โทแกบีหัวเราะคิกคัก
[อย่างไรก็ตาม ข้าประทับใจอย่างยิ่งความจริงแล้วก็ไม่ได้คาดหวังอะไรกับตู้โดยสารนี่เท่าไหร่แท้ ๆแต่พวกเ้ากลับอุตส่าห์บุกบั่นฟันฝ่าจนผ่านซีนาริโอหลักแรกสำเร็จจนได้ถือว่าพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกแมลงตัวจ้อยก็มีสิทธิ์รอดชีวิตเหมือนกัน]
คำพูดนั้นทำให้ผมตระหนักถึงสถานะของพวกเราขึ้นมาได้บางทีในสายตาเ้านั่นแล้วพวกเราก็คงไม่ต่างอะไรจากตั๊กแตนนั่นแหละ
[เอาละ ๆเอาชนะความยากลำบากมาได้ก็ย่อมสมควรได้รับรางวัลจริงมั้ยรางวัลของการผ่านซีนาริโอหลักแรกก็คือ ตอนนี้พวกเ้าทุกคนจะได้รับสิทธิ์การสนับสนุนจากท่าน ‘กลุ่มดาว’ ทั้งหลาย ว้าว! เป็ไง น่าสนใจสุด ๆไปเลยใช่มั้ยล่ะ ฮึ่ม พวกเ้าดูเฉยชากันเสียจริง นี่เป็เื่ที่น่าทึ่งมากแท้ ๆ]
อันที่จริงก็สมควรแล้วที่จะเป็กันแบบนี้เพราะในที่แห่งนี้นอกจากผมก็ไม่มีใครรู้ว่า ‘กลุ่มดาว’ หรือ ‘การสนับสนุน’ มีความหมายว่ายังไง
การสนับสนุนจากกลุ่มดาว ความหมายของมันชัดเจนอยู่ในตัวนี่แสดงว่าในที่สุดหนึ่งในอีเวนต์หลักในสามวิธีรอดอย่าง <การเลือกผู้สนับสนุน>ก็ใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้วสินะ
[อืม พวกเ้าดูจะสับสนกันชอบกล งั้นข้าจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็แล้วกัน พวกเ้าในตอนนี้อ่อนแออย่างยิ่งถ้าโยนพวกเ้าเข้าซีนาริโอทันที อย่าว่าแต่ ‘ครูค’ เลย แค่เจอเข้ากับ ‘หนูกระชอน’ ที่แสนจะอ่อนแอก็คงถูกเชือดทิ้งแน่แต่ด้วยความเมตตาอันล้นพ้นในจักรวาลแห่งนี้ยังมีท่านผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลายที่พร้อมจะให้การสนับสนุนพวกเ้าด้วยความเวทนาอยู่เข้าใจหรือยังว่าข้าหมายความว่ายังไง]
สุดท้ายอีฮยอนซองก็เปิดปากพูดด้วยไม่อาจอดทนได้อีก
“หมายความว่ายังไงครับ ใครสนับสนุนใคร...”
[อืม หูโสโครกจนฟังที่ข้าพูดไม่เข้าใจสินะในสุภาษิตเกาหลีเองก็มีคำกล่าวแบบนี้อยู่มิใช่หรือไงได้เห็นครั้งเดียวย่อมดีกว่าฟังเป็ร้อยครั้งดังนั้นพวกเ้าจงลองไปััด้วยตัวเองเถอะแต่ใครดวงซวยก็คงไม่มีโอกาสได้ััหรอกนะ ฮ่า ๆ ๆ!]
ผมเริ่มรู้สึกตึงเครียดขึ้นมามันจะเริ่มั้แ่นี้เป็ต้นไปมีแต่จะต้องเลือกตัวเลือกที่ถูกต้องเสียั้แ่ที่นี่การเอาชีวิตรอดในอนาคตถึงจะเป็เื่ง่ายขึ้น
“คุณดกจา? จู่ ๆ ก็มีตัวเลือกแปลก ๆสองตัวเลือกเด้งขึ้นมา นี่มัน...”
