“ต้าซาน ลูกไปมีเื่กับใครมา ทำไมถึงได้มีสภาพดูไม่ได้อย่างนี้ล่ะ” แม่หวังเดินเข้ามาประคองลูกชาย
“ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอกแม่ แค่ถูกพวกวัยรุ่นมาหาเื่น่ะ ก็เลยมีลงไม้ลงมือกันบ้าง” หวังต้าซานตอบ
“ก็ยังดีที่ไม่ได้ไปมีเื่กับนายน้อย ่นี้ทำไมแม่เห็นนายน้อยเรียกใช้งานลูกบ่อยเหลือเกิน นายน้อยให้ลูกไปทำงานอะไรให้หรือ ลูกถึงต้องออกไปข้างนอกทุกคืน”
“นายน้อยให้ผมขับรถให้เท่านั้นล่ะ” หวังต้าซานตอบ
“แค่นั้นจริงๆ หรือ แม่บอกตามตรงนะ แม่นอนไม่หลับเลยสักคืน ตอนที่ลูกออกไปข้างนอก ว่าแต่ว่านายน้อยก็มีคนขับรถประจำตัวอยู่ไม่ใช่หรือ ทำไมเขาไม่เรียกใช้คนพวกนั้นบ้างล่ะ”
“นายน้อยบอกว่าเพราะผมใช้แซ่หวัง ทำให้เขาเห็นผมเหมือนเป็น้องชายคนหนึ่ง” หวังต้าซานตอบไม่จริงจัง
“มีคนใช้แซ่หวังตั้งเยอะแยะ นายน้อยจะมาเอ็นดูลูกคนสวนอย่างลูกทำไม แต่ก็เอาเถอะ ถ้านายน้อยเมตตา ลูกก็ทำตัวดีๆ ให้สมกับที่เ้านายไว้วางใจก็แล้วกัน รีบไปอาบน้ำได้แล้ว เสร็จแล้วก็มาเรียกแม่ แม่จะไปใส่ยาให้”
“พี่หวั่นเฉิน ทางนี้ค่ะ” หลี่ซูลี่เรียกต้าหวั่นเฉิน
ต้าหวั่นเฉินมองไปตามเสียงเรียกก็เห็นหลี่ซูลี่ที่เป็ลูกสาวผู้บังคับบัญชานั่งอยู่กับคู่หมั้น เพราะต้าหวั่นเฉินนับถือเ้านายคนนี้เหมือนพ่อคนหนึ่ง ทำให้เขากับหลี่ซูลี่ก็สนิทสนมกันเหมือนพี่น้องไปด้วย
“ทำไมพี่มาช้าจังล่ะคะ ฉันกับอาเฉิงหิวจนตาลายไปหมดแล้ว ฉะนั้นมื้อนี้พี่ชายที่แสนดีเป็เ้ามือเลี้ยงพวกเราเสียดีๆ” หลี่ซูลี่บอกกับต้าหวั่นเฉิน
“เอาเป็ว่ามื้อนี้พี่เลี้ยงเองก็แล้วกัน แต่เธอจะไม่แนะนำให้พี่รู้จักกับคนที่นั่งข้างๆ หน่อยหรือ” ต้าหวั่นเฉินถาม
“ตอนงานหมั้นของฉันกับอาเฉิงพี่ก็ไปร่วมงานด้วยนี่คะ ยังจะให้ฉันแนะนำอะไรอีกล่ะ” หลี่ซูลี่หันไปยิ้มให้กับคู่หมั้น “อาเฉิงนี่พี่หวั่นเฉิน เป็ลูกน้องของคุณพ่อ แต่ฉันก็นับถือพี่เขาเหมือนพี่ชายแท้ๆ คนหนึ่งเลยนะคะ”
“ยินดีที่ได้รู้จักครับพี่หวั่นเฉิน ผมหวังเฉิง เป็คู่หมั้นของซูลี่ครับ” หวังเฉิงทักทายต้าหวั่นเฉินอย่างเป็ทางการ
ต้าหวั่นเฉินยิ้มตอบ ก่อนที่สายตาของเขาจะมองไปเห็นรอยลิปสติกเล็กๆ จนแทบจะมองไม่เห็นที่ปกเสื้อของหวังเฉิง “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ พอดีวันหมั้นผมไปร่วมงานแค่แปบเดียว ก็เลยไม่มีเวลามาทำความรู้จักกับคุณ ยังไงซูลี่ก็เหมือนน้องสาวผมคนหนึ่ง ผมฝากคุณช่วยดูแลเธอด้วยนะครับ แต่ผมขอบอกไว้ก่อนนะครับว่าอย่าทำให้น้องสาวของผมเสียใจเป็อันขาด ในฐานะพี่ชาย ผมจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายจิตใจน้องสาวผมแน่ๆ”
“เื่นั้นพี่หวั่นเฉินไม่ต้องเป็ห่วงนะครับ ผมจะรักและดูแลซูลี่ให้ดีที่สุด เื่ทำให้เสียใจ รับรองว่าไม่มีแน่นอน”
ต้าหวั่นเฉิน หลี่ซูลี่ และหวังเฉิง นั่งทานอาหารเย็นกันอยู่สักพัก ก่อนที่ทั้งหมดจะพากันไปต่อที่สถานบันเทิงชื่อดังประจำเมือง โดยพวกเขาใช้บริการที่ห้องรับรองพิเศษของร้าน
ทีแรกหลี่ซูลี่อยากจะไปต่อที่ร้านประจำของหวังเฉิง แต่หวังเฉิงแนะนำสถานบันเทิงแห่งนี้แทน เพราะอีกที่หนึ่งเป็ที่ที่เขามักจะนัดสาวๆ มาเพื่อหาความบันเทิง แล้วเขาจะปล่อยให้คู่หมั้นไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งนั้นได้อย่างไร
แต่ก็ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ผู้หญิงที่เขากำลังคบเล่นๆ อยู่ตอนนี้ก็มาเที่ยวที่สถานบันเทิงแห่งนี้เหมือนกัน
“พี่เฉิง!” สาวน้อยรูปร่างบอบบางวิ่งเข้าไปกอดแขนหวังเฉิงอย่างดีใจ ก่อนที่จะพูดด้วยท่าทีแง่งอน “พี่ก็มาเที่ยวเหมือนกันหรือคะ ไหนพี่บอกกับหนูว่าวันนี้พี่ยุ่งมากจนพาหนูออกมาเที่ยวไม่ได้ยังไงล่ะ พี่ทำอย่างนี้หนูชักจะน้อยใจแล้วนะคะ”
หวังเฉิงที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำมาถึงกับใ แต่เขาก็พยายามเก็บอาการเอาไว้และเริ่มมองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น เขาก็เริ่มพูดหยอกล้อกับสาวน้อยอย่างเ้าชู้ “อย่าน้อยใจไปเลยนะจ๊ะคนสวย วันนี้พี่พาลูกค้ามาเลี้ยงรับรอง งานครั้งนี้สำคัญมาก เอาไว้วันหลังพี่จะพาหนูไปเที่ยวจนกว่าหนูจะพอใจเลยดีไหมจ๊ะ”
“พี่พาหนูไปแนะนำกับลูกค้าคนสำคัญของพี่ก็ได้นะคะ เพื่อนๆ หนูก็มาด้วยตั้งหลายคน ไม่แน่ว่าพวกหนูอาจจะทำให้ลูกค้าของพี่ติดใจก็ได้นะ”
“ไม่ได้หรอก ลูกค้าคนนี้เป็คนรักครอบครัวมาก แต่เพราะเขาไม่เคยมาเที่ยวในที่แบบนี้ พี่ก็เลยอยากพาเขาลองมาเปิดหูเปิดตาดูบ้างเท่านั้น น่านะคนดี วันนี้พี่ไม่สะดวกจริงๆ เอาไว้พี่จะส่งกระเป๋านำเข้าใบใหม่ไปให้หนูใช้เล่นสักใบนะ” หวังเฉิงหยิกแก้มสาวน้อยเบาๆ
