เสียงนั้นดังจากความมืดใต้กำแพงเมือง
“นายน้อย…เหตุใดจึงกลับมา?”
หลิงเทียนจับด้ามดาบทันที มู่ชิงหลัวขยับเข้ามาอยู่ด้านข้างมือหนึ่งซ่อนใต้แขนเสื้อ อีกมือกดถุงยาแน่น
ชายผู้พูดก้าวออกจากเงาแสงตะเกียงในคลองเผยให้เห็นเสื้อเ้าหน้าที่เก่าสีเทา ใบหน้าซูบตอบและแผลเป็เล็กใต้คาง ที่เอวของเขามีกุญแจสามดอกห้อยอยู่กับห่วงเหล็ก
หลิงเทียนจำเขาได้
ชายชุดเทาที่พบระหว่างทาง
“ท่านเป็เ้าหน้าที่ของนครหรือ?” เขาถาม
“เคยเป็”
เสียงน้ำไหลลอดใต้พื้นหินกลิ่นโคลนเก่าและน้ำมันตะเกียงคละคลุ้งอยู่ในอากาศควันสีเทาจากปล่องระบาย้าลอยต่ำจนแสบตาหลิงเทียนได้กลิ่นสนิมจากราวเหล็กที่เปียกชื้นและกลิ่นขมของยาบางชนิดติดอยู่บนแขนเสื้อชายผู้นั้น
มู่ชิงหลัวสูดลมหายใจสั้น ๆ
“มีเืแห้งติดอยู่ที่กุญแจ”
ชายชุดเทาก้มมองกุญแจในมือ
“ในคลองนี้ไม่มีสิ่งใดสะอาด”
“ข้าถามถึงเื” มู่ชิงหลัวกล่าว
“คำตอบเดียวกัน”
หลิงเทียนมองชายผู้นั้น ไม่ได้สนใจเพียงคำพูด แต่สังเกตการยืนของเขาชายชุดเทาวางเท้าขวาเยื้องไปด้านหลังเล็กน้อย น้ำหนักตัวกดอยู่บนขาซ้ายคล้ายระวังแผลเก่า และนิ้วโป้งมีรอยด้านจากการจับพู่กัน ไม่ใช่จากการใช้ดาบ
เขาเคยทำงานกับเอกสาร
ไม่ใช่คนคุมประตู
“ชื่อของท่านถูกลบจากทะเบียนแล้ว?” หลิงเทียนถาม
ชายชุดเทามองแผ่นประกาศในมือมู่ชิงหลัว
“ถูกลบไปพร้อมกับชื่อของหน่วยที่สาม”
คำตอบนั้นทำให้หลิงเทียนรู้สึกเย็นที่ท้ายทอย
การถูกลบจากทะเบียนไม่ใช่เพียงการสูญเสียชื่อผู้ที่ไม่มีชื่อจะไม่มีสิทธิ์เช่าที่พัก ไม่มีสิทธิ์ซื้อยาจากร้านหลวงไม่มีสิทธิ์ยื่นคำร้องหรือรับรองใครต่อศาล หากถูกจับเขาจะถูกนับเป็ผู้สวมรอยทันที
คนทั้งเมืองต้องทำเหมือนไม่เคยรู้จักเขา
แม้คนในครอบครัวเคยรู้จักก็ตาม
ชายชุดเทาเปิดตะแกรงเหล็กให้กว้างขึ้น
“เข้าไปก่อน เสียงบนถนนกำลังใกล้ลงมา”
หลิงเทียนยังไม่ก้าว
“ท่าน้าอะไรจากข้า?”
ชายผู้นั้นใช้นิ้วลูบกุญแจดอกกลาง
“ให้เ้าเข้าเมืองโดยไม่ต้องผ่านประตู”
“เพื่ออะไร?”
“เพราะคนที่ควรตายไปแล้ว ไม่ควรยืนอยู่หน้าประตูเมือง”
หลิงเทียนจ้องเขา
ชายชุดเทาหลบสายตาเป็ครั้งแรก
“และเพราะข้ายังติดหนี้คนของหน่วยที่สาม”
คำตอบไม่ได้ทำให้เขาไว้ใจมากขึ้นเพียงทำให้รู้ว่าชายผู้นี้มีเหตุผลส่วนตัวที่ไม่ยอมบอกทั้งหมด
เสียงทหารตรวจสัมภาระดังอยู่เหนือศีรษะ
หลิงเทียนก้มตัวลอดตะแกรง มู่ชิงหลัวตามเข้าไป ชายชุดเทาปิดประตูแล้วใช้กุญแจล็อกด้านใน
กลิ่นน้ำในคลองแรงขึ้นทันที
พื้นทางเดินจมอยู่ในน้ำสีดำสูงถึงข้อเท้าความเย็นซึมผ่านรองเท้าเข้าไปถึงผิว น้ำมีกลิ่นใบไม้เน่า เถ้าถ่าน และยาเก่า ๆผสมกัน ทุกครั้งที่เดิน พื้นโคลนใต้แผ่นหินจะดูดรองเท้าไว้เล็กน้อยทำให้เกิดเสียงเหนียวหนืด
ครืด…
ครืด…
เหนือศีรษะมีเสียงล้อเกวียนผ่านไปเสียงสั่นะเืเดินมาตามคานหินแล้วตกลงใส่ผิวน้ำเป็วงเล็ก ๆ
มู่ชิงหลัวใช้แขนเสื้อปิดจมูก
“น้ำนี้มีสารกดปราณ”
“ท่านแยกออกจากกลิ่นโคลนได้?”
“กลิ่นโคลนไม่ทำให้ปลายนิ้วชา”
หลิงเทียนมองมือของตน ความเย็นจากน้ำกำลังทำให้ปลายนิ้วแข็งขึ้นเกล็ดัในอกเสื้อสั่นเบา ๆ หนึ่งครั้ง แล้วเงียบไป
ไม่ใช่ความร้อน
ไม่ใช่การเรียกหา
เหมือนมันกำลังรับรู้บางสิ่งใต้พื้น
ผนังสองข้างเต็มไปด้วยรอยขีด บางรอยเป็ตัวเลขบางรอยเป็เส้นสามเส้น และบางรอยถูกขูดจนเหลือเพียงร่องลึก
หลิงเทียนหยุดดูรอยหนึ่ง
“รอยพวกนี้คืออะไร?”
“ชื่อของคนที่ผ่านทางนี้”
“แล้วเหตุใดจึงถูกขูดออก?”
ชายชุดเทาเดินต่อ
“เพราะคนเ่าั้ไม่ควรมีชื่ออยู่แล้ว”
หลิงเทียนมองร่องลึกบนผนัง
มีรอยขูดทับหลายชั้น บางชื่อถูกลบแล้วเขียนใหม่ก่อนถูกลบซ้ำอีกครั้ง หินบริเวณนั้นบางกว่าส่วนอื่นจนเห็นเศษปูนสีขาวใต้ผิว
คนถูกลบจากทะเบียนไม่ได้หายไปจากโลก
แต่ถูกทำให้ไม่มีสิทธิ์ทิ้งร่องรอยไว้
“ท่านเป็คนเขียนชื่อพวกเขา?” หลิงเทียนถาม
“บางชื่อ”
“แล้วลบเองหรือ?”
ชายชุดเทาหยุดเดิน
เสียงน้ำไหลผ่านช่องระบายใต้พื้นดังชัดขึ้นระหว่างความเงียบ
“บางชื่อข้าลบ”
“เพราะคำสั่ง?”
“เพราะกลัว”
หลิงเทียนมองแผ่นหลังของเขา
ชายชุดเทากำกุญแจแน่นขึ้น
“ความกลัวไม่ได้ทำให้คนเป็คนชั่วทันทีแต่มันทำให้คนยอมทำสิ่งที่ไม่คิดว่าจะทำ”
มู่ชิงหลัวก้มลงแตะคราบสีดำบนพื้น นางใช้ผงยาสีขาวโรยลงไปผงละลายเป็สีเขียวคล้ำ
“เืปนยากดปราณ”
“คนถูกขังอยู่แถวนี้?” หลิงเทียนถาม
“หรือถูกลากผ่าน” นางตอบ “แต่คราบนี้ยังไม่เกินสองวัน”
ชายชุดเทาไม่หันกลับ
หลิงเทียนเห็นมือของเขาขยับที่ข้างลำตัว
เขาไม่รู้ว่าชายผู้นั้นกำลังกลัวอะไร แต่ไม่ใช่กลัวทหารบนถนน
“ท่านพาเราไปหาใคร?”
