บทที่ 6
จวี๋ฮุ่ยหนีไปไหน!
หลังจากบ้านร้างถูกซ่อมแซมจนเรียบร้อย เล้าสัตว์รวมถึงแปลงปลูกหลายแปลงข้างบ้านก็ถูกปรับปรุงจนสามารถการใช้ได้ ทั้งจวี๋ฮุ่ยก็ซื้อเครื่องเรือนที่ขาดไป ซื้อหมอนและผ้าห่มอุ่นๆ ผืนใหญ่สำหรับเด็กๆ ซื้อจอบเสียมรวมถึงเมล็ดพันธุ์ผักที่เตรียมปลูกลงในแปลงดินข้างเรือน
่เช้าวันนี้จวี๋ฮุ่ยพาต้าเกอและเอ้อร์เกอมายังแปลงดิน คิดให้พวกเขาช่วยหย่อนเมล็ดลงดินหลังจากที่นางพรวนดินและขุดหลุมเป็ทางสำหรับเมล็ดพันธุ์ผัก
“เอาล่ะ พอข้าทำหลุมแล้วพวกเ้าก็เอาเมล็ดเล็กๆ นี่หย่อนใส่ลงไปในหลุม จากนั้นก็ใช้ดินกลบ...ทำเช่นนี้”
จวี๋ฮุ่ยนั่งยองอยู่หน้าแปลงดิน ใช้มือหยอดเมล็ดผักลงในแปลงดินแล้วใช้มือกลบ มองดูเด็กๆ ที่กำลังนั่งจ๋องมองมาอย่างตั้งใจ
“เข้าใจหรือไม่” จวี๋ฮุ่ยย้อนถาม
“เข้าใจ!”
จวี๋ฮุ่ยยิ้มเล็กน้อยมองสีหน้าตั้งอกตั้งใจของเด็กทั้งสาม ใช่แล้วทั้งสาม แม้ว่านางจะเรียกเพียงต้าเกอและเอ้อร์เกอ แต่โจวอี้กลับติดนางแจไม่ว่านางจะทำอะไรหรือไปไหนเขาก็มักตามนางอยู่เสมอ ครั้งนี้ก็เช่นกัน
เดิมทีจวี๋ฮุ่ยไม่คิดให้เขาทำเื่เหล่านี้แต่เมื่อคิดดูแล้วเด็กๆ มีความคิดไม่ซับซ้อน ไม่ได้มองว่าเื่พวกนี้ลำบากแต่คงเป็เื่สนุกมากกว่า แม้หากนานวันเข้าการทำเช่นนี้ต้องทำบ่อยๆ พวกเขาก็คงเบื่อหน่ายกันไปเอง
หากนางห้ามเขาไม่ให้ทำบางคราก็อาจจะสร้างความแปลกแยกให้กับพวกเขา ดังนั้นจวี๋ฮุ่ยจึงไม่ห้าม หากเขาไม่อยากทำนางก็จะไม่บังคับ
จวี๋ฮุ่ยจับเสียมแล้วขุดหลุม มองดูเด็กๆ ทั้งสามที่กำลังตั้งอกตั้งใจช่วยนางปลูกผักอย่างขะมักเขม้น มองใบหน้าเล็กๆ ของพวกเขาที่เปรอะเศษดินหลังจากปาดเหงื่อที่ไหลซึม แปลงดินนี้มีขนาดไม่ใหญ่มาก เมื่อมีเด็กๆ ช่วยเหลือการปลูกผักก็เสร็จอย่างรวดเร็ว
จวี๋ฮุ่ยพาเด็กๆ กลับเข้าบ้านพาพวกเขาล้างมือจนสะอาดเอี่ยมดีแล้วถึงได้เห็นซานซานกำลังกล่อมเสียวเสี่ยวจนหลับไป มองเห็นใบหน้าเศร้าหมองของซานซานแล้วจวี๋ฮุ่ยก็ลอบถอนใจ
ซานซานร่าเริงซุกซน หากไม่ได้วิ่งก็ต้องะโ ดูแล้วนางคงอยากออกไปช่วยหย่อนเมล็ดผักเช่นกัน แต่เสียวเสี่ยวยังเล็กจำต้องมีคนช่วยดูแล
ดังนั้นหน้าที่คอยดูแลเสียวเสี่ยวจึงเป็ของซานซาน...
