"นี่ค่ะ" น้ำส้มที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของนักรบ โดยที่เธอไม่ได้แจ้งล่วงหน้า เธอวางเงินจำนวนหนึ่งมัดมูลค่าหนึ่งแสนบาท ลงบนพื้นโต๊ะจนเกิดเสียง
"อะไรครับ คิดถึงผมจนทนไม่ไหวเลยต้องมาหาถึงบริษัทเลยเหรอ" ในขณะที่เขากำลังเซ็นเอกสารตรงหน้าอย่างตั้งใจ แต่ต้องมาสะดุ้งเมื่อเสียงเงินวางกระแทกลง จนเขาต้องเงยหน้าขึ้นถามไถ่
"ฉันมาใช้หนี้ของมะนาวค่ะ อย่าเข้าใจผิดจนเข้าข้างตัวเอง" น้ำส้มตอบคำถามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง "หนึ่งแสนบาทถ้วนไม่ขาดไม่เกิน แต่ถ้าเกินก็โปรดคืนฉันด้วย ขอบคุณค่ะ" พูดจบอย่างใจหมาย น้ำส้มก็เดินดิ่งออกมาจากห้องทำงาน ส่วนนักรบก็ได้แต่มองตามหลังอ้าปากหว๋อ เขาตั้งรับไม่ทันกับการที่น้ำส้มมาหาวันนี้
"ดะ เดี๋ยวสิคุณ! น้ำส้ม...หนี้หมดแล้วจะต่อรองยังไงวะทีนี้" เขาตะโกนตามหลังแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว กว่าที่จะดึงสติได้เธอก็เดินหายไปจนลับตา เขาได้แต่นั่งเกาหัวพลางใช้ความคิด จะหาทางยื้อและใกล้ชิดยังไงต่อไป มันคือแผนการที่เขาต้องคิดตอนนี้ ไม่อย่างนั้นน้ำส้มได้ตีตัวออกห่างจากเขาอีกเป็นแน่ "นึกออกแล้ว!"
ทันทีที่บางอย่างผุดเข้ามาในหัว ใบหน้าที่เปล่งรัศมีความชั่วร้าย เขารีบลุกไปคว้ากุญแจรถแล้ววิ่งออกมาจากห้องทำงาน ปลายทางคือโรงเรียนอนุบาลที่จะดึงเขามาในเกม
"ครูครับคือวันนี้ผมจะขอมารับน้องมะนาวกลับบ้านก่อน ช่วยตามให้หน่อยสิครับ" เขาวิ่งเข้าไปบอกเมื่อเห็นครูที่เคยเห็นหน้าเดินออกมาจากอาคารอนุบาล
"แล้วคุณเป็นอะไรกับน้องมะนาวคะ เหมือนว่าครูจะไม่คุ้นหน้าคุณเลยนะ" ครูเรย์เอ่ยขึ้นชักสีหน้าสงสัย ไล่กวาดสายตามองนักรบตั้งแต่หัวจรดเท้า แม้เขาจะใบหน้าหล่อเหลาดูไม่มีพิษภัย แต่ความปลอดภัยของเด็กในการดูแลก็ต้องรอบคอบ จะปล่อยให้ไปกับใครต่อใครที่ไม่เคยเห็นมารับได้อย่างไร
"ผมเป็นอาของน้องครับ" นักรบพยายามสื่อให้ครูเรย์ฟัง
"อาเหรอ?" กระนั้นครูก็ยังไม่คิดเชื่อ
"ถ้าน้องมะนาวเห็นหน้าผมเธอรู้จักแน่ เอางี้ครูพาผมไปหาน้องมะนาวก็ได้ แล้วถามน้องก็ได้ว่ารู้จักผมไหม?" นักรบเสนอเมื่อเห็นสายตาครูเรย์จ้องมอง
"ก็ได้ค่ะ แต่ฉันต้องโทรบอกคุณแม่ของน้องมะนาวก่อน"
"ไม่ได้นะครับ เอ่อคือว่าตอนนี้เธอกำลังถ่ายแบบอยู่ที่บริษัทของผม คงไม่สะดวกรับสายครูหรอก ผมถึงได้มารับน้องมะนาวแทนนี่ไง" นักรบร้องห้ามเสียงดังทำให้ครูเรย์ขมวดคิ้วสงสัยมากกว่าเดิม แต่นักรบก็ยังคงหาทางตะล่อมครูเรย์ จนตอนนี้เริ่มจะลังเลเบนไปในทางที่เชื่อ
"แล้วฉันจะเชื่อคุณได้แค่ไหน?"
