ตอนเ้าของร่างเดิมอายุหกขวบ ภายในครอบครัวก็เกิดเหตุเปลี่ยนแปลงใหญ่ ยามนั้นบิดาของนางได้รับตำแหน่งเป็อันกั๋วกง ตามกฎแล้วตำแหน่งควรตกทอดแก่ฮวาเฮ่าเย่ว์บุตรชายคนโตโดยชอบธรรม ทว่าฮวาเจิ้นเซี่ยร่วมมือกับตระกูลอวิ๋นบีบบังคับให้ตำแหน่งตกเป็ของตนโดยอ้างว่าฮวาเฮ่าเย่ว์ยังเด็ก และซูซื่อก็ล้มป่วย
เขายังกล่าวอีกว่าหากฮวาเฮ่าเย่ว์อายุครบสิบหกปีก็จะคืนตำแหน่งให้ตามเดิม
ทว่านับแต่สามปีก่อนที่จุดตันเถียนและขาทั้งสองของฮวาเฮ่าเย่ว์าเ็ก็ไม่มีใครพูดถึงเื่นี้อีกเลย
บัดนี้จู่ๆ ฮวาชิงเหยียนเอ่ยถึงการขอคืนบรรดาศักดิ์ ทำให้พวกฮวาเจิ้นเซี่ยถึงกับผงะ
พวกเขาไม่เข้าใจว่านางเอาความมั่นใจมาจากไหน ถึงได้กล้าพูดเื่นี้ต่อหน้าองค์รัชทายาท
ฮวาเจิ้นเซี่ยเห็นนางยังคงทำหน้าตาไร้เดียงสาก็เกิดความดูแคลนในใจ แต่กลับแย้มยิ้มแฝงความเมตตา อีกทั้งยังเอ่ยเสียงกลั้วหัวเราะ “ชิงเหยียนยังเด็ก จะถือสาคำพูดของบ่าวไพร่ทำไมกัน เ้ารู้จักนิสัยอาคนนี้ดีมิใช่หรือ หากมิใช่เพราะข้าเป็ห่วงว่าร่างกายเฮ่าเย่ว์จะรับไม่ไหว ไหนเลยจะไม่คืนตำแหน่งให้เขาเสียแต่เนิ่นๆ”
หลอกลวงถึงที่สุด!
ฮวาชิงเหยียนหัวเราะเยาะในใจ
จากประสบการณ์ของเ้าของร่างเดิมกอปรกับวิธีการของฮวาเจิ้นเซี่ย นางคิดว่าที่ฮวาเฮ่าเย่ว์ต้องพิการเช่นนี้เกี่ยวข้องกับเขาอย่างแน่นอน
แต่ฮวาชิงเหยียนไม่ได้แฉเขาตอนนี้ หากแต่เอียงคอถามด้วยน้ำเสียงราวกับคิดเล่นๆ “ถ้าเช่นนั้น ท่านอาหมายความว่า หากร่างกายของพี่ชายดีขึ้นเมื่อใด ท่านก็จะคืนตำแหน่งให้เขาใช่หรือไม่เ้าคะ”
แม้นางยังไม่เคยตรวจอาการของฮวาเฮ่าเย่ว์ด้วยตนเอง แต่ในชาติภพก่อน นางคือแพทย์ทหารผู้มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนายาฟื้นฟูร่างกาย แม้ขาขาดก็ยังทำให้งอกกลับมาเหมือนเดิมได้
ยิ่งกว่านั้น จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม อีกฝ่ายเคยวางแผนจะหาเงินซื้อโอสถเชื่อมกระดูกบ่มผิวระดับเก้าที่ตนเชื่อว่าสามารถรักษาฮวาเฮ่าเย่ว์ได้
สำหรับฮวาชิงเหยียนแล้ว ตราบใดที่มีสมุนไพรครบ อาการของเขานับว่าเป็เื่ง่ายดายยิ่งนัก
แต่ฮวาเจิ้นเซี่ยกลับมองว่าความคิดของฮวาชิงเหยียนที่อยากรักษาให้ฮวาเฮ่าเย่ว์หายดีนั้นเป็แค่ความคิดเพ้อฝัน สายตาเขาจึงปรากฏแววดูแคลนวูบหนึ่ง
