เสียงไอของยายอิ่มทำให้หญิงสาวต้องหันไปมองด้วยความเป็ห่วงพักนี้ยายไอติดต่อกันมาหลายวันศศิรญารู้สึกเป็ห่วง แต่พอพูดเื่พาไปหาหมอทีไรยายจะเมินหน้าหนีและไม่ยอมไปเลยสักครั้ง เห็นทีครั้งนี้คงต้องบังคับกันเสียแล้ว
“ยายเป็อะไรหรือเปล่าญาว่ายายไปหาหมอดีกว่า” หล่อนนิ่วหน้ามองยายด้วยความเป็ห่วง
“ยายไม่ได้เป็อะไรสักหน่อยเราก็เป็ห่วงมากเกินไปเดี๋ยวก็หายแล้ว” ยายอิ่มบอกแล้วล้มตัวลงนอน
“ไม่ได้นะยายพรุ่งนี้ญาจะพายายไปหาหมอ ห้ามปฏิเสธด้วย เดี๋ยวนี้โรคคนแก่เยอะแยะจะตายไปไปตรวจสักนิดจะเป็ไรไป”
หล่อนจับท่อนแขนยายแล้วเอามืออังหน้าผากเพื่อทดสอบดูว่ามีไข้หรือเปล่า ยายไม่มีอาการไข้แต่ร่างกายกลับเย็นเสียมากกว่า
“เดี๋ยวญาไปทำกับข้าวก่อนนะเสร็จแล้วจะมาเรียก ยายจะได้กินยา” หล่อนบอกแล้วเดินไปหลังครัวเพื่อเตรียมอาหารให้กับยาย
เพียงเวลาไม่นานทำอาหารเสร็จหล่อนรีบยกออกมาแล้วะโเรียกยายอิ่มให้ตื่น แต่เสียงเรียกของหญิงสาวไม่ได้ทำให้หญิงชรายอมขยับกายลุกขึ้นแม้แต่น้อย
“ยายญาทำกับข้าวเสร็จแล้วลุกขึ้นมากินข้าวก่อนนะคะแล้วค่อยนอน” ศศิรญาเรียกยายของตนเองพร้อมกับใช้มือจับไปที่ต้นแขนของยายอิ่มแล้วเขย่าเบาๆ
ยายอิ่มกลับนิ่งสนิทไม่มีอาการตอบสนองใดๆต่อการเขย่าหรือการเรียกจากหญิงสาวเลย ศศิรญาหน้าซีดเผือด เริ่มเขย่ายายแรงขึ้นแต่กระนั้นหญิงชรายังคงไม่ไหวติงเช่นเดิม หล่อนมองใบหน้าเห็นยายยิ้มในใจเริ่มหวาดกลัว
“ยาย...” ศศิรญาเรียกยายเสียงสั่นเครือไปหมด“ยายเป็อะไร!”