“ถามผมไป ผมก็ตอบอะไรไม่ได้หรอกครับ”
แน่นอนว่ามันเป็แค่คำโกหกเพื่อที่จะได้ไม่ทำให้คนอื่นรู้สึกสงสัยในตัวผมขึ้นมาเปล่าๆ ว่าแต่ตัวเลือกถึงสองตัวเลยงั้นหรือนี่
ยูซังอาช่างโชคดีเหลือเกิน
“ลองเลือกดูตามสบายเถอะครับ คิดเสียว่ากำลังทำแบบทดสอบความถนัดก็ได้”
“แบบทดสอบความถนัด...”
“ยังไงก็ไม่มีใครรู้อยู่แล้วว่านี่มันเกิดเื่อะไรขึ้นสู้ทำใจให้สบายพร้อมมุ่งตรงไปข้างหน้าไม่ดีกว่าหรือครับ”
“ค่ะ...ทราบแล้วค่ะ”
ยูซังอาปิดปากแน่นไม่ถามอีกเชื่อในคำพูดของผม แล้วเริ่มเงยหน้าขึ้นมองอากาศใบหน้าจริงจังราวกับได้พบกับโชคชะตาอันแสนแปลกประหลาด
คนอื่นๆ เองก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมาพวกเขาคงจะกำลังอ่านตัวเลือกที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าตัวเอง
ผมเองก็กำลังมองตัวเลือกของผมอยู่เหมือนกัน
<การเลือกผู้สนับสนุน>
- โปรดเลือกผู้สนับสนุนเื้ัของคุณ
- ผู้สนับสนุนที่คุณเลือกจะกลายเป็ผู้ช่วยเหลืออันแข็งแกร่งของคุณ
1. ัทมิฬแห่งนรกอเวจี
2. ผู้พิพากษาเปลวเพลิงดุจปีศาจ
3. จอมวางแผนลับ
4. นักโทษรัดเกล้าทองคำ
ตัวเลือกปริศนาสี่ตัวเลือกหมายความว่ามีกลุ่มดาวทั้งหมดสี่กลุ่มที่้าให้ผมกลายเป็อวตารของพวกเขา
ถ้าเทียบจากการที่ตัวเอกของเื่ ‘สามวิธีรอด’ ได้รับตัวเลือกในตอนแรกห้าตัวเลือกเลขสี่ก็ไม่ใช่ตัวเลขที่น้อยเลย อีกทั้งความจริงแล้วสิ่งสำคัญไม่ใช่จำนวน แต่เป็คำปริศนาที่อยู่ข้างเลขตัวเลือกพวกนั้น
เหล่ากลุ่มดาวจะไม่มีวันเปิดเผยนามที่แท้จริงของตัวเองเด็ดขาด
เพราะฉะนั้นผู้ที่ทำสัญญาทุกคนจะต้องครุ่นคิดแก้ปริศนาความหมายของคำอุปมาอุปไมยล้าสมัยอย่าง ‘อเวจี’ ‘ปีศาจ’ หรือ ‘สวน’ กันเอาเอง เพื่อที่จะสรุปให้ได้ว่าตัวตนที่แท้จริงของกลุ่มดาวเป็ใคร
แน่นอนว่าสำหรับผมซึ่งเป็นักอ่านเพียงหนึ่งเดียวของ ‘สามวิธีรอด’ แล้วปริศนาแค่นี้ไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลย
เริ่มจาก ‘ัทมิฬแห่งนรกอเวจี’
เท่าที่จำได้กลุ่มดาวนี้เป็กลุ่มดาวอันแข็งแกร่งซึ่งเป็ผู้นำกลุ่มของกลุ่มดาวเมฆาทมิฬ ผมลืมนามที่แท้จริงของกลุ่มดาวนี้ไปแล้วแต่จำได้ว่าเป็ชื่อที่ค่อนข้างยาวเป็พิเศษ