"ผมถึงบอกให้พาไปเจอน้องมะนาวไงครับ ผมมีธุระต่อนะไม่ได้มีเวลามาก นี่ถ้าแม่ของน้องไม่ขอร้องให้มารับแทนผมจะกล้ามาเหรอ? คิดสิครับครู" นักรบพูดและแสดงท่าทางออกมาอย่างกับว่าเขาเร่งรีบจริง ๆ จนครูเรย์ต้องยอมพาเขาไปพบน้องมะนาว และมั่นใจว่ายังไงน้องก็ต้องยินยอมมากับเขา
"ก็ได้ค่ะ"
"ขอบคุณครับครู"
จากนั้นครูเรย์ก็พานักรับไปยังห้องเรียนของน้องมะนาว ที่ตอนนี้คงกำลังขะมักเขม้นระบายสีตามอัธยาศัย นักรบดีใจที่หาหนทางให้ตัวเองได้ยื้อน้ำส้มต่อ แม้จะไม่รู้ว่ามันจะนานแค่ไหน แต่ตอนนี้เขาคิดได้เพียงเท่านี้ มีน้องมะนาวช่วยเหลือยังไงก็ยืดความใกล้ชิดของเขาไปได้อีก
"น้องมะนาวมาหาครูเรย์แป๊บค่ะ" ครูเรย์ร้องเรียกน้องมะนาวที่กำลังนอนราบระบายสีอย่างตั้งใจ
"ค่ะ" เสียงเรียกของครูทำให้เด็กหญิงหยุดการกระทำ แล้วหันหลังกลับมามองตามเสียง "แดกดี๊" เพียงเห็นหน้าของนักรบเธอก็เบิกตากว้าง แล้ววิ่งเข้ามากอดขาของนักรบด้วยความดีใจ การตอบสนองของน้องมะนาวจึงทำให้ครูเรย์เชื่อว่าพวกเขาสองคนรู้จักมักคุ้นกัน
"วันนี้กลับบ้านเร็วหน่อยนะครับ" นักรบมองหน้าครูเรย์แล้วส่งยิ้มให้ สื่อความหมายว่าสิ่งที่เขาพูดก่อนหน้าล้วนเป็นความจริง จนทำให้ครูเรย์ต้องยินยอมอย่างไร้ข้อกังขา
"ทำไมคะ?" เด็กหญิงถามด้วยความสงสัย
"ขึ้นรถแล้วอาจะบอกนะ"
"ก็ได้ค่ะ"
"นี่กระเป๋าของน้องค่ะ" เมื่อเห็นความสนิทสนมระหว่างนักรบและน้องมะนาว ครูเรย์จึงเดินไปหยิบกระเป๋ามายื่นให้
"ขอบคุณครับ โทษทีนะครับครูพอดีว่าจำเป็นต้องพาน้องกลับก่อนเวลาจริง ๆ" นักรบกล่าว
"ค่ะ เพื่อความปลอดภัยของเด็กครูเลยต้องซักถาม เพราะไม่คุ้นหน้าของคุณเลย" ครูเรย์บอกถึงเหตุผลและนักรบก็เข้าใจดี
จากนั้นเขาจึงพาน้องมะนาวออกมา มุ่งหน้าไปยังบริษัทเพื่อสะสางงานต่อ ระหว่างทางก็แวะร้านสะดวกซื้อสรรหาของกินสำหรับเด็กให้เธอ ตลอดการเดินทางน้องมะนาวซักถามเขาไม่หยุดหย่อน เธอสงสัยว่าทำไมนักรบถึงได้มารับแทนแม่ แต่เขาก็ตอบแก้ตัวจนเด็กหญิงหายสงสัย กว่าจะหยุดถามได้ก็เล่นเอาเขาปวดหัวเลยทีเดียว...
"น้องรู้สึกว่าอยากจะกินไอติมได้ไหมคะแดกดี๊" จากที่เงียบไปสักพัก จู่ ๆ น้องมะนาวก็เอ่ยขึ้น
"ได้สิครับ แต่เราซื้อไปกินที่ทำงานของแดดดี๊ดีไหม?" นักรบตอบรับ เขาไม่ปฏิเสธเด็กน้อยตัวกลมได้ลง แต่ก็มีเงื่อนไขกับเธอในถัดมา เพราะเขามีงานค้างคาต้องรีบไปเคลียร์ เรื่องรักก็ต้องทำเรื่องงานก็ทิ้งขว้างไม่ได้ ผลออกมาเลยเป็นอย่างที่เห็น ทุกอย่างไม่อาจรีรอเขาจึงยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เข้าใกล้น้ำส้ม แม้จะดูว่าเป็นเรื่องไร้สาระก็ตามในสายตาคนอื่น...เขาไม่สน!
