ผมรีบบึ่งมอไซมาถึงบริษัท คราวนี้ผมบุกขึ้นไปหาคุณพิมพ์ดาวที่ห้องผู้จัดการทันทีโดยไม่ต้องถามพนักงานที่ล็อบบี้ก่อนแต่อย่างใด
ปังๆๆ ผมทุบประตูห้องด้วยความโมโห
“เชิญค่ะ” เสียงใสจากหลังประตูตอบรับ
“สวัสดีครับคุณพิมพ์ดาว นี่มันอะไรกันครับเนี่ย คุณให้ผมไปส่งของให้ผีโดยไม่บอกผมสักคำ บริษัทคุณทำธุรกิจประเภทไหนกันแน่”
“ฉันเคยถามคุณแล้วนะคะว่ากลัวผีไหม คุณก็บอกว่าไม่กลัว” คุณพิมพ์ดาวยอกย้อนผมกลับอย่างลอยหน้าลอยตา
“ผมจะรู้ไหมล่ะครับว่าเื่นั้นมันเกี่ยวอะไรกับการทำงาน”
“แล้วครั้งนี้คุณส่งสำเร็จไหมคะ”
“สำเร็จครับ แต่คุณรู้ไหมว่าผมต้องหนีตายลำบากแค่ไหน ถ้าผมช็อคตายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ” ผมไม่รู้ว่าคุณพิมพ์ดาวถามหาความสำเร็จทำบ้าอะไรในขณะที่ผมกำลังคุยเื่อื่นอยู่
“งั้นคุณจะเอายังไงคะ จะลาออกเหรอคะ” คุณพิมพ์ดาวถามผมด้วยท่าทีเรียบเฉยราวกับว่าเธอเคยชินกับสถานการณ์นี้
“ครับ ผมทนทำงานเสี่ยงชีวิตแบบนี้ต่อไปไม่ไหวหรอกครับ จ่ายค่าจ้างครั้งนี้มาให้ผมด้วย” ผมตอบไปอย่างหัวเสีย
“กดจบงานในแอปสิคะ แล้วเดี๋ยวก็จะได้เงินเอง”
“ฉันว่าคุณกลับไปคิดทบทวนให้ดีก่อนดีกว่าค่ะ ่นี้ฉันจะให้คุณลาหยุดได้สองสามวัน ถ้าคุณปักษาเปลี่ยนใจอยากจะกลับมาทำงานต่อฉันก็ยินดีค่ะ” คุณพิมพ์ดาวเสนอทางเลือกให้ผม ในที่สุดผมก็เข้าใจว่าทำไมบริษัทนี้ถึงไม่ค่อยมีพนักงานมาทำงาน
“โอเคครับ ผมจะลองคิดดู” ผมตอบไปแบบนั้นแหละ ทั้งที่ความจริงผมแทบไม่สนใจงานบ้านี้แล้ว
“แกงกะทิไก่ แกงส้มกุ้ง ยำปลาดุกฟูหอมๆจ้า”
“ปลาเผา ปลาสดๆตัวใหญ่ๆราคาไม่แพงเชิญดูก่อนได้จ้า”
เสียงของพ่อค้าแม่ค้าในตลาดที่ะโบอกผมให้เข้าไปดู ผมแวะตลาดเย็นก่อนกลับบ้านเพราะ้าซื้ออาหารกลับไปกินกับน้องเพียงฟ้าที่ป่านนี้คงจะรอผมอยู่ที่บ้าน
“เอาหมูแดดเดียว กับแกงส้มกุ้งถุงนึงครับ”
“เอาปลาซาบะย่างด้วยครับ” ผมเลือกอาหารจากร้านค้าใกล้ๆกันไปสองสามอย่างเพียงพอให้ผมกับน้องได้กินใน่มื้อเย็นนี้
ระหว่างทางที่เดินออกมาจากตลาด ผมเห็นไรเดอร์คนอื่น ทั้งคนที่เคยทำงานที่เดียวกันกับผม ทั้งจากบริษัทอื่น พวกเขายังคงดิ้นรนขวนขวาย แม้ตอนนี้จะถึงเวลาที่คนในครอบครัวจะร่วมทานอาหารเย็นด้วยกัน แต่สำหรับคนทำงานแบบพวกเขา เขากลับยังต้องวิ่งซื้ออาหารให้คนอื่นกินอยู่ กว่าตัวเองจะได้กลับบ้านไปหาครอบครัวก็มืดค่ำ นั่นก็เหมือนผมในอดีตขณะที่ทำงานกับบริษัทอื่น จะว่าไปก็ั้แ่ผมมาทำงานกับทั่วหล้านี่แหละ ที่วันนี้ผมได้กลับบ้านไปกินข้าวกับน้องสาวทันมื้อเย็น
“น้องเพียง~ พี่กลับมาแล้ว” ผมะโบอกน้องอย่างอารมณ์ดี
น้องเพียงรีบวิ่งมาเปิดประตูบ้านให้ผมที่ถือของพะรุงพะรังด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
“พี่เลิกงานไว วันนี้พี่ซื้อของกินมาฝากด้วย เพียงกินข้าวรึยัง”
“เพียงเพิ่งทำการบ้านเสร็จ ว่าจะไปทอดไข่ดาวกินอยู่ค่ะ แต่พี่ปักษามาพอดี”
“งั้นมากินข้าวกับพี่ ป่ะ เอาไปใส่จาน เดี๋ยวพี่ขึ้นไปอาบน้ำแป๊บนึงนะ ถ้าเพียงหิวก็กินก่อนได้เลย” น้องเพียงฟ้ารับถุงแกงจากมือผมเอาไปใส่จานในครัวอย่างว่าง่าย ก่อนที่ผมจะขึ้นไปอาบน้ำอาบท่า
ปึก เสียงวัตถุบางอย่างร่วงลงพื้นขณะที่ผมถอดกางเกงออก ผมก้มลงมองมันคือโทรศัพท์ที่บริษัทให้ผมมาใช้นั่นเอง
“ยังไม่ได้กดจบงานเลยนี่หว่า” ผมนึกขึ้นได้
ค่าตอบแทนทั้งหมด 10000 บาท
เสร็จสิ้น
“ห้ะ มั่วป่าววะ” ยังไม่ทันได้กดปุ่มเสร็จสิ้น ผมก็ต้องใกับยอดเงินค่าตอบแทนที่ปรากฎบนหน้าจอ
“เสร็จสิ้น” ผมจิ้มปุ่มนั้นไปด้วยความอยากรู้ว่ามันจะเป็ยังไงต่อ
ยอดเงินสะสมในวอลเล็ต 10000 บาท
“เห้ย ได้จริงว่ะ งานเดียวได้เยอะขนาดนี้เลยเหรอ” ตาผมโตเป็ไข่ห่าน
ผมวางโทรศัพท์แล้วรีบไปอาบน้ำเพราะไม่อยากให้น้องเพียงรอนาน
“ทำไมไม่กินล่ะเพียง รอพี่เหรอ” ผมเดินลงบันไดมาเห็นน้องสาวนั่งแกว่งเท้าดูทีวีรอผมอยู่ตรงโต๊ะอาหารโดยยังไม่ได้แตะอาหารตรงหน้าเธอเลยสักคำ
“เพียงอยากรอกินพร้อมพี่ นานๆทีพี่จะว่างมากินข้าวเย็นกับเพียง” น้องสาวผมตอบตรงๆ ซึ่งมันก็จริง
ครอบครัวเราเมื่อก่อนสมัยที่พ่อแม่ผมยังมีชีวิตอยู่่เย็นหลังจากพวกท่านกลับมาจากทำงาน พวกเราสี่คนพ่อแม่ลูกจะมี่เวลาที่มีความสุขด้วยกันทุกวัน ภาพที่คุ้นตาคือพ่อผมนั่งดูข่าวตอนเย็นระหว่างรอแม่ทำอาหารโดยมีผมกับน้องเพียงนั่งทำการบ้านอยู่ใกล้ๆพ่อ พวกเรากินข้าวเย็นด้วยกันทุกวัน พูดคุยเื่ราวที่ไปเจอมาให้คนในครอบครัวฟัง พูดคุยกันได้ทุกเื่ มันเป็่เวลาที่มีความสุขมาก แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ผมกับน้อง ผมเคยเป็เด็กผู้ชายคนนึงที่แค่ใช้ชีวิตไปตามวัยแต่ตอนนี้ผมกลับต้องพยายามเติบโตเป็ผู้ใหญ่เพื่อเป็ที่พึ่งให้เด็กผู้หญิงตรงหน้าผมให้ได้ ผมควรทำงานนั้นต่อไปไหมนะ…
“เพียง ถ้าพี่ตาย เพียงจะทำยังไง” ผมเอ่ยถามน้อง
“ทำไมถามแบบนั้นล่ะ พี่เป็อะไร”
“พี่อยากรู้เฉยๆ ว่าถ้าไม่มีพี่แล้วเพียงจะอยู่ได้ไหม”
“อืม หนูว่า…หนูต้องเสียใจมากแน่ๆ แต่หนูจะอยู่ให้ได้ หนูจะสู้ต่อไป เหมือนที่พี่สู้เพื่อเราสองคนอยู่ตอนนี้”
ผมอึ้งกับคำตอบของน้อง น้องสาวผมเธอโตกว่าที่ผมคิดจริงๆ งั้นผมจะมีความคิดหน่อมแน้มกลัวผีกลัวตายไปทำไมกัน งานที่รายได้ดีขนาดนี้จริงอยู่ที่ถึงจะเสี่ยงชีวิตไปหน่อย แต่ก็คงไม่ถึงตายหรอกมั้ง เอาวะ
“วันนี้พี่ไปทำงานเป็ไงบ้าง มีปัญหาอะไรรึป่าว” น้องเพียงถามผมอย่างห่วงๆ
“ป่าว ไม่มีอะไร พี่สบายมาก เพียงไม่ต้องห่วง”