สนามบิน จีน
“พี่หลี่หยาง ครั้งนี้เราจะไปอเมริกาใต้กันใช่มั้ยครับ”
“ใช่แล้วตื่นเต้นรึป่าวหลงจื่อ” หลงจื่อหนุ่มวัยยี่สิบที่ติดตามเป็เด็กยกอุปกรณ์ของเธอส่งเสียงตื่นเต้นยิ้มไม่หุบเลย ปีนี้หลี่หยางอายุยี่สิบเก้าปีแล้วตอนนี้เป็สาวโสดที่ขึ้นชื่อด้านการถ่ายรูปทิวทัศน์ทุกเดือนเธอจะออกเดินทางไปถ่ายรูปที่ต่างๆ ทุกมุมโลกครั้งนี้เธอและทีมถ่ายภาพจะเดินทางไปที่เวเนซุเอลาเพื่อถ่ายภาพปรากฏการณ์ฟ้าผ่าคาตาตัมโบซึ่งปีนี้นักวิทยาศาสตร์คำนวณไว้ว่าจะมีปรากฏการณ์ฟ้าผ่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบหนึ่งร้อยปี
“ตื่นเต้นสิพี่ผมไม่เคยไปต่างประเทศเลย ใครจะไปเดินทางเที่ยวบ่อยแบบพี่ละเป็ช่างกล้องถ่ายภาพก็ดีนะ ได้เดินทางไปทั่วโลกเลย” หลงจื่อตอบพี่หลี่หยางเขาดีใจมากที่มีโอกาสได้มาเป็ผู้ช่วยของพี่หลี่หยางผู้มีชื่อเสียงในวงการถ่ายภาพนิ่ง พี่หลี่หยางเป็สาวที่ถูกถามหามากที่สุดในวงการทั้งฝีมือด้านการถ่ายภาพภาพในการโฆษณาในบอร์ดใหญ่ๆนางแบบแถวหน้าทั้งจีนต่าง้าให้พี่หลี่หยางถ่ายภาพให้เพียงแต่พี่หลี่หยางชอบเดินทางไปถ่ายภาพทิวทัศน์ตามเทศกาลทำให้เป็หนึ่งในช่างภาพแถวหน้าในเมืองจีนที่หาตัวยากที่สุดถึงปีนี้พี่หลี่หยางอายุใกล้จะสามสิบแล้วแต่ก็ยังเป็สาวโสดที่รักอิสระอยู่หลงจื่อหันไปมองที่หลี่หยาง พี่หลี่หยางนับว่าเป็สาวสวยหุ่นดีคนหนึ่งหน้าตาแม้ไม่ได้สวยโดดเด่นแต่ตาคม จมูกเชิดรั้นริมฝีปากอวบอิ่มหุ่นที่สมส่วนแข็งแรงแบบหญิงชอบออกกำลังกายส่งเสริมให้หลี่หยางเป็สาวโสดที่โสดได้ไม่นานแต่ด้วยความที่รักอิสระและความตื่นเต้นทำให้หลี่หยางเดินทางบ่อยจนไม่มีเวลาสร้างความสัมพันธ์กับใครได้นานการที่เขาได้มาเป็ผู้ช่วยให้พี่หลี่หยางทำให้เพื่อนช่างภาพของเขาหลายคนแอบกัดปากเพราะความอิจฉาอยู่ไม่น้อย
“ไปเถอะถึงเวลาขึ้นเครื่องแล้ว”
“ครับพี่” แล้วหลงจื่อก็แบกกระเป๋ากล้องชุดใหญ่วิ่งตามพี่หลี่หยางไป
ทะเลสาบมาราไกโบประเทศเวเนซุเอลา
“บริเวณนี้มีก๊าซมีเทนจำนวนมากเมื่อเกิดการเสียดสีในอากาศ จึงทำให้เกิดความร้อนเกิดการสะสมของประจุไฟฟ้าจำนวนมากทำให้อากาศขยายตัวอย่างรวดเร็วเมื่อสะสมไว้มากก็ต้องปลดปล่อยประจุไฟฟ้าระหว่างก้อนเมฆกับพื้นโลกเลยเกิดเป็ฟ้าผ่า (Ground Flash) จนทำให้ดินแดนดังกล่าวได้รับการขนานนามว่า“เป็ดินแดนแห่งพายุฟ้าผ่าไม่มีวันจบสิ้น” เสียงการบรรยายความรู้จากไกด์ท้องถิ่นที่ร่วมเดินทางในครั้งนี้กำลังให้ความรู้กับคณะช่างภาพกว่าเจ็ดชีวิตจากทั่วโลกในครั้งนี้
“ซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีพายุลูกใหญ่พัดเข้ามาเหนือทะเลสาบนักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าพายุลูกนี้อาจเหนี่ยวนำพลังงานประจุไฟฟ้าก่อให้เกิดพายุฟ้าผ่าที่มากที่สุดในรอบหนึ่งร้อยปี” ไกด์ท้องถิ่นกล่าวต่อ “พรุ่งนี้เราจะเข้ามาหลังจากพายุผ่านไปแล้ว”
“ขอถามหน่อยนะเราสามารถกางเต้นท์หลังเขานู้นเพื่อสังเกตการณ์ได้มั้ย” หลี่หยางยกมือถามไกด์
“ปกติอาจจะทำได้แต่เราไม่อยากเสี่ยงในสภาวะที่พายุไหลผ่านอาจจะรุนแรงเกินกว่าที่เราจะรับมือได้”
หลี่หยางพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “โอเคถ้างั้นพรุ่งนี้เช้าเราค่อยเดินทางมาใหม่”
“ช่างภาพทุกท่านเชิญทางนี้เราจะไปพักโรงแรมในตัวเมืองกัน” แล้วไกด์ก็พาช่างภาพที่เดินทางมาบันทึกภาพประวัติศาสตร์ครั้งนี้ขึ้นรถแวนกลับที่พัก
‘เปรี้ยงๆ ๆ ๆ’ เสียงฟ้าผ่าดังสนั่นต่อเนื่องไม่หยุดยั้งดังเทพสายฟ้าพิโรจ
“พี่หลี่หยางท่านตั้งกล้องเสร็จก็เข้าไปหลบในรถเถอะ ข้างนอกนี่ดูอันตรายมากนะ” หลงจื่อะโเรียกหลี่จากอีกจุดไม่ไกลนักจุดหนึ่งที่ตั้งกล้องไว้ซึ่งตอนนี้หลี่หยางเดินออกไปตั้งกล้องไกลจากรถหลายร้อยเมตร
“ไม่ต้องห่วงหรอกจุดที่ฟ้าผ่ายังอยู่อีกไกล การถ่ายวิวต้องปรับความคมชัดอีกเยอะนายเข้าไปรอในรถก่อน”
“ระวังลมพายุกำลังจะพัดมาอีกรอบแล้ว” ระหว่างที่หลี่หยางกำลังตอบก็มีเสียงะโส่งสัญญาณจากช่างภาพคนหนึ่งในทริปพร้อมกับวิ่งหอบกล้องกลับไปที่รถ
‘ฟิ้ววววววววว’หลังจากนั้นก็เกิดลมกรรโชกแรงตามมาทันทีพายุฝนที่ตอนแรกคิดว่าผ่านไปแล้วกลับมีลูกพายุเล็กๆ ตามหลังมาด้วยก่อให้เกิดลมพายุรุนแรงพัดพาทรายและหินเล็กๆ ให้ลอยมาปะทะหลี่หยางถูกทรายที่ลอยมาบดบังทัศนวิสัย จึงได้แต่หลี่ตามองกลับไปทิศเดิมที่รถเคยอยู่แต่ตอนนี้เธอไม่สามารถมองเห็นได้อีกจึงได้แต่ใช้แขนซ้ายโอบขากล้องไว้ มือทั้งสองปรับกล้องให้เป็โหมดถ่ายวิดีโอแม้จะมองไม่เห็นแต่มือสามารถทำงานได้ปกติด้วยความที่ใช้กล้องได้ราวกับเป็อวัยวะจึงทำให้ปรับเป็โหมดถ่ายวิดีโอได้อย่างง่ายดาย
