บทที่ 5
ตอน ตกลงหนี้สิน
“นี่สัญญาที่เ้าลงนามเองกับมือ” เจียงเหอคว้ากระดาษเนื้อดีในสาบเสื้อออกมาคลี่ให้ดูกันเห็นๆ
“ฝูซื่อฝาน”
…มีการลงนามเขียนลายลักษณ์อักษรด้วย!!!…ลำบากแล้วยาย!ยายทำอะไรเนี่ย! ชื่อเหมือนกันทุกตัวขีดเขียนจริงๆ!ไหนจะลายมือเหมือนฉันอีก!
“ในกระดาษนี้บอกอย่างชัดเจนแล้วว่าเ้าต้องจ่ายเงินคืนข้าภายในเดือนสาม…ไม่อย่างงั้นเ้าต้องย้ายไปอยู่กับข้าจนสิ้นลม” กระดาษเนื้อดีกางออกให้อ่านเห็นกันเต็มตา
“ขยับออกไปอีกนิดข้ามองไม่ค่อยเห็น” ซื่อฝานบอกอีกฝ่ายพร้อมถอยห่างเพ่งสายตาอ่านให้แน่ชัดอีกรอบชายแก่ให้ความร่วมมือขยับตามที่นางบอก
หัวเราะยากเลยทีนี้…น้ำตาจะไหลฉันอยู่ร่างยายที่เป็แม่ทัพมีคนตามล่าอีกและตอนนี้ก็มีหนี้สินที่ต้องจ่ายฉันล่ะอยากจะออกจากร่างนี้จริงๆ!…ฉันยอมไปอยู่ในร่างนางสนมที่ถูกฮ่องเต้ทิ้งก็ได้นะ!
เสียงในหัวตีกันกระทบจิตใจน้ำตาแทบหลั่งทว่าซื่อฝานยังคงปั้นหน้ายิ้มอ่อนเอ่ยถามต่อ “ว่าแต่ข้ายืมเ้าไปั้แ่เมื่อไรกัน” หญิงชราพลันขบคิดในใจว่า อย่างน้อยก็ขอให้ได้รู้วันเวลาที่หยิบยืมก็ยังดีจะได้วางแผนอย่างที่เคยทำประจำจากการใช้หนี้ผ่อนรถและจะดีมากถ้าตาเฒ่าผู้นี้ไม่คิดดอกเบี้ย
“เดือนสอง” ชายชรากอดอกอ้าฝีปากเอ่ยอย่างมั่นใจยิ่ง
“แล้วเดือนที่แล้วเดือนอะไร”นางถามเพื่อความแน่ใจ
“เดือนสอง” เจียงเหอตอบ
ก็ยืมไปเมื่อเดือนที่แล้วเองนะ…สัญญาก็เขียนอยู่แล้วว่าให้ใช้เวลาภายในหนึ่งปี…รีบไปใยพ่อคุณ
“เมื่อเดือนที่แล้ว…”ประโยคที่จะพูดต่อนั้นยังมิทันออกจากปากกลับถูกตัดบทโดยวาจาชวนจิตตก
“เดือนสองเมื่อสองปีที่แล้วต่างหากนี่ข้าอุตส่าห์ผ่อนผันให้อีกปีนะไม่อย่างนั้นเ้าได้แต่งเข้าตระกูลข้าเมื่อปีก่อนแล้ว” น้ำเสียงพ่อพระชวนให้ทราบซึ้งใจยิ่งนักทว่าสีหน้าซื่อฝานกลับฝืนยิ้มสุดจะทนกัดฟันต่อรอง
“แล้วข้าได้คืนเ้าไปบ้างหรือไม่?”