“ซานซานวันนี้ข้าจะทำขนมชิงถวน [1] เ้ามากับข้า ขึ้นไปหาใบอ้ายเฉ่า [2] ที่เนินเขา”
“ได้!” ซานซานร้องรับได้ยินใบหน้าพลันสดใสขึ้นมาทันที ทันใดก็นึกขึ้นได้ว่าเสียวเสี่ยวกำลังนอนอยู่จึงรีบปิดปากตัวเองเอาไว้ดังกลัวว่าเขาจะตื่นขึ้นมาจนนางต้องกล่อมเขานอนอีกรอบ
จวี๋ฮุ่ยมองเสียวเสี่ยวแล้วบังเกิดความกังวล ในขณะที่กำลังครุ่นคิดว่าจะอุ้มเขาไปด้วยดีหรือไม่ เสียงเล็กๆ ก็ดังขึ้นเสียก่อน
“จวี๋ฮุ่ยไปเถอะ ข้าจะดูเสียวเสี่ยวเอง”
“ข้าดูน้องเล็กของข้าเอง!”
จวี๋ฮุ่ยมองโจวอี้และต้าเกอที่เสนอตัวคอยดูแลเสียวเสี่ยว ขบคิดเล็กน้อยแล้วจึงพยักหน้ารับ กำชับเขาเสียงเคร่งขรึม
“อยู่กันดีๆ ห้ามทะเลาะกัน ข้าจะรีบไปรีบกลับ”
จวี๋ฮุ่ยลูบหัวโจวอี้หนหนึ่งแล้วลูบหัวต้าเกอหนหนึ่ง นางรู้ว่า่นี้พวกเขายังปรับตัวกันไม่ค่อยได้ ก่อนหน้าโจวอี้ตัวติดนางเสมอ มีกันแค่สองคนมาแต่ไหนแต่ไร แต่จู่ๆ กลับมีเด็กที่ไหนไม่รู้โผล่มาตั้งหลายคนเขาคงรู้สึกไม่คุ้นชิน
ส่วนต้าเกอเมื่อก่อนเขาเป็พี่ใหญ่ ดูแลน้องๆ มาตลอด เป็อันดับหนึ่งมาเสมอ แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว
เหนือเขาขึ้นไปมีโจวอี้ดังนั้นเื่นี้คงทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกแย่งตำแหน่งสำคัญไป แม้พวกเขาจะไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งหรือต่อยตี แต่เวลาปกติแล้วหากโจวอี้อยู่ขวา ต้าเกอย่อมอยู่ซ้าย น้อยครั้งนักที่จะอยู่ด้วยกันยกเว้นเสียแต่ว่าจำเป็เช่นการช่วยนางปลูกผักในวันนี้
“อืม” โจวอี้ตอบเหลือบมองต้าเกอที่หันหน้าไปอีกทางหนึ่งแล้วดึงสายตากลับมองส่งจวี๋ฮุ่ยที่จูงมือซานซานเดินออกบ้านไปพร้อมกับตะกร้าใบใหญ่
โจวอี้เมื่อรับปากว่าจะดูแลเสียวเสี่ยวแล้วเขาก็นั่งลงบนแคร่ มองเสียวเสี่ยวนอนหลับอยู่ตรงนั้นไม่ขยับไปไหน
“เ้าจะไปไหนก็ไปข้าจะดูเสียวเสี่ยว” ต้าเกอเชิดคางขึ้น พูดกับโจวอี้ด้วยน้ำเสียงอวดดีเย่อหยิ่ง
“ข้ารับปากจวี๋ฮุ่ยเอาไว้แล้วว่าจะดูแลเขา” โจวอี้ตอบเรียบนิ่ง ใบหน้ายังคงเฉยชา ไม่แม้แต่จะแลมองต้าเกอ
“เขาเป็น้องข้า ข้าจะดูเขาเอง!”