เขาเป็คนทำลายจุดตันเถียนของฮวาเฮ่าเย่ว์เองกับมือ และเป็คนเหยียบขาทั้งสองข้างนั้นจนหัก หาก้ารักษาให้หายดี มีเพียงยาเชื่อมกระดูกบ่มผิวระดับเก้าเท่านั้นที่จะช่วยได้ ต่อให้เซียน์เสด็จลงมาก็ไร้ประโยชน์
โอสถระดับเก้าใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ ทั่วทั้งแผ่นดินหลงเหยียนมีเพียงนักหลอมโอสถระดับปรมาจารย์นามไป่เฉ่าจื่อผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถหลอมโอสถระดับเก้าได้ ทว่าเขากลับมีนิสัยแปลกประหลาดและเร้นกายไร้ร่องรอย การจะหาเขาให้พบและขอให้หลอมโอสถสักเม็ดนั้นยากยิ่งกว่าขึ้น์เสียอีก ดังนั้นฮวาเฮ่าเย่ว์ก็คงไม่ต่างจากซูซื่อกับฮวาชิงเหยียนที่ต้องตกเป็คนไร้พลังไปตลอดชีวิต
คนทั้งบ้านหลักกลายเป็คนไร้พลังเช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน
แม้ฮวาเจิ้นเซี่ยจะคิดเช่นนี้ แต่สีหน้ากลับยังคงเปี่ยมด้วยความเมตตา พูดจาเปี่ยมด้วยความนุ่มนวล “หากเฮ่าเย่ว์หายดีจริงๆ ข้าย่อมดีใจที่สุด ชิงเหยียน เ้าไม่รู้หรอกว่าท่านอาคนนี้เฝ้ารอวันที่จะได้วางภาระอันกั๋วกงมานานเพียงใด”
หน้าด้านที่สุด!
ฮวาชิงเหยียนไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าฮวาเจิ้นเซี่ยจะน่ารังเกียจยิ่งกว่าที่เ้าของร่างเดิมจดจำไว้เสียอีก
ส่วนจวินอู๋ชิงก็ยังคงมองนางด้วยสายตารังเกียจไม่เปลี่ยนั้แ่นางย่างเท้าเข้ามา ฮวาชิงเหยียนอยากจะบอกเหลือเกินว่าการที่ต้องมานั่งอยู่ในห้องเดียวกับพวกเขาทำให้นางรู้สึกสะอิดสะเอียนยิ่งกว่าเสียอีก
ส่วนจวินอู๋ชิงก็ยังคงมองนางด้วยสายตารังเกียจั้แ่นางย่างเท้าเข้ามา ฮวาชิงเหยียนอยากจะเอ่ยปากนักว่า นางก็รู้สึกสะอิดสะเอียนจนแทบทนไม่ไหวที่ต้องมานั่งอยู่ในห้องเดียวกับพวกเขา
นับั้แ่นางมาอยู่ในร่างนี้ก็ผ่านมาหนึ่งวันเต็มแล้ว นางยังไม่แตะต้องอาหารเลยสักคำ ในเมื่ออีกฝ่ายไม่คิดปล่อยให้นางอยู่อย่างราบรื่น นางก็ไม่คิดจะปล่อยให้พวกเขาสบายใจเช่นกัน
ฮวาชิงเหยียนจึงกล่าวอย่างคล้ายหยอกล้อ “เช่นนั้นข้าต้องขอบคุณท่านอาแล้ว ไม่ทราบว่าท่านอาเรียกข้ามาเพราะเื่ใด หรือว่า...เด็กในท้องของพี่เย่ว์โหรวไม่เป็อะไรใช่หรือไม่เ้าคะ เมื่อวานข้าเห็นว่าเืออกเยอะไม่น้อย”