“จริงหรือคะ! พี่เฉิงใจดีที่สุดเลย” สาวน้อยหอมแก้มหวังเฉิงอย่างเอาใจ “หนูก็ไม่ได้เห็นแก่กระเป๋าที่พี่จะให้หนูหรอกนะคะ แต่ที่หนูยอมกลับก่อนเพราะหนูไม่อยากรบกวนเวลางานของพี่มากกว่า พี่เฉิงอย่าลืมสัญญานะคะ ถ้าพี่ว่างเมื่อไหร่พี่ต้องพาหนูไปเที่ยวด้วยนะ”
“ได้สิจ๊ะ พี่ไม่ลืมสัญญาแน่นอน และพี่ยังจะค้างกับหนูสักสองสามคืนให้หายคิดถึงอีกด้วยนะ” หวังเฉิงหอมแก้มสาวน้อยอีกฟอดใหญ่ก่อนที่ทั้งคู่จะแยกกัน
ต้าหวั่นเฉินเดินออกจากห้องน้ำช้าๆ เขาตัดสินใจเดินตามสาวน้อยคนนั้นไป เพื่อที่เขาจะได้ดูหน้าสาวน้อยคนนั้นให้ชัดๆ ในจังหวะที่สาวน้อยคนนั้นจะเดินเข้าไปที่ห้องรับรองพิเศษ เธอก็หันมายิ้มให้กับพนักงานชายของร้านที่ยืนรอให้บริการอยู่หน้าห้องรับรองนั้นพอดี ทำให้ต้าหวั่นเฉินมองเห็นสาวน้อยคนนั้นได้อย่างชัดเจน และตอนนี้เขาก็รู้แล้วว่าสาวน้อยคนนั้นคือ ‘หลัวจือหนิง’ ลูกสาวของคู่สามีภรรยานักพนันและนักต้มตุ๋นที่เขากำลังจับตาดูอยู่
“พี่หวั่นเฉิน ทำไมพี่ไปห้องน้ำนานจังล่ะคะ” หลี่ซูลี่ถามขึ้นเมื่อเห็นต้าหวั่นเฉินเดินกลับเข้ามาในห้อง
หวังเฉิงหันไปมองต้าหวั่นเฉินอย่างใ ‘ถ้าไอ้หมอนี่เพิ่งกลับจากห้องน้ำ มันต้องได้ยินที่เราพูดกับน้องหนิงหนิงน่ะสิ’
“ทีแรกพี่ก็ตั้งใจว่าจะไปห้องน้ำ แต่พอดีเจอเพื่อนเสียก่อน พี่ก็เลยไปนั่งดื่มกับมันอยู่สักสองแก้วได้มั้ง” ต้าหวั่นเฉินตอบอย่างไม่มีพิรุธ
หวังเฉิงลอบผ่อนลมหายใจออกเบาๆ แต่ก็ไม่วายที่จะหยั่งเชิงถาม “ถึงว่าล่ะครับ ผมก็เพิ่งกลับจากห้องน้ำมาเหมือนกัน ผมบอกซูลี่ไปแล้วว่าผมไม่เห็นพี่อยู่ที่นั่น แต่เธอก็ไม่เชื่อ”
ต้าหวั่นเฉินรู้เจตนาของหวังเฉิง เขาจึงหันไปยิ้มกับหลี่ซูลี่ “ยังไม่เท่าไหร่ก็เตรียมตัวเป็ยายแก่ขี้บ่นเสียแล้วหรือ”
“ฉันแค่กลัวว่าเ้ามือจะแอบหนีกลับบ้านก่อนต่างหาก ยังไงวันนี้ฉันจะต้องให้พี่ควักเงินออกมาจ่ายให้เกลี้ยงกระเป๋าให้ได้เลยล่ะค่ะ”
“ทำไมคุณถึงมานั่งหน้าเครียดอยู่อย่างนี้ล่ะ ่นี้งานเยอะมากเลยหรือ” หลินหงถามต้าหวั่นเฉิน
ต้าหวั่นเฉินกับหลินหงคบกันมาได้เกือบสองปีแล้ว ซึ่งเป็เวลาพอๆ กับหลินอี้ที่คบกับซ่งเยว่เจิน
คู่ของหลินอี้กับซ่งเยว่เจินเริ่มคบกันเพราะซ่งเยว่เจินเป็ฝ่ายสารภาพรักกับหลินอี้ก่อน ทีแรกหลินอี้ก็ปฏิเสธหญิงสาวอยู่ท่าเดียว เพราะคิดว่าฐานะของตัวเองไม่คู่ควรกับเธอที่มีพ่อเป็ถึงผู้พันและตัวเธอเองยังเป็ถึงคุณครูของโรงเรียนมัธยมประจำตำบลอีกด้วย แต่พอซ่งเยว่เจินเริ่มหายไป หลินอี้ถึงได้รู้ว่าตัวเขาเองนั่นล่ะที่ขาดหญิงสาวไม่ได้ เขารีบไปดักรอพบซ่งเยว่เจินที่หน้าโรงเรียนอยู่หลายวัน พอได้เจอหน้ากันหลินอี้ก็รีบขอซ่งเยว่เจินแต่งงานทันที เพราะกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจ ซ่งเยว่เจินตอบรับคำขอแต่งงานอย่างไม่รีรอ
หลินอี้จึงให้คุณปู่ คุณย่า และพ่อกับแม่ของเขาไปสู่ขอซ่งเยว่เจินกับคุณพ่อของเธอ ถึงได้รู้ว่าคุณพ่อของซ่งเยว่เจินก็คือนายทหารที่พ่อของหลินเจิ้งฉีได้ช่วยชีวิตจากอุบัติเหตุเอาไว้ การสู่ขอจึงเป็ไปอย่างราบรื่น และทั้งคู่มีกำหนดแต่งงานกันในเดือนหน้า
ส่วนคู่ของต้าหวั่นเฉินกับหลินหงนั้น เริ่มมาจากเหตุการณ์ของเปาเยี่ยนกับเปาหยวน ที่หลินหงถูกพวกของเสี่ยวซือจับไปผิดตัวเพราะคิดว่าเป็หย่งลี่อัน ในเหตุการณ์นั้นหลินหงได้ต่อสู้กับคนร้ายอย่างกล้าหาญ ต้าหวั่นเฉินประทับใจในตัวหลินหงั้แ่นั้นมา เขาเดินหน้าจีบหลินหงอยู่นานกว่าหญิงสาวจะยอมตกลงเป็แฟนกับเขา เพราะหลินหงบอกเหตุผลว่าเธอเป็ลูกสาวเพียงคนเดียวของพ่อกับแม่ เธอมีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูพวกท่าน หากเธอคิดที่จะแต่งงาน ผู้ชายคนนั้นต้องยินดีที่จะมาใช้ชีวิตร่วมกันกับเธอที่หมู่บ้านซาน เพราะเธอไม่อยากย้ายออกไปอยู่ที่อื่น
ต้าหวั่นเฉินตอบตกลงโดยไม่ต้องคิด การที่จะให้เขาแต่งงานแล้วย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของหลินหงนั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลย เพราะเขาชอบอุปนิสัยและการใช้ชีวิตของคนครอบครัวหลินมาก ทุกคนต่างจริงใจและรักใคร่ปรองดองกันดี ซึ่งผิดกับบ้านของเขาที่มักจะมองว่าเขาเป็คนนอก
“ผมกลุ้มใจเื่คู่หมั้นของซูลี่น่ะสิ” ต้าหวั่นเฉินตอบ
“คู่หมั้นของพี่ซูลี่หรือคะ พวกเขากำลังจะแต่งงานกันไม่ใช่หรือ” หลินหงถามอย่างสงสัย
“ก็เพราะพวกเขากำลังจะแต่งงานกันน่ะสิ ผมถึงต้องมานั่งกลุ้มใจอยู่อย่างนี้” ต้าหวั่นเฉินจึงเล่าเื่ความสัมพันธ์ของหวังเฉิงและหลัวจือหนิงให้หญิงสาวฟังอย่างละเอียด