Chapter [3] เริ่มเปลี่ยนเเปลงตัวเอง...“เรียนเป็นไงมั่งล่ะ?” ถึงเวลาอาหารเย็น ทั้งสองพ่อลูกต่างก็มานั่งทานอาหารกันอย่างพร้อมหน้า แม้อาหารในแต่ละมื้อจะไม่ได้หรูหรา ทั้งคู่ก็ยังคงพึงพอใจกับมันและใช้เวลาในช่วงอาหารค่ำนี้คุยกันทุกเรื่องที่พ่อกับลูกสามารถพูดคุยกันได้
“ก็ดีฮะ” นภาไม่ได้ตอบกลับไปให้ยืดยาว ต้องบอกว่านภาคนก่อนค่อนข้างเป็นเด็กติดเกม เรื่องหนังสือหนังหาจึงไม่ค่อยได้สนใจนัก
“งั้นหรอ...อืม สู้ๆ เข้าล่ะ” สิงห์ผู้เป็นพ่อล้วนรู้ดีว่าลูกชายของเขาเป็นอย่างไร แม้จะแอบห่วง แต่เขาก็ยังคงให้กำลังใจลูกชายมาเสมอ ไม่ได้ตั้งเป้าหมายเพื่อกดดันลูกชายของเขาแต่อย่างใด อย่างน้อยยัยเนตรที่เป็นพี่สาวก็จะได้ถึงฝักฝั่งแล้วในสายอาชีพของเธอ เรื่องความเป็นอยู่หลังจากนี้คงจะดีขึ้นไม่น้อยเลย
“ว่าแต่พ่อเถอะ เมื่อวานนอนดึกมาใช่มั๊ย ขอบตาดูคล้ำๆ นะครับ” ขณะที่ตักฟักจากต้มจืดเข้าปาก นภาก็กล่าวด้วยแววตาแอบไม่พอใจ พ่อของเขาทำอาชีพซ่อมอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด มีรายได้เฉลี่ยตกอยู่ที่ 3 หมื่นต้นๆ ต่อเดือน นี่ไม่นับว่ามากมายเลยสำหรับครอบครัวของเขา เพราะเงินเกือบครึ่งต้องถูกส่งไปให้พี่สาวที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัย ค่ากินของทั้งเขาและพ่อก็ไม่ใช่น้อยๆ เช่นกัน นั่นทำให้พ่อมักจะทำงานหนักเสมอเพื่อไม่ให้รายได้เฉลี่ยตกลงไปมากกว่านี้
“พ่อไหวน่า เห็นแก่แบบนี้แต่พ่อยังฟิตเปรี๊ยะอยู่เลยนะ” สิงห์ได้แต่บอกปัดไปแบบนั้น
“ให้ผมทำช่วยมั๊ยพ่อ?” ว่าก็ว่าเถอะ ก่อนที่เขาจะได้รับหมายเลขศูนย์เจ็ดมา เขาเองก็ต้องผ่านหลักสูตรหลายๆ อย่างเหมือนกัน
หนึ่งในนั้นคือหลักสูตรการลบร่องรอยอย่างการแฮกข้อมูล การทำลายเครื่องใช้ไฟฟ้า การแยกชิ้นส่วน หลักสูตรทั้งหมดที่ว่ามานี้ แม้จะเลือนรางในสมอง แต่มันก็พอจะช่วยพ่อของเขาได้อย่างแน่นอน
“อย่างลูกน่ะเรอะ!? ฮ่าฮ่า ไหนว่ามาซิ อยากได้อะไรล่ะถึงได้อยากเอาใจพ่อขนาดนี้?”
“เปล่าซักหน่อย”
“ให้มันจริงเหอะ!? มีด้วยหรอที่ลูกอยากช่วยพ่อแต่ไม่ต้องการของตอบแทน” สิงห์ได้แต่ทำหน้าตกใจ ลูกชายของเขาเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? น่าแปลกจริงๆ มีใครมาสิงลูกชายเขาอยู่หรือเปล่าเนี่ย?
“นี่ลูกชายพ่อนะ!” นภาถึงกับของขึ้น มีพ่อที่ไหนบ้างที่แสดงสีหน้าตกใจสุดขีดตอนที่ลูกชายบอกจะช่วยทำงานโดยไม่ขอสิ่งตอบแทนกันฮะ? น่าหงุดหงิดจริงเชียว สุดท้ายมื้อค่ำในวันนี้ ทั้งสองพ่อลูกก็ลงเอยด้วยการเถียงกันไปมาตามประสา
...
“พ่อผมออกไปวิ่งนะ”
“นึกยังไงออกไปวิ่ง?” สิงห์ที่ได้ยินเสียงทักของลูกชายในช่วงเช้าถึงกับทำสีหน้าเหยเก ลูกชายของเขาหันมาสนใจดูแลตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
“โถ่พ่อ ผมโตแล้วนะ จะดูแลตัวเองหน่อยไม่ได้รึไง?” ตบท้ายด้วยการเถียงกันซักพัก นภาจึงได้ออกไปวิ่งออกกำลังกายสมใจ
“ดีจริง...ที่ เจ้าของร่าง แฮ่ก แฮ่ก! ไม่ได้อ้วนตุตะเหมือนในนิยายที่ ฉัน...เคยอ่าน แฮ่กแฮ่ก!” ออกวิ่งมาได้ไม่ถึงโล นภาก็ต้องหอบหนัก นี่ขนาดเจ้าของร่างนี้อยู่ในสภาพสมส่วนค่อนไปทางอ้วนเล็กน้อยนะเนี่ย ถ้าเขาไปอยู่ในร่างอ้วนท้วมจะเหนื่อยขนาดไหนล่ะทีนี้?
“เอาเถอะ ก่อนอื่นก็ต้องฟิตร่างกายนี่แหละ มันคือสิ่งที่เราทำได้ในตอนนี้” เพราะความคุ้นชินจากร่างของศูนย์เจ็ดที่เปรียบดั่งนักเพาะกายชั้นนำ เมื่อมาอยู่ในร่างปวกเปียกที่แค่โดนเตะสองสามทีก็จุกมันจึงทำให้เขารู้สึกว่าต้องทำอะไรซักอย่าง แล้วก็อย่างที่เห็น เมื่อวานหลังจากที่เถียงกับพ่อเสร็จนภาจึงได้สร้างตารางการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสภาพของเขาในตอนนี้ขึ้นมา
“ยังเหลืออีกตั้งสิบเก้าโลครึ่ง ทำไมถึงหมดแรงเร็วจังเนี่ย เห้อ...” สุดท้ายชายหนุ่มก็ได้ใช้เวลาทั้งเช้าไปกับการวิ่งของเขา ช่างน่าเวทนาเสียจริงๆ
“กลับมาแล้วครับ” ในที่สุดนภาก็วิ่งเสร็จ
“นี่น้ำศักดิ์ของข้า เจ้ารับมันไปสิ”
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ” นภาไม่รีรอที่จะรับน้ำขวดนั้นมาจากสิงห์ ในขณะเดียวกันก็ตบกลับมุขที่พ่อกล่าวมาให้ด้วยน้ำเสียงสั่น ไม่นานสองพ่อลูกจะหัวเราะชอบใจ ทั้งสองตบมุขเล่นกันแบบนี้ประจำ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเรียนอยู่ไม่แน่พ่ออาจจะเปิดคณะตลกก็ได้ใครจะรู้
“ให้ผมช่วยนะครับ” เลยเที่ยงไปแล้ว แต่พ่อของเขาก็ยังคงซ่อมคอมพิวเตอร์ของลูกค้าตั้งแต่เช้ายังไม่ได้พักเลยด้วยซ้ำ เห็นแบบนี้แล้วเขาที่เป็นลูกชายจะยอมอยู่เฉยได้ยังไง?
“มันจะเกะกะพ่อเปล่าๆ น่า” สิงห์พูดไปตามจริง ร้อยวันพันปีสิ่งที่นภาทำเป็นก็แค่เปิดคอมแล้วก็เข้าเกมเล่นเท่านั้น เขาไม่เคยสนใจเรื่องชิ้นส่วนของคอมเลยแม้แต่นิด แล้วเมื่อครู่กลับบอกว่าจะช่วยเนี่ยนะ?
“เอาเถอะน่า...” นภาไม่รอให้พ่อของเขาได้เอ่ยสบประมาทอีกครั้ง ชายหนุ่มรีบเดินเข้าไปดูสภาพเครื่องคอมที่ยังซ่อมไม่เสร็จในทันที ไม่นานมือของเขาก็เริ่มขยับ เปลี่ยนชิ้นส่วน ทำความสะอาด และประกอบมันเข้าดังเดิมอย่างชำนาญการ ทั้งหมดนี้เขาใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ
“...” ส่วนสิงห์ที่มองดูลูกชายสาวมือไปมาข้างๆ ก็ต้องตกใจ ขนาดมือใหม่ยังต้องใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการทำความสะอาดมันได้หมดจด ทั้งยังต้องระวังมากๆ ในการเช็ดฝุ่นพวกนั้นออก แต่ลูกชายของเขาดันทำมันได้ง่ายๆ เลย หรือเขาจะมีพรสวรรค์ด้านนี้กันนะ?
“เก่งขนาดนี้ไปเรียนมาจากไหนล่ะนั่น?” สิงห์ถึงกับมีสีหน้าไม่ค่อยดีเมื่อรู้ว่าลูกชายของตนนั้นมีความสามารถด้านนี้ เขาทำงานนี้มาหลายปีย่อมรู้ดีว่ามันลำบากขนาดไหน เขาอยากส่งลูกชายของเขาเรียนสูงๆ เพื่อให้ได้งานที่ดีกว่านี้ หากในอนาคตนภาดันมาเอาดีด้านนี้น่ากลัวว่าคงลำบากไม่น้อยเลย
“อ้อ! ครูวิชาคอมสอนผมน่ะครับ คือมันเป็นการสอนในหลักสูตรน่ะพ่อ” มองดูแววตาของสิงห์ก็รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ นภาจึงได้แต่ตอบไปแบบนั้น
“อ้อ เหรอ งั้นมาช่วยพ่อตรงนี้หน่อย” และในที่สุด ทั้งคู่ก็สามารถซ่อมเครื่องคอมทั้งหมดรวมทั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ได้ก่อนมืดค่ำ นี่นับว่าเร็วมากหากเทียบกับเมื่อก่อนที่กินเวลาไปจนถึงช่วงเที่ยงคืนก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
...
“ผมไปวิ่งนะครับ”“ไปวิ่งนะพ่อ”“ไปวิ่งแล้วนะขอรับพระราชบิดาของข้า”“ข้อยไปแล่นแล้วเด้ออิพ่อ”
ตลอดช่วงเวลาทั้งสัปดาห์ นภาเอาแต่วนเวียนอยู่กับการเรียน ช่วยพ่อทำงาน และออกกำลังกาย เขาทำอย่างนี้ไม่รู้จักเบื่อ ยิ่งไม่กี่วันก่อนยังงดอาหารมื้อเย็นเป็นบางครั้งคราวอีกยิ่งทำให้สิงห์แปลกใจไปใหญ่ หรือเขาจะมีแฟนกันนะ? สิงห์ได้แต่ตั้งคำถามในใจ สงสัยลูกชายของเขาคงจะถึงวัยขยายแล้วกระมัง
จบตอน