ชายชราคว้าบันทึกออกมาจากชายแขนเสื้อพร้อมกางตรงหน้านางซื่อฝานไล่มองบันทึกตรงหน้าอย่างละเอียดถี่ยิบ
“เ้ายังไม่เคยจ่ายคืนให้ข้าสักตำลึงเดียว”ชายชราตอบนางได้ฉาดฉานยิ่ง
โคตรมีกำลังใจในการใช้ชีวิตเลย…ในที่สุดก็มีเป้าหมายในการใช้ชีวิต…ใช้หนี้จนตัวตาย!!!ประเสริฐบรรเจิดแท้! เอาไงดีเนี่ยเ้าหนี้ก็อยู่ข้างบ้านด้วย หนี!ไม่ๆไม่น่าจะรอด…หาทางออกเมืองยิ่งไปไม่รอดใหญ่…ยืดเวลา!
“ข้าขอเวลาอีกสิบปี”ซื่อฝานเอ่ยออกมาตามจริงและในหัวนางยังคิดตามจริงด้วยว่าอายุยี่สิบสี่เท่านี้เอง…ตนทำได้อยู่แล้วแต่ทว่ากลับลืมดูสังขาร…
“สิบปี...ข้าจะไปทันใช้อะไรล่ะมากสุดข้าให้เวลาเ้าหนึ่งเดือน” ชายชรายื่นคำขาดได้ฉับไว“ไม่มีการต่อรอง จ่ายไม่ไหวก็ทำตามข้อตกลง”
เหมือนเอาตัวใช้หนีอย่างไงอย่างงั้นไร้อิสระที่สุด!…แต่ถ้าลองกัดฟันรับคำเอาเวลาหนึ่งเดือนก็น่าจะมีหนทาง…ถึงมันจะริบหรี่ก็เถอะ…
“ข้าขอเวลาหนึ่งเดือน!ตามนั้น”ซื่อฝานมีสีหน้าเหงาหงอยเศร้าใจอารมณ์นำพาอยากจะเอ่ยคำขอเวลาเพิ่มอีกสักห้าเดือนแต่ก็ต้องกลืนลงคอเมื่อชายชราพูดดักคอขึ้นทันทีเหมือนรู้ล่วงหน้าว่านาง้าจะเปลี่ยนใจ
“พูดแล้วไม่มีการคืนคำหนึ่งเดือนข้าตกลงตามนั้น” ว่าแล้วคว้าพู่กันในแขนเสื้อออกมาเขียนตามที่ตกลงกันไว้เสร็จสรรพ
ซื่อฝานได้แต่อ้าปากค้างก่อนจะถอนหายใจก้มหน้าดั่งคนสิ้นเนื้อประดาตัวทว่าแววตาหมดอาลัยตายอยากของซื่อฝานพลันไปสบตาเข้ากับชายหนุ่มพิการผู้นั้นที่ตนได้ช่วยไว้
“เ้ามีนามว่าอะไร”
หญิงชราถามชายหนุ่มที่ถูกเรียกว่าฏโดยที่ไม่สนใจใครหน้าไหนทั้งนั้นชายชราเห็นท่าทีดีอกดีใจั์ตาของชายหนุ่ม เลยนึกขึ้นได้ว่าหญิงชราข้างบ้านตนั้แ่เช้ายังไม่เห็นเรียกชื่อตนเองบ้างสักนิด
“ข้าแซ่หลิ่ว หลิ่วเหว่ย”
หลิวเหว่ยเอ่ยตอบเสียงใสทว่าหลังจากซื่อฝานได้ฟังชื่อของคนตรงหน้ากลับยืนนิ่งมองชายหนุ่มตรงหน้าตาค้าง
ซื่อฝานนึกถึงเื่ราวในบันทึกที่เพิ่งอ่านในบันทึกคนแซ่หลิ่วผู้นี้เป็คนสนิทของแม่ทัพฝู แน่นอนว่าแม่ทัพฝูมีชื่อเต็มๆคือฝูซื่อฝานเหมือนยายแก่ไม่มีผิดทำไมตอนแม่ทัพฝูอยู่ในคราบหญิงชราถึงไม่บอกชื่อปลอมกับคนอื่นไปนะ
“แล้วท่านผู้มีพระคุณมีนามว่าอะไรหรือขอรับ”หลิ่วเหว่ยลองถามกลับไปบ้าง
ยายแก่อย่างซื่อฝานเหลือบมองผู้คนรอบข้างที่ต่างก็รู้ชื่อของตนเองใจหนึ่งก็อยากจะบอกชื่อปลอมให้ไปแต่ผู้คนรอบข้างกลับรู้ชื่อตัวเองทว่าจู่ๆซื่อฝานก็ขมวดคิ้วสงสัยขึ้นมาทันควัน
ในเมื่อคนที่เมืองนี้กลับรู้ชื่อของยายแก่ทำไมเวลาคับขันอย่างที่ฉันไปช่วยคนจากแม่ทัพใหญ่ไม่เห็นมีใครเอ่ยชื่อห้ามหรือเรียกฉันสักนิดเลยล่ะ
หลิวเหว่ยเอียงคอเงยหน้ามองคนที่ยืนห่างไปไม่กี่ก้าวพลางเอ่ยเรียกยายชราที่กำลังเหม่อลอย
"ท่านผู้มีพระคุณ?"