กายของหญิงสาวสั่นเทาเมื่อหล่อนกำลังตัดสินใจจะทำอะไรบางอย่างหล่อนค่อยๆก้มลงใช้หูแนบที่อกข้างซ้ายฟังเสียงหัวใจ น้ำตาของค่อยๆ ไหลรินหล่อนฝันไปหรือเปล่า ไม่จริงหรอก
“ยาย ไม่จริงใช่ไหม ทำไมเป็แบบนี้ล่ะไหนยายบอกว่าจะอยู่กับญานานๆ จะดูญารับปริญญา ยายมาทิ้งญาไปได้ยังไง!”คนตัวเล็กโถมกายกอดยายสะอื้น ไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้
เวลาล่วงเลยผ่านนานเท่าไหร่หล่อนไม่รับรู้รู้แต่ตอนนี้ได้สูญเสียญาติเพียงหนึ่งเดียวความเ็ปเช่นนี้หล่อนไม่อยากได้รับอีกแล้ว
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูบ้านทำให้ศศิรญาสะดุ้งกลั้นใจยกมือปาดน้ำตา กัดฟันลุกเดินไปหน้าประตูบ้าน ปลดกลอนแล้วแง้มดูสายตาของหญิงสาวมองเห็นชายวัยกลางคนพิการนั่งรถเข็นอยู่กับชายฉกรรจ์อีกสองคนที่ยืนขนาบข้างเขา คิ้วบางขมวดหากันหล่อนไม่รู้จักชายคนนี้มาก่อนเลย ประตูเปิดอ้ากว้างมากขึ้น บางทีเขาอาจมาผิดบ้าน
“คุณมาหาใครคะ”
“ฉัน้าพบยายอิ่ม”ชายพิการตอบหล่อนเสียงแ่
ศศิรญาแปลกใจ ผู้ชายท่าทางเหมือนเศรษฐีมีเงินรู้จักยายด้วยเหรอ
“คุณรู้จักยายอิ่มด้วยเหรอคะ?” หล่อนสงสัย
“ใช่”
“ขอโทษนะคะยายคงไม่พร้อมจะพบคุณในเวลานี้หรอกค่ะ” หล่อนปฏิเสธ เพราะเกรงว่าตนอาจถูกหลอก
คนปฏิเสธหรี่ตาลงจ้องมองความผิดปกติที่ซ่อนในแววตาคู่สนทนาหรือว่าเขาจะมาไม่ทัน ชายพิการหันไปหาลูกน้องแล้วออกคำสั่งทันที
“เข้าไปดูยายอิ่มในบ้านหน่อย”
ชายฉกรรจ์ดูเหมือนเป็ลูกน้องเขาตรงดิ่งเข้าบ้านร่างบางพยายามห้ามปรามแต่กลับถูกผลักดันให้หลีก
“เข้าไปไม่ได้นะ พวกคุณทำแบบนี้มันบุกรุกกันชัดๆ”หญิงสาวร้องะโ
“หยุดเดี๋ยวนี้ศศิรญา เธอไม่ควรทำแบบนี้!”ชายพิการตวาด ร่างบางสะดุ้งหันมองแววตาสับสน
“พวกคุณ้าอะไรกันแน่แล้วทำไมถึงรู้จักชื่อของฉัน”
“ฉันรู้จักชื่อเธอเพราะยายอิ่มเป็คนบอกฉันเอง”ชายพิการคลายความสงสัย
“ยายรู้จักคุณได้ยังไงในเมื่อฉันเป็หลายยังไม่รู้จักคุณเลย ถ้าหากยายรู้จักจริงก็น่าจะบอกฉัน”
คนถูกถามชะงักเล็กน้อยจะบอกอย่างไรให้หญิงสาวเข้าใจ เพราะเขากับยายอิ่มรู้จักกันในสถานการณ์ไม่ดีนักมันเป็เื่เลวร้ายมากเลยทีเดียว ศศิรญายังไม่ควรทราบเื่นี้ หากรู้คงหนีห่างจากเขาแน่นอน
“เื่มันยาวเอาไว้เล่าทีหลังก็แล้วกัน”ธานุภาพตัดบท
