ตอนที่ 1 ถอยร่น
ณ อาณาจักรอโยตะคีรีดินแดนที่อยู่อาศัยของมนุษย์ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของเผ่าพันธุ์ั์ผู้แข็งแกร่งและกระหายในการทำาซึ่งมนุษย์ถูกกดขี่ข่มเหงและจับไปเป็ทาสเพราะการเสียเอกราชให้กับพวกั์ จนทำให้ผู้คนล้มตายกันจำนวนมากจากการขาดแคลนอาหารบวกกับถูกใช้งานอย่างหนักแบบไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน.....
แต่ก็ยังมีกลุ่มผู้ต่อต้านการกดขี่ข่มเหงของพวกั์และต่อสู้เพื่อกู้คืนเอกราชอย่างไม่เกรงกลัวซึ่งที่หมู่บ้านเนินไผ่เองก็เป็หนึ่งในกลุ่มผู้ต่อต้านเช่นกัน.......
ตู้มมมมมมมมมม!
"เร็วเข้าพวกเอง ไอ้พวกั์มันโจมตีมาอีกแล้ว!" ทหารชายวัยกลางคนผู้รับหน้าที่ทหารลาดตระเวนรอบหมู่บ้านได้ะโขึ้นหลังจากพวกั์ได้ขว้างหินก้อนใหญ่เข้ามาในเขตหมู่บ้านจนทำให้เกินเสียงะเิดังสนั่น.........
โฮกกกกกกกกก!
อ๊ากกกกกกกก!
"ฆ่าไอ้พวกมนุษย์ผู้ต่อต้านให้หมดดดดดดด! "หัวหน้าั์ะโขึ้นหลังจากที่สั่งลูกน้องตนโจมตีหมู่บ้านด้วยอาวุธชนิดต่างๆอย่างหนักหน่วงกะจะฆ่าคนล้างหมู่บ้านเสียให้สิ้น.....
โฮ้......!
ณ ที่ทำการหมู่บ้าน....
"เอ้าเร็ว! บอกทุกคนในหมู่บ้านให้เข้าไปอยู่ในที่หลบภัยเร็ว"เสียงของชายวัยกลางคนซึ่งเป็ผู้นำของหมู่บ้านเนินไผ่ได้ะโสั่งทหารและลูกบ้านของตนเพื่อเตรียมพร้อมหลบหนีและทำากับพวกั์ที่มาโจมตีในครั้งนี้......
ตุบ ตุบ ตุบ
"ท่านพันผาขอรับครานี้ไอ้พวกั์มันยกพลกันมาในครั้งนี้มากกว่า 500 ตนอีกขอรับแถมผู้นำทัพยังเป็ั์ชั้นพันที่มีรูปกายสูงใหญ่ผิวสีดำทะมึนและยังมีั์จอมขมังเวทย์มาด้วยขอรับ"
ในขณะที่พันผาผู้นำหมู่บ้านแห่งนี้กำลังสั่งการอยู่นั้น จู่ๆก็มีทหารนายหนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าร้อนรนพร้อมกับกล่าวรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวมถึงจำนวนและผู้นำทัพที่มาในครั้งนี้ว่ามีจำนวนเท่าไร่และผู้นำทัพอยู่ในยศชั้นใด.......
"ั์ชั้นพันเชียวรึ? แล้วเมื่อครู่เองว่ากะไรนะยังมีั์จอมขมังเวทย์อีกด้วยรึ? " เสียงของพันผาอุทานดังขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อเพราะหมู่บ้านของตนเป็เพียงหมู่บ้านเล็กๆไม่น่าจะต้องถึงกับส่งั์มียศมาถึงตั้งสองตน.......
"ขอรับท่านพัน!กระผมเห็นมันด้วยสองตาของกระผมเลยขอรับ"นายทหารรีบตอบกลับทันทีหลังจากที่ได้ยินคำถามเมื่อสักครู่นี้....
อึม.....
