แกร๊ค! แกร๊ค!
เสียงชุดเกราะเสียดสีกันไปมา เออิจิเดินตามหลังกิลด์มาสเตอร์เข้าไปในห้องทำงานของเขา เมื่อทั้งสองคนเข้าไปด้านในห้องประตูก็ถูกปิดลง
กิลด์มาสเตอร์นั่งลงบนเก้าอี้หนังที่เหมือนกับโซฟารับแขกตัวหนึ่ง ขณะเดียวกันเขาก็ชี้มือเชื้อเชิญให้เออิจินั่งลงที่เก้าอี้โซฟาฝั่งตรงข้ามของเขา
"เข้าเื่เลยก็แล้วกัน" น้ำเสียงของกิลด์มาสเตอร์เต็มไปด้วยความเคร่งขรึม "เ้าเป็ใครมาจากไหน เหตุใดถึงมีจิตสังหารที่เข้มข้นถึงขนาดนั้นได้ ข้าเองผ่านสนามรบมาก็มากแต่จิตสังหารยังไม่ได้หนาแน่นถึงขนาดนั้นเลย ตอบข้ามาตามตรง เ้าเป็คนขององค์กรนักฆ่ามาก่อนหรือเปล่า?"
เออิจิเอนหลังพิงโซฟาด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย เขากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใส่ใจว่า "น้ำชา"
กิลด์มาสเตอร์หนังตากระตุก อารมณ์ของเขาพลุ่งพล่านจนถึงขีดสุด เขาอยากจะฟันเด็กหนุ่มเบื้องหน้าของเขาให้ขาดเป็สองท่อน กำปั้นทั้งสองข้างของเขากำเข้าหากันแน่น แต่สุดท้ายเขาก็ต้องยับยั้งชั่งใจอารมณ์ของตัวเอง เข้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆจากนั้นก็ค่อยๆผ่อนลมหายใจนั้นออกมา
"ท่าเยอะจริงๆพับผ่าสิ รู้หรือไม่หากคนเราหยิ่งผยองมากเกินไป จะทำให้ตัวเองอายุสั้นน่ะ" กิลด์มาสเตอร์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
"เ้าเป็คนเชิญข้ามาเอง แม้แต่น้ำสักแก้วยังไม่มีให้ข้า" น้ำเสียงของเออิจิเต็มไปด้วยความเ็า "เ้าเป็กิลด์มาสเตอร์แท้ๆ กลับต้อนรับคนที่เชิญมาด้วยท่าทางเช่นนี้งั้นเหรอ"
กิลด์มาสเตอร์แม้จะรู้สึกหัวเสียและโกรธเกรี้ยวกับคำพูดที่ไร้มารยาทของเด็กหนุ่ม แต่สุดท้ายกิลด์มาสเตอร์ก็ลุกขึ้นจากโซฟาที่เขานั่งอยู่ เขาเดินออกไปเปิดประตูจากนั้นก็ะโเสียงดังขึ้นมาว่า
"ใครก็ได้ ยกชุดน้ำชามาให้ข้าหนึ่งชุด" กล่าวจบเขาก็ปิดประตูแล้วเดินกลับมานั่งลงที่โซฟา
ทั้งสองคนไม่ได้พูดคุยสิ่งใดกันต่อ ทำเพียงแค่มองหน้ากันแล้ววิเคราะห์ถึงลักษณะท่าทางของอีกฝ่ายไปมา ไม่นานหลังจากนั้นก็มีเสียงดังขึ้นมาจากด้านนอกห้อง
ก๊อก ก๊อก
"ข้าเอาน้ำชามาให้ขอรับ" น้ำเสียงที่สุภาพนอบน้อมดังขึ้นจากด้านหลังประตู
"เข้ามา" กิลด์มาสเตอร์ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่เ็า
ประตูถูกเปิดออกเผยให้เห็นชายวัยกลางคนถือชุดน้ำชาเข้ามาหนึ่งชุด ซึ่งชายคนนี้ก็ไม่ใช่ใครอื่นเขาก็คือจอมเวทย์แมทธิวนั่นเอง
จอมเวทย์แมทธิวค่อยๆยกชุดน้ำชาเข้ามา จากนั้นก็ค่อยๆบรรจงวางลงบนโต๊ะรับแขก หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆรินชาลงไปในแก้ว ก่อนจะยกชาแก้วนั้นให้กับกิลด์มาสเตอร์ เมื่อเสร็จธุระของเขาแล้วเขาก็ขอตัวจากไปในทันที
ภายในห้องกลับมาตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
"รินชา" เออิจิกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
กิลด์มาสเตอร์ที่กำลังยกแก้วน้ำชาที่จอมเวทย์แมทธิวรินให้เขาขึ้นดื่ม ทันใดนั้นเขาก็แทบจะสำลักน้ำชาในลำคอ เขาจ้องมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาอาฆาต
แต่เออิจิก็ไม่ได้หวั่นไหวกับแรงอาฆาตเ่าั้เลย เขากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งอีกครั้งว่า "รินชา"
กิลด์มาสเตอร์กล้ำกลืนความไม่พอใจของตนเองลงไปในลำคอ หน้าของเขาแดงก่ำเต็มไปด้วยความโกรธ แต่สุดท้ายก็เอื้อมมือไปรินชาใส่แก้วใบใหม่ แล้วยกชาแก้วนั้นไปประเคนจนถึงเบื้องหน้าเด็กหนุ่มผู้หยิ่งผยอง
"หากวันนี้ข้าไม่ได้คำตอบที่พอใจ เช่นนั้นข้าจะทำให้เ้ารู้จักราคาของความหยิ่งผยอง" กิลด์มาสเตอร์เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธ
เออิจิยกชาแก้วนั้นขึ้นมาสูดดม เขาไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดและการกระทำของกิลด์มาสเตอร์เลยแม้แต่น้อย "ชาคุณภาพต่ำ" เออิจิวางชาแก้วนั้นไว้ที่เดิมโดยไม่ยอมดื่ม
กิลด์มาสเตอร์กัดฟันแล้วกัดฟันอีก เขาพยายามควบคุมอารมณ์โกรธของตนเองอย่างเต็มที่ แต่จากการกระทำทั้งหมดของเด็กหนุ่มมารยาททรามคนนี้ การระงับอารมณ์โทสะมันช่างเป็อะไรที่ยากเย็นเสียเหลือเกิน
"เ้าอยากให้ข้าตอบคำถามไหนของเ้าก่อนล่ะ" เออิจิเอ่ยถามขึ้น
กิลด์มาสเตอร์ยังคงพยายามควบคุมอารมณ์โกรธของเขาอย่างเต็มที่ แต่ก็พูดลอดไรฟันออกมาว่า "เริ่มั้แ่ชื่อและต้นกำเนิดของเ้า บอกประวัติความเป็มาทั้งหมดของเ้ากับข้า แน่นอนห้ามโกหกเด็ดขาด"
"นามของข้าคือ ฟูจิกิ เออิจิ ภูมิลําเนาของข้าไม่แน่ชัด ั้แ่จำความได้ข้าก็อาศัยอยู่ที่เมืองแห่งนี้แล้ว ทุกวันข้าใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก แม้แต่ข้าวสักมื้อยังต้องแย่งชิงกับคนอื่น ข้ามีน้องสาวร่วมสายโลหิตอยู่หนึ่งคน แต่เมื่อประมาณสามเดือนก่อนน้องสาวของข้าถูกท่านลอร์ดของป้อมปราการแห่งนี้ลักพาตัวไป"
"ตัวข้าที่เป็พี่ชายไร้ความสามารถ ไม่สามารถปกป้องครอบครัวเพียงคนเดียวของตนเองได้ ข้ารู้สึกเศร้าเสียใจและเ็ปอย่างถึงที่สุด เพราะเหตุการณ์นั้นเอง ทำให้ข้าตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังแดนรกร้างด้วยตัวคนเดียวเพื่อไปตามหาโชควาสนา ข้ามุ่งหน้าลึกเข้าไปในส่วนลึกของแดนรกร้าง ในตอนนั้นข้าพบเจอกับซากปรักหักพังโบราณแห่งหนึ่ง และด้วยความที่ข้าเกิดสงสัยขึ้นมาทำให้ข้าไปกระตุ้นพลังลึกลับบางอย่างเข้า"
กิลด์มาสเตอร์ตั้งใจฟังเื่ราวของเด็กหนุ่มเป็อย่างมาก ตอนนี้อารมณ์โกรธที่พลุ่งพล่านในใจเขาได้ทุเลาเบาบางลงไปแล้ว เขารู้สึกเศร้าใจเมื่อได้รู้ว่าน้องสาวของเด็กหนุ่มถูกถูกท่านลอร์ดลักพาตัวไป ขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกตื่นเต้นกับเื่ราวของซากปรักหักพังโบราณที่เด็กหนุ่มได้ไปพบเจอมา
"ข้าถูกเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ที่ข้าไม่รู้จัก จากนั้นก็มีพลังบางอย่างไหลเข้ามาในร่างกายของข้า จากเดิมที่เคยอ้วนเหมือนตือโป๊ยก่าย แต่ด้วยพลังที่แปลกประหลาดสายนั้น ทำให้ร่างกายที่อ้วนพุงพลุ้ยของข้าเริ่มแปรเปลี่ยนไป ร่างกายของข้าเหมือนถูกชำระล้างแล้วเกิดใหม่ ความรู้สึกนั้นข้าก็อธิบายไม่ถูก"
"แต่เมื่อข้าได้สติขึ้นมาอีกครั้ง ข้าก็กลับมาอยู่ที่ซากปรักหักพังโบราณแห่งนั้นแล้ว มันเหมือนกับว่าข้าไม่เคยถูกเคลื่อนย้ายไปไหนมาก่อน แต่อยู่ตรงนั้นมาโดยตลอด ไม่รู้สิข้าก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน และในเมื่อข้าได้สิ่งที่ข้า้ามาแล้ว ข้าจึงมุ่งหน้าออกมาจากแดนรกร้าง แต่ข้าดันจำทางกลับได้ไม่ชัดเจน เพราะเื่นี้ทำให้ข้าต้องหลงทางอยู่ในแดนรกร้างเกือบสามเดือนเต็ม"
"ในระหว่างที่ข้ากำลังมะงุมมะงาหราอยู่นั้น ในที่สุดข้าก็ได้มาพบกับปาร์ตี้นักผจญภัยกลุ่มหนึ่ง จำได้ว่าหัวหน้ากลุ่มจะมีนามว่ามาร์คัสล่ะมั้ง ข้าได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือขณะที่พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน หลังจากนั้นพวกเขาก็พาข้าออกมาจากป่า ในที่สุดก็กลับมาที่ป้อมปราการแห่งนี้ อันที่จริงข้าก็เพิ่งมาถึงเมื่อวาน พอเช้าวันนี้ข้าก็มาปลุกพลังที่กิลด์อย่างที่เ้าเห็น"
"ส่วนเื่ที่ข้าเป็คนขององค์กรนักฆ่าหรือไม่ เื่นั้นแค่เ้าไปสืบประวัติของข้าดูก็รู้แล้ว" น้ำเสียงของเออิจิเต็มไปด้วยความไม่ยี่หระ แน่นอนว่าสิ่งที่เขาเล่ามามันไม่ใช่ความจริงทั้งหมด แต่ในขณะเดียวกันเื่ที่เขาเล่าก็ไม่ใช่เื่โกหกทั้งหมดเช่นกัน "คำตอบของข้าเ้าพอใจหรือไม่"
กิลด์มาสเตอร์มองเด็กหนุ่มเบื้องหน้าด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ตอนนี้ความโกรธในใจของเขาถูกเื่ราวของเด็กหนุ่มลดทอนลงไปหลายส่วน
"เช่นนั้นเหตุใดเ้าถึงได้มีจิตสังหารที่รุนแรงถึงเพียงนั้น จิตสังหารที่รวมตัวกันจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า นั่นน่ะไม่ใช่สิ่งที่เด็กอย่างเ้าจะมีได้เลย" กิลด์มาสเตอร์กล่าวถามอย่างไม่แน่ใจ ขณะเดียวกันก็เหมือนกับเขากำลังถามตัวเองอยู่
"เื่นี้ข้าตอบไม่ได้ เพราะหลังจากลืมตาตื่นขึ้นมาข้าก็มีมันแล้ว" น้ำเสียงของเออิจินิ่งสงบ ท่าทางของเขาไม่มีพิรุธเลยแม้แต่น้อย
"เช่นนั้นปริศนาทั้งหลายคงรวมกันอยู่ที่ซากปรักหักพังโบราณแห่งนั้น เ้าสามารถเขียนแผนที่ไปยังซากปรักหักพังโบราณแห่งนั้นให้กับทางกิลได้หรือไม่" น้ำเสียงของกิลด์มาสเตอร์เต็มไปด้วยความจริงจัง เขาจ้องมองไปที่ร่างของเออิจิโดยไม่กระพริบตา
"ก็อย่างที่ข้าบอกไป ข้าหลงอยู่ในแดนรกร้างแห่งนั้นมาเกือบสามเดือน ถึงจะบอกตำแหน่งที่แน่ชัดไม่ได้ แต่ถ้าให้เขียนแผนที่คร่าวๆแล้วล่ะก็ เื่นี้ไม่มีปัญหา" กล่าวจบเออิจิก็ค่อยๆหลับตาของเขาลง "เมื่อข้าเขียนแผนที่ให้ไปแล้ว ข้าจะได้อะไรตอบแทนกับสิ่งที่ข้ามอบให้กับทางกิลด์ล่ะ"
"หากข้อมูลที่เ้ามอบให้กับทางกิลด์เป็ความจริง เช่นนั้นกิลด์ก็จะขอซื้อมันด้วยราคาสูง สมบัติในคลังกิลด์เ้าเข้าไปเลือกมันได้เลยสามอย่าง" กล่าวจบกิลด์มาสเตอร์ก็หรี่ตาลงเล็กน้อย เผยให้เห็นแววตาที่เฉียบคมราวกับดาบ "แต่ถ้าหากข้อมูลที่เ้าให้มาเป็เท็จแล้วล่ะก็ ข้าจะสับร่างของเ้าเป็ชิ้นๆแล้วโยนให้สุนัขกิน"
"เช่นนั้นเื่ที่จะคุยก็หมดเท่านี้เหรอ ถ้าไม่มีธุระอะไรแล้วข้าคงต้องขอตัวก่อน" เออิจิลุกขึ้นยืนจากโซฟา
แต่ในระหว่างที่เขากำลังจะก้าวขาเดินออกไปนั้นเอง เสียงที่เคร่งขรึมของกิลด์มาสเตอร์ก็ดังขึ้นมาอีกว่า
"ข้ายังมีเื่สำคัญที่ต้องคุยกับเ้าอีกเื่หนึ่ง เื่นี้สำคัญมาก" กิลด์มาสเตอร์มีท่าทางลังเลใจ แต่สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดแล้วกล่าวออกมาว่า "ข้าขอเข้าเื่เลยก็แล้วกัน ในอีกหนึ่งปีข้างหน้าข้าอยากให้เ้าไปเข้าร่วมการแข่งขันศึกประลองแห่งอัจฉริยะรุ่นเยาว์ ศึกนี้จัดขึ้นทุกสามสิบปีเพื่อเฟ้นหาอัจฉริยะที่แข็งแกร่งที่สุดในเด็กรุ่นเยาว์ ข้าอยากให้เ้าลงประลองในนามของกิลด์นักผจญภัยป้อมปราการฟอร์ทลูมิน่า"
"ถ้าข้าปฏิเสธข้อเรียกร้องของเ้า ข้าจะถูกเ้าตามรังควานหรือไม่" เออิจิกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
"เื่นี้อยู่ที่ความสมัครใจของเ้า ข้าไม่มีสิทธิ์บังคับแต่อย่างใด แต่หากเ้ายินดีเข้าร่วมการแข่งขันศึกประลองแห่งอัจฉริยะรุ่นเยาว์ในอีกหนึ่งปีข้างหน้า ข้าให้สัญญาในฐานะกิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์นักผจญภัยป้อมปราการฟอร์ทลูมิน่า ข้าจะสนับสนุนเ้าด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่ข้ามี" น้ำเสียงของกิลด์มาสเตอร์เคร่งขรึมและจริงจังเป็อย่างมาก
"เป็ข้อเสนอที่น่าสนใจนะ ถ้าข้าตอบตกลง นั่นก็หมายความว่าข้าจะมีเื้ัเป็เซียนดาบ เช่นนั้นในป้อมปราการแห่งนี้ข้าก็สามารถเดินกร่างได้อย่างไม่ต้องเกรงกลัวใครหน้าไหนเลยน่ะสิ" มุมปากของเออิจิยกขึ้นเล็กน้อยขณะที่เขากล่าว