"ได้อยู่แล้วค่ะ ขอแค่น้องได้กิน"
"อ้าว กลับมาตอนไหนไม่เห็นบอกผมเลย" นักรบเอ่ยขึ้นเมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องทำงาน หลังจากที่ไปขโมยลูกเสือน้อยออกมาจากรัง พบเจอกับแม่นั่งอยู่ในห้อง
"เพิ่งลงเครื่องแม่ก็ตรงมาที่นี่เลย" ผู้เป็นแม่ตอบรับ สายตาไม่ทันมองต่ำไปยังเด็กน้อยที่ยืนข้างลูกชาย
"ที่นั่นราบรื่นดีไหมครับ" นักรบเอ่ยถามถึงหน้างานที่แม่บอกจะไปตรวจสอบ
"เรียบร้อยดี" ผู้เป็นแม่ให้คำตอบ พลางเหลือบสายตามองไปพบเจอกับเด็กน้อยตัวกลม ที่ยืนนิ่งทำเพียงส่งยิ้มสดใส
"แล้วนั่นทำไมแกถึงได้มากับยัยหนูคนนั้นอีกแล้วล่ะ" จนเธอต้องทักท้วง เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่เห็นเด็กหญิงอยู่กับลูกชาย
"ผมไปขโมยลูกชาวบ้านเขามาครับ"
"ไอ้นักรบ! "
"ล้อเล่นครับ แม่อย่าโมโหผมสิ"
นักรบตอบแม่ด้วยความยียวน เขาจับมือน้องมะนาวพาไปนั่งบนโซฟา พร้อมกับข้าวของเต็มไม้เต็มมือ ล้วนมีแต่ของกินที่เด็กหญิงสั่ง ครั้นจะรั้งไม่ให้ซื้อเขาก็คงไม่สามารถพาเธอมาเป็นตัวประกันความรักได้ คำตอบที่แม่ได้ยินทำให้ต้องตวาดเสียงลั่น จนนักรบต้องรีบแก้ต่างให้ตัวเอง
"สวัสดีค่ะคุณป้าคนฉวย" น้องมะนาวกล่าวทักทาย และยกมือไหว้ด้วยความน่ารัก
"สวัสดีจ้า ไม่กลัวเขาหรือไงเราน่ะถึงได้กล้าตามมาแบบนี้" แม่ของนักรบตอบกลับคำทักทาย จากนั้นที่ได้เอ่ยถามความเห็นกับเด็กหญิง
"ไม่กลัวค่ะเพราะคุณอาใจดีแล้วก็หล่อเวอร์ ๆ " เด็กหญิงให้คำตอบด้วยความเดียงสา การมากับนักรบหลายต่อหลายครั้งทำให้เธอคุ้นชินจนสนิทสนม ไม่คิดกลัวว่าเขาจะทำร้ายแต่อย่างใด
"แล้วแม่ไม่กลับบ้านไปพักผ่อนก่อนครับ เดินทางมาเหนื่อย ๆ " นึกขึ้นได้จึงเอ่ยถามแม่ สองมือก็แกะถุงขนมให้น้องมะนาว ก่อนจะยื่นให้เธอได้หยิบกิน สิ่งที่ผู้ใหญ่พูดคุยกันเธอไม่ได้สนใจ นอกจากขนมและไอติมที่วางอยู่ตรงหน้า ความหิวมันนำพาเธอจนแทบหยุดกินไม่ได้ ไม่สนว่าใครจะพูดอะไร เสมือนว่าตอนนี้น้องมะนาวหูดับไม่ต้องการรับรู้รอบข้าง...เธอหิว!!!
