผชิญหน้ากับคำเชื้อเชิญนี้ทำให้เธอเริ่มคิดถึงสิ่งที่เธอไม่เคยคิดจะลองในชีวิต
เธอเริ่มคิดถึงสิ่งที่ปพนต์พูดถึง...
การได้ััประสบการณ์ใหม่ๆ กับคนอื่น หรือแม้แต่การแลกเปลี่ยนคู่นอนแต่ในขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกว่ามันเป็การก้าวข้ามขีดจำกัดที่เธอเคยตั้งเอาไว้
“มารตี… พี่แค่หวังว่าเธอจะรู้ว่าพี่ไม่้าให้มันทำให้เธอรู้สึกไม่ดีพี่แค่้าให้เราได้ค้นหาสิ่งใหม่ๆ ด้วยกัน” ปพนต์เสริม
หญิงสาวมองสามีของเธอสายตาของเขาเต็มไปด้วยความหวังที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ทำให้เธอรู้สึกสับสน แต่มารตีก็ไม่สามารถปฏิเสธความรักที่เขามีให้เธอได้
มารตีนั่งเงียบไปนาน ความคิดของเธอล่องลอยไปไกลจิตใจต่อสู้กับความรู้สึกที่ทั้งหวั่นไหวและไม่มั่นใจ ในที่สุด เธอก็ตัดสินใจที่จะพูดออกไป
“รตี... รตีจะคิดดูค่ะ” เธอพูดเบาๆ พร้อมกับลอบถอนหายใจ
ปพนต์ยิ้มให้กับภรรยาคนสวย รู้สึกโล่งใจที่เธอไม่ปฏิเสธโดยทันทีแต่ในใจของเขาก็เต็มไปด้วยความหวังว่า มารตีจะยอมลองให้โอกาสความสัมพันธ์ของพวกเขาเติบโตไปอีกขั้น
ในขณะที่มารตีนั่งอยู่ในห้องและคิดถึงคำพูดของปพนต์ความรู้สึกที่ค้างคาในหัวใจของเธอทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับว่าเธอกำลังจะต้องตัดสินใจในบางสิ่งที่อาจจะเปลี่ยนแปลงชีวิตเธอไปตลอดกาล
ความเครียดจากการตัดสินใจนี้ทำให้หญิงสาวรู้สึกเหมือนกับว่าทุกอย่างรอบตัวเธอกำลังหมุนไปอย่างรวดเร็วแต่เธอก็รู้ดีว่าในที่สุดแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือตัวเธอเองและความสุขที่จะได้จากการเลือกนั้น
แต่อะไรจะเกิดขึ้นต่อไป?
มารตีจะยอมให้ตัวเองลองเดินในเส้นทางที่ไม่เคยคิดจะเดินมาก่อนหรือไม่?
สาวสวยยังไม่รู้คำตอบ แต่สิ่งหนึ่งที่เธอแน่ใจคือทุกการตัดสินใจนั้นต้องพึ่งพาความรู้สึกของตัวเธอเอง
มารตี นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นของบ้านหลังใหญ่หยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มเล็กน้อย สายตาของเธอมองไปที่กระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพของตัวเองการตัดสินใจที่ยังค้างคาอยู่ในใจทำให้หญิงสาวรู้สึกหนักอึ้งทุกครั้งที่เธอคิดถึงคำพูดของ ปพนต์สามีของเธอ ความรู้สึกสับสนและไม่มั่นใจจะแล่นผ่านเข้ามาในหัวใจ
"เราแค่พยายามหาทางออกใหม่ๆให้ชีวิตคู่ของเรา ไม่ได้หมายความว่าพี่จะไม่รักรตีอีก"