ข้อดีของกลุ่มดาวนี้คือสามารถการันตีได้เลยว่าผู้ที่ทำสัญญาด้วยจะได้รับพลังการต่อสู้อันแข็งแกร่งโดยเฉพาะใน่แรกที่ต้องใช้ค่าความแข็งแกร่งและพละกำลังในการโจมตีสูงเป็พิเศษไม่มีกลุ่มดาวไหนมอบการสนับสนุนได้เท่า ‘ัทมิฬแห่งนรกอเวจี’ อีกแล้ว
แต่แน่นอนว่านั่นเป็แค่เื่ใน่แรกเริ่มเท่านั้นพลังของกลุ่มดาวนี้ยิ่งใช้บ่อยเท่าไหร่ สติของผู้ใช้ก็จะยิ่งมืดมนและกลายเป็ฆาตกรผู้ตกอยู่ในความบ้าคลั่งในที่สุด
ปกติกลุ่มดาวนี้มักจะเลือกสนับสนุนพวกที่มีคุณลักษณะเป็ ‘จูนิเบียว’แท้ ๆ...ไม่รู้ทำไมกลุ่มดาวนี้ถึงได้เลือกผม
รู้สึกไม่สบายใจชอบกลเอาเป็ว่าข้ามไปก่อน
ตัวเลือกที่สอง‘ผู้พิพากษาเปลวเพลิงดุจปีศาจ’ ได้เห็นตัวเลือกนี้ปรากฏขึ้นตรงหน้าจริง ๆก็ทำเอาอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นมา
กลุ่มดาวที่ดูผิวเผินแล้วให้กลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายแท้จริงแล้วคำว่า‘ดุจปีศาจ’ เป็แค่หลุมพรางจากการเล่นคำหากวิเคราะห์คำคำนี้ให้ดี ๆ ก็จะพบว่าความหมายที่แท้จริงคือพวกเขา ‘ไม่ใช่ปีศาจ’ นั่นเอง
คำว่า ‘เปลวเพลิง’ กับ ‘ผู้พิพากษา’ ต่างหากล่ะที่เป็ตัวตัดสิน
ไม่ใช่ปีศาจแต่เป็ผู้ลงทัณฑ์พิพากษาด้วยเปลวเพลิง ถึงจะฟังดูขัดแย้งกันไปหน่อยแต่เ้าของที่แท้จริงของกลุ่มดาวนี้เป็ทูต์
ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็ ‘อัครทูต์อูรีเอล’...ผมจำได้ว่ามีตัวละครหนึ่งเลือกกลุ่มดาวกลุ่มนี้เป็ผู้สนับสนุน
นี่เป็ตัวเลือกที่ค่อนข้างดีทีเดียวแต่ขอเก็บไว้ก่อนก็แล้วกันเพราะกลุ่มดาวฝ่ายดีเหล่านี้กำหนดเงื่อนไขที่ไร้สาระสิ้นดีในการจะใช้พลังอันแข็งแกร่งของพวกเขา
ตัวเลือกที่สาม ‘จอมวางแผนลับ’ เป็ตัวเลือกที่กระทั่งนักอ่านตัวยงของสามวิธีรอดอย่างผมเองก็เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกเช่นกัน
ไม่แน่กลุ่มดาวนี้อาจจะเคยโผล่มาให้เห็นในบรรดากลุ่มดาวที่ถูกบรรยายถึงคร่าวๆ แต่...ตอนนี้ก็ไม่รู้สิ ถ้าได้อ่าน ‘สามวิธีรอด’ อย่างละเอียดอีกหน่อยบางทีอาจจะพอจับความรู้สึกอะไรได้บ้าง
เื่ที่แน่ใจได้ก็คือ ตัวตนที่แท้จริงของกลุ่มดาวนี้ไม่น่าจะแข็งแกร่งอะไรพวกเขาแทบไม่ได้ใช้คำที่ชี้เฉพาะบอกถึงตัวตนเลยนอกจากคำนามที่ดูไม่ค่อยได้เื่นัก