"เช่นนั้นพวกเอ็งจงเร่งต้อนอีพวกไพรชาวบ้านและลูกเด็กเล็กแดงทั้งหลายไปยังที่หลบภัยบัดเดี๋ยวนี้ครานี้พวกเราคงได้สิ้นกันไปข้างเป็แน่แท้"พันผาพูดขึ้นด้วยเสียงและสีหน้าอันเศร้าใจก่อนจะหันหน้ากลับมามองที่หญิงสาวที่กำลังตั้งครรภ์ท้องแก่จวนใกล้จะคลอดแล้วพูดขึ้นว่า"จันทรเอ็งจงเร่งตามพวกทหารกับพวกชาวบ้านไปยังหลุมหลบภัยเถิดต่อให้มีเหตุร้ายอันใดเกิดขึ้นเอ็งก็จงอย่าได้ออกมาเป็อันขาดจงดูแลบุตรของเราที่อยู่ในครรภ์ให้ดีเมื่อคลอดมันออกมาถ้าเป็ชายข้าอยากให้มันชื่อกล้วยถ้าเป็หญิงให้ชื่อว่าแก้ว"
ไม่! ข้าจะอยู่กับพี่ ข้าขอตายไปพร้อมกับพี่"ทว่าจันทรกลับไมยอมไปตามที่พันผาบอกและยังคงดื้อดึงที่จะอยู่แม้ตัวเองท้องแก่ใกล้คลอดแล้วก็ตาม...
"ไม่!เอ็งต้องไปจากที่นี้บัดเดี๋ยวนี้ข้าจะไม่ยอมให้เอ็งและลูกเป็อะไรเป็อันขาด"
แต่ว่า........
"ทหาร! พวกเอ็งจงเร่งพาอีจันทรไปยังที่หลบภัยบัดเดี๋ยวนี้"ก่อนที่จันทรจะพูดจบพันผาก็ได้สั่งทหารโดยไม่ฟังเหตุผลใดๆ ก่อน......
"ทหารทั้งหลาย!พวกเราจะตั้งเป็ค่ายกลหมากล้อมเมืองฆ่าศัตรูให้ทหารสองร้อยนายแกล้งออกไปทำทีเป็รบส่วนทหารอีกสามร้อยนายให้ดักซุ่มอยู่ในป่าบนต้นไม้บ้างในน้ำบ้างในดินบ้างที่เหลือให้เป็พลธนูประจำตามกำแพงโดยให้ทัพม้าเป็พลคุ้มกันด้านหลังทหารทั้งหมดตามข้ามาวันนี้พวกเราจะสู้กับพวกั์ถึงแม้ชีวิตจะสิ้นเราก็จะปกป้องครอบครัวและผืนแผ่นดินนี้มิให้ตกไปเป็ทาสรับใช้และอาหารของพวกมันเป็อันขาด"
พันผาได้กะโกนเสียงดังขึ้น เพื่อปลุกระดมทหารทุกๆนายและสั่งการทหารของเขาให้จัดตั้งค่ายกลหมากล้อมซึ่งใช้สำหรับต่อต้านกองกำลังั์ที่กำลังบุกเข้ามา……..
หลังจากที่พันผาสังการทหารของตนแล้วทหารทุกนายก็ประจำที่ของตนเองอย่างไม่ชักชา……
ฟิ้ววววววว!
ตู้มมมมมม!
โครม! โครม
อ้า!
พวกั์โจมตีหอคอยที่อยู่บนกำแพงหมู่บ้านด้วยคันศรธนูไฟขนาดใหญ่หลายลูกราวกับห่าฝนลูกไฟตกใส่ทำให้หอคอยะเิแตกกระจายออกเป็เสี่ยงๆและทหารที่อยู่ประจำการบริเวณนั้นตกลงมาได้รับาเ็สาหัสหลายนาย….
ตึ่ง! ตึ่ง! ตึ่ง! ตึ่ง!
“ท่านพันผาขอรับหอคอยของเราแตกแล้วขอรับ”
เสียงฝีเท้าและเสียงกล่าวรายงานของทหารนายหนึ่งดังขึ้นเพื่อบอกสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น ณ ตอนนี้ด้วยสีหน้าที่ตื่นตระหนกและร้อนใจ……..
“ว่ากระไรนะหอคอยของและกำแพงหมู่บ้านแตกแล้วกระนั้นรึนี้ขนาดยังไม่กี่เพลาพวกั์ก็สามารถพังกำแพงหมู่บ้านได้เห็นที่พวกเราคงต้านพวกั์ไม่กี่เคี้ยวหมากแหลกพวกมันคงเข้ายึดหมู่บ้านของเราได้เป็แน่”
หลังจากที่พันผาได้รับรายงานจากทหารนายหนึ่งก็ได้พูดออกไปด้วยคำพูดและสีหน้าที่ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก…….
“ทหารแนวหน้าทั้งหลาย เตรียมตัวประจันบาล!”
