เขาเป็ชาย เมื่อถูกสตรีที่มองว่าอ่อนแอและมีหน้าที่แค่บำเรอผู้ชายบนเตียงมองด้วยสายตาเช่นนั้นมีหรือจะทนได้ เขาหน้าตามืดครึ้มเดินปรี่เข้าไปหมายจะตบสั่งสอนนางให้หลาบจำทันที
แต่ไหนเลยชิงอีจะยอมให้เป็เช่นนั้น อะไรที่เคยเรียนก็เอาออกมาใช้ซิ ถึงจะตัวเล็กแต่ก็เล็กพริกขี้หนูนะ
ตุบ !!!
ถีบกลางอกนำไปก่อนหนึ่งดอก ถลาเป็นกปีกหักไปซะ
ฟุบ!! ฟุบ!!
ตามด้วยท่อนฟืนฟาดที่แขนซ้ายขวา
ตุบ!! ตับ!!
เตะเจาะยางไปอีกสองที
สุดท้ายเตะผ่าหมากไปเลย หมั่นไส้สายตายมันนัก มองอยู่นั่นหละ เดี๋ยวแม่ก็ควักลูกตาเลยนี่ รู้จักศิษย์เ้าแม่น้อยไปเสียแล้ว (เ้าแม่ไรอะ/ไรท์ : ไม่รู้จำไม่ได้ อิอิ/ชิงอี)
“โอ๊ย ๆ ๆ ท่านแม่ช่วยข้าด้วย อุก”
หนานไห่ร้องออกมาด้วยความเ็ป หาจังหวะโต้กลับไม่ได้เลย ไม่คิดว่านางจะต่อสู้เป็และแรงเยอะขนาดนี้ แล้วเสียงสุดท้ายร้องออกมาด้วยความจุก ทรุดลงไปนั่งตัวงอหน้าเขียวคล้ำพูดไม่ออกอยู่กับพื้นทันที
สะใภ้ใหญ่จ้าวได้ยินเสียงร้องก็สะดุ้งตื่นจากอาการอึ้งงัน รีบวิ่งเข้าไปดูลูกชาย
“ลูกใหญ่ ๆ เป็อย่างไรบ้าง เจ็บตรงไหนลูก ทำใจดี ๆ ไว้นะ ช่วยด้วย ๆ จะฆ่าคนแล้ว นังชิงอีจะฆ่าคนแล้ว” ชุ่ยอ้ายถามอย่างลนลานและร้องะโออกมาด้วยเสียงดังลั่น
“เงียบ” ชิงอียกไม้ฟืนขึ้นชี้หน้าสองแม่ลูก
“จะร้องทำไม น่ารำคาญ รีบไสหัวกันไปซะ ก่อนที่แม่จะฟาดให้ตายจริง ๆ ซะหรอก”
ชิงอีพูดออกมาด้วยความโมโห ยิ่งเห็นเศษซากหมูและราวที่หักพังอารมณ์ยิ่งขึ้น มันน่านัก
สะใภ้ใหญ่ทำหน้าเหวอออกมาด้วยความหวาดกลัว แล้วรีบพยุงลูกชายวิ่งกลับบ้านใหญ่ด้วยความทุลักทุเลทันที
ตุบ !! แฮ่ก ๆ ๆ
“โอ๊ยย…”
หนานไห่ร้องออกมาอย่างเ็ป เพราะกระทบกระเทือนลูกรักที่ยังาเ็อยู่
‘มันยังใช้การได้ใช่หรือไม่ รอให้หายดีก่อนเถอะ ข้าจะทำให้เ้าอ้อนวอนอยู่ใต้ร่างข้าให้ได้เลย’ เขาคิดอย่างแค้นเคือง
แต่ตอนนี้เขาจะทำอย่างไรดี ถ้าหาหมอและหมอถามว่าทำอะไรมาจะตอบอย่างไร จะให้ตอบว่าถูกสตรีเตะมาเหรอ ไม่ได้ ๆ ขายขี้หน้าตายชัก รู้ถึงไหนอายถึงนั่น
“ว๊ายยย ตายแล้ว หนานไห่ หลานรักใครทำอะไรเ้า ทำไมถึงมีสภาพเช่นนี้”
แม่เฒ่าจ้าวเปิดประตูห้องออกมาเห็นหลานชายนอนกองที่พื้นกลางลานบ้านก็ใจนแทบสิ้นสติ รีบวิ่งเข้าไปหาทันที
“โอ๊ยยย ท่านย่า เบา ๆ ขอรับ ข้าเจ็บ” เขาร้องโวยวายออกมาทั้งที่ยังไม่ละมือออกจาก่ล่างของตัวเอง
เมื่อได้ยินหลานชายร้องอย่างเ็ป นางก็รีบปล่อยมืออย่างลนลาน
“ตามหมอ ต้องไปตามท่านหมอ” แม่เฒ่าจ้าวพึมพำออกมา
นางหันไปเห็นจ้าวหนานเฟย หลานชายอีกคนกำลังแบกตะกร้าผักเข้าประตูมาก็รีบะโขึ้นว่า
"หนานเฟยเ้าจะยืนอยู่เฉย ๆ ทำไม วางตะกร้าแล้วรีบไปตามหมอมารักษาหลานชายที่น่าสงสารของข้าเร็วเข้า ถ้าชักช้าเย็นนี้เ้าไม่ต้องกินข้าว”
เด็กหนุ่มได้ยินดังนั้นก็ได้แต่กรอกตา อยากจะบอกว่า เขาเพิ่งกลับมาเหนื่อยจะตายอยู่แล้วยังไม่ได้นั่งพักเลย น้ำก็ยังไมไ่ด้กิน แต่ก็พูดออกมาไม่ได้ ทำอย่างไรได้เล่าเขาไม่ใช่หลานรักหนิ ทำอะไรก็ผิดไปหมด ทุกวันนี้ไม่ถูกสั่งให้อดข้าวก็ดีแล้ว
“ขอรับ” เขาได้แต่ตอบรับแล้วเดินออกไปตามคำสั่ง
เมื่อเห็นว่าได้ดังใจแล้ว แม่เฒ่าก็หันมาถามเอาความกับสะใภ้ใหญ่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ไหนชุ่ยอ้าย เ้าบอกมาซิว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมหนานไห่ถึงได้มีสภาพแบบนี้ ใครทำหลานข้า”
“เอ่อ… เอ่อ… ก็หลานสะใภ้คนใหม่ของท่านแม่หนะซิเ้าคะ ที่ทำให้ลูกใหญ่ต้องเป็เช่นนี้” นางกรอกตาล่อกแล่กแล้วตอบออกมา
“เ้าว่าอย่างไรนะ”
"คืออย่างนี้เ้าค่ะ ลูกใหญ่ได้ยินมาว่าบ้านนั้นมีเนื้อสัตว์กินทุกมื้อ ด้วยใจกตัญญูต่อท่านพ่อและท่านแม่ เขาเลยอยากไปขอแบ่งมาให้พวกท่านกินบำรุงบ้าง แต่ไม่กล้าไปคนเดียวด้วยกลัวจะถูกครหา จึงให้ข้าไปเป็เพื่อนด้วย
แต่พอไปถึงที่นั่นพวกเรายังไม่ทันจะได้ทำอะไรเลย ก็ถูกนังชิงอีและเด็กพวกนั้นเอาไม้ไล่ตีกลับมา น่าสงสารลูกใหญ่นักเพราะต้องคอยปกป้องข้าด้วยจึงมีสภาพที่ย่ำแย่แบบนี้เ้าค่ะ"
เล่าไปนางก็แสร้งบีบน้ำตาออกมาให้ดูน่าสงสารมากยิ่งขึ้น
“กำเริบนัก นางกล้าทำกับพวกเ้าแบบนี้ได้อย่างไร เอาไว้ไม่ได้แล้ว ข้าต้องไปสั่งสอนนางให้หลาบจำเสียบ้าง”
ว่าแล้วแม่เฒ่าจ้าวก็หันตัวเตรียมออกจากบ้านทันที
“รอก่อนขอรับท่านย่า เราจะไปกันแบบนี้ไม่ได้ เดี๋ยวชาวบ้านจะว่าเราตั้งใจไปรังแกบ้านนั้นเอาได้ อีกอย่างนี่ก็มืดแล้ว พรุ่งนี้เราค่อยไปกัน ตอนนี้มาช่วยกันคิดดีกว่าว่าจะจัดการพวกนางอย่างไรดีขอรับ” หนานไห่ที่หายจุกแล้วพูดขึ้น ขณะที่กำลังลุกขึ้นมานั่งบนโต๊ะหน้าบ้านโดยมีแม่และย่าช่วยพยุง
จากนั้นทั้งสามคนก็สุมหัวช่วยกันคิดแผนจัดการกำหลาบหลานสะใภ้คนใหม่ให้อยู่ในกำมือของตนอย่างจริงจัง
เมื่อตกลงกันได้แล้วก็พากันหัวเราะออกมาอย่างเ้าเล่ห์ เพราะคิดว่ายังไงพรุ่งนี้ก็ต้องได้เนื้อมากินแน่ ๆ โดยที่ชาวบ้านว่าบ้านใหญ่เห็นแก่ตัวไม่ได้ด้วย หึหึ
‘หึ แค้นนี้ข้าต้องชำระให้ได้’
หลังจากนั้น ท่านหมอมาถึงก็ได้ตรวจอาการ แล้วบอกมาว่าอาการไม่หนักมาก คราวหน้าให้เดินระมัดระวังหน่อยอย่าไปชนโต๊ะหรืออะไรแข็ง ๆ อีก เพราะส่วนนี้บอบบางมาก ถ้าร้ายแรงกว่านี้อาจถึงขั้นไม่สามารถมีบุตรได้เลยนะ
ว่าเสร็จก็จัดยาให้แล้วกลับออกไปทันที โดยไม่ได้สนใจเลยว่าคนไข้จะมีสีหน้าหวาดกลัวและเปลี่ยนเป็ดำทะมึนด้วยความเจ็บแค้นเพียงใด ที่มีคนทำให้ตนเกือบจะไม่สามารถมีลูกได้อีกต่อไป
กลับมาที่บ้านน้อยริมธารของชิงอี
หลังจากสองแม่ลูกนั่นกลับไปแล้ว นางก็สงบสติอารมณ์ลงเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเผลอกลายร่างเป็นางั์ไปเสียแล้ว อุตส่าห์เรียบร้อยเป็นางฟ้าแสนดีมาได้ตั้งหลายวันเลยนะ แต่ก็ช่วยไม่ได้พวกนั้นอยากมาแตะขีดจำกัดของนางทำไมหละ หวังว่าเด็ก ๆ จะไม่กลัวนางไปเสียก่อน
หญิงสาวค่อย ๆ หันกลับไปดู เห็นพวกเขามองนางอย่างนิ่งอึ้ง ตัวแข็งค้าง ใจนางก็ตกไปอยู่ตาตุ่มเลยทีเดียว
‘พวกเขากลัวข้าแล้วแน่ ๆ เลย ทำไงดีหละทีนี้ ทำไงดี’ ชิงอีคิดอย่างกังวล แต่ถ้านางสังเกตุแววตาของพวกเขาดี ๆ จะพบมันมีแต่ความดีใจไม่มีความหวาดกลัวเลย
“สุดยอดไปเลยขอรับ/เ้าค่ะ พี่สะใภ้” หลังจากหายตะลึงทั้งคู่ก็ะโออกมาพร้อมกันด้วยความดีใจ
ห่าวหลานยิ้มกว้างออกมาเต็มหน้า ส่วนไป่ซิงนั้นะโโลดเต้นอยู่ข้าง ๆ ทั้งคู่ดีใจและมีความสุขมาก ๆ ที่พวกป้าสะใภ้ไม่สามารถรังแกพวกเขาตอนที่พี่ใหญ่ไม่อยู่ได้แล้ว
“อ้าวว ที่นิ่งกันอยู่ คือดีใจหรอกเหรอ ข้าก็นึกว่าพวกเ้ากลัวข้าไปเสียแล้ว เห้อ” ชิงอีถอนหายใจอย่างโล่งอก
“พวกข้าดีใจเ้าค่ะ ดีใจมาก ๆ ที่พวกเขาไม่สามารถขโมยของและรังแกพวกเราได้แล้ว พี่สะใภ้เก่งมาก ๆ เลย
ว่าแต่ท่านต่อสู้เป็ด้วยหรือเ้าคะ สอนพวกข้าด้วยได้หรือไม่ ข้าอยากเก่งเหมือนท่าน” ไป่ซิงมองมาอย่างอ้อนวอน โดยมีพี่ชายพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ข้าง ๆ กัน
“ตราบใดที่ข้ายังอยู่ที่นี่ จะไม่มีใครมารังแกหรือเอาเปรียบพวกเราได้แน่นอน ข้ารับรอง ส่วนการต่อสู้นั้น เดี๋ยวข้าจะสอนให้พวกเ้าเอง จะได้มีไว้ป้องกันตัว แต่ห้ามนำไปใช้รังแกคนที่อ่อนแอเด็ดขาดนะ เข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจเ้าค่ะ/ขอรับ” แค่ได้ยินว่าจะได้ฝึกการต่อสู้ พวกเด็ก ๆ ก็ตอบรับด้วยความยินดี
“เอาหละ ตอนนี้ก็หมดเื่แล้ว เรามาช่วยกันเก็บกวาดดีกว่า จะได้ไปทำมื้อเย็นกัน”
จากนั้นทั้งสามคนก็ช่วยกันเก็บกวาดทุกอย่างเรียบร้อย แล้วเข้าครัวไปทำมื้อเย็นกินกันอย่างเอร็ดอร่อยเช่นเดิม
เมื่อภารกิจทุกอย่างเสร็จสิ้นก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำและเข้านอน
หญิงสาวเองก็แยกมาเตรียมตัวจะนอนแล้วเช่นกัน แต่ก็ยังรู้สึกตะหงิดติดอยู่ในใจว่าได้ลืมอะไรบางอย่างที่สำคัญไป
และขณะที่กำลังเอนตัวลงนอน นางก็ผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว แล้วพูดขึ้นว่า
“ข้านึกออกแล้ว ว่าข้าลืมอะไร ฮิฮิ” นางยิ้มออกมาด้วยความดีใจที่คิดออกซักที
Talk
ไรท์ : อีอี ทำไมไม่จรเข้ฟาดหางไปด้วยหละ
ชิงอี : อยากเหมือนกันนะแต่ไม่ถึง
ไรท์ : อ้ออออ เตี้ย…
ชิงอี : ไม่ต้องพูดดดดดด