ไม่นานนักบอดี้การ์ดของธานุภาพก็เดินออกมาแล้วกระซิบข้างใบหู ธานุภาพพยักหน้าเข้าใจเหลือบมองหญิงสาวตัวคนเดียวด้วยความสงสารระคนเห็นใจ เพราะยายอิ่มเป็โรคร้ายวันนั้นหญิงชราถึงได้โทรมาหาเขาหลังจากที่หายไปไม่เคยติดต่อมาเลยสักครั้งยายอิ่ม้าให้ดูแลหลานสาว เขาเองยินดีที่จะทำเช่นนั้นเพราะตนทำผิดกับครอบครัวนี้ไว้มาก หากไม่เกิดเื่นั้นขึ้นครอบครัวนี้คงมีความสุขมากทีเดียว
“ไปพาร่างยายอิ่มออกมาฉันคงต้องไปจัดการที่โรงพยาบาลอีก” ชายพิการสั่งแล้วเข็นรถนำออกไป
“คุณจะเอายายฉันไปไหนไม่ได้นะ!” หญิงสาวร้องห้าม
“เธอคิดว่าเธอมีปัญญาจัดการงานศพยายอิ่มได้อย่างนั้นเหรอฉันไม่ได้คิดร้ายกับเธอหรอกนะ”
“ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็ใคร”คนตัวเล็กน้ำตารื้น
“ฉันบอกแล้วว่าจะอธิบายให้เธอฟังทีหลังเวลานี้เธอควรจะไปพักที่บ้านฉันเสียก่อน อยู่คนเดียวมันอันตราย เธอเองหน้าตาสะสวยคงมีพวกวัยรุ่นขี้ยาแถวนี้จ้องไม่น้อย ฉันเองไม่ได้คิดอะไรไม่ดีกับเธอเลยแค่อยากทำตามคำสั่งเสียของยายอิ่มก็เท่านั้นเอง” เขาพยายามอธิบาย
“คุณแน่ใจนะคะว่าไม่ได้เข้าใจผิดไปพวกคุณรู้จักยายจริงๆใช่ไหม?” หล่อนถามย้ำอีกครั้งเพราะคำพูดเขามีเหตุผลมากทีเดียว หล่อนเองหวาดกลัววัยรุ่นแถวนี้ไม่น้อยพวกมันคอยแซวเวลากลับจากเรียนเสมอ ถ้าพวกมันรู้ว่าหล่อนอยู่คนเดียวอาจจะบุกมาเมื่อไหร่ก็ได้
“ใช่แล้ว ฉันรู้จักยายเธอดีแล้วก็รู้จักเธอด้วยศศิรญา”
ศศิรญามองคนพวกนั้นด้วยสีหน้าลังเลก่อนตัดสินใจเดินตามพวกเขาไปเงียบๆ หล่อนมาถึงรถตู้สีขาวแล้วขึ้นนั่งมันเคลื่อนไปตามเส้นทางเวลาผ่านไปไม่นานรถตู้คันใหญ่เลี้ยวเข้ามาภายในรั้วบ้านรถจอดเทียบหน้าคฤหาสน์หล่อนลงจากรถแล้วกวาดสายตามอง ไม่อยากเชื่อเลยจริงๆ ว่ายายรู้จักเศรษฐีร่ำรวยขนาดนี้ศศิรญาเริ่มหวั่นใจเสียแล้ว
“เชิญด้านในครับ”บอดี้การ์ดเขาบอกแล้วผายมือ หล่อนพยักหน้าแล้วก้าวตาม
หญิงสาวเดินไปตามทางหินอ่อนที่ถูกขัดทำความสะอาดอย่างดีจนเป็มันสองเท้าก้าวเดินตามและหยุดที่ห้องรับแขก หล่อนยืนหน้าห้องไม่กล้าก้าวเข้าไปมองเห็นชายชรานั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“เข้ามาสิ”
หล่อนก้าวเข้ามาแล้วทรุดลงพับเพียงกับพื้นไม่อยากนั่งโซฟาราคาแพงให้เลอะ หล่อนเกรงถูกตำหนิ
“นั่งบนโซฟาเสียสิจะนั่งกับพื้นทำไม” ชายพิการบอก
“ค่ะ” หล่อนรับคำแล้วทำตาม