“คนที่้าพบเ้า”
“ชื่อ?”
“ข้าบอกไม่ได้”
“ไม่รู้หรือไม่บอก?”
ชายชุดเทาเหลือบมองเขา
“ถ้าข้ารู้ว่าคนผู้นั้นอยู่ฝ่ายใด ข้าคงไม่พาเ้ามาทางนี้”
หลิงเทียนยังไม่ทันถามต่อ เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นจากปลายคลองเ้าหน้าที่สองคนถือโคมสีเขียวเดินสวนมา
ชายชุดเทารีบพาทั้งสองหลบเข้าไปในช่องผนัง
ช่องนั้นแคบจนไหล่ของหลิงเทียนแนบกับหินเปียกมู่ชิงหลัวยืนอยู่ตรงหน้าเขา ลมหายใจของนางสั้นลงกลิ่นยาขมจากริมฝีปากปะปนกับกลิ่นน้ำสกปรก
เ้าหน้าที่เดินผ่านไป
“ประกาศฉบับใหม่ออกแล้ว” คนหนึ่งกล่าว
“เพิ่มข้อหาอะไร?”
“ฆ่าคนงานเหมือง ทำลายผนึก และขโมยเืั”
“จับเป็ห้าร้อยตำลึง?”
“จับตายสามร้อย”
“แล้วคนที่ช่วยเหลือ?”
“รับโทษเท่ากัน”
เสียงฝีเท้าค่อย ๆ ไกลออกไป
มู่ชิงหลัวก้มมองมือของหลิงเทียนที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัว
“เ้าได้ยินแล้ว”
“คนที่ให้ที่พักข้าจะถูกลงโทษ”
“ไม่ใช่แค่ที่พัก” นางกล่าว “ผู้ใดให้คำรับรองแก่เ้าจะถูกนับเป็ผู้สมรู้ร่วมคิด”
หลิงเทียนนึกถึงคนที่เคยรู้จักในนครชิงเหอ นึกถึงร้านยาเก่าหน้าตลาดและชายชราที่เคยยอมให้เขานอนใต้ชายคาในคืนฝนตก
ประกาศฉบับนี้ไม่ได้ตามล่าเขาคนเดียว
มันกำลังทำให้ทั้งเมืองหวาดกลัวการช่วยเหลือเขา
ชายชุดเทารอจนเสียงเงียบสนิท จึงออกจากช่องผนัง
“ข้าเคยเขียนคำสั่งฉบับแรก” เขากล่าว
หลิงเทียนมองเขา
“คำสั่งจับกุม?”
“คำสั่งลบชื่อ”
ชายชุดเทาหยิบตราไม้จากอกเสื้อ ด้านหน้าเป็ตรากองรักษาเมืองด้านหลังถูกเผาจนดำ
“หน่วยที่สามถูกลบจากทะเบียนก่อนถูกประกาศว่ายุบคนของพวกเขาจึงไม่มีชื่อให้ตามหา ไม่มีครอบครัวให้ร้องเรียน และไม่มีศพให้รับกลับ”
“ท่านเขียนชื่อพวกเขาออกจากเมือง”
“ข้าเขียนตามคำสั่ง”
“แล้วตอนนี้ช่วยพาข้ากลับเข้าเมือง?”
ชายชุดเทามองแสงตะเกียงที่สั่นอยู่บนผิวน้ำ
“ข้าไม่อาจคืนชื่อให้คนตาย แต่ยังพอพาคนที่ยังมีชีวิตไปถึงประตูได้”
เขาเดินต่อโดยไม่พูดอีก
ทางน้ำสิ้นสุดใต้โรงเก็บเสบียง ประตูเหล็กด้านในมีรอยสนิมเกาะหนาชายชุดเทาใช้กุญแจสามดอกเปิดกลอนทีละชั้น ก่อนผลักประตูเข้าไป
ด้านในมีชายหนุ่มในชุดศิษย์สำนักกระบี่ไร้นามยืนอยู่ข้างหน้าต่าง
เซี่ยอู๋เหิน
เขาหันมาเมื่อได้ยินเสียงประตู
“เ้ามาช้า” เซี่ยอู๋เหินกล่าว
“ข้าต้องเดินผ่านคลองที่มีกลิ่นเหมือนศพแช่น้ำ”
“ข้าไม่ได้ถามเื่กลิ่น”
“แต่เ้าหน้าซีดกว่าข้า”
เซี่ยอู๋เหินไม่ตอบ เขาหยิบม้วนกระดาษจากโต๊ะแล้วส่งให้หลิงเทียน
“สำนักได้รับหนังสือจากศาลเมือง”
หลิงเทียนคลี่กระดาษ
คำสั่งระบุให้สำนักกระบี่ไร้นามส่งศิษย์เข้าร่วมการตรวจสอบเหตุเหมืองดาวตกเนื่องจากมีการใช้วิชาและวัตถุโบราณซึ่งอาจเป็ภัยต่อความสงบของนคร
ชื่อของเซี่ยอู๋เหินอยู่ด้านล่างในฐานะพยานจากสำนัก
“เ้าไม่ได้มาช่วยข้า” หลิงเทียนกล่าว
“ข้ามาเป็พยานให้สำนัก”
“ต่างกันตรงไหน?”
“ถ้าข้าช่วยเ้า สำนักจะถูกลากเข้าคดี แต่ถ้าข้าเป็พยานข้าสามารถยืนยันได้ว่าศาลปฏิบัติต่อเ้าอย่างไร”
เขาพูดเหมือนเตรียมคำตอบไว้แล้ว
หลิงเทียนมองเขา “เ้า้าเห็นอะไรในศาล?”
เซี่ยอู๋เหินนิ่งไป
มือข้างที่ถือม้วนกระดาษกำแน่นจนขอบกระดาษยับ
“พี่ชายของข้าเคยถูกลบชื่อจากทะเบียน” เขากล่าวในที่สุด“ข้า้ารู้ว่าเขาถูกลบเพราะตายแล้วหรือเพราะยังมีชีวิตอยู่ในสถานที่ที่ไม่ควรมีใครรู้”
เขาไม่ได้กล่าวชื่อพี่ชาย
ไม่ได้บอกว่าหายไปเมื่อใด
และไม่ได้บอกว่าเหตุใดจึงคิดว่าคดีของหลิงเทียนจะพาไปพบเบาะแสนั้น
แต่แรงจูงใจของเขาชัดเจนพอ
เซี่ยอู๋เหินไม่ได้ยืนอยู่ข้างหลิงเทียนเพียงเพราะความเป็สหาย
เขากำลังใช้คดีนี้ตามหาคนในครอบครัว
ชายชุดเทาเดินไปยังประตูคลอง
“ข้าจะกลับแล้ว”
“ท่านไม่เข้าไปด้วย?” หลิงเทียนถาม
“ข้าเข้าไปไม่ได้”
เขายกตราไม้ขึ้น
“ชื่อของข้าถูกลบไปแล้ว ถ้าคนในศาลเห็นตรานี้พวกเขาจะรู้ว่ามีคนตายกำลังเดินอยู่ในเมือง”
“ท่านชื่ออะไร?”
ชายชุดเทามองหลิงเทียนครู่หนึ่ง
“ชื่อที่อยู่ในทะเบียนไม่ใช่ชื่อที่ข้าใช้ตอนนี้”
“เช่นนั้นข้าควรเรียกท่านว่าอะไร?”
“เรียกว่าคนส่งของ”
เขาวางตราไม้ไว้บนโต๊ะ แล้วเปิดประตูคลอง
ก่อนหายเข้าไปในความมืด ชายผู้นั้นหยุดเล็กน้อย
“ถ้าเห็นคำให้การหกฉบับ อย่ารีบดูว่าใครเป็คนพูดให้ดูว่าใครเป็คนเลือกคำให้พวกเขา”
ประตูเหล็กปิดลง
เซี่ยอู๋เหินมองตราไม้บนโต๊ะ
“เขาเคยอยู่ในหน่วยที่สามจริง”
“เ้ารู้ได้อย่างไร?”
“ตราไม้ของกองรักษาเมืองมีรอยตัดตรงมุมซ้ายเขาใช้มันขูดหมึกจากเอกสารมานานหลายปี”
หลิงเทียนมองประตูคลอง
ชายผู้นั้นไม่ได้บอกชื่อ
แต่ทิ้งร่องรอยตัวตนไว้ให้คนที่รู้ว่าจะดู
ก่อนออกจากโรงเก็บเสบียง มู่ชิงหลัวเรียกหลิงเทียนไว้
นางหยิบผ้าพันแผลสะอาด ผงสีขาว และตราไม้ปลอมออกมาวางบนโต๊ะ
“ถ้าทหารถาม ข้าเป็คนพูดก่อน”
“เพราะพิษ?”
“เพราะอาการของข้าตรวจได้ง่ายกว่าเกล็ดของเ้า”
นางทายาสีเข้มบนริมฝีปาก ทำให้สีหน้าซีดและริมฝีปากคล้ำลงจากนั้นโรยผงสีขาวบนแผลของหลิงเทียน กลิ่นฉุนช่วยกลบกลิ่นเืั
“ข้าจะบอกว่าชื่อหลิงเทียน แต่จะไม่บอกว่าเ้าคือหลิงเทียน”
“เ้าวางแผนให้ทหารสับสน?”
“ข้ากำลังให้พวกเขาต้องถามซ้ำ”
นางพันผ้ารอบข้อมือเขาจนมิดแผ่นโลหะตราสามวง
“ถ้าเข้าไปถึงห้องสอบสวน อย่าแตะสิ่งใดจนกว่าจะได้เห็นต้นฉบับ”
“ตราสามวงบนประตูด้วยหรือ?”
“อย่าเพิ่งเชื่อว่าตราเหมือนกันเพียงเพราะมีสามวง”
หลิงเทียนมองนาง
“ท่านสังเกตเห็น?”
“ตราบนประกาศเป็ตราประทับสีแดง วงทั้งสามแยกจากกันและมีรอยหมึกแตกตรงขอบ ส่วนตราบนประตูถูกสลักลงในหิน วงด้านในเชื่อมต่อกันและมีรอยถูกทุบตรงกลาง”
“ความหมายต่างกัน?”
“ยังไม่รู้”
คำตอบนั้นทำให้หลิงเทียนพยักหน้า
ความอยากเชื่อบอกว่าตราทั้งสองเกี่ยวข้องกัน
สิ่งที่รู้มีเพียงว่ามีสามวงเหมือนกัน
ส่วนความหมายของมันยังอยู่หลังประตู
ศาลเมืองตั้งอยู่ใกล้กำแพงชั้นในประตูด้านหน้ามีทหารหกคนและโต๊ะตรวจเอกสารสองตัว
มู่ชิงหลัวเดินนำ หลิงเทียนอยู่ด้านหลังนางครึ่งก้าวเซี่ยอู๋เหินเดินทางขวามือ ถือป้ายศิษย์ไว้ให้เห็นชัด
ทหารคนแรกยกมือห้าม
“มาส่งใคร?”
มู่ชิงหลัวไอ คราบเืสีเข้มปรากฏตรงมุมปาก นางใช้แขนเสื้อบังมือแล้วตอบด้วยเสียงแหบ
“ผู้ป่วยพิษ ต้องพบผู้ตรวจยา”
“ชื่อ?”
นางปล่อยให้ความเงียบค้างอยู่ชั่วขณะร่างกายโอนเอนไปด้านหน้าเล็กน้อย หลิงเทียนจึงยื่นมือแตะข้อศอกนางไว้
“หลิงเทียน”
ดาบทั้งหกเล่มชักออกจากฝัก
ทหารด้านหลังปิดประตูศาลทันที
มู่ชิงหลัวไม่ถอย นางใช้ร่างบังหลิงเทียนจากทหารสองคนด้านหน้า
“ข้าบอกชื่อผู้ป่วย ไม่ได้บอกว่าคนด้านหลังคือหลิงเทียน”
ทหารคนหนึ่งก้าวเข้ามา “เ้ากำลังเล่นคำกับทางการ?”
“ท่านถามชื่อ ข้าตอบชื่อ หาก้าถามว่าคนใดคือผู้ต้องหาก็ควรถามให้ชัด”
ทหารอีกคนยกประกาศจับขึ้นเทียบกับใบหน้าหลิงเทียน
แผลที่แขนซ้าย ผ้าพันแผลและเสื้อคลุมสีเข้มตรงตามรายละเอียดทุกประการ
“ถอดผ้าคลุมออก”
หลิงเทียนยังไม่ขยับ
เขาสังเกตทหารคนที่ถือประกาศ มือของอีกฝ่ายไม่ได้สั่นเพราะกลัวแต่สั่นเพราะไม่้าเป็คนแรกที่จับตัวเขา
คนเหล่านี้รู้ว่าประกาศมีความผิดปกติ
แต่ไม่กล้าปฏิเสธคำสั่ง
“ข้าขออ่านประกาศฉบับเต็มก่อน” หลิงเทียนกล่าว
“ผู้ต้องหาไม่มีสิทธิ์—”
“แต่พยานมีสิทธิ์รู้ว่ากำลังให้การเื่ใด” เซี่ยอู๋เหินพูดขึ้น“ข้าเป็ตัวแทนจากสำนักกระบี่ไร้นาม หากพวกท่านจับคนโดยไม่แสดงหลักฐานข้าจะบันทึกไว้ในรายงานของสำนัก”
ทหารมองป้ายของเขา แล้วหันไปมองประตูศาล
การตัดสินใจของพวกมันไม่ได้ง่าย
หากจับหลิงเทียนตรงหน้า คนทั้งถนนจะเห็นว่าศาลจับผู้ต้องหาตามประกาศ
แต่ถ้าไม่จับ พวกมันจะถูกกล่าวหาว่าปล่อยภัยต่อความสงบของนคร
ทหารคนแรกจึงลดดาบลงเล็กน้อย
“พาพวกเขาเข้าไปสอบสวนด้านใน”
ทหารอีกคนถาม “จะไม่ใส่โซ่หรือ?”
“ยังไม่ต้อง” เขาตอบ “ถ้าเด็กนี่คือหลิงเทียนจริงเขาจะไม่หนีต่อหน้าพยานจากสำนัก และถ้าไม่ใช่ เราจะไม่สร้างเื่ให้ใหญ่กว่าเดิม”
หลิงเทียนได้ยินเหตุผลนั้น
พวกมันไม่ได้เชื่อเขา
เพียงเลือกสถานที่ที่ควบคุมได้มากกว่า
มู่ชิงหลัวขยับตัวเปิดทางให้ทหารเดินผ่าน แล้วหันมากระซิบ
“พวกเขาพาเราเข้าไปเพราะกลัว ไม่ใช่เพราะไว้ใจ”
“ความกลัวก็ใช้เป็ประตูได้”
“ถ้าไม่ลืมว่าคนถือกุญแจยังอยู่ด้านหลัง”
ทหารสองคนเดินนำ อีกสองคนปิดท้าย มู่ชิงหลัวอยู่ทางซ้ายของหลิงเทียนเซี่ยอู๋เหินอยู่ทางขวา ระยะห่างระหว่างทั้งสามไม่ถึงหนึ่ง่แขน
พวกเขาผ่านโถงกลางของศาล
กลิ่นไม้เก่า น้ำหมึก และเหงื่อคนเฝ้ายามคละคลุ้งอยู่ใต้เพดานเสียงประตูห้องต่าง ๆ เปิดปิดดังเป็่ มีคนอ่านคำให้การอยู่หลังฉากกั้นแต่ไม่มีใครพูดเสียงดัง
ท้ายโถงมีประตูเหล็กสามบาน
บานซ้ายมีตรากองรักษาเมือง
บานขวามีตราศาล
ส่วนบานกลางไม่มีป้ายชื่อ
เหนือบานกลางมีตราสามวงสลักลงในหิน
หลิงเทียนหยุดมอง
ตราบนประกาศที่เขาเห็นก่อนหน้าเป็วงแดงสามวงแยกกันชัดเจนรอยหมึกไหลออกไปทางขอบเหมือนประทับลงบนกระดาษอย่างเร่งรีบ
แต่ตราบนประตูมีวงหนึ่งซ้อนอยู่ในอีกวงหนึ่งเส้นด้านในลึกกว่าเส้นด้านนอก และตรงกลางมีรอยทุบจนเกิดรอยร้าวเล็ก ๆ
มันอาจเป็ตราเดียวกันที่ถูกใช้คนละวิธี
หรืออาจเป็ตราสองแบบที่ตั้งใจทำให้คล้ายกัน
หลิงเทียนยกมือแตะคัมภีร์ดาบพิสูจน์เหตุในอกเสื้อ
เขาไม่ได้เปิดมัน
เพียงทบทวนสิ่งที่รู้
ตราบนประกาศถูกประทับด้วยหมึก
ตราบนประตูถูกสลักด้วยมือ
ทั้งสองมีสามวง
แต่ยังไม่มีหลักฐานว่ามาจากผู้เดียวกัน
หลิงเทียนปล่อยมือจากคัมภีร์
เขาไม่ยอมให้ความอยากรู้รีบกลายเป็คำตอบ
เ้าหน้าที่คนหนึ่งนำกุญแจมาเปิดประตูห้องกลาง
เสียงกลอนเหล็กเลื่อนดังขึ้น
ครืด…
ก่อนประตูจะเปิด มู่ชิงหลัวใช้นิ้วแตะหลังมือหลิงเทียน
“อย่าพูดถึงแผ่นโลหะ”
“ข้ารู้”
“อย่าให้ใครเห็นเกล็ด”
“ข้ารู้”
“และอย่าพยายามอ่านเจตนาคนทั้งห้องจากสีหน้าเพียงครั้งเดียว”
หลิงเทียนมองนาง
“ข้อนี้ท่านเตือนข้าหรือเตือนตัวเอง?”
“ทั้งสองคน”
ประตูเปิดออก
ด้านในมีโต๊ะหินตัวหนึ่ง เก้าอี้สามตัวและตะเกียงแขวนต่ำจนแสงกดเงาทุกคนลงบนพื้น
เ้าหน้าที่วางม้วนคำให้การหกฉบับลงบนโต๊ะ
กระดาษแต่ละแผ่นมีลายมือแตกต่างกัน
แต่ประโยคสุดท้ายเหมือนกันทุกคำ
**ผู้ต้องหามองไปทางตะวันออกก่อนลงมือ**
หลิงเทียนอ่านประโยคนั้นซ้ำ
ครั้งแรก เขารู้สึกโกรธ
ครั้งที่สอง เขาเห็นว่าทุกฉบับใช้คำว่า “ผู้ต้องหา”ทั้งที่พยานควรกล่าวว่า “เด็กหนุ่ม” หรือ “ชายผู้นั้น”
ครั้งที่สามเขาเห็นว่าหมึกของประโยคสุดท้ายเข้มกว่าส่วนอื่นเล็กน้อย
อาจถูกเติมภายหลัง
อาจเป็เพียงหมึกคนละขวด
ยังไม่มีหลักฐานพอ
หลิงเทียนเปิดคัมภีร์ดาบพิสูจน์เหตุ เขียนลงบนหน้าว่างสามบรรทัด
สิ่งที่รู้—มีคำให้การหกฉบับ
สิ่งที่คาด—มีคนกำหนดถ้อยคำให้พยาน
สิ่งที่ยังไม่รู้—ประโยคสุดท้ายถูกเขียนเมื่อใด
เขาปิดคัมภีร์
เซี่ยอู๋เหินยืนอยู่ใกล้ประตู สายตาของเขาไม่ได้จับอยู่ที่หลิงเทียนแต่จับอยู่บนตราสามวงเหนือประตู
มือของเขาสั่นเล็กน้อย
มู่ชิงหลัวเห็นเช่นกัน แต่ไม่ได้ถาม
เ้าหน้าที่ดึงเก้าอี้ออก
“นั่งลง เราจะเริ่มสอบสวน”
ด้านนอก ประตูเหล็กเริ่มปิด
ก่อนบานประตูจะสนิทหลิงเทียนเห็นเงาของทหารคนหนึ่งหยุดอยู่ตรงทางเดิน เขาก้มมองแผ่นโลหะเล็ก ๆที่ห้อยอยู่ข้างเอว
ตราสามวง
ไม่ใช่ของหน่วยที่สาม
เป็ตราวงเดียวที่ถูกขีดทับด้วยเส้นดำ
หลิงเทียนยังไม่ทันมองให้ชัด ประตูก็ปิดลง
ครืด…
ความมืดตัดเขาออกจากโถงศาล
บนโต๊ะ คำให้การทั้งหกฉบับยังวางเรียงอยู่
และเหนือศีรษะ ตราสามวงบนประตูไม่ได้เรืองแสง
แต่มีเสียงเคาะเบา ๆ ดังจากด้านในของผนัง
ก๊อก
ก๊อก ก๊อก
หลิงเทียนเงยหน้าขึ้น
คราวนี้เสียงนั้นไม่ได้มาจากเกล็ดั
มันมาจากใต้ศาลเมือง.