ตอนนี้จวินหลิงหยางชุนกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดฝันมาก่อน ร่างเล็กนั่งอยู่ตรงกลางระหว่างฮองเฮากับองค์ชายสี่แบบงงๆ ส่วนเสด็จพ่อนั่งอยู่ข้างฮองเฮาและพี่ใหญ่นั่งอยู่อีกด้านติดกับพี่สี่
มื้ออาหารในวันนี้ไม่ได้น่าอึดอัดอย่างที่เขาคิดไว้ ในทางกลับกัน เรียกได้ว่าค่อนข้างราบรื่นมากทีเดียว อาจเป็เพราะมีพี่สี่ที่เป็คนช่างคุยและพลังล้นเหลือในการชักนำบทสนทนา ตัวเขาที่คิดว่าตัวเองเป็คนนอกก็ไม่ได้ถูกปล่อยให้นั่งเงียบๆ แต่อย่างใด ทุกคนต่างส่งคำถามให้เขาเข้าร่วมอยู่เสมอ
อีกทั้งสิ่งที่ทำให้ร่างเล็กประหลาดใจมากที่สุด คือการที่ฮองเฮาทรงเอ็นดูเขามาก หลังจากที่ลูบหัวผมเขาก่อนหน้านี้แล้ว ก็กลายเป็ว่าเขาถูกฮองเฮาจับไว้ข้างตัวอย่างงงๆ ทั้งจับจูงมานั่งเก้าอี้ข้างตัว คอยคีบอาหารให้เขาตลอดเวลา และยังเอ่ยให้เขาทานอาหารให้มากขึ้นอีกด้วย
มือนิ่มของอีกฝ่ายขยับมาลูบแก้มที่ปูดนูนของเขาที่กำลังเคี้ยวอาหาร เขาชะงักเล็กน้อยแต่ทำได้เพียงจ้องอีกฝ่ายตาแป๋วอย่างทำให้อะไรไม่ถูก และก็ได้รับรอยยิ้มงดงามกลับมาจากฮองเฮา
ความเกรงกลัวและความประหม่าของเขาลดลงมาก เมื่อรับรู้ได้ว่าเสด็จแม่ของพี่ใหญ่กับพี่สี่ไม่ได้ตั้งแง่กับเขา จิตใจที่เคยเครียดขึงของเขาจึงผ่อนคลายลง สามารถร่วมยิ้มและหัวเราะไปกับมุกตลกของพี่สี่ได้อย่างอารมณ์ดี
ในขณะที่เสด็จพ่อ พี่ใหญ่ พี่สี่และเขากำลังจะกลับตำหนักของตัวเอง เสียงหวานเรียบนิ่งของฮองเฮาก็เอ่ยขึ้น
"ฝ่าาเพคะ หม่อมฉันมีเื่จะขอร้องแทนเสี่ยวเฉิงหนึ่งเื่เพคะ"
จวินหลิงจางเสวียนได้ยินฮองเฮาคู่บัลลังก์เอ่ยเช่นนั้นก็หันไปมองบุตรชายคนที่สี่ด้วยความสงสัย ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้อีกฝ่ายพูดต่อ
"เสี่ยวเฉิงอยากให้หม่อมฉันขออนุญาตฝ่าาพาองค์ชายห้าไปค้างคืนที่ตำหนักของตัวเองเพคะ"
ทันทีที่เสด็จแม่เอ่ยออกมา องค์ชายสี่ก็ถึงกับร้องดีใจในใจทันที เขานึกว่าเสด็จแม่จะลืมเื่ที่เขาขอไปเสียแล้ว เพราะอีกฝ่ายไม่ได้เอ่ยถึงเลยตอนทานอาหาร ใบหน้าหล่อเหลาไม่สนใจการเหล่ตามองอย่างอิจฉาของพี่ใหญ่ เขากำลังตั้งตารอคำตอบของเสด็จพ่ออย่างใจจดใจจ่อ
คนเป็บิดาลอบถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับบุตรคนนี้ ที่ถึงกับใช้มารดาของตัวเองมาขอร้องเพื่อกดดันเขา สิ่งที่เขาทำได้มีเพียงแต่พยักหน้าตกลงอย่างจำยอมเท่านั้น แต่ก็เก็บความหมั่นไส้ลูกชายคนนี้ที่คิดแย่งเสี่ยวชุนไปจากเขา