โอ้วววววว!!
ตึ่ง! ตึ่ง! ตึ่ง! ตึ่ง!
ย้ากกกกกกกกกกก!
ฟับ! ฟับ! ฟับ!
เพ่ง! เพ่ง! เพ่ง!
เสียงของพันผาและเสียงของทหารแนวหน้าทั้งหมดกว่าสามร้อยนายเข้าประจันบาลกับพวกั์อย่างไม่เกรงกลัวแต่อย่างใดเสียงศาสตราวุฒิและเสียงโฮ่ร้องที่เข้าห้ำหั่นกันดังกึกก้องไปทั่วปฐีพวกชาวบ้านแม้อยู่ในที่หลบภัยที่ไกลออกไปก็ยังสามารถได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจนซึ่งน่าหวาดกลัวเป็ยิ่งนัก……
“ฆ่าและจับกินอ้ายพวกมนุษย์ให้หมดอย่าให้เหลือรอดแม้แต่ผู้เดียว”
หึๆ! หึๆ! หึๆ!
ในขณะนั้นเอง ั์ร่างกายใหญ่โตน่าเกลียดจอมพลังตนหนึ่งที่มีในตาสีแดงฉานและมีความสูงประมาณเกือบเท่ากับช้างหนุ่มหนึ่งเชือก ที่เป็ทหารนำทัพอสุรกายแนวหน้าของพวกั์ได้ส่งเสียงสั่งการให้พวกอสุรกายลูกน้องของมันให้ฆ่าและจับพวกทหารของพันผากิน……
โฮกกกกกกก!!
อ้า!
ฉึบ! ฉับ! ฉัวะ!
โอ้ย!
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป……
“ทำไม่พวกมันถึงแข็งแกร่งเยี่ยงนี้!?”
เสียงทหารในสังกัดของพันผาโฮ้ร้องด้วยความเ็ปเพราะไม่อาจต้านพละกำลังของั์ชั้นทาสที่มีร่างกายใหญ่โตตนนั้นและอสูรกายลูกน้องของมันได้ด้วยการแกว่งดาบแต่ละครั้งสามารถฆ่าทหารของพันผาได้มากกว่าสี่ถึงห้าคนและทุกร่างที่ถูกดาบของมันฟันเข้า อวัยวะส่วนต่างๆ จะถูกตัดออกอย่างน่าสยดสยอง…….
กุบกรับ! กุบกรับ! กุบกรับ!
ฮี้ๆ ฮี้ๆ ฮี้ๆ
“ท่านพันผาขอรับทหารทัพหน้าของเราล้มตายเป็จำนวนมากแล้วเห็นทีพวกเราคงจะต้านพวกมันไม่ไหวอีกต่อไป!” เสียงของทหารม้าเร็วนายหนึ่งดังขึ้นหลังจากที่กลับมาจากแนวหน้า ซึ่งทหารนายนี้ได้กล่าวรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับทองกำลังแนวหน้าว่าไม่สามารถต้านพวกอสุรกายของกองทัพั์ได้……
“ลั่นกลองศึก!สั่งทหารทุกนายที่ยังไหวอยู่ให้ถอยกลับไปตั้งค่ายในป่า”
หลังจากที่พันผาได้รับรายงานเกี่ยวกับความพ่ายแพ้ของทัพหน้าของเขาแล้วเขาก็สั่งให้ทหารที่เหลือถอยทัพกลับไปที่ป่า เพื่อตั้งแนวรบใหม่………
ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!
ถอย! ถอย! เร็วถอย!
ทุกคนถอยกลับไปตั้งค่ายในป่า!
เมื่อเสียงสัญญาณถอยทัพดังขึ้นทหารทุกนายก็ทำการถอยทัพกลับเข้าไปตั้งค่ายในป่าตามคำสั่งของพันผาทันทีเพื่อตั้งแนวรับใหม่ อีกอย่างในป่าแห่งนั้นก็มีเหล่าทหารที่ดักซุ่มตามพื้นที่ต่างๆที่ได้วางแผนเอาไว้ก่อนหน้านี้ด้วย เช่นบนต้นไม่บ้าง ในน้ำบ้าง ในดินบ้างตามหินผาและกอหญ้าบ้างซึ่งมีทหารมากกว่าสอนร้อยนายเลยทีเดียว…….
ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!
“พวกมึงจงดูน้ำหน้าอ้ายพวกมนุษย์ที่แสนอ่อนแอและขี้ขลาดตาขาวพวกมันหวาดกลัวพวกเรากันจนหัวหด ถึงกับต้องวิ่งหางจุบตูดหนีเข้าไปในป่าเลย ไป!พวกมึงทุกตนจงเร่งตามไปฆ่าพวกมันในป่าให้หมดอย่าให้เสียที!”
เสียงั์ชั้นพันผู้ที่เป็ผู้นำทัพเหล่าั์ชั้นทาสและอสุรกายที่มาในครั้งนี้ได้ส่งเสียงหัวเราะอย่างชอบใจเมื่อเห็นกองทัพของพันผาถอยร่นกลับเข้าไปในป่ามันจึงสั่งการให้ลูกน้องของมันไล่ตามกองทัพของพันผาไปเพื่อที่ฆ่าให้หมดไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว…….
โฮกกกกกกกก!!
อุ อุ อุ อุ!!
ตึง! ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!
เมื่อเหล่าอสุรกายและั์ชั้นทาสได้รับคำสั่งแล้วพวกมันก็ทำการไล่ตามกองทัพของพันผาเข้าไปในป่าทันทีอย่างบ้าคลั่งและดุดันซึ่งพวกมันแต่ละตนล้วนแสดงสีหน้าที่หิวกระหายและอยากฆ่าออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน………
สิบห้านาทีผ่านไป…….
“ไอ้พวกมนุษย์ขลาดเขลา! พวกมึงอยู่ที่ใดกัน!ต่อให้พวกมึงหลบซ่อนหรือหนีไปอยู่ในที่แห่งหนใด พวกมึงก็หนีไม่พ้นอยู่ดี!เพราะว่าวันนี้จะเป็วันตายของพวกมึงทุกๆ คน!”
“ถูกแล้ว!ไหนว่าอ้ายพวกมนุษย์อย่างพวกมันชอบสู้กันอย่างเปิดเผยมิใช่รึ? เหตุไฉนจึงไม่ออกมาสู้รบกับพวกกูเล่า!ทำตัวเช่นนี้มันช่างขี้ขลาดเหมือนเต่าที่หลบอยู่ในกระดองเลย ออกมาสิวะ!”
ั์ชั้นทาสร่างกายใหญ่โตตนสองตนได้ส่งเสียงะโดังขึ้นซึ่งพวกมันทั้งสองรับหน้าที่ในการเป็แนวหน้าค้นหากองทัพของพันผาโดยพวกมันทั้งสองได้ใช้วาจาว่ากล่าวต่อความรู้สึกและเกียรติของนักรบที่มนุษย์มักจะถือเอาเป็ที่ตั้งมาพูดเพื่อให้กองทัพของพันผายอมโผล่หัวออกมาให้พวกมันจัดการ แต่ทว่าในตอนนั้นเอง…..
“พลหน้าไม้สังหารั์! พลธนูเล็ก! ขึ้นสายเตรียมยิง!”
พึง! พึง! พึง!
“ทั้งหมด! ยิงได้!”
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
เสียงะโสั่งการของพันผาดังขึ้น เพื่อให้สัญญาณเหล่าทหารพลธนูทั้งสองหน่วยที่ดักซุ่มบนต้นไม้ในน้ำและตามโพรงหญ้าระดมยิงใส่พวกั์อย่างพร้อมเพรียงกันโดยมีั้แ่ธนูขนาดเล็กไปจนถึงธนูขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่าหน้าไม้สังหารั์หรือก็คือเครื่องยิงธนูบาริสต้าในสมัยนี้ซึ่งเ้าหน้าไม้สังหารั์นี้มีขนาดที่ใหญ่มากโดยที่ลูกธนูที่นำมาใช้นั้นถูกหลอมสร้างขึ้นมาจากเหล็กทั้งแท่งทำให้สามารถยิงทะลุร่างของั์ชั้นทางหรือั์ชั้นนายได้แบบสบายๆ ……..
แต่หากว่า้าที่จะสังหารั์ที่มีระดับสูงกว่านี้ลูกธนูเหล่านี้จะต้องผ่านการลงสลักอาคมเสียก่อนถึงจะสามารถทำได้เพราะร่างกายของั์ชั้นพันขึ้นไปล้วนมีคาถาอาคมและยันต์คุ้มกายป้องกันตนเองไว้………
ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!
เอื้อออออออออ! เอื้อออออออออ!
อ้า! อ้า! อ้า! อ้า!
ตึง! ตึง!