“…” โจวอี้เพียงแค่ปรายตามองต้าเกอหนหนึ่งแล้วหันกลับมองเสียวเสี่ยว เมินเฉยต้าเกอราวกับเป็ธาตุอากาศ
“ข้าไม่ชอบหน้าเ้า!” ต้าเกอหายใจแรง แววตาที่มองโจวอี้มีความดุดันไม่น้อย แม้เขาจะโกรธแต่ก็ไม่กล้าผลักหรือเข้าไปตี
กลัวว่าเขาจะฟ้องจวี๋ฮุ่ย...
“ข้าก็ไม่ชอบเ้าเช่นกัน”
คำพูดตรงไปตรงมานี้ทำให้ต้าเกอสะอึก เม้มปากแน่นดวงตาแดงก่ำอึดอัดใจยิ่งนัก แต่เขาก็ไม่วิ่งตึงตังหนีไป ลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งเฝ้าเสียวเสี่ยวนอนหลับ
แม้จะไม่อยากอยู่ใกล้โจวอี้แต่เขาก็รับปากจวี๋ฮุ่ยเอาไว้แล้วเช่นกัน
ต้าเกอเหลือบมองท่าทางของโจวอี้ ไม่ว่าจะมองอย่างไรเขาก็รู้สึกขัดตามากเหลือเกิน ท่าทางนิ่งเฉยเชื่อฟังของโจวอี้ทำให้เขารู้สึกไม่ชอบใจนัก
ทำตัวเชื่อฟังเป็เด็กดีก็เพราะเอาหน้า เอาความชอบจากพี่สาวจวี๋ฮุ่ยทั้งนั้น!
ส่วนเอ้อร์เกอที่เห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดีตรงหน้าก็เดินตัวลีบเล็ก นั่งลงตรงกลางระหว่างโจวอี้และต้าเกอ เขาขี้กลัวก็จริงแต่ตอนนี้เขากลัวคนทั้งสองตีกันมากกว่า
หากคนทั้งสองตีกันจนจวี๋ฮุ่ยรู้ มีหวังได้ถูกขับไล่ออกจากบ้านแน่
ดังนั้นเด็กชายตัวน้อยทั้งสามคนจึงได้นั่งเฝ้าเสียวเสี่ยวนอนตาเขม็ง...
คอยดูเสียวเสี่ยวเป็อย่างดี แม้แต่มดตัวหนึ่งก็ไม่ยอมให้เข้าใกล้...
ทางด้านซานซานที่เดินขึ้นเขามากับจวี๋ฮุ่ย มือเล็กๆ จับฝ่ามือของจวี๋ฮุ่ยเอาไว้แน่น เดินไปพักหนึ่งซานซานถึงหยุดฝีเท้าทำให้จวี๋ฮุ่ยที่เดินอยู่ต้องหยุดตาม หันมองซานซานแล้วถามด้วยความห่วงใย
“เหนื่อยหรือ”
“พี่สาวจวี๋ฮุ่ยไม่อยากให้ข้าเศร้าใช่หรือไม่”
คำถามนี้ของเด็กหญิงตัวน้อยทำให้จวี๋ฮุ่ยแปลกใจ คิดไม่ถึงว่าซานซานจะรู้ นางเป็แค่เด็กห้าหกขวบเท่านั้นเองนะ!