พ่อคิดว่า่นี้งานของเ้าน้อยเกินไปจนมีเวลาคิดฟุ้งซ่าน พรุ่งนี้พ่อจะให้งานเ้าเพิ่มมากขึ้นอีกนิดนะเสี่ยวเฉิง
ในเวลานี้คงมีเพียงองค์ชายตัวน้อยที่เงยหน้าหันซ้ายหันขวามองคนนั้นทีคนนี้ทีตาปริบๆ รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่พี่สี่ก้มตัวลงมาหอมหัวเขาฟอดใหญ่แล้วบอกว่าคืนพรุ่งนี้พี่สี่จะพาเขาไปเล่นที่ตำหนักตัวเอง
คืนนั้นเสด็จพ่อนอนกอดเขาแน่นแล้วกำชับเขาหลายรอบว่าให้ไปนอนค้างที่ตำหนักของพี่สี่เพียงคืนเดียวเท่านั้น ไม่ว่าพี่ชายจะหาอะไรมาหลอกล่อก็ห้ามตกลงอยู่ค้างต่อเด็ดขาด ร่างน้อยฟังบิดาเอ่ยย้ำเื่นี้ข้างหูจนหลับไปในอ้อมกอดอุ่นๆ ของอีกฝ่าย แม้แต่ในความฝันเขาก็เหมือนได้ยินเสียงของเสด็จพ่อตามเข้ามาบอกถึงในความฝันเลยทีเดียว
[นายท่านขอรับ ภารกิจเก็บสมุนไพริญญาชนิดที่สองมาแล้วขอรับ]
เสียงของระบบดังขึ้นในขณะที่เขากำลังทำตัวนิ่งสงบอยู่ในท้องพระรอง แพขนตางอนยาวหลุบต่ำลงปกปิดความตื่นเต้นของตัวเองเอาไว้ หลังจากได้พักมาหลายวันก็ได้เวลาลุยภารกิจของ์ต่อเสียที
'คราวนี้คือสมุนไพริญญาชนิดไหนเหรอระบบ'
[เป็ลูกพลับในอุทยานหลวงขอรับ วันนี้มีลูกพลับสมุนไพริญญาระดับหนึ่ง 4 ลูกขอรับที่ต้องเก็บ]
'โอ้ ฉันไม่ได้กินลูกพลับมานานแล้วเหมือนนะเนี่ย ว่าแต่...นายคงไม่ได้จะให้ฉันใช้ร่างกายแบบนี้ปีนเก็บด้วยตัวเองหรอกใช่ไหม'
จวินหลิงหยางชุนเอ่ยถามระบบด้วยเสียงที่แสดงความกังวลและไม่แน่ใจออกมาชัดเจน ดวงตาของเขาก้มลงมองขาสั้นๆ ขอตัวเองที่ห้อยต่องแต่งไม่ถึงพื้น
ต้นพลับที่เขาเคยเห็นผ่านทางภาพยนตร์และซีรีส์ส่วนมากแม้จะไม่ได้มีลำต้นสูงจนน่ากลัว เพราะสายพันธุ์เล็กๆ ที่ผู้ใหญ่เอื้อมหยิบได้ก็มีอยู่ แต่สำหรับเขาที่ตอนนี้กำลังมีปัญหาเื่ส่วนสูงอย่างร้ายแรงก็กลัวเหลือเกินว่าจะต้องปีนต้นไม้เป็ลิงเพื่อเก็บผลของลูกพลับด้วยตัวเอง
[ระบบคิดว่านี่อาจจะเป็งานหนักสำหรับนายท่านนิดหน่อยขอรับ]
ระบบตอบเสียงแห้งก่อนจะรีบเอ่ยต่อเมื่อรู้สึกได้ว่านายท่านของเขากำลังห่อเหี่ยวเหมือนต้นไม้แล้งน้ำ
[นายท่านอย่ากังวลมากเกินไป ต้นพลับในอุทยานหลวงไม่ได้สูงมากนัก แม้ว่าท่านคงจะเอื้อมถึงไม่ได้ง่ายๆ แต่ถ้าขี่คอพี่ชายสักคนหรือปีนบันไดก็สามารถเก็บได้แล้วขอรับ]
'จะแบบไหนก็น่ากังวลทั้งนั้นแหละด้วยตัวเตี้ยๆ ของฉันตอนนี้' ร่างเล็กบ่นออกมา
'ฉันได้แต่หวังว่าในอนาคต ฉันไม่ต้องทรมานตัวเองถึงขนาดไต่หน้าผาเพื่อเก็บสมุนไพริญญาหรอกใช่ไหม'
[...]
'เฮ้ ระบบ นายอย่าเงียบแบบนี้สิ ฉันใจคอไม่ดีเลย'
[อะแฮ่ม ระบบไม่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับอนาคตได้ นายท่านควรกังวลเกี่ยวกับภารกิจในปัจจุบันมากกว่าขอรับ]
ระบบปลอบใจนายท่านตัวเอง
'นี่ขนาดพึ่งสมุนไพริญญาชนิดที่สองนะเนี่ย'
[นายท่านไม่คิดว่าเป็ประสบการณ์ที่ดีหรือขอรับ ระบบคิดว่าท่านจะสนุกกับมันแน่นอน]
'ก็ขอให้สนุกอย่างที่นายพูดเอาไว้ละกัน'
"พี่ใหญ่เขยิบไปทางซ้ายหน่อยขอรับ อีกสองก้าวขอรับ เย้ น้องเด็ดได้แล้วพี่ใหญ่!"
จวินหลิงหยางชุนร้องดีใจออกมาก่อนจะส่งผลลูกพลับสีเหลืองขนาดใหญ่กว่ามือของเขาให้พี่รองเก็บไว้ในตะกร้าส่วนตัว
ขาเล็กของเขาที่พาดอยู่บนบ่ากว้างของพี่ชายถูกแขนแข็งแรงจับไว้แน่น แผ่นหลังเองก็ถูกมือใหญ่ของอีกฝ่ายจับไว้ด้วยเกรงว่าเขาจะหงายหลังจนตกลงไปได้
"เสี่ยวชุนอยากเก็บลูกไหนอีกไหม"
เสียงของพี่รองเอ่ยขึ้น เขาใช้ชายแขนเสื้อซับเหงื่อให้น้องชายตัวเล็กที่กำลังขี่คอพี่ใหญ่อยู่ ใบหน้าน่ารักมีรอยยิ้มสดใสอยู่ตลอดเวลา จนเขากลืนคำพูดที่อยากเอ่ยห้ามออกไป
วันนี้่บ่ายเป็เขากับพี่ใหญ่เป็คนพาเสี่ยวชุนออกมาเดินเล่นในอุทยานหลวง ซึ่งเหมือนกับเป็กิจวัตรประจำไปเสียแล้ว ที่ต้องพากันออกมาพักผ่อนในตอนบ่ายหลังจากจัดการงานของตัวเองเรียบร้อย ที่มากันเพียงสามคนเป็เพราะว่าเสด็จพ่อมีเื่ที่ต้องพูดคุยกับขุนนางที่เข้ามาปรึกษา ส่วนน้องสามก็คอยอยู่ข้างเสด็จพ่อเนื่องจากงานนี้เกี่ยวข้องในส่วนที่น้องสามดูแล
ส่วนน้องสี่ที่ได้รับงานจากเสด็จพ่อกองใหญ่ในวันนี้ ยังคงหัวหมุนกับงาน และจำยอมโบกมือลาพวกเขาที่จะไปเดินเล่นทั้งน้ำตาเพราะต้องรับผิดชอบงานของตัวเองให้หมดเสียก่อน
พอนึกถึงน้องสี่แล้วก็อดขุ่นเคืองใจเล็กน้อยไม่ได้ ที่อีกฝ่ายแย่งชิงน้องคนเล็กไปนอนที่ตำหนักจากเสด็จพ่อได้ เขาเองก็อยากอยู่กับเสี่ยวชุนทั้งคืนเช่นกัน ถ้าได้ใช้เวลาด้วยกันแบบส่วนตัวก็คงดี น้องจะได้รักเขาเยอะๆ
ยิ่งน้องสี่โอ้อวดเื่นี้ไม่หยุด พวกเขาก็ได้แต่มองด้วยความอิจฉา ก่อนจะนึกสมน้ำหน้าเมื่อเ้าตัวดีถูกเสด็จพ่อโยนงานจำนวนมากให้อีกฝ่ายรับผิดชอบจนถึงกับนั่งหน้าซีดคอตกไปเลย ฮ่าๆ