"แม่แค่แวะมาดูงานนิดหน่อย ผ่านห้องแกเลยแวะมาทักทายลูกชายสุดที่รัก แต่ก็ไม่เห็นหัว" ผู้เป็นแม่พูดแซวลูกชาย
"แซวเก่งเหลือเกินนะครับ"
"รักน้องด้วยได้ไหมคะคุณป้าขา" ความหิวเริ่มผ่อนคลาย คำว่ารักทำให้น้องมะนาวชะงักการกิน พูดแทรกบทสนทนาของนักรบและแม่ด้วยความไร้เดียงสา
"เด็กอะไรช่างพูดจริง" จนแม่ของนักรบตกหลุมรักและเอ็นดูเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า เอื้อมมือไปลูบหัวของเด็กน้อยด้วยอย่างหลงรัก
"แล้วรักน้องด้วยไหมคะ คุณอาบอกว่าน้องน่ารักเวอร์ ๆ ใครเห็นก็ต้องรัก" เด็กหญิงจดจำในสิ่งที่นักรบเคยพูด เอ่ยถามความเห็นจากแม่ของนักรบด้วยรอยยิ้มแห่งหวัง ความรักที่มีแต่แม่ทำให้เด็กหญิงโหยหา เพียงแต่ว่าเธอไม่แสดงออกชัดเจนว่ามันคือสิ่งที่เธอขาด เธอต้องการความรักจากพ่อเหมือนกับเพื่อนที่โรงเรียน ทุกเช้าที่เห็นทำให้เด็กหญิงเศร้า กับการที่พ่อและแม่ไปส่งเพื่อนอย่างพร้อมเพรียง เธอจะมองด้วยแววตาหม่นหมองทุกครั้งอย่างน่าสงสาร แต่เวลากลับถึงบ้านหรืออยู่ต่อหน้าแม่ เด็กหญิงจะสดใสร่าเริงทำให้ผู้เป็นแม่ไม่ทันได้สังเกตเห็น
"จ้ะ จ้ะ รักด้วยก็ได้...งั้นแม่กลับก่อนนะรบ เย็นนี้ไปกินข้าวกับแม่ด้วยล่ะ" แม่ของนักรบตอบรับรักเด็กหญิง ตามหลังบอกสั่งลูกชาย หยัดตัวลุกยืนเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านอย่างใจหมาย
"โอเคครับผม"
"แม่ไปนะ"
"สวัสดีค่ะคุณป้าคนฉวย"
"จ้ายัยลูกหมูผู้น่ารัก"
หญิงมีอายุที่อยู่ร่วมห้องกล่าวลา ทั้งนักรบและน้องมะนาวจึงเดินไปส่งยังประตูห้องทำงานพร้อมกัน เด็กหญิงโบกมือลาด้วยรอยยิ้มจนแม่ของนักรบเดินห่างไกลออกไป
"ลูกหมูอะไรกันน้องเป็นลูกคนต่างหากล่ะ กินขนมดีกว่า" คำทิ้งท้ายจากลาทำให้เด็กหญิงสงสัย เธอยืนบ่นพึมพำอย่างเดียงสา จากนั้นจึงเดินกลับเข้ามาแล้วแกะขนมห่อใหม่กินอย่างเอร็ดอร่อย
"เดี๋ยว ๆ กินอีกแล้วเหรอเพิ่งกินไปเองนะ" นักรบหันกลับเข้ามาในห้องทำงาน เขาต้องเอ่ยทักเมื่อเห็นน้องมะนาวกำลังง่วนกับการกิน ถุงขนมกระจัดกระจายเกลื่อนพื้น คิดว่าเธอจะอิ่มแต่ไหนถึงยังกินได้ไม่หยุดหย่อน อย่างกับท้องเธอว่างไม่มีอาหาร
"ไม่ให้น้องกินแล้วคุณอาซื้อมาทำไมเยอะแยะคะ? "
"เออ อาผิดเองแหละ เชิญน้องรับประทานตามสบายเลยครับ...อาทำงานก่อนนะ...แชะ"
เด็กหญิงตอบนักรบอย่างไม่ติดขัด ปากก็พลางเคี้ยวของกินไปด้วย สิ่งที่ได้ยินจากปากของน้องมะนาวทำเอานักรบหน้าเจื่อน เหมือนถูกน้องมะนาวเอาไม้ตีแสกหน้า สุดท้ายเขาก็ต้องโทษตัวเองที่เป็นคนซื้อของมามากมาย นึกสนุกจึงได้หยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปถ้วยไอศกรีมก่อนที่มันจะหมด แล้วจึงเดินกลับไปทำงานที่ค้างคาต่อ
"ค่ะ น้องจะนั่งกินขนมดูการ์ตูนตรงนี้แหละ" เด็กหญิงให้คำมั่น แต่ดันทำนักรบส่ายหัวอย่างไม่คิดเชื่อ เพราะจากที่ผ่านมาเขาสัมผัสได้ว่าคำตอบรับของน้องมะนาวมักตรงกันข้ามกับสิ่งที่รับปากไว้