เขาช้อนสายตามองหล่อนแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่มันเป็ความรู้สึกสงสาร รู้สึกผิด และเสียใจ ทุกอย่างเป็เพราะเขาทำให้ศศิรญาพบชีวิตอันแสนอาภัพเช่นนี้
“ฉันชื่อธานุภาพ” ชายพิการยิ้มบางๆไม่อยากให้อีกฝ่ายเกร็ง “เธอคงสงสัยใช่ไหมว่าฉันพาเธอมาที่นี่ทำไม”
คนถูกถามพยักหน้าช้าๆ
“ยายอิ่มเป็ผู้มีพระคุณของฉัน ยายอิ่มเป็คนช่วยชีวิตฉันไว้จากอุบัติเหตุฉันอยากจะตอบแทนยายอิ่มแต่ยายอิ่มไม่้า จนกระทั่งยายอิ่มโทรมาหาฉันและอย่างที่เธอเห็นยายอิ่ม้าให้ฉันดูแลหลานสาวให้” ธานุภาพบอกความจริงให้หญิงสาวฟัง
ริมฝีปากเม้มแน่นเพื่อพยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้มันไหลออกมา มือบางสั่นเทาด้วยความรู้สึกเ็ปทำไมยายไม่บอกหล่อนสักคำว่าเป็อะไร ทำไมยายถึงได้ใจร้ายแบบนี้
“เธออย่าโกรธยายเลยที่ไม่บอกความจริงกับเธอเื่ราวต่างๆ บางครั้งมันซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายได้ แต่สิ่งเดียวที่เธอควรรู้ศศิรญายายอิ่มรักเธอมาก”
หล่อนไม่อาจอดทนเก็บน้ำตาไว้ได้อีกใบหน้าเรียวสวยก้มลง ไหล่มนสั่นเทาพยายามเก็บกลั้นเสียงสะอื้นแต่ไม่อาจกักเก็บหยาดน้ำตาทำไมจะไม่รู้ว่ายายรักหล่อนมากเพียงใด แต่ที่ไม่เข้าใจทำไมยายต้องปิดบังด้วยหล่อนรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้ตอบแทนพระคุณที่ยายคอยเลี้ยงดูมา
ธานุภาพมองหญิงสาวด้วยความสงสารหล่อนคงงเ็ปมากกับการจากไปของยาย เพราะเหลือยายเป็ญาติเพียงคนเดียวเขาเองคงทำอะไรไม่ได้มากกว่านี้ หล่อนดูเป็คนเรียบร้อยเจียมเนื้อเจียมตัวและหน้าตาสะสวย ดูสะอาดตา ชั่วขณะความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา หากศศิรญาเป็สะใภ้คงดีเพราะเขาไม่อยากได้ผู้หญิงที่บุตรชายควงอยู่ด้วยทุกวันนี้
“ศศิรญา...ฉัน้าให้เธอมาเป็เ้าสาวของลูกชายฉัน” ชายชราโพลงออกมา
หญิงสาวชะงักเงยหน้าสบตาให้หล่อนเป็เ้าสาวลูกชายของเขา เป็ไปไม่ได้หรอกเราสองคนไม่รู้จักกันเสียด้วยซ้ำไป
“หมายความว่ายังไงคะ?” หญิงสาวถามด้วยสีหน้ากังวล
“ก็อย่างที่ฉันบอกฉัน้าให้เธอแต่งงานกับลูกชายของฉัน”
“คงไม่ได้หรอกค่ะ ญา... ยังไม่พร้อมแล้วอีกอย่างงานศพยายญาก็ยังไม่ได้จัดการอะไรเลยค่ะ” หล่อนรีบปฏิเสธ
ไม่อยากให้เขาเสียความรู้สึกเหตุผลสำคัญคือนิสัยใจคอบุตรชายคุณธานุภาพเป็เช่นไรนั้นหล่อนไม่รู้เขาอาจไม่ชอบให้ถูกบังคับก็ได้
“ฉันไม่ได้ให้เธอแต่งตอนนี้สักหน่อยให้เธอได้เจอกับเ้าธานต์เสียก่อนแล้วทำความรู้จักกัน ตอนนั้นค่อยแต่งกันก็ได้”
ศศิรญารู้สึกใจชื่นขึ้นมาเล็กน้อยแต่อย่างไรหล่อนก็ไม่อยากแต่งงานกับบุตรชายเขาในความคิดบางทีชายคนนั้นอาจคิดว่าหล่อนหมายจะจับเพราะฐานะทางบ้านเอาเสียมากกว่าแต่ทว่าหล่อนก็ไม่กล้าเอ่ยปากปฏิเสธในตอนนี้ ให้คุณธานุภาพรู้เองดีกว่าว่าตัวหล่อนและลูกชายของเขาเข้ากันไม่ได้
“ค่ะ คุณธานุภาพ”หล่อนรับคำเสียงแ่
“ต่อไปนี้ก็อยู่ที่นี่ให้สบายใจเถอะนะมีเื่อะไรก็บอกฉันได้ไม่ต้องเกรงใจ”
“ค่ะ”
หล่อนมองคุณธานุภาพด้วยความซึ่งใจงานศพยายเขาช่วยดูแลให้เรียบร้อยแล้ว แถมยังให้อยู่อาศัยในบ้านคงไม่มีใครใจดีกับหล่อนเช่นนี้อีกแล้ว
“ตอนนี้ไปพักผ่อนเถอะศศิรญาเดี๋ยวจะให้สอางค์มันพาไปก็แล้วกันนะ”
สอางค์สาวใช้เก่าแก่ประจำบ้านรีบเดินออกมาตามเสียงเรียกของธานุภาพ สาวใช้ก้าวนำหล่อนสู่ชั้นบนของบ้าน
“ห้องนี้ล่ะค่ะที่เป็ห้องของคุณ” สาวใช้บอก
“ขอบคุณมากนะคะ”หญิงสาวบอกแล้วยกมือไหว้
“โอ้ย!คุณคะไม่ต้องมาไหว้สอางค์หรอกค่ะ สอางค์เป็แค่คนใช้”
“คนใช้ก็คนค่ะญายกมือไหว้เพราะพี่สอางค์อายุมากกว่าญาค่ะอย่าคิดมากเลยญาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะสูงส่งกว่าใครและต่อให้พี่ห้ามญาไม่ให้ไหว้พี่ยังไงญาก็จะไหว้อยู่ดีละคะ”ศศิรญาบอกความคิดตัวเองกับสอางค์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
สอางค์นึกพอใจในตัวหญิงสาวพอรู้มาว่าเ้านายของบ้าน้าอุปการะผู้หญิงคนนี้แถมยังหมายมาดตำแหน่งว่าที่สะใภ้ หล่อนคิดว่าบางทีอาจหยิ่งแต่ที่ไหนได้กลับเรียบร้อย รู้จักอ่อนน้อมถ่อมตนหากเป็นายคนใหม่คงใจดีกับคนใช้อย่างพวกหล่อน
“งั้นสอางค์ขอตัวก่อนนะคะ”
“จ้ะ”
ร่างบางเดินเข้าไปในห้องกวาดตาสำรวจห้องที่ทาด้วยสีชมพูอ่อนตกแต่งด้วยม่านลูกไม้สีขาวนวล โต๊ะเครื่องแป้งสีชมพูอ่อนแม้กระทั่งตู้เสื้อผ้าและเตียงนอน มันถูกทำขึ้นมาเพื่อผู้หญิงโดยเฉพาะยายของหล่อนคงจะบอกกับธานุภาพไว้นานแล้วสินะเขาถึงได้เตรียมการไว้อย่างดีขนาดนี้ร่างบางก้าวยาวชิดริมหน้าต่างแล้วเปิดมันออกแหงนมองข้างบนฟ้า
“ถ้ายายอยู่บนนั้น...ญาอยากให้ยายรู้ว่าญารักยายมากนะคะ”หญิงสาวเอ่ยกับท้องฟ้าราวกับ้าให้หญิงชราได้รับรู้