“โจวอี้ ต้าเกอกับเอ้อร์เกอได้เล่นปลูกผักกับจวี๋ฮุ่ย แต่ข้าต้องคอยดูแลเสียวเสี่ยว พี่สาวกลัวข้าเสียใจที่ไม่ได้เล่นกับพวกเขาหรือ” ซานซานถามเสียงดังขึงขัง ใช้ดวงตากลมโตจ้องมองจวี๋ฮุ่ยตาเขม็ง
“อืม กลัวเ้าจะน้อยใจ”
“พี่สาวจวี๋ฮุ่ยเป็คนดียิ่งนัก!” ซานซานได้ยินแล้วก็ะโกอดแขนจวี๋ฮุ่ย จวี๋ฮุ่ยมุมปากบิดเป็รอยยิ้มมองใบหน้าเล็กๆ ของซานซานถูไถลอยู่ที่แขนก็ทำหน้าขึงขัง
“มิใช่เ้ายังว่าข้าเป็ปีศาจหมูอยู่เลยหรือ!”
“ไม่ใช่แล้ว! พี่สาวจวี๋ฮุ่ยเป็เทพธิดาบน์!” ซานซานบอกด้วยสีหน้าจริงจังเสียจนแก้มสองข้างแดงก่ำ
“จิๆ” จวี๋ฮุ่ยจิปากแล้วโคลงหัวด้วยความอ่อนใจ
อายุเท่านี้แต่วาจากลับแพรวพราวมากเพียงนี้ หากโตขึ้นไปอีกมิใช่เ้าเล่ห์แสนกล ทำให้ผู้อื่นหัวหมุนกันหมดหรือ!
หลังจากจวี๋ฮุ่ยและซานซานเก็บใบอ้ายเฉ่าจนเต็มตะกร้าแล้วจึงพากันลงจากเนินเขา
จวี๋ฮุ่ยกลับมาถึงบ้านแล้วก็เริ่มทำขนมชิงถวนอย่างที่เคยพูดเอาไว้
ครั้งก่อนตอนที่นางเข้าเมืองไปซื้อของต่างๆ ก็ซื้อถั่วแดงมาห่อหนึ่ง คืนวานก็แช่น้ำทิ้งไว้คิดรอให้เมล็ดถั่วแดงงอกเพื่อปลูกลงแปลงข้างบ้าน แต่หลังจากลงเมล็ดพันธุ์ผักอื่นๆ แปลงข้างเรือนก็เต็มหมดแล้ว ดังนั้นจวี๋ฮุ่ยจึงใช้ถั่วแดงนี้ทำถั่วแดงกวนหวานๆ ใส่เป็ไส้ของขนมชิงถวน
ระหว่างจวี๋ฮุ่ยทำถั่วแดงกวนก็มีเด็กๆ คอยวิ่งเข้าวิ่งออกห้องครัว แม้แต่ตอนที่กวนถั่วแดงจนจับตัวเป็ก้อนแห้งดีแล้ว กำลังรอตากให้เย็นลง หันมาอีกคราก้อนถั่วแดงทรงกลมคล้ายดวงอาทิตย์กลับมีรอยแหว่งคล้ายรอยหนูแทะอยู่หลายรอย ทั้งหนูเหล่านี้ก็มีหลายตัวเสียด้วย แทะไปแทะมาจนดวงตะวันจะกลายเป็จันทร์เสี้ยวแล้ว!
“เ้าคนพวกนี้...” จวี๋ฮุ่ยส่ายหัวยิ้มด้วยความอ่อนใจ มองออกไปนอกครัวก็เห็นเงาดำอออยู่ด้านนอก เคาะตะหลิวไม้ลงในกระทะ ร้องเสียงดัง
“เข้ามานี่เลยเ้าพวกตัวแสบ! หากอยากกินนักก็มาช่วยข้าทำ!”