‘เปรี้ยงๆ ’ เพราะพายุพัดพามา ทำให้เกิดฟ้าผ่าขึ้นและไม่รู้ว่าคราวนี้ซานหลิงทำบาปใดไว้ทำให้ท่ามกลางบริเวณมากมายรอบทะเลสาบนี้ที่ไม่เคยมีฟ้าผ่ามาก่อนกลับมีฟ้าผ่ามาได้และผ่าลงที่ตัวเธอพอดีราวกับจับวาง
“พี่หลี่หยางงงงงงง”ท่ามกลางสติที่กำลังเลือนรางเธอได้ยินเสียงเรียกของหลงจื่อ เด็กหนุ่มที่ติดตามเธอมาเพื่อมาตามหาความฝันครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่หนุ่มน้อยได้เดินทางมาต่างประเทศก็ต้องมาเจอเหตุการณ์เช่นนี้แล้ว‘จากนี้ฝากนายดูแลด้วยนะหลงจื่อ’หากมีโอกาสได้เปิดคลิปจากกล้องที่เธออัดไว้แล้วโยนออกไปก่อนที่จะไม่มีสติก็จะเห็นเหตุการณ์ที่บันทึกไว้อย่างบังเอิญจะเห็นภาพของหญิงสาวคนหนึ่งถูกฟ้าผ่าแต่หน้าตาเธอไม่ใกับเหตุการณ์เลยกลับหลับตายอมรับแต่โดยดีแม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นภายในไม่กี่วินาทีก็สามารถถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีแต่น่าแปลกนักที่สายฟ้านี้กลับไม่ร้อนแผดเผาร่างกายของหญิงสาวซึ่งปกติคนที่โดนฟ้าผ่าโดนตรงต้องมีรอยไหม้จากความร้อนของสายฟ้าบางคนที่โดนฟ้าผ่าตรงๆ เหมือนหลี่หยางมีสภาพไหม้เป็ตอตะโกเลยทีเดียวแต่สภาพของหลี่หยางกลับปกติและใบหน้าที่สงบรวมถึงเสื้อผ้าที่อยู่ในสภาพดีจึงเหมือนคนสลบคนหนึ่งเท่านั้นเมื่อหลงจื่อและคนอื่นๆ ที่มาตามหาหลี่หยางหลังพายุผ่านไปจึงงงกับเหตุการณ์นี้เมื่อดูจากกล้องจึงเข้าใจเหตุการณ์และเศร้าโศกกับการสูญเสียนี้
'นี่ฉันต้องตายไปตอนนี้จริงๆหรือยังมีอีกหลายอย่างที่ยังไม่ได้ทำเลยนะ ยังไม่ได้เที่ยวรอบโลกยังมีของกินที่อยากกินอีกมากมาย คิดถึงขาหมูอบน้ำผึ้งฝีมือแม่จังไม่นะฉันยังไม่อยากตาย ฉันยังอยากใช้ชีวิตมากกว่านี้'
'ได้สิ ข้าได้ยินแล้วจากนี้ไปชีวิตที่เ้าจะได้ใช้ให้คุ้มตามใจเ้า'
ไม่รู้ว่าเสียงนั้นดังมาจากที่ไหนแต่ท่ามกลางความมืดไม่สิ้นสุดที่หลี่หยางอยู่ ก็มีเสียงดังขึ้นในหัวของเธอแล้วมีแสงสว่างเกิดขึ้นข้างหน้าเธอจากเดิมมีขนาดเท่าปลายเข็มมันขยายขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆเมื่อมันมีขนาดเท่าลูกบอลเธอก็ไม่สามารถมองต่อไปได้จึงหลับตาแต่เธอก็ยังคงรู้สึกได้ว่าแสงนี้อบอุ่นมันสามารถทำลายความหนาวเหน็บท่ามกลางความมืดนี้ไปจนหมด