"ว่าอย่างไรนะ? ใกล้จะถึงงานชุมนุมแล้วหรือ? " เย่เสวี่ยอี๋ชะงักรู้สึกใมาก
เย่ฉงเทียนถอนหายใจ "ถ้าไม่ใช่เพราะว่างานจะเริ่มในเร็วๆ นี้ ข้าคงไม่ต้องออกไปหาผู้อื่นมาลงแทนพี่ของเ้าหรอก แต่ตอนนี้พี่เ้าออกปากว่าจะเข้าร่วมงานเอง ปัญหาทุกอย่างก็คลี่คลาย เริ่มั้แ่พรุ่งนี้พวกเ้าทั้งสองจะต้องไปเริ่มฝึกยุทธ์ที่สํานัก แล้วอย่าออกไปเที่ยวเล่นให้เสียเวลาไปเปล่าๆ! "
เย่เสวี่ยอี๋หัวเราะคิกคักให้บิดาของตัวเอง "ท่านพ่อ ท่านคิดว่าข้าจะออกไปเที่ยวเล่น ใช้เวลาเวลาไปโดยเปล่าๆ ประโยชน์งั้นรึ? "
เย่ฉงเทียนรักลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนคนนี้มาก เมื่อได้ยินที่นางกล่าวมันก็หัวเราะออกมาอย่างเอ็นดู แล้วกล่าวว่า "ฮ่าๆ เสวี่ยอี๋ของตระกูลเราไม่มีทางปล่อยให้เวลาเสียไปเปล่าอยู่แล้ว ข้ากําลังพูดถึงจื่อเฟิงกับเย่หุ้ยฉือ ใครจะรู้ว่าเ้าหนูสองตัวนี่จะทําอะไร จริงสิว่าแต่...เย่หุ้ยฉือไปไหน? ข้ายังไม่เห็นเขาเลยั้แ่กลับมา"
เมื่อได้ยินคําว่า ‘เย่หุ้ยฉือ’ เย่เสวี่ยอี๋ก็ปรากฏสีหน้าหงุดหงิดและโมโหขึ้นมา
"ท่านพ่อ ในเมื่อท่านกลับมาแล้ว ท่านก็ต้องจัดการเื่ให้ท่านพี่จื่อเฟิงด้วย ตอนที่ท่านไม่อยู่ ท่านพี่จื่อเฟิงเกือบถูกอารองฆ่าตาย"
แม้ว่าเย่ฉงเทียนจะไม่ค่อยชอบในความไม่เอาอ่าวของเย่จื่อเฟิงมากนัก แต่เย่จื่อเฟิงก็ยังคงเป็บุตรชายของเขา เมื่อได้ยินเื่นี้เขาก็รู้สึกโกรธมากเช่นกัน
"เกิดอะไรขึ้น? เสี่ยวเสวี่ย เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ข้าฟัง! "
เย่เสวี่ยอี๋กัดฟันด้วยความโกรธ
"ท่านพ่อ เื่เป็แบบนี้..."
เย่เสวี่ยอี๋อธิบายทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้แก่บิดาฟัง
เย่ฉงเทียนกระฟัดกระเฟียด
"ชักจะมากเกินไปแล้ว! แบบนี้ยอมไม่ได้! เสวี่ยอี๋ทุกอย่างที่เ้าพูดเป็ความจริงแน่นะ? "
เย่เสวี่ยอี๋พยักหน้า "ท่านพ่อ ข้าไม่เคยโกหกท่าน อีกอย่างมีหลายคนในตระกูลที่เห็นเหตุการณ์ด้วย ถ้าท่านพ่อไม่เชื่อข้าก็ไปถามจากคนอื่นดูก็ได้"
"ฮึ่มมม!!! เ้าเย่เฉิน ข้ารู้ว่ามันวางแผนบางอย่างอยู่ ฉะนั้นไม่ว่าข้าจะอยู่หรือไม่อยู่ก็หาได้สำคัญ เพราะมันได้รับสินบนจากตระกูลอื่นกลายเป็สุนัขเลี้ยงของพวกมัน รีบให้คนไปตามตัวมันมาหาข้า ข้าจะต้องสั่งสอนมันเสียหน่อยแล้ว! " ตอนนี้เย่ฉงเทียนโกรธจัดมาก
"ช้าก่อน" เย่จื่อเฟิงรีบห้ามปรามไว้ "เหตุการณ์ในครั้งนั้น ข้าตัดสินใจว่าจะไม่เอาความอีก"
เย่จื่อเฟิงได้ทําพันธะโลหิตและได้เงินจากเย่เฉินกลับมา 400 เหรียญทอง หากเขาผิดคําสาบานจะต้องเจ็บตัวอย่างแน่นอน
"ไม่เอาเื่? ไอ้คนขี้ขลาดตาขาว! พวกมันรังแกเ้าจนเกือบตาย แล้วยังคิดจะอ่อนข้อให้พวกมันอีกงั้นรึ!? " เย่ฉงเทียนส่งเสียงหึในลําคอพร้อมกับมองอย่างเดือดดาลไปที่เย่จื่อเฟิง
"เ้ายังอยากจะปล่อยให้มันเกิดเื่อีกรึไง? ด้วยสภาพของตระกูลเย่ในตอนนี้ก็แย่มากพอแล้ว ยังต้องมามีปัญหาภายในกันอีก? "
เย่จื่อเฟิงยิ้ม "เช่นนั้นข้ามีเื่ถาม อารองทรัพย์สินในตระกูลเย่มากที่สุด แถมยังมีคนในตระกูลหนุนหลังจํานวนมาก หากท่านทําอะไรบุ่มบ่ามตอนนี้ ไม่คิดว่าพวกเราจะตกอยู่ในสถานการณ์เลวร้ายหรอกรึ? "
ด้วยคําโต้แย้งของเย่จื่อเฟิง ทำให้เย่ฉงเทียนลองคิดทบทวนดู เขาจึงใจเย็นลงในที่สุดว่าไม่ควรหุนหันพลันแล่นเกินไป
" ยิ่งไปกว่านั้นงานชุมนุมบันได์จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า หากพวกเราทําอะไรลงไปแล้วเย่หุ้ยฉือเข้าร่วมงานไม่ได้ เช่นนั้นตระกูลเย่ของเราก็ยิ่งกลายเป็ตัวตลก ที่ไม่มีสมาชิกคนที่สาม " เย่จื่อเฟิงเสริม
"งานชุมนุมบันได์...ใช่แล้ว... งานชุมนุมเป็สิ่งสําคัญที่สุด พวกเรา้าเย่หุ้ยฉือด้วยเหตุนี้" เย่ฉงเทียนพยักหน้า หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เย่ฉงเทียนกลับรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เขาเป็ถึงเ้าตระกูลแต่กลับถูกจื่อเฟิงจูงจมูก...
"เอาล่ะ พวกเราหยุดคุยเื่เหตุการณ์ที่เกิดในตระกูลเย่ เราจะจัดการกับเขาหลังจากงานชุมนุมจบลง ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว พวกเ้าแยกย้ายไปพักผ่อนกันดีกว่า " เย่ฉงเทียนพยักหน้า เขารู้สึกใจเย็นลงกว่าก่อนหน้านี้
"ท่านพ่อ ท่านก็ควรจะพักผ่อนเหมือนกัน"
...
เย่เสวี่ยอี๋ดึงแขนเย่จื่อเฟิงแล้วพูดขอโทษ "ท่านพี่จื่อเฟิง ข้าขอโทษ ข้าแค่อยากให้ท่านช่วยพ่อแก้แค้นให้ท่าน เลยไม่ได้คำนึงถึงผลที่จะตามมา"
เย่จื่อเฟิงยิ้มแล้วตอบกลับ " หืม∼ เด็กโง่ ข้าดีใจที่เ้าคุยช่วยพูดกับท่านพ่อแทนข้า ไม่ต้องขอโทษข้าหรอก"
ดวงตาของนางแสงประกายแวววาว ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
"ท่านพี่จื่อเฟิง ข้ารู้สึกว่าท่านเปลี่ยนไปมากเลย ท่านเปลี่ยนไปเร็วจนข้าจําไม่ได้..."
"ถ้าเช่นนั้นข้าก็อยากจะถาม ว่าข้าดีขึ้นหรือแย่ลง? " เย่จื่อเฟิงยิ้ม
"แน่นอนย่อมเป็เื่ดี แต่มันเปลี่ยนไปเร็วจนข้าไม่รู้จะตอบยังไง เมื่อก่อนข้ามักเป็คนที่ปกป้องท่านจากคนอย่างหวางหลิน ข้าฝึกปรืออย่างหนักเพื่อที่จะปกป้องท่านได้ แต่ตอนนี้ท่านไม่จําเป็ต้องให้ข้าปกป้องอีกต่อไป" น้ำเสียงของเสวี่ยอี๋สั่นเครือ ได้กลัวว่าสักวันหนึ่งนางอาจจะต้องแยกจากเย่จื่อเฟิง
"เด็กโง่ ข้าเป็พี่นะ ใครอยากจะให้น้องสาวมาปกป้องกันเล่า"
เย่เสวี่ยอี๋พยักหน้าด้วยความดีใจ พวกเขาเป็พี่น้องร่วมสายโลหิตไม่ว่าจะห่างกันไกลเพียงใด ก็ยังคงเป็ครอบครัวเดียวกันอยู่ดี
"ท่านพี่จื่อเฟิง ข้าไม่รบกวนท่านแล้ว ท่านควรจะนอนพักผ่อน พรุ่งนี้เช้าพวกเราต้องไปที่สํานักเตรียมตัวสําหรับงานชุมนุมในสัปดาห์หน้า"
"ข้าไม่ไปที่สํานักได้หรือไม่? "
เย่เสวี่ยอี๋มองไปที่จื่อเฟิงด้วยสีหน้าจริงจังแล้วพูดว่า "ไม่ได้! ชั่วโมงเรียนของท่านต่ำเกินไป หากยังทําตัวเช่นนี้ ท่านอาจจะถูกไล่ออกจากสํานักเป็แน่! "
"เอาล่ะ ก็ได้ ข้าเข้าใจแล้ว เ้าเองก็ควรจะพักเหมือนกัน! "
เย่จื่อเฟิงมองเสวี่ยอี๋เดินจากไปแล้วหัวเราะออกมาทันที
"แต่ เสวี่ยอี๋... หากวันหนึ่งข้าไม่ใช่ ‘ตัวข้า’ อีกต่อไป เ้าจะยังคงทําดีกับข้าอยู่ไหม? "
เขาหัวเราะอย่างขมขื่น แล้วเดินเข้าไปยังห้องของตนเอง
...
ในตำหนักยุทธ์ิญญาคราม ข่าวที่เย่จื่อเฟิงกลับมาเข้าเรียนได้แพร่กระจายออกไปยังเหล่าศิษย์ราวกับไฟลามทุ่ง
แต่ก่อนการฝึกยุทธ์ของเขาติดอยู่ที่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่สอง จึงทําให้เขาอับอายจนไม่กล้ามาเข้าเรียน ทุกๆ คนจึงรู้สึกใที่จู่ๆ เขาก็กลับมาเข้าเรียนหลังจากห่างหายไปนาน
ภายในโถง ศิษย์ทุกคนต่างก็กําลังพูดคุยเกี่ยวกับเย่จื่อเฟิงอย่างเงียบๆ
"ดูนั่นสิ นั่นมันไอ้ขยะเย่จื่อเฟิงที่อยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่สอง เป็ศิษย์ระดับต่ำสุดที่ไม่ได้มาเข้าเรียนเมื่อนานมาแล้ว"
"กำเนิดปราณขั้นที่สอง? " เด็กหนุ่มยิ้ม "พี่ชาย ดูเหมือนเ้าจะตกข่าวไปนะ ครั้งล่าสุดเขาเอาชนะหวางหลินผู้อยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่สี่ได้ เ้ายังคิดว่าเย่จื่อเฟิงยังอยู่ระดับกำเนิดปราณขั้นที่สองอีกรึ? "
"อีกอย่าง ข้าได้ยินมาว่าเขาทำภารกิจขั้นที่สี่ได้สําเร็จ! "
"... เขาสามารถทําภารกิจที่ยากลำบากเช่นนั้นสําเร็จได้ ไฉนพวกเ้ายังเรียกเขาว่าขยะอีกเล่า? พวกเ้าทําภารกิจนั้นได้รึ? "
"นี่... "
หลังจากชายหนุ่มพูดเช่นนั้น ทั่วทั้งโถงก็ตกอยู่ในความเงียบสงัดทุกคนล้วนประหลาดใจ ฉายาขยะไร้ค่ากลายเป็อดีตไปเสียแล้ว ตอนนี้เย่จื่อเฟิงกําลังฝึกยุทธ์เป็เพียงแค่คนธรรมดาสามัญ หากมีคนมาล้อเลียนเขาตอนนี้ พวกนั้นจะต้องมีฝีมือพอควร
"หยุดตรงนั้น! เย่จื่อเฟิง เ้ายังกล้ามาเข้าเรียนอีกรึ? "
เย่จื่อเฟิงเลิกคิ้วแล้วหันกลับมา ทันใดนั้นกลุ่มของลูกศิษย์ที่สวมเสื้อผ้าสง่างาม ดูมีตระกูลใหญ่คอยหนุนหลังได้เข้ามาล้อมเขาไว้
แน่นอนหัวหน้าของคนกลุ่มนี้คือเซียวมู่ เห็นชัดว่าพวกมัน้าที่จะหาเื่เย่จื่อเฟิง
"ฮ่าๆๆ ก็เป็ซะอย่างนี้ไงพวกลูกคุณหนูที่ฝีมือต่ำเตี้ย มักจะชอบรวมตัวกันเป็ฝูงใช้วิธีหมาหมู่คอยหาเื่ผู้อื่น นี่ไงคือเหตุผลว่าเพราะอะไรข้าถึงไม่อยากมาที่สํานัก" เย่จื่อเฟิงหัวเราะอย่างขมขื่นแล้วส่ายหัว กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง
"เย่จื่อเฟิง อย่าคิดว่าเ้าชนะเดิมพันแล้วจะมาทําตัวกร่างได้ ครั้งนี้ถึงแม้ทางสํานักจะลงโทษข้าก็ตาม แต่ข้าก็จะสั่งสอนบทเรียนให้เ้า! "
หลังจากแพ้เดิมพันให้เย่จื่อเฟิง เซียวมู่รู้สึกเสียใจไม่เป็อันกินอันนอน เมื่อเขาได้ยินว่าเย่จื่อเฟิงกลับมาเรียนที่สํานัก เขาก็รีบออกระดมเหล่าพี่น้องเพื่อตามหาเย่จื่อเฟิง
"วันนี้ข้ามาที่นี่เพื่อเข้าเรียน ข้าไม่อยากยุ่งกับพวกเ้า ตอนนี้ข้าต้องรีบเรียนให้จบ พวกเ้าช่วยหลีกทางได้ไหม? ข้าจะได้ไปได้"
เย่จื่อเฟิงไม่สนใจที่จะสั่งสอนพวกมดปลวกจึง้าเดินหนี
"เย่ จื่อ ฟง เ้ากล้าดูถูกพวกเรางั้นรึ! พี่น้องทั้งหลาย มาลากมันออกไปสั่งสอนนอกสํานักสักบทเรียน! "
เซียวมู่ไม่กล้ามีเื่ในสํานัก หากพวกเขามีเื่นอกสํานัก พวกเขาก็ไม่ถูกลงโทษหนักมาก แต่ถ้ามีเื่ในสํานัก ก็คงจะถูกไล่ออกทันที
ขณะเซียวมู่และพลพรรคเริ่มวิ่งเข้าหาเย่จื่อเฟิง
"ทุกคน หยุด! "
หญิงสาวโฉมงามในชุดขาวนางหนึ่ง เดินผ่านฝูงคนมุงเหตุการณ์ ทุกๆ คนต่างหยุดสิ่งที่กำลังทําอยู่แล้วจ้องไปที่นาง
นางเดินมาอยู่ระหว่างเย่จื่อเฟิงกับเซียวมู่ เห็นได้ชัดว่า้าจะยื่นมือเข้ามายุ่งเื่ที่เกิดขึ้น
"ปิงเชี่ยน...แม่นางปิงเชี่ยน? "
เซียวมู่รู้สึกใมาก เขาตบหน้าตัวเองสองสามครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป
"ว่าอย่างไรนะ? แม่นางปิงเชี่ยน? แม่นางปิงเชี่ยนที่เป็นักปรุงยาอันดับหนึ่งแห่งเมืองเหลยโจว ทั้งยังมีระดับสูงสุดในหมู่ระดับกำเนิดปราณคนนั้นเนี่ยนะ? "
ทุกคนต่างรู้สึกงุนงงแล้วเริ่มคุยกันอย่างเงียบๆ
ปิงเชี่ยนนั้นได้รับความเคารพจากทุกคน นางไม่เพียงมีพร์ด้านการฝึกยุทธ์ นางยังมีพร์ในวิถีแห่งการปรุงยาอีกด้วย ในเมืองเหลยโจว กระทั่งคนระดับผู้ฝึกยุทธ์และระดับผู้ใช้ยุทธ์ยังต้องให้ความเคารพยำเกรงนางและไม่กล้าล่วงเกิน เพราะสุดท้าย นางก็เป็เพียงคนเดียวที่สามารถปรุงยาให้แก่พวกนั้นได้
เมื่อเซียวมู่ได้สติมันก็รีบกล่าวขอโทษทันที "แม่นางปิงเชี่ยน โปรดยกโทษให้พวกข้าด้วยที่รบกวนแม่นาง แต่ว่าข้ามีเื่ที่จะต้องสะสางกับคนที่อยู่ข้างหลังผู้นี้ รบกวนแม่นางช่วยหลีกทางสักนิดได้หรือไม่? "
จบตอน