ห้านาทีผ่านไป
"คุณอาอันนี้เรียกว่าอะไรเหรอคะ? "
"แฟ้มเอกสารครับ"
"อ๋อค่ะน้องเข้าใจแล้ว"
เมื่อน้องมะนาวรู้สึกอิ่ม ความหิวไม่ก่อกวนใจให้เธอว้าวุ่นในท้อง เธอรู้สึกเบื่อหน่ายที่ต้องดูการ์ตูนวนซ้ำหลายรอบ สายตากวาดมองไปยังรอบห้องก็ต้องสงสัย จึงได้เดินเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยถามนักรบ เมื่อได้คำตอบจึงวกเดินกลับมายังที่เดิม บนโต๊ะยังคงมีขนมมากมาย
อีกห้านาทีต่อมา
“คุณอาขาขนมน้องหมด”
“เดี๋ยวอาให้คนไปซื้อมาให้ใหม่นะ”
“โอเคค่ะ”
ขนมแสนอร่อยมากมายหมดลง เธอจึงเอ่ยขอกับนักรบต่อ เสียงแหลมเล็กทำให้นักรบต้องเงยหน้ามาสนใจ และยืนยันกับน้องมะนาวว่าเธอจะมีของกินไม่ขาดสาย นั่นให้เด็กหญิงฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี เอนตัวลงนอนดูโทรศัพท์มือถืออย่างว่าง่าย
นักรบต่อสายหาเลขาหน้าห้อง เพื่อสั่งการให้ซื้อของกินตามที่เด็กหญิงต้องการ ไม่นานของที่ปรารถนาก็มาวางตรงหน้า เด็กหญิงไม่รอช้ารีบคว้ามาแกะกินอย่างมีความสุข
ยี่สิบนาทีต่อมา
"คุณอา คุณอา แล้วแฟ้มเนี่ยเขาเอาไว้ทำอะไรเหรอคะ? "
"ไว้ใส่เอกสารครับ"
"ใส่ได้เยอะไหมคะ? "
"ได้เยอะเวอร์ ๆ เป็นปึกเลยครับ"
"ว้าว คุณอา คุณอา"
"ว่าไง"
"น้องปวดฉิ่งฉ่องค่ะ"
"เดี๋ยวอาพาไปห้องน้ำ"
"โอเคค่ะ"
ขนมล็อตที่สองที่นักรบใช้เลขาไปซื้อมาให้หมดลง เด็กหญิงเกิดความเบื่ออีกครั้ง เธอเดินเข้าไปหานักรบแล้วเอ่ยถามตามประสา ทำเอานักรบที่กำลังสมาธิจดจ้องอยู่กับงานต้องหลุดความคิดที่มีไป แล้วก้มมองเด็กหญิงที่ยืนอยู่ด้านข้าง เธอซักถามไปเรื่อยจนนักรบเหนื่อยใจ นี่เขาคิดถูกใช่ไหมที่พาน้องมะนาวมาเป็นตัวประกันความรัก
การกินมากมายจนท้องของเด็กหญิงกลมตึง มันเกิดอาการปวดปัสสาวะจนเธอต้องรีบบอกเขา นักรบจำเป็นต้องพาเธอไปปลดทุกข์ในห้องน้ำ หน้างานที่ค้างคาต้องชะงักลง ความคิดที่โลดแล่นถูกดับสูญหายไปในพริบตาเพราะเสียงแหลม ๆ ของน้องมะนาวก่อกวน
“สบายท้องน้องโอเคแล้วค่ะ” เด็กหญิงบอกกับนักรบเมื่อเธอเสร็จกิจวัตรประจำตัว
“น้องโอเคอาก็ดีใจ” นักรบตอบเด็กหญิง พลางเดินจับมือเธอมานั่งโซฟาตัวเดิม
“แล้วคุณอาพาน้องมาที่นี่ทำไมเหรอคะ ไหนบอกว่าจะพาน้องไปส่งหาคุณแม่” เด็กหญิงเอ่ยถาม
“อาทำงานเสร็จจะพาไปส่ง” เขาตอบเธอ
“อ๋อ เป็นแบบนี้นี่เอง...คุณอาขา” เด็กหญิงรับรู้อย่างว่าง่าย ตามด้วยเรียกขานนักรบที่นั่งเคียงข้างด้วยสีหน้าเหนื่อยอ่อน
“ว่าไงครับ”
“น้องรู้สึกหิวอีกแล้วค่ะ อยากกินชานมไข่มุก”
“หา?”
สิ่งที่น้องมะนาวร้องขอทำเอานักรบถึงกับต้องนวดขมับ เขาไม่คิดเลยว่าเธอจะกินเก่งได้อย่างต่อเนื่องขนาดนี้ ทั้งที่กินขนมไปมากมายและหลากหลายจนแทบนับถุงไม่ไหว เขายอมเธอแล้วจริง ๆ