ลมพายุหมุนขนาดย่อมก่อตัวขึ้นกลางลานประลอง...
ศูนย์กลางของพายุนั้นคือ หลินเฟิง ที่กำลังหมุนตัวด้วยความเร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ ในมือของเขากำข้อเท้าของ จางเหว่ย แน่นราวกับคีมเหล็ก ร่างของศิษย์เอกผู้ยิ่งใหญ่แห่งสำนักกระบี่เหล็ก บัดนี้ลอยขนานกับพื้น หมุนติ้วจนดูเหมือนใบพัดเฮลิคอปเตอร์
"อ๊ากกกกก! ปล่อย! ปล่อยข้า! ข้าจะอ้วก... อึก!"
เสียงกรีดร้องของจางเหว่ยดังขาดๆ หายๆ เพราะแรงเหวี่ยงมหาศาลทำให้เืทั้งหมดไหลไปกองที่ศีรษะ หน้าของเขาบวมเป่งจนแดงก่ำ ดวงตาเหลือกถลน น้ำลายฟูมปากปลิวว่อนไปตามแรงลม
เหล่าศิษย์และบ่าวรับใช้ที่มุงดูอยู่ต่างพากันถอยกรูด บางคนถึงกับต้องหาที่ยึดเกาะเพราะแรงลมจากการหมุนของหลินเฟิงเริ่มรุนแรงจนฝุ่นตลบ
"เร็วไปแล้ว! มองไม่ทันแล้ว!" ศิษย์คนหนึ่งะโแข่งกับเสียงลม
"นี่มันวิชาอะไรกันแน่! กงล้อพายุหมุนงั้นรึ?"
หลินเฟิงไม่สนใจเสียงรอบข้าง เขาจดจ่ออยู่กับองศาและแรงส่ง
"ยัง... ยังเร็วไม่พอ!"
เขาะเิพลังกล้ามเนื้อขา ส่งแรงบิดจากเอวขึ้นสู่ไหล่ เร่งความเร็วการหมุนขึ้นไปอีกระดับ จนร่างของจางเหว่ยกลายเป็เพียงเส้นแสงสีขาวเบลอๆ ที่มองไม่ออกว่าเป็คน
เสียงแหวกอากาศดัง วูบ! วูบ! วูบ! ถี่รัวจนกลายเป็เสียงหวีดแหลมสูง
"จะ... จางเหว่ย..." หลินเฟิงเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงพายุ "เ้าเคยบอกว่าอยากเห็นโลกกว้างใช่ไหม? วันนี้ข้าจะส่งเ้าไปทัศนศึกษา... ฟรี!"
หลินเฟิงล็อกเป้าหมาย... ไม่ใช่กำแพงสำนัก ไม่ใชู่เาใกล้ๆ แต่เป็ยอดเขาอีกลูกที่อยู่ห่างออกไปจนสุดสายตา
"เตรียมตัว..."
"ออกตัว!!!"
ปัง!!!
วินาทีที่หลินเฟิงปล่อยมือ เกิดเสียงะเิดังสนั่นราวกับปืนใหญ่คำราม! อากาศบริเวณนั้นถูกกระชากออกอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นกระแทก (Shockwave) กระจายออกเป็วงกว้าง ฝุ่นดินฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นอะไร
ร่างของจางเหว่ยพุ่งทะยานออกจากมือของหลินเฟิงด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเสียง! (Supersonic)
ฟี้ยวววววววววววว!
ร่างนั้นแหวกอากาศจนเกิดประกายไฟลุกท่วมเสื้อผ้า กลายเป็ลูกไฟสีส้มพุ่งเป็เส้นตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า
"นะ... นั่นมัน..." ศิษย์คนหนึ่งชี้มือสั่นระริกไปบนฟ้า
ลูกไฟมนุษย์จางเหว่ยพุ่งผ่านหลังคาเรือนรับรองของแขกเมือง... ตูม! หลังคาทะลุเป็รูโหว่ขนาดใหญ่!
พุ่งผ่านซุ้มประตูหินแกะสลักหน้าสำนัก... โครม! ซุ้มประตูหินถล่มลงมาพินาศยับเยิน!
และสุดท้าย... ร่างนั้นก็ค่อยๆ เล็กลง... เล็กลง... จนกลายเป็จุดแสงกระพริบวิบวับบนท้องฟ้ายามราตรี ราวกับดาวตกที่กำลังพุ่งกลับขึ้นไปบน์
เงียบ...
ความเงียบเข้าปกคลุมสำนักกระบี่เหล็กอีกครั้ง แต่คราวนี้มันเป็ความเงียบที่น่าขนลุกยิ่งกว่าเดิม ทุกคนยืนอ้าปากค้าง แหงนหน้ามองท้องฟ้าจุดที่จางเหว่ยหายลับไป
ศิษย์เอกผู้เก่งกาจ... ว่าที่เ้าสำนักคนต่อไป... ผู้กระบี่เหล็กไหล... ถูกจับเหวี่ยงหายไปเหมือนก้อนหินริมทาง!
หลินเฟิงยืนหอบหายใจเล็กน้อย ไหล่ขวาของเขามีควันจางๆ ลอยขึ้นมาจากการเสียดสีกับอากาศ เขาค่อยๆ ลดมือลง แล้วปัดฝุ่นที่เสื้อผ้าอย่างไม่แยแส
"อืม... น่าจะไปตกแถวๆ หุบเขาหมอกพิษนะ หวังว่าเขาจะพกร่มชูชีพไปด้วย"
เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะหันกลับมามองฝูงชนที่ยืนตัวแข็งทื่อ
ทันทีที่สายตาของหลินเฟิงกวาดผ่าน ผู้คนนับร้อยต่างสะดุ้งโหยงและถอยหลังกรูดพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ไม่มีใครกล้าสบตาปีศาจตนนี้
"มีใคร..." หลินเฟิงเอ่ยเสียงเรียบ "อยากจะบินเป็คนต่อไปไหม?"
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงกลืนน้ำลายดัง เอื้อก
"ดี"
หลินเฟิงเดินไปที่ซากปรักหักพังของเรือนพัก หยิบเศษผ้าสะอาดๆ มาเช็ดคราบเืบนมือ
"ถ้าไม่มีใครอาสา งั้นข้าขอตัวไปนอนก่อน วันนี้ออกกำลังกายมาเยอะแล้ว"
เขาทำท่าจะเดินกลับเข้าไปในเรือนพักบ่าวรับใช้ที่พังไปครึ่งแถบ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ช้าก่อน!!! ไอ้คนชั่วช้า!"
เสียงตวาดก้องกัมปนาทดังมาจากยอดเขาสูงสุดของสำนัก เสียงนั้นอัดแน่นด้วยลมปราณอันแก่กล้าจนทำให้แก้วหูของศิษย์ระดับล่างถึงกับมีเืซึม
หลินเฟิงชะงักฝีเท้า เขาถอนหายใจยาว
"เฮ้อ... ตัวลูกไป ตัวพ่อก็มา ไม่จบไม่สิ้นสักที"
เงาร่างสามร่างลอยละลิ่วลงมาจากยอดเขา ลงจอดเบื้องหน้าหลินเฟิงด้วยความนิ่มนวลแต่หนักแน่น พื้นหินใต้เท้าพวกเขาร้าวละเอียด
คนกลางคือชายชราผมขาวโพลนในชุดคลุมสีดำปักลายพยัคฆ์ทอง... ผู้าุโหลิว ผู้คุมกฎที่เคยสั่งลงโทษหลินเฟิง ด้านซ้ายคืออาจารย์อาหญิงหน้าตาดุร้าย และด้านขวาคือชายวัยกลางคนที่มีกลิ่นอายสังหารรุนแรง
"หลินเฟิง!" ผู้าุโหลิวชี้หน้าด้วยนิ้วที่สั่นเทาด้วยความโกรธ "เ้าแหกคุก ทำร้ายศิษย์ในสำนัก สังหารบ่าวรับใช้ และ... และเ้าทำอะไรกับจางเหว่ย!?"
"ข้าแค่ส่งเขาไปเที่ยว" หลินเฟิงตอบกวนๆ "ส่วนเื่แหกคุก... ข้าไม่ได้แหก พวกท่านโยนข้าลงเหวเอง ข้าแค่ปีนกลับขึ้นมา มันผิดกฎข้อไหนรึ?"
"สามหาว!" ผู้าุโหลิวคำราม ลมปราณระดับ 'ปรมาจารย์' (Grandmaster) ะเิออกมาจนเสื้อผ้าสะบัดพริ้ว "วันนี้ข้าจะชำระความด้วยมือข้าเอง! เ้าจะไม่ได้ตายดีแน่!"
หลินเฟิงมองดูผู้าุโทั้งสามด้วยแววตาที่ไร้ความเกรงกลัว เขาค่อยๆ ย่อตัวลง หยิบ "เสาหิน" ต้นหนึ่งที่หักพังลงมาจากซุ้มประตูเมื่อครู่ขึ้นมา
เสาหินขนาด 2 คนโอบ ยาวกว่า 4 เมตร หนักเกือบตัน ถูกเขายกขึ้นพาดบ่าด้วยมือเดียว!
"อยากสู้ก็เข้ามา..."
หลินเฟิงแสยะยิ้มที่ทำให้ผู้าุโทั้งสามต้องชะงัก
"แต่ระวังหน่อยนะ... ไม้จิ้มฟันอันนี้มันหนัก!"