กิจกรรมวันนี้ค่อนข้างแตกต่างไปจากปกติตรงที่เสี่ยวชุนเอ่ยปากบอกว่าอยากเก็บลูกพลับด้วยตนเอง อาจเป็เพราะวันนี้่มื้อกลางวัน นางกำนัลจัดเตรียมผลไม้เป็ผลพลับไว้ให้ทานล้างปาก น้องชายของเขาดูให้ความสนใจผลไม้ชนิดนี้มาก และไม่รู้ว่าเ้าตัวน้อยไปรู้มาจากไหนว่าในอุทยานหลวงมีต้นพลับปลูกอยู่ จึงได้เอ่ยขอให้เขากับพี่ใหญ่พามาดู
เขาที่เห็นน้องชายดูชื่นชอบผลพลับมากจึงคิดสั่งให้คนเก็บลูกพลับมาให้น้องชายได้ทานสดๆ จากต้น แต่ไม่คาดคิดว่าน้องจะเอ่ยปากบอกว่าขอเป็คนเก็บลูกพลับเอง
แน่นอนว่าเขากับพี่ใหญ่เอ่ยห้ามปรามเสียงแข็ง พร้อมเสนอตัวเองว่าถ้าน้องอยากได้ลูกไหน เขาจะอาสาเก็บให้เอง แต่สุดท้ายแล้วพวกเขาก็พ่ายแพ้ต่อการออดอ้อนของน้องชายที่ทั้งเข้ามากอดพวกเขา ไหนจะยอมยื่นข้อเสนอว่าหากเขายอมให้เ้าตัวได้เก็บลูกพลับ อีกฝ่ายจะยอมให้พวกเขาสองคนหอมแก้มได้ตามใจอีกด้วย
ข้อเสนอที่น่าสนใจเช่นนี้ พวกเขาจะปฏิเสธได้อย่างไรกัน
ด้วยหัวใจที่อ่อนยวบอย่างรุนแรงเพราะความ้าหอมแก้มนิ่มๆ ของน้องชายจึงเป็ฝ่ายชนะ พวกเขาลงความเห็นให้น้องเล็กขี่คอพี่ใหญ่ที่ร่างกายสูงกว่า ส่วนเขาก็รับหน้าที่คอยนำผลพลับที่น้องเด็ดได้ใส่ไว้ในตะกร้าที่ให้คนหามาให้
เมื่อเห็นน้องชายดูสนุกสนาน ชี้ลูกพลับตรงนั้นตรงนี้ด้วยดวงตาเป็ประกาย รู้สึกตัวอีกทีผลลูกพลับที่มือน้อยเอื้อมเด็ดได้ก็แทบล้นออกจากตะกร้าใบใหญ่เสียแล้ว
ใบหน้าบอบบางชื้นเหงื่อ หันมาส่งยิ้มให้พี่รองของตัวเองแล้วส่ายหน้า ปากเล็กเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเล็กๆ
"วันนี้น้องเก็บพอแล้วขอรับ"
องค์ชายใหญ่ได้ยินน้องพูดดังนั้นก็ค่อยๆ ย่อกายลงแล้วให้น้องรองอุ้มร่างน้อยออกจากคอของเขาอย่างระมัดระวัง
"พรุ่งนี้น้องค่อยมาเก็บใหม่...ได้ไหมขอรับ พี่ใหญ่ พี่รอง"
จวินหลิงหยางชุนอ้อนพี่ชายทั้งสองคน มือน้อยเขย่ามือพี่ชายไปมาเพื่อขอคำตอบ แต่ก็ถูกยื่นข้อต่อรองกลับมาแทน
"พรุ่งนี้พี่จะพาเสี่ยวชุนมาเก็บอีก ถ้าน้องบอกเสด็จพ่อว่าอยากไปนอนค้างกับพี่ใหญ่ที่ตำหนัก"
"พี่รองก็อยากให้เสี่ยวชุนไปนอนที่ตำหนักของพี่รองด้วยเช่นกัน"
จวินหลิงหยางชุนลอบกลอกตากับคำขอของทั้งคู่
ภารกิจของข้าดูเหมือนจะยังไม่ยากเท่าต้องมาเลี้ยงพี่ชายพวกนี้เลย...
Talk : เดี๋ยวพี่ชายก็โตนะเสี่ยวชุน มาช้าเพราะเผลอหลับยาวค่ะ