ซื่อฝานได้สติก็มองหน้าชายหนุ่มอย่างช่างใจถ้าเกิดว่านางบอกนามจริงไปหลิวเหว่ยทหารคนสนิทผู้นี้จะทำให้ตนซวยหรือไม่แต่ถ้านางไม่บอกเขาไม่นานเ้าตัวก็สืบจนได้ความสามารถเก่งกาจขนาดนั้นแม่ทัพฝูยังเขียนชมหลิ่วเหว่ยในบันทึกเลย
ถ้าได้คนผู้นี้มาช่วยทำมาหากินก็คงจะดี...ช่วยทำมาหากิน…เงิน!
"ข้าแซ่ฝูฝูซื่อฝาน"
หญิงชรายิ้มแป้นเหมือนมี เลศนัยั์ตาเบิกกว้างหนังตาที่เคยเหี่ยวย่นถูกกองไว้เหนือเปลือกตาทั้งหมดทำเอาชายชราข้างบ้านมองนางพูดอย่างเดาไม่ถูกว่านางจะมาไม้ไหน
แต่ทว่าเพียงชื่อแซ่ที่นางเอ่ยบอกชายหนุ่มไปก็ทำให้หลิวเหว่ยตาเป็ประกายน้ำตาคลอเบ้าเหมือนไม่ได้เจอมารดามานานปี ถึงเขาจะรู้ไม่แน่ชัดว่ายายแก่ผู้นี้เป็แม่ทัพฝูของตนหรือไม่แต่อย่างน้อยท่านยายตรงหน้าก็ช่วยเขาไว้เหมือนแม่ทัพฝูที่เคยช่วยเขาไว้โดยไม่เกรงกลัวสิ่งใดเขาอยากจะตอบแทนนางและจะตามดูว่านางใช่แม่ทัพฝูหรือไม่
ชายหนุ่มจึงตัดสินใจจะเอ่ยขออยู่ด้วย
"เ้าสนใจจะอยู่กับข้าหรือไม่"จู่ๆเสียงชราก็เอ่ยถามขึ้น ตัดบททุกสิ่งอย่างที่หลิวเหว่ยจะพูด
หลิวเหว่ยยิ้มกว้างทั้งน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ก่อนหน้าพลางพยักหน้าตอบรับทันที "ข้าจะอยู่กับท่าน"
เขาเล่นใหญ่ไปไหมนะ…
ซื่อฝานปั้นยิ้มเป็มิตรให้ได้มากที่สุดส่วนชายชรามีสีหน้าไม่สู้ดีนักที่นางไปเชิญชวนบุรุษหนุ่มแน่นเช่นนั้นไปอยู่ด้วย
ว่าแล้วก็หันเข้าจวนซื่อฝานพลันหันมาแง้มประตูโผล่หน้าออกมาถามชายชราทันควัน
"ท่านมีนามว่าอะไรนะพอดีข้าลืม"
"แม้กระทั่งชื่อข้าเ้ายังลืมรึ"สีหน้าท่าทางน้อยใจปานจะขาดใจตายเหมือนถูกสหายสนิทเลิกคบของชายชรานั้นช่างน่าสงสารแต่ทำอย่างไรได้นางจำชื่อเขาได้ที่ไหนกัน
"เอาน่าบอกข้ามาอย่างน้อยก็ให้ข้าได้รู้ชื่อเสียงลือนามเ้าหนี้หน่อย"
"แซ่เจียงเจียงเห่อ" ชายชราข้างบ้านตอบไปทำท่าทางงอนๆทว่าซื่อฝานหาได้สนใจไม่หนำซ้ำยังทิ้งท้ายให้น้อยใจขึ้นไปอีก
"เดี๋ยวข้าจะรีบไปปรึกษากับหลิวเหว่ยเื่ใช้หนี้ท่านนะอย่าขึ้นดอกเบี้ยล่ะ" ว่าแล้วนางก็ปิดประตูไม่รอให้เจียงเห่อได้เอ่ยอะไรสักคำ
เมื่อก่อนนางปรึกษาแต่กับข้านี่ได้สหายใหม่เ้าลืมสหายร่วมฝึกวิชาอย่างข้าไปได้!