สิ้นเสียงจวี๋ฮุ่ยขบวนมุสิกตัวน้อยก็เดินขบวนบิดตัวเข้ามาด้วยท่าทางเจี๋ยมเจี้ยม หัวหน้าเหล่ามุสิกไหนเลยจะพ้นต้าเกอ หากมีต้าเกอแล้วย่อมมีเอ้อร์เกอ ตามมาด้วยซานซานและเสียวเสี่ยวที่ถูกลากเข้ามาโดยไม่รู้อีโหน่อีเหน่
และคนสุดท้าย...
...ขุนพลอสนีของนาง
จวี๋ฮุ่ยมองพวกเขาปราดหนึ่ง เห็นพวกเขาซ่อนมือไว้ด้านหลังก็รู้แล้วว่าถั่วแดงกวนเหนียวๆ คงติดนิ้วติดมือเป็แน่ นางจึงสั่งให้พวกเขาทั้งหมดไปล้างมือให้สะอาดรอบหนึ่งแล้วค่อยเข้ามาช่วยนางทำขนมชิงถวน
อันดับแรกจวี๋ฮุ่ยใช้ใบอ้ายเฉ่าที่บดเป็ผงผสมกับน้ำร้อนๆ แล้วนำผสมกับแป้งข้าวเหนียวรอจนความร้อนลดลงแล้วจึงให้เหล่าเด็กๆ ช่วยผสมแป้งจนเป็เนื้อเดียวกัน
ขั้นตอนนี้เด็กๆ ที่รู้ว่าจะได้ช่วยก็ตาลุกวาวพากันบีบนวดแป้งกันอย่างสนุกสนาน แม้แต่เสียวเสี่ยวเองก็ได้ช่วยนวดแป้งเช่นกัน ไม่ใช่เพียงนวดแป้งที่ผสมกับใบอ้ายเฉ่าจนกลายเป็สีเขียว ยังมีแป้งอีกส่วนหนึ่งที่ใช้น้ำร้อนผสมกับแป้งสาลี เด็กๆ ก็พากันนวดแป้งด้วยความสนุกสนาน หลังจากแป้งทั้งสองกลายเป็เนื้อเดียวกันจวี๋ฮุ่ยถึงเริ่มใช้แป้งห่อไส้ถั่วแดงกวน
“พี่สาวใส่ถั่วแดงเยอะๆ” ต้าเกอร้องขึ้น มองมือของจวี๋ฮุ่ยที่กำลังเริ่มยัดไส้ถั่วแดงลงในแป้ง แววตาของเขาเจิดจ้าเปล่งประกายจนแทบพวยพุ่งออกมาเป็ลำแสง
“อือ ใส่เยอะๆ อร่อย...”
หนนี้แม้แต่เอ้อร์เกอที่สงวนวาจาก็พูดขึ้นทำให้จวี๋ฮุ่ยครุ่นคิดแล้วว่านางกำลังขี้งกกับไส้ถั่วแดงเกินหรือไม่ หันมองโจวอี้ที่กำลังพยักหน้าลงเห็นด้วยกับต้าเกอก็ตัดสินใจเพิ่มไส้ถั่วแดงมากขึ้นอีกหน่อย
จนแล้วจนเล่าเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กๆ ที่เรียกร้องให้นางใส่ถั่วแดงเยอะๆ ก็ยังไม่หยุด จนในที่สุดจวี๋ฮุ่ยก็รู้แล้วว่านางไม่ได้งกไส้ถั่วแดง แต่เป็พวกเขาที่ตะกละกันเกินไป!
“เ้าพวกนี้กล้ากวนประสาทข้าเชียวหรือ ออกไปเลย ห้ามเข้ามาวุ่นวายในครัวอีก!”
จวี๋ฮุ่ยนั่งปั้นขนมอยู่นานเติมไส้ถั่วแดงไปหลายรอบแล้วก็ยังมีเสียงร้องข้างหูดุจผีร้ายกระซิบบอกให้เติมถั่วแดงเยอะๆ จึงไล่พวกเขาทั้งหมดออกไป แม้แต่โจวอี้น้อยก็ยังถูกจวี๋ฮุ่ยขึงตาใส่อย่างหาได้ยาก...