ทว่าคำพูดเรียบเรื่อยนี้ของฮวาชิงเหยียนกลับแทงใจดำจนสีหน้าของฮวาเจิ้นเซี่ยกับจวินอู๋ชิงพลันเปลี่ยนไป ทั้งสองคนกัดฟันแน่นด้วยความเจ็บใจ
หากเมื่อวานไม่รีบพาฮวาเย่ว์โหรวไปขอความช่วยเหลือจากอาจารย์ของนางซึ่งเป็นักหลอมโอสถระดับห้า เด็กในครรภ์คงไม่รอด
แต่ในตอนนี้ แค่รักษาเด็กไว้ไม่เพียงพออีกแล้ว เพราะข่าวลือเื่เย่ว์โหรวในฐานะนักหลอมโอสถกลับเสียความบริสุทธิ์แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองชี่เฉิง หากไม่รีบจัดงานแต่งงาน เื่ก็จะยิ่งเลยเถิด
และนั่นก็คือสาเหตุที่ฮวาเจิ้นเซี่ยกับจวินอู๋ชิงเรียกฮวาชิงเหยียนมาวันนี้
ฮวาเจิ้นเซี่ยฝืนยิ้มตอบอย่างแสร้งใจดี “ชิงเหยียนคงเข้าใจผิด พี่เย่ว์โหรวของเ้าแค่ปวดท้องกะทันหันเท่านั้น ส่วนวันนี้ที่เรียกเ้ามาเพราะองค์รัชทายาทมีเื่จะพูดกับเ้า ข้าเพียงเรียกเ้ามาเท่านั้น จริงหรือไม่ องค์รัชทายาท”
ขณะพูดก็ไม่ลืมเร่งเร้าทางสายตาไปยังจวินอู๋ชิง
จวินอู๋ชิงเหลือบมองฮวาชิงเหยียนที่สวมเพียงชุดผ้าหยาบไร้รูปทรง เส้นผมแห้งเสียราวกับหญ้าฟางก็ขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจชั่วครู่ ก่อนจะจำต้องระงับอารมณ์ไว้ด้วยเหตุผลบางอย่าง
เมื่อเห็นว่าสายตาของฮวาชิงเหยียนจับจ้องมาที่ตน จวินอู๋ชิงก็ยิ่งรู้สึกขัดเคือง สีหน้าไม่พอใจอย่างมาก กล่าวเสียงแข็งว่า “อีกห้าวันคือวันที่เก้าเดือนเก้า ข้าจะรับเย่ว์โหรวและเ้าเข้าจวนพร้อมกัน ในฐานะที่เ้าทำเื่อื้อฉาวไม่รู้จักละอาย อีกทั้งยังทำให้เย่ว์โหรวเกือบเสียเด็...เสียชีวิต ข้าจึงตัดสินใจแต่งตั้งเย่ว์โหรวเป็ชายารัชทายาท ส่วนเ้าก็เตรียมตัวไว้ให้ดี เพราะข้าจะให้เ้าเป็อนุ”
พูดจบก็เบือนหน้าหนีประหนึ่งกลัวว่าแค่เหลือบมองนางอีกสักครั้งจะเสียสายตา ร่างทั้งร่างคล้ายจะแผ่กลิ่นอายความไม่พอใจออกมาโดยไม่ปิดบัง
เดิมฮวาชิงเหยียนนั้นยิ้มบาง ทว่าทันทีที่ได้ยินคำพูดของจวินอู๋ชิง สีหน้าก็เปลี่ยนเป็เ็าในทันที
จวินอู๋ชิงผู้นี้หน้าหนาเพียงใดกัน พอวางแผนใส่ร้ายไม่สำเร็จก็คิดจะมีภรรยาสองพร้อมกัน แล้วยังกล้าเหยียบย่ำเ้าของร่างเดิมด้วยการถอดถอนฐานะจากว่าที่ชายารัชทายาทกลายเป็เพียงอนุ
หึ...