"ข้าน้อยใจนะเ้ารู้ไว้ด้วย!"
จู่ๆเจียงเห่อก็ะโข้ามรั้วทำเอาคนในจวนถึงขั้นเอียงหูฟัง
"เขาพูดว่าอะไรนะ"ซื่อฝานหันไปถามหลิวเหว่ย
หลิวเหว่ยกำลังพูดตอบแต่หญิงชรากลับเปลี่ยนใจโบกมือปัดผ่าน
"เ้าไม่ต้องบอกข้าดีกว่าแค่เื่หนี้ที่ข้าติดเขาก็ปวดหัวพอแล้ว!”
ซื่อฝานย่างกายเดินนำเข้าบ้าน สองเท้าของนางหยุดชะงักอยู่หลังแท่นน้ำชาก่อนจะหย่อนกายอย่างเชื่อง...ช้า...
ดีที่คราวนี้กระดูกไม่ลั่น…ยิ่งอยู่ในร่างคนแก่นานเท่าไรฉันรู้สึกเหมือนคนแก่เข้าไปทุกที...เฮ่อ…ปลงๆ…
สองมือประคองกาน้ำชารินลงกระเบื้องลายเก่าสายตาไม่สมประกอบของนางเหลือบมองผู้มาใหม่อย่างละเอียดถี่ยิบทุกก้าวของคนผู้นั้นเหมือนลากเท้ากระเผลกมาอย่างยากลำบาก หนำซ้ำผิวกายยังฟกช้ำดั่งคนถูกต่อย
“นั่ง” ซื่อฝานเอ่ยบอกพลางยกชาจรดริมฝีปาก…นึกว่าน้ำชา…เป็น้ำเปล่า…ฝ่ามือที่ประคองกระเบื้องนั้นสั่นน้อยๆ ถ้ามือจะสั่นขนาดนี้นะหญิงชราถอนหายใจพร้อมเอ่ยปากถาม “เ้าอยากอยู่กับข้าจริงๆรึ”
“จริงขอรับ” หลิวเหว่ยเอ่ยตอบอย่างจริงใจ สีหน้ามุ่งมั่นภาคภูมิใจที่ได้เอ่ยไปเช่นนั้น
ในบันทึกนั้นจริงอยู่ที่บอกว่าหลิวเหว่ยเป็ผู้ใต้บัญชาที่ซื่อสัตย์ของแม่ทัพฝูแต่ตอนนี้ถึงซื่อฝานจะอยู่ในร่างแม่ทัพฝูแต่ยังไงความทรงจำและนิสัยเดิมของแม่ทัพฝูไม่ได้อยู่ในนี้ด้วยถ้าบอกความจริงทั้งหมดไปเขาจะรับได้รึเขาจะยอมรับได้ไหมที่แม่ทัพคนเดิมตายจากไปแล้ว
ซื่อฝานถอนหายใจพยักหน้ายอมรับกับคำพูดของหลิวเหว่ยอย่างพูดไม่ออกบอกไม่ถูก
จนนางจ้องหน้าเขาอีกครั้งพร้อมเอ่ยปากพูดขึ้นว่า
“ดี งั้นก็อยู่ๆไปละกันเพราะข้าก็มิรู้ว่าตนเองจะอยู่ได้นานแค่ไหน” สองมือประคองกระเบื้องเก่าวางพร้อมเอ่ยว่า“งั้นเ้าก็ไปอาบน้ำจัดการตนเองเสียส่วนที่นอนเ้าคงต้องนอนบนตั่งในห้องนี้…เดี๋ยวข้าหาเสื้อผ้ามาให้เปลี่ยน”
“…คือข้าเกรง...”
