กู่วั่นเดินโซซัดโซเซเล็กน้อยไปตามทาง กู่วั่นรู้ว่าบทลงโทษนี้เบามากแล้ว ในเมื่อระหว่างเขากับหานเฟิง ตระกูลเลือกหานเฟิง พวกเขาก็ไม่ควรปราณีต่อเขา ขับไล่ออกไปนับว่าเบามากแล้ว หากร้ายแรงยิ่งกว่านี้ก็จะออกประกาศให้รับรู้ทั้งตระกูล จากนั้นเขาก็จะถูกฆ่า
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็เพราะผู้าุโสี่
สำหรับผู้าุโสี่ กู่วั่นซาบซึ้งใจต่อเขาจากก้นบึ้งของจิตใจจริง ๆ
เมื่อนึกถึงศิลาิญญาที่เขายักยอกหลายปีมานี้ กู่วั่นก็ยิ่งรู้สึกผิดมากกว่าเดิม ศิลาิญญาเหล่านี้ กู่วั่นตั้งใจว่าจะเก็บไว้ให้กู่ปา
หากไม่ใช่เพื่อกู่ปาแล้ว กู่วั่นย่อมไม่มีทางทำเื่เช่นนี้เป็อันขาด อย่างนี้จะให้เขาสู้หน้าผู้าุโสี่ได้อย่างไร?
กู่วั่นฝืนยิ้มออกมา "ชีวิตข้านับเป็อันใด?เดิมทีคิดว่ามีการสนับสนุนจากผู้าุโสี่ ถึงแม้ข้าต้องตายในสักวัน ลูกชายข้าก็จะสามารถใช้ชีวิตเป็อย่างดีต่อไปได้ ศิลาิญญาที่ข้าละโมบฉกฉวยมาหลายปีมานี้ ก็เพียงพอให้ลูกข้าได้ใช้ฝึกยุทธ์แล้ว"
"แต่ตอนนี้ดูเหมือนหากข้าตาย เพื่อหานเฟิงแล้ว เกรงว่าตระกูลคงไม่ปฏิบัติต่อลูกชายข้าดีเท่าไหร่นัก กระทั่งศิลาิญญาที่ข้าขโมยมาก็อาจจะถูกตระกูลเอากลับไป"
"เพื่อลูกชายข้า ทั้งหมดนี้ล้วนไม่นับเป็อะไร"
หลังจากกลับมายังที่พักของเขา กู่วั่นรีบส่งคนไปสอบถามสถานการณ์ทางลานฝึกยุทธ์ เมื่อกู่วั่นรู้ว่าหานเฟิงกลายเป็หนึ่งในผู้ที่ได้ไปฝึกฝน กู่วั่นก็กระจ่างแจ้งในใจทันที "ที่แท้เป็เช่นนี้ มีพร์เพียงนี้ ไม่น่าเล่า"
"บัดนี้ดูเหมือนว่าที่ข้าได้รับาเ็ ไม่ใช่เพราะหานเฟิงลอบโจมตีไปเสียทั้งหมด"
"ข้าช่างถูกอำนาจทำให้ดวงตามืดบอดจริง ๆ จึงไปล่วงเกินอัจฉริยะอนาคตไกลเช่นนั้น ข้าโง่งมราวกับหมูดี ๆ นี่เอง หวังว่าหานเฟิงจะยอมรับคำขอโทษของข้า"
กู่วั่นเดินมาข้างเตียงกู่ปา กู่ปาที่นอนอยู่บนเตียงจึงค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา
กู่ปาลืมตาขึ้น "ท่านพ่อ ท่านเป็อะไรไป? "
ในความทรงจำของกู่ป่า บิดาเขาแทบไม่เคยแสดงสีหน้าหมองเศร้าเลย กู่วั่นยกมือขึ้นลูบหัวกู่ปาแล้วถอนหายใจ "ลูกชาย ต่อไปเ้าอย่าได้ไปล่วงเกินหานเฟิงเป็อันขาด เขาเป็ผู้ที่พวกเราไม่อาจล่วงเกินได้"
เมื่อเอ่ยถึงหานเฟิง ความไม่พอใจแวบผ่านใบหน้าของกู่ปา จากนั้นสีหน้าเขาก็เปลี่ยนเป็ซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
การทะลวงทวารทั้งสามครั้งของหานเฟิงนั้นหนักหนาเกินไป กระทั่งมันสลักลึกลงไปในจิตใต้สำนึกของกู่ปาแล้ว
กู่วั่นเห็นดังนี้ก็รู้ว่า บางทีลูกชายตนอาจไม่มีความกล้าไปสร้างปัญหาให้กับหานเฟิงอีกแล้ว กู่วั่นจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก
กู่วั่นเล่าเื่ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าให้เขาฟังจบก็เอ่ยขึ้น "ลูกชาย ดูแลาแเ้าให้ดี ข้าไปครั้งนี้ก็เพื่อชดใช้ จำคำพ่อไว้ ต่อไปเ้าอย่าได้ล่วงเกินหานเฟิง หากเป็ไปได้ให้พยายามประจบเอาใจหานเฟิง เหมือนอย่างพวกหานกู่กับหานเลี่ยนั่นอย่างไร เ้าเป็ผู้ติดตามหานเฟิงก็ไม่เลวทีเดียว"
"แน่นอนว่า ต้องให้หางเฟิงยอมรับเ้าเสียก่อน"
กู่วั่นไปแล้ว
ตอนบ่ายเมื่อหานเฟิงมาถึงที่พักบิดาของเขา ก็เป็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่ากู่วั่นกำลังพูดคุยกับบิดาของเขา
หากมองให้ถี่ถ้วน สีหน้าของกู่วั่นกลับดูเคารพนบนอบอยู่หลายส่วน เขาไม่ได้เย่อหยิ่งจองหองอย่างเมื่อก่อนแล้ว
เมื่อเห็นหานเฟิง กู่วั่นก็รีบลุกขึ้นในทันที สีหน้าเคร่งขรึมยิ่งกว่าเดิม "นายน้อยเฟิง"
หานเฟิงเลิกคิ้วขึ้นพลางจ้องมองกู่วั่น ไม่นานเหงื่อก็ไหลบ่าลงจากหน้าผากของกู่วั่น
ในตอนนี้เองหานเฟิงจึงหัวเราะขึ้นมาเบา ๆ "กู่วั่นผู้ดูแลใหญ่ให้เกียรติมาถึงที่นี่ ข้าชักจะกลัวเสียแล้วสิ"
ได้ยินหานเฟิงกล่าวเช่นนั้น กู่วั่นถึงกับสะท้านเฮือกไปทั้งตัว สีหน้าแลดูอมทุกข์ ไม่ผิดจากที่คาดล่วงเกินเอาไว้มากแล้วจริง ๆ
เสียงพรึ่บดังขึ้น เขาคุกเข่าลงภายใต้สายตาตกตะลึงของหานเฟิง กู่วั่นเอ่ยเสียงสั่น "ข้ารู้ว่าหลายปีมานี้ทำให้ท่านขุ่นเคือง หากท่านไม่หายโกรธก็ฆ่าข้าเสีย หวังเพียงว่าท่านจะปล่อยลูกชายข้าไป"
หานเฟิงเดินไปยังที่นั่งของเขาแล้วนั่งลง "ลูกชายเ้า?กู่ปากระมัง หากข้าฆ่าเ้าแล้ว กู่ปาจะไม่เกลียดข้าหรือไร? "
"ข้าไม่ได้มีเจตนาทิ้งปัญหาไว้ให้ท่าน"
กู่ปาโขกศีรษะลงไป ใบหน้าเขาเจือความสิ้นหวัง เขาโขกลงซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่ยอมหยุด ไม่นานหน้าผากเขาก็กลายเป็สีแดง
หานเทียนเฉิงทนมองไม่ไหวอีกต่อไป "เฟิงเอ๋อร์ กู่วั่นได้ยอมรับผิดแล้ว ตระกูลก็ลงโทษเขาแล้วเช่นกัน นับแต่นี้ไป กู่วั่นจะเป็เพียงบ่าวรับใช้ทั่วไป ไม่ได้เป็ผู้ดูแลอีก"
หานเฟิงถึงได้ประหลาดใจ เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ดูเหมือนตระกูลจะเลือกข้า แต่กลับใช้วิธีการที่เบาถึงเพียงนี้ลงโทษกู่วั่น"
"ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ของกู่วั่น เกรงว่าเขาจะไม่กล้าฉกฉวยทรัพยากรและศิลาิญญาของท่านพ่ออย่างที่มักจะทำเป็ประจำอีกแล้ว"
"ช่างเถอะ ข้าก็ต้องไว้หน้าท่านผู้นำตระกูลกับผู้าุโสี่บ้างเช่นกัน เื่นี้ให้จบลงเพียงเท่านี้ ท่านพ่อยังคงขลาดเกินไป"
"ไม่น่าเล่าเหตุใดมารดาข้าที่ข้าไม่เคยพบมาก่อน เมื่อมีข้าแล้วก็ไม่ได้สนใจบิดาข้าอีก ได้ยินว่ามารดาผู้นั้นของข้าเป็อัจฉริยะชื่อเสียงโด่งดัง บางทีนางอาจไม่ชอบนิสัยของบิดากระมัง"
หานเฟิงกระแอมเบา ๆ แล้วกล่าวอย่างเ็า "ในเมื่อตระกูลลงโทษเ้าแล้ว ทั้งท่านพ่อข้าก็มีเมตตา ครั้งนี้ข้าจะไว้ชีวิตเ้า หากมีครั้งหน้า เ้าจะได้รู้ซึ้งถึงผลของการล่วงเกินข้า!"
กู่วั่นรีบร้อนโขกศีรษะอีกครั้งด้วยสีหน้าดีใจ "ขอบคุณนายน้อยเฟิง ขอบคุณนายท่านเทียนเฉิง เหล่านี้เป็ศิลาิญญาที่บ่าวเก็บไว้หลายปีมานี้ ทั้งหมดคืนให้ท่าน"
สิ้นคำ กู่วั่นก็เปิดห่อผ้าที่เขาถือมา ในฐานะบ่าวรับใช้ ถึงแม้สถานะของเขาจะสูงอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็เป็ไปไม่ได้ที่กู่วั่นจะมีของวิเศษสำหรับเก็บของอย่างเข็มขัดวิเศษ
หลังจากกู่วั่นจากไปแล้ว หานเทียนเฉิงก็ส่งศิลาิญญาให้หานเฟิง "เฟิงเอ๋อร์ ศิลาิญญาเหล่านี้ก็ให้เ้าเถอะ ถึงแม้ไม่รู้ว่าเฟิงเอ๋อร์จะ้ามันไปทำอะไร แต่จะต้องเกี่ยวข้องกับการฝึกฝนอย่างแน่นอน"
หานเฟิงเหลือบมองแวบหนึ่ง จึงพบว่าในนั้นส่วนใหญ่เป็ศิลาิญญาชั้นกลางระดับต่ำ
หานเฟิงรีบผลักมันกลับไป "ท่านพ่อ ศิลาิญญาชั้นกลางระดับต่ำเหล่านี้ยังคงให้ท่านเถอะ ศิลาิญญาชั้นกลางระดับต่ำมากมายเพียงนี้ ถึงแม้ท่านพ่อจะไม่สามารถไปถึงขั้นมนุษย์ห้าดารา อย่างน้อยท่านก็อาจจะเข้าสู่ปลายขั้นมนุษย์สี่ดารา ครึ่งก้าวสู่ขั้นมนุษย์ห้าดารา"
"เช่นนั้นก็ได้" หานเทียนเฉิงลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะรับเอาไว้
ศิลาิญญาชั้นกลางระดับต่ำ อันที่จริงแล้วไม่ใช่ของที่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามัญธรรมดาทั่วไปจะดูดซับไปใช้ได้ เป็ข้าที่คิดมากไปแล้วกระมัง หานเทียนเฉิงคิดเช่นนี้
ทว่าในส่วนของศิลาิญญาชั้นล่างระดับต่ำที่มีความบริสุทธิ์เก้าในร้อยกับสิบในร้อยนั้น หานเทียนเฉิงกลับทิ้งไว้ให้หานเฟิงแล้ว
หานเฟิงก็ไม่ได้ปฏิเสธ ด้วยระดับของเคล็ดวิชาไฟวิเศษเก้าเปลวไฟในปัจจุบัน ขอเพียงก้าวหน้าขึ้นอีกเพียงเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะหลอมศิลาิญญาเหล่านี้แล้ว
เมื่อกลับมาถึงห้อง หานเฟิงก็เข้าไปในชั้นหนึ่งของหอคอยเพลิง์เก้าเปลวไฟทันที เริ่มใช้น้ำยาต้นกำเนิดที่เหลือที่เขายังไม่ได้ดูดซับก่อนหน้านี้
ร่างกายหานเฟิงปรากฏพลังงานพวยพุ่งออกมาราวกับม้าห้อตะบึงให้เห็น เมื่อยามรุ่งสางมาถึง ทันใดนั้นพลังงานอันเกรี้ยวกราดก็ะเิออกมาจากร่างกายของหานเฟิง
กำลังภายในของหานเฟิงทะลวงผ่านอีกระดับ เปิดเส้นลมปราณที่สองแล้ว!
อย่างไรก็ตามยังคงมีน้ำยาต้นกำเนิดเหลืออยู่เล็กน้อย หานเฟิงจึงไม่ได้หยุดโคจรกำลังภายใน ทำการดูดซับพลังงานจากน้ำยาต้นกำเนิดต่อไป พลังงานที่พวยพุ่งค่อย ๆ จางหายไปอย่างช้า ๆ ระดับพลังที่พึ่งเปิดเส้นลมปราณที่สองค่อย ๆ มั่นคงขึ้น