กิลด์มาสเตอร์ถึงกับตกตะลึงจนตาค้างเมื่อเห็นรอยยิ้มที่แสนเ้าเล่ห์นั้นของเด็กหนุ่ม "หากการกระทำของเ้าอยู่ในขอบเขต ข้าสามารถช่วยเ้าได้ แต่ถ้าหากว่าเ้าล้ำเส้นล่ะก็ ข้าเองก็คงช่วยเ้าไม่ได้"
"เช่นนั้นเื่การประลองก็ตกลงตามนี้ ในอีกหนึ่งปีข้างหน้าข้าจะเป็ตัวแทนของกิลด์นักผจญภัยป้อมปราการฟอร์ทลูมิน่า ไปเข้าร่วมการแข่งขันศึกประลองแห่งอัจฉริยะรุ่นเยาว์" เออิจิเอามือไพล่หลังยืนด้วยท่าทางสง่างาม "จริงสิเกือบลืมไป เอากระดาษกับปากกามาสิ ข้าจะเขียนแผนที่ของซากปรักหักพังโบราณแห่งนั้นให้"
กิลด์มาสเตอร์ลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปที่โต๊ะทำงานที่พังยับของเขา เขาควานหาไม่นานในที่สุดก็ได้ปากกาขนนกกับกระดาษเปล่าขึ้นมาแผ่นหนึ่ง เขารีบส่งมันให้กับเด็กหนุ่มในทันที
เออิจิรับเอากระดาษและปากกามาจากกิลด์มาสเตอร์ เขาเริ่มวาดแผนที่คร่าวๆของสถานที่ตั้งตำหนักเทพเตาเทียนลงไป เขาใช้เวลาในการวาดไม่นานก็ว่าเสร็จเป็ที่เรียบร้อย เออิจิยื่นแผนที่แผ่นนั้นให้กับกิลด์มาสเตอร์
"รวดเร็วถึงเพียงนี้เชียว" กิลด์มาสเตอร์รับแผนที่แผ่นนั้นมาด้วยความตื่นเต้น เขาเริ่มพิจารณาดูแผนที่ด้วยความตั้งใจ "วาดได้ละเอียดมากทีเดียว เื่นี้ข้าจะตรวจสอบในทันที ไว้สรุปผลเมื่อไหร่ข้าจะแจ้งเ้าไปอีกที ว่าแต่เ้าพักอยู่ที่ไหนเหรอ?"
"ข้าไม่มีบ้าน" เออิจิกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจ
กิลด์มาสเตอร์เงยหน้าขึ้นมองเด็กหนุ่มด้วยสายตาเวทนา แต่ความรู้สึกนั้นก็อยู่กับเขาเพียงแค่แว๊บเดียวเท่านั้น เพราะความเวทนามันได้แปรเปลี่ยนไปเป็ความหมั่นไส้จนหมดสิ้น
"ถ้าไม่มีที่พัก เช่นนั้นคืนนี้ก็นอนที่กิลด์ไปก่อน ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปหาบ้านสักหลังให้เ้าก็แล้วกัน" น้ำเสียงของกิลด์มาสเตอร์อ่อนโยนลงเล็กน้อย
"ไม่ต้องลำบากเ้าหรอก เื่นี้ข้าหาทางจัดการเอง ถ้าไม่มีอะไรแล้วข้าขอตัวก่อน" กล่าวจบเออิจิก็หันหลังเดินจากไป
"อ่อ! ข้าลืมบอกเ้าไปเื่หนึ่ง พรุ่งนี้อย่าลืมมาเอาบัตรนักผจญภัยของเ้าด้วยล่ะ เท่านี้ก็ถือว่าเ้าเป็คนของกิลด์อย่างเป็ทางการแล้ว" เสียงกิลด์มาสเตอร์ดังขึ้นจากทางด้านหลัง
"ตามนั้น" เออิจิตอบกลับโดยไม่หันหลังกลับไปมอง จากนั้นร่างของเออิจิก็เดินผ่านประตูออกไป
"ข้าตัดสินใจถูกหรือตัดสินใจผิดกันแน่นะ ที่ฝากความหวังของกิลด์ไว้กับเด็กอวดดีแบบนั้น" กิลด์มาสเตอร์ยกมือขึ้นนวดขมับของตัวเองเบาๆ เขารู้สึกว่าในอนาคตเด็กหนุ่มจะนำพาเื่ยุ่งยากมาให้เขาอย่างไม่หยุดไม่หย่อน