ชายหนุ่มลั่นวาจามิทันได้จบประโยคกลับถูกซื่อฝานดักคอต่อคำเสร็จสรรพ
“เกรงใจ...” หญิงชราส่ายหน้าพลางอมยิ้ม “เ้าจะสวมชุดเดิมรึ?...”ซื่อฝานแลมองเสื้อผ้าที่ขาดหลุดลุ่ยเปรอะเปื้อนแทบไม่เหลือชิ้นดี“หรือ...จะไม่ใส่อะไรเลย...”
“ข้า..เอาชุดใหม่ก็ได้ขอรับ”ชายหนุ่มรีบรับคำใบหูแดงฉานสีหน้าร้อนผ่าว
อะไรกันคนแก่อย่างฉันแค่แกล้งนิดเดียวเองถ้าเขารู้ว่าเป็แม่ทัพฝูจะไม่อาการหนักกว่านี้หรือไง
ซื่อฝานกลั้นหัวเราะพร้อมโบกมือไล่ให้อีกฝ่ายไปทำธุระส่วนตัวเองก็ยันกายเดินหายลับเข้าห้องปิดประตูเสร็จสรรพทว่าอย่างน้อยซื่อฝานก็ไม่ลืมที่จะหาเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เขานางจำได้ว่าเมื่อคืนไม่ก็เมื่อเช้าตนเองได้เปิดหาเสื้อผ้าผลัดเปลี่ยน แต่ใครจะนึกเล่าว่ายายเ้าของร่างจะมีเสื้อผ้าบุรุษไว้ด้วยทว่าลองสวมที่ไรยายแก่ไม่น่าใส่ได้พอดีตัวเพราะใส่ทีก็ลากพื้นกวาดฝุ่นได้เป็กองๆแล้วถ้าให้เดาคงไม่พ้นว่านั่นคือเสื้อผ้าของเ้าของบ้านเดิมก่อนยายจะมาซื้อหรือเปล่า….หรืออาจจะเป็ของบุตรชายลับๆของยายเื่นี้ซื่อฝานขบคิดจนปล่อยวางซึ่งคิดไปก็ไร้คำตอบ
เสื้อผ้าบุรุษถูกพับไว้อย่างดีวางไว้บนตั่งเตี้ยพร้อมกระดาษขาวบางแผ่นหนึ่งโดยที่มีการจดบันทึกรายการไว้ดิบดี
เมื่อทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วข้าขอให้เ้าไปหาของตามรายการที่ข้าจดไว้ทีหนึ่งกระดาษเซวียนจื่อ (ถ้าเ้าหาเจอ...ต้องหาให้เจอ) ขอเยอะๆ สอง พู่กัน ห้า ด้าม
สาม หมึกฝน...ขอเยอะๆ
สี่เ้าเอาเงินที่เหลือไปซื้อของกินหรือของใช้ที่เ้าอยากได้เสีย
อ่อ...เมื่อกลับมาแล้วเข้าครัวทำอะไรให้ข้ากินด้วยถ้าทำอะไรเสร็จแล้วมาเคาะเรียกข้าที่ห้อง ถ้าไม่มีอะไรก็อย่ารบกวน
ซื่อฝานคว้าเงินอันน้อยนิดที่เ้าของร่างเดิมมีติดตัววางลงทับกระดาษไว้นี่คือแบบทดสอบแรกดูสิว่าจะหักหลังกันเอาเงินไปแล้วไปลับหรือเปล่า...