หากเป็เ้าของร่างเดิม เพราะอยากได้เงินมารักษาซูซื่อและฮวาเฮ่าเย่ว์ อาจยอมจำนนยินดีแต่งกับองค์รัชทายาท แต่นางคือฮวาชิงเหยียนจากศตวรรษที่ยี่สิบสาม ผู้เคยฆ่าฝูงแมลงต่างดาวมานับไม่ถ้วน!
นางจึงกล่าวเสียงเรียบเจือเย้ยหยันว่า “องค์รัชทายาทเข้าใจอะไรผิดหรือไม่เ้าคะ ข้าน้อยไม่เคยคิดจะแต่งกับท่านเลยแม้แต่น้อย”
นางเอ่ยถ้อยคำเหล่านี้แ่เบา หากไม่ใช่เพราะคำพูดะเืใจ คงเข้าใจว่าเป็เพียงคำพูดธรรมดา
ดวงตาคมกริบของจวินอู๋ชิงพลันจ้องเขม็งไปยังฮวาชิงเหยียน สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ สายตาที่ทอดมองนางสื่อความหมายราวกับจะถามว่า ‘ข้าลดตัวมาแต่งกับเ้าเช่นนี้ เ้ากล้าปฏิเสธข้าอย่างนั้นหรือ’
ฮวาเจิ้นเซี่ยกับอิ่นซื่อที่นั่งชมละครเงียบๆ ถึงกับตะลึงงัน เพราะพวกเขาคาดไม่ถึงว่าฮวาชิงเหยียนจะกล้าพูดเช่นนี้
เมื่อคืนพวกเขาปรึกษากันแล้วว่าจะให้เย่ว์โหรวก้มหน้ารับชะตา ปล่อยให้ฮวาชิงเหยียนร่วมแต่งเข้าจวนไปด้วยกัน จากนั้นค่อยหาเหตุผลให้จวินอู๋ชิงหย่าอีกฝ่ายภายหลัง
แล้วนี่มันเกิดอะไรขึ้น!
อิ่นซื่อรีบกล่าวเสียงอ่อนโยน “เหยียนเอ๋อร์ พี่เย่ว์โหรวของเ้าไม่ถือสาเลยสักนิดที่จะร่วมแต่งกับเ้า...”
“นางไม่ถือ แต่ข้าถือ!”
เสียงใสชัดถ้อยชัดคำของฮวาชิงเหยียนดังขึ้นขัดจังหวะถ้อยคำแสร้งเมตตาของอิ่นซื่ออย่างไร้เยื่อใย
ครั้งหนึ่งฮวาเย่ว์โหรวเคยข่มขู่เ้าของร่างเดิมอย่างโเี้ กล่าวว่านางไม่คู่ควรกับองค์รัชทายาท และสั่งให้นางอยู่ห่างจากองค์รัชทายาท อีกทั้งคนทั้งจวนยังรู้ดีว่าเ้าของร่างเดิมนิสัยขี้ขลาดและไร้ความมั่นใจจึงไม่กล้าขัดคำของฮวาเย่ว์โหรว นั่นจึงเป็เหตุให้อิ่นซื่อกล้าเอ่ยคำพูดนั้น แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่าฮวาชิงเหยียนในตอนนี้มองคนอย่างจวินอู๋ชิงไม่ต่างจากกองขยะไร้ค่า ซ้ำยังกล้าให้นางไปแบ่งสามีกับคนอื่นอีก
เพ้อเจ้อยิ่งนัก!
“เ้าหมายความว่าอย่างไร คิดจะผูกข้าไว้กับตัวเองคนเดียวอย่างนั้นหรือ!”
จวินอู๋ชิงผุดลุกขึ้นยืนทันที สายตาวาววาบด้วยโทสะ ก่อนจะตะคอกออกมาอย่างเหยียดหยาม
“หากมิใช่เพราะเย่ว์โหรวร้องขอให้ข้าแต่งกับเ้า แม้แต่หน้าเ้าข้าก็ยังไม่อยากมอง แต่เ้ากลับกล้าปฏิเสธนางงั้นรึ!”