จอมวางแผนลับชื่อนี้ดูเรียบง่ายเกินกว่าจะใช้แทนตัวกลุ่มดาว ดังนั้นตัวเลือกนี้ขอผ่าน
ตัวเลือกสุดท้าย ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’
วินาทีที่ได้เห็นตัวเลือกที่สี่หัวใจของผมก็เต้นกระหน่ำอย่างรุนแรงคิดไม่ถึงว่าผมจะได้รับความสนใจจากกลุ่มดาวนี้ั้แ่เริ่มเื่
ผมสงสัยสายตาของตัวเองอยู่หลายรอบแต่ไม่ผิดแน่ เป็ ‘นักโทษรัดเกล้าทองคำ’ จริง ๆ
กลุ่มดาวที่อ่านผิวเผินแล้วให้ภาพลักษณ์ด้านลบเพราะมีคำว่า ‘นักโทษ’อยู่ในชื่อ แต่ที่จริงแล้วสมควรมองอย่างระมัดระวังไปที่คำว่า ‘รัดเกล้าทองคำ’
รัดเกล้าทองคำคุกจองจำที่เล็กที่สุดในโลก
หากตอนเด็กๆ ใครเคยอ่านไซอิ๋วละก็นี่เป็คำใบ้ให้พวกเขาสามารถรู้ถึงตัวตนของกลุ่มดาวนี้ได้ง่าย ๆ ในทันทีเพราะมีเพียงนักโทษคนเดียวเท่านั้นที่ถูกจองจำด้วยรัดเกล้าทองคำ
เ้าแห่งเขาฮัวกั่วซานผู้ใช้ชีวิตด้วยความเ็ปจากตรวนพันธนาการที่ศีรษะ
พญาวานรผู้เนตรทองคำทะลุแจ้ง
ซุนหงอคงหรือฉีเทียนต้าเซิ่ง ผู้ยิ่งใหญ่เทียมฟ้าดิน
ในบรรดาตัวละครที่ปรากฏตัวขึ้นในนิยายเองก็มีคนที่ได้รับการสนับสนุนจากฉีเทียนต้าเซิ่งผู้ยิ่งใหญ่อยู่ด้วย
อำนาจอันแสนยิ่งใหญ่สะบัดมือครั้งเดียวก็กวาดล้างเหล่าอวตารได้นับร้อยเรียกสายฟ้าหนึ่งคราสามารถจัดการปีศาจร้ายได้หลายพันตัว
เพราะนักเขียนบรรยายเื่เหล่านี้เอาไว้เสียละเอียดยิบผมเลยจำได้อย่างชัดเจน
ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเหตุใดกลุ่มดาวอันทรงพลังนี้ถึงได้ให้ความสนใจในตัวผมแต่หากได้เป็อวตารของฉีเทียนต้าเซิ่งละก็ผมจะต้องมีชีวิตรอดต่อไปในโลกใบใหม่นี้ได้อย่างราบรื่นกว่าใครแน่
แต่ว่า...
ผมมองไปยังประตูที่เชื่อมต่อกับตู้โดยสารรถไฟข้างหน้าอย่างเงียบๆหากสามารถมองทะลุผ่านประตูบานนั้นไปก็จะเห็น ‘เขาคนนั้น’ ที่คงจะกำลังมองหน้าจอตัวเลือกเดียวกันกับผมอยู่ในตอนนี้
ถ้าหากผมเลือก ‘ฉีเทียนต้าเซิ่ง’ ละก็...จะเอาชนะเขาคนนั้นได้หรือเปล่า
[เหลือเวลาในการเลือกผู้สนับสนุนอีก 1 นาที]
เวลาไม่คอยท่าแล้วผมถอนหายใจเบา ๆ กวาดสายตามองตัวเลือกเป็ครั้งสุดท้าย
ไม่จำเป็ต้องลังเลนาน