โจวอี้เห็นใบหน้าขึงขังดุดันของจวี๋ฮุ่ยที่มองมาก็ไม่ได้ขุ่นเคืองหรือเศร้าหมอง
...แต่เขากลับรู้สึกยินดีจนยิ้มกว้าง ในใจพองโตราวลูกหนังสูบลม
หลังจากไม่มีตัวป่วนคอยรบกวนการยัดไส้ขนมชิงถวนก็เป็ไปอย่างราบรื่น เวลาผ่านไปไม่นานขนมชิงถวนที่จวี๋ฮุ่ยนำลงนึ่งก็สุกดี
“เ้าพวกตัวแสบ มากินกันได้แล้ว!”
หลังจากเสียงะโเรียกของจวี๋ฮุ่ยเสียงตึงตังก็ดังขึ้นพร้อมกับเงาของเอ้อร์เกอที่วิ่งมาถึงเป็คนแรก จวี๋ฮุ่ยหยิบขนมชิงถวนให้เขาชิ้นหนึ่ง มองต้าเกอ ซานซาน โจวอี้รวมถึงเสียวเสี่ยวที่เพิ่งมาถึงก็มอบขนมให้พวกเขา เว้นแต่เสียวเสี่ยวที่ยังเป็เด็กน้อยดังนั้นนางจึงต้องคอยดูแลเขามากเป็พิเศษ
ทั้งขนมชิงถวนมีชิ้นใหญ่ฟันซี่เล็กๆ ของเสียวเสี่ยวจึงบดเคี้ยวได้ยาก ซึ่งเื่นี้จวี๋ฮุ่ยคิดไว้ก่อนหน้าดังนั้นนางจึงค่อยๆ ป้อนถั่วแดงบดให้เขาค่อยๆ กิน จึงนับว่าของกินเล่นวันนี้เด็กๆ ในบ้านได้กินกันครบถ้วน
หลังจากกินของว่าง่บ่ายแล้ว เด็กๆ ร่างกายยังเล็กทั้งยัง้าการพักผ่อนมาก จวี๋ฮุ่ยจำคำของท่านหมอได้ดีจึงพาพวกเขาทั้งห้าเข้านอนตอนบ่าย
สำหรับเหล่าเด็กๆ แล้วการทำเช่นนี้ของจวี๋ฮุ่ยทำให้พวกเขาซาบซึ้งใจยิ่งนัก ไม่เพียงต้าเกอ เอ้อร์เกอหรือซานซานแม้แต่โจวอี้ก็ซึ้งใจมากเช่นกัน เข้าใจว่าพวกเขาอาศัยอยู่กับนางย่อมต้องช่วยนางทำงาน แต่การทำงานนี่เล็กน้อยมากกับเวลาที่นางปล่อยให้เขาได้เล่นสนุกหรือพักผ่อน
จวี๋ฮุ่ยแต่เดิมที่อยู่ในตำหนักเซียนวันๆ หนึ่งนางนอนไปแล้วครึ่งวัน พอต้องมาดูแลเหล่าลูกเจี๊ยบและขุนพล์ แม้ร่างกายจะไม่เหนื่อยล้าแต่ใจกลับร้องบอกว่าเหนื่อย ดังนั้นการนอนพักเอาแรง่บ่ายนี้ จวี๋ฮุ่ยก็นอนรวมกับเหล่าเด็กๆ เช่นกัน
[1] ขนมชิงถวน ขนมเขียวทำจากแป้งข้าวเหนียวและสีเขียวของโกฐจุฬาลัมพาจีน
[2] อ้ายเฉ่า โกฐจุฬาลัมพาจีน มีกลิ่นหอม นิยมนำยอดมารมไฟประกอบการฝังเข็ม บ้างรับประทานเป็ยาหรือทำเป็ใบชาชงดื่ม