เมื่อเดินเข้ามาในห้องร่างบางก็ถึงกับชะงักเพราะเจอภาคินทร์นั่งรออยู่ในห้องนั่งเล่นพร้อมกับกระเป๋าเดินทาง ของขวัญรับรู้ได้จากสีหน้าว่าเขากำลังโกรธอยู่
“พี่โทรหาหลายสายทำไมไม่รับ” ภาคินทร์พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเมื่อเห็นของขวัญเดินยิ้มเข้ามา
“เมื่อกี้ขวัญซ้อมเต้นอยู่ค่ะ เลยเก็บมือถือไว้ในกระเป๋า ยังไม่ได้เช็กดูเลย”
“เหรอ หรือบางทีขวัญอาจจะไม่อยากคุยกับพี่”
“พี่คินก็้าแบบนั้นอยู่แล้วนี่คะ” ทั้งที่เธอเป็ฝ่ายโทรหาเขาตั้งหลายวัน แต่เขากลับหายไปโดยไร้การติดต่อ แถมกลับมายังพูดจาแบบนี้อีกยิ่งทำให้เธอรู้สึกน้อยใจจนเผลอประชดประชันออกมา
“ถ้าไม่อยากคุยแล้วจะมาอยู่ตรงนี้ไหม”
“ถ้าพี่คินจะมาเพื่อทะเลาะก็กลับไปเถอะค่ะ ขวัญว่ารอให้อารมณ์เย็นลงค่อยมาเจอกันดีกว่า” พูดจบเธอก็มุ่งหน้าไปยังห้องนอน แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็โดนมือใหญ่คว้าเข้าที่ต้นแขนเสียก่อน
“เรามีเื่ต้องคุยกันเดี๋ยวนี้”
“ไม่ค่ะ พูดไม่รู้เื่หรือไง พี่คินออกไปจากห้องขวัญเดี๋ยวนี้เลยนะ”
“ไม่! จนกว่าเราจะเคลียร์กันให้รู้เื่”
“ปล่อยค่ะ!” ร่างเล็กพยายามสะบัดแขนแต่ก็ไม่เป็ผล มือที่จับเธออยู่ยิ่งบีบแน่นกว่าเดิมจนของขวัญนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“พี่เพิ่งกลับมาทำไมไม่อยากคุยกันล่ะ”
“ขวัญเจ็บนะ ต่อไปนี้พี่คินจะหายหัวไปไหนก็เชิญ ขวัญไม่อยากคุยด้วยแล้ว!”
“อย่าทำตัวงี่เง่านะขวัญ พี่ไม่อยากทะเลาะ”
“เออ ขวัญมันงี่เง่า พี่คินก็ไม่ต้องมาคุยด้วยสิ”
“พี่ไม่คิดเลยว่าคนที่คิดว่าน่าจะเข้าใจพี่ที่สุดดันมาเป็แบบนี้” ภาคินทร์ปล่อยข้อมือเล็กออกแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาตัวเดิม เขารู้สึกได้ว่าเธอเปลี่ยนไป ถ้าเป็เมื่อก่อนเธอคงดีใจทุกครั้งที่ได้เจอเขา และไม่มีทางพูดจาประชดประชันกันแบบนี้ แต่ที่ทำให้หงุดหงิดมากที่สุดก็คงเป็รอยยิ้มนั้นของเธอ เขาสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ จนกระทั่งของขวัญเดินมานั่งข้าง ๆ มือหนาจึงเอื้อมไปจับข้อมือเธอข้างที่มีรอยนิ้วมือของเขาแดงเป็ปื้นอย่างแ่เบา
“พี่ขอโทษนะ เจ็บมากไหม”
“ไม่เจ็บแล้วค่ะ พี่คินมีอะไรหรือเปล่าคะถึงมาหาขวัญที่นี่”
“พี่ไปถ่ายรายการเรียลลีตีมาห้าวัน พี่ไม่รู้ล่วงหน้าว่าทางรายการจะห้ามใช้โทรศัพท์น่ะ พอถ่ายจบแล้วเปิดมือถือดูพี่ก็เห็นข่าวว่าขวัญถูกสั่งพักงานพี่เลยรีบมาหาที่นี่เลย ขวัญเป็ยังไงบ้าง พี่เป็ห่วงมากเลยรู้ไหม” เขาลูบศีรษะเธออย่างปลอบประโลม แม้ว่าทุกอย่างจะคลี่คลายแล้วแต่เขาก็อดเป็ห่วงสภาพจิตใจของเธอไม่ได้อยู่ดี เพราะถ้อยคำโจมตีต่าง ๆ ค่อนข้างรุนแรง ถ้าเขาโดนด่าขนาดนั้นก็รู้สึกแย่มากเหมือนกัน
“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่เผลอเหวี่ยงใส่เมื่อกี้”
“แล้วนี่ไปไหนมา โดนพักงานอยู่ไม่ใช่เหรอ”
“ขวัญอยากเก่งขึ้นเลยใช้่ที่ว่าง ๆ อยู่นี้ไปซ้อมร้องเพลงกับซ้อมเต้นค่ะ”
“ดีเลย หลังจากนี้พี่ว่างพอดี ขอย้ายมาอยู่เป็เพื่อนขวัญนะ”
“ย้ายมาเหรอคะ!” ของขวัญทวงคำเสียงสูง
“ใช่ แล้วตอนขวัญซ้อมพี่ก็ขอตามไปดูด้วยนะ”
“คะ?” เธอเบิกตากว้างด้วยความใยิ่งกว่าเดิม เพราะถ้าเขาตามมาเฝ้าก็หมายความว่าต้องเจอเข้ากับใครบางคนที่ชอบมาแอบมองตอนเธอซ้อม ริมฝีปากบางเม้มแน่นเป็เส้นตรงอย่างใช้ความคิด ตอนนี้เธอรู้สึกเหมือนรถไฟกำลังจะชนกันทั้งที่เธอไม่ได้นอกใจใครด้วยซ้ำ ของขวัญเองก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าไม่ได้ทำอะไรผิดแต่ทำไมถึงไม่อยากให้ภาคินทร์ไปเจอกับธาม
“ใอะไรขนาดนั้น มีอะไรหรือเปล่า”
“ปละ เปล่าค่ะ”
“งั้นพรุ่งนี้เราไปห้องซ้อมด้วยกันนะ”
“ค่ะ”
หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านี้
ภาคินทร์ที่ถ่ายรายการเสร็จก็รีบเปิดมือถือกดหาเบอร์ของของขวัญเพื่อบอกว่าเขามาถ่ายรายการเรียลลิตีหลายวันจึงติดต่อเธอไม่ได้ แต่เธอไม่รับสายเขาจึงส่งข้อความไปแทน ระหว่างที่รอทีมงานเก็บของเขาก็เปิดดูโซเชียลมีเดียเพื่ออัปเดตข่าวสาร แต่แล้วก็ต้องใเมื่อเห็นว่าคนที่เพิ่งตกเป็ประเด็นดรามาเต็มหน้าข่าวบันเทิงก็คือของขวัญ ชายหนุ่มเลื่อนอ่านสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงได้รู้เื่ราวทั้งหมด
“อ้าว คินจะไปไหน ไม่ไปฉลองปิดกล้องด้วยกันเหรอ” ผู้กำกับเอ่ยถามเมื่อเห็นนักร้องหนุ่มคว้ากระเป๋าเตรียมออกไปจากห้องโถงของบ้านที่ใช้ถ่ายรายการ
“พอดีผมมีธุระด่วน ต้องขอโทษจริง ๆ นะครับ” หลังจากที่ร่ำลาเพื่อนร่วมงานทุกคนเสร็จภาคินทร์ก็ขับรถมายังบริษัทและตรงดิ่งมายังชั้นผู้บริหารทันที แต่เลขาหน้าห้องของธามบอกว่าตอนนี้เขาน่าจะไปดูห้องซ้อมที่จะตกแต่งเพิ่มเติม ภาคินทร์จึงลงลิฟต์มายังชั้นที่ศิลปินใช้ซ้อมเต้น ไม่จำเป็ต้องเดินหานานเขาก็มองเห็นร่างสูงของธามยืนหันหลังให้ไม่ไกล ประธานหนุ่มน่าจะคุยอยู่กับใครบางคนแต่เขามองไม่เห็นเพราะร่างของธามบังอีกฝ่ายจนมิด ภาคินทร์เดินเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งได้ยินบทสนทนา
“ก็หมายความว่าที่คุณเจอผม มันไม่ใช่เื่บังเอิญ แต่เป็ความตั้งใจของผมเองที่จะมาเจอคุณบ่อย ๆ”
“คุณธามตั้งใจมาดูขวัญซ้อมเหรอคะ”
เสียงที่ตอบกลับมาทำเอาขาของภาคินทร์ถึงกับชะงัก เขาตัดสินใจเดินไปหลบอยู่หลังเสาแล้วทำทีเป็ก้มหน้าเล่นมือถือแต่เงี่ยหูฟังคนทั้งคู่คุยกันจนจบด้วยความไม่พอใจ เขาไม่แน่ใจว่าของขวัญคิดยังไงกับธาม ส่วนธามพยายามแสดงออกอย่างชัดเจนว่าชอบเธอหลายรอบ จนเขาอยากจะเดินเข้าไปต่อยให้หยุดจีบเมียคนอื่นมั่วซั่ว แต่ติดที่อีกฝ่ายเป็ถึงประธานบริษัทเขาจึงทำได้แค่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันและกำหมัดแน่นเมื่อธามอาสาไปส่งเธอ
ภาคินทร์อาศัยจังหวะที่ของขวัญเดินไปหยิบกระเป๋าในห้องซ้อมมารอที่คอนโด เมื่อเขาเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของเธอตอนเปิดประตูเข้ามาจึงเป็เหตุให้เขาไม่พอใจจนเผลอชวนทะเลาะ แต่พอตั้งสติได้เขาก็คิดว่าควรเอาชนะธามด้วยการแสดงให้เห็นว่าของขวัญเป็ของเขาทั้งตัวและหัวใจ