โกสัมพีกขันธกะ

    ตอนที่ ๒.พระต้องอาบัติ

                            ค่ำคืนของโฆสิตาราม ณ กุฎีของพระผู้มีพระภาคเ๯้าแสงประทีบต้องกับสายลมสบัดวับแวมไหวไปมาตามแรงลม ประทีบที่ทำขึ้นให้มีที่จับเป็๞ไม้ยางประมาณศอกถูกเสียบไว้มุมหนึ่งของพื้นกุฎีส่องแสงสว่างพอให้มองเห็นในรัศมีสองเมตรของบริเวณนั้น พระผู้มีพระภาคทรงประทับอยู่บนอาสนะที่พระอานนท์จัดเตรียมเอาไว้ให้ในที่สูงกว่าพื้นปกติ พระพุทธองค์ทรงห้อยพระบาทเบื้องขวาลงมาเหยียบพื้นที่ปูลาดด้วยอาสนะอีกผืนด้านล่างโดยมีพระอานนท์นั่งเยื้องพระบาทขวาออกมาเพียงเล็กน้อยคอยรับใช้ไม่ห่าง ไม่นานนักก็ได้เห็นพระภิษุอีกรูปเดินลัดแสงประทีปเข้ามาแล้วคุกเข่าลงกราบอย่างนอบน้อม พร้อมกราบทูลถวายว่า

                            "พระพุทธเ๽้าข้า  พระวินัยธรและพระสุตตันติกะ มีเ๱ื่๵๹ทะเลาะเบาะแว้งกันจนเป็๲ที่โจทกันในหมู่สงฆ์โิฆสิตารามมากขึ้นทุกวันแล้ว พระพุทธเ๽้าข้า"

                            "เหตุแห่งการทะเลาะในครั้งนี้ ภิกษุรู้หรือไม่?

                            "พระพุทเ๽้าข้า. ด้วยเหตุว่า พระสุตตันติกะไปเข้าห้องน้ำแล้วเทน้ำชำระไม่หมดเหลือค้างไว้ในภาชนะ จากนั้นพระวินัยธรตามเข้าไปทีหลังเห็นเข้า เลยถามพระสุตตันติกะ โดยบอกว่า...พระสุตตันติกะมีอาบัติด้วยเหตุน้ำเหลือไว้ ส่วนท่านสุตตันติกะบอกไม่ทราบ ถ้าใช่ก็จักแสดงอาบัติ ข้างฝ่ายท่านวินัยธรก็บอกว่า...ถ้าท่านสุตตันติกะไม่ได้แกล้งเหลือน้ำทิ้งไว้ทำด้วยไม่มีสติ ก็ไม่ต้องอาบัติ พระพุทธเ๽้าข้า.

                            "เหตุเพียงเท่านี้หรือ ภิกษุ?

                            "ขอรับ พระพุทธเ๽้าข้า.

                            แม้แสงแห่งประทีปจะไม่สามารถสาดส่องให้มองเห็นไม่ชัดเจนเท่าที่ควรแต่พระอานนท์ก็ทราบดีว่าพระพักตร์และแววพระเนตรของพระพุทธองค์นั้นคงนิ่งและเรียบเฉยไม่มีวี่แววแห่งอารมณ์ใด ๆ เจอปนเข้ามาให้หวามไหวได้เลย ภิกษุเข้าผู้เข้ามากราบทูลจึงได้ถวายความต่อไปอีกว่า

                            "ไม่เพียงเท่านั้นพระพุทธเ๽้าข้า.เพราะหลังจากนั้น...พระวินัยธรก็ไปบอกกับลูกศิษย์ตนว่าพระสุตตันติกะต้องอาบัติแล้วยังไม่รู้ตัวและไม่แสดงอาบัติ...ส่วนพระสุตตันติกะ ก็บอกกับลูกศิษย์ตนว่า...พระวินัยธรพูดไม่อยู่กับร่องกับรอย...ทีแรกบอกไม่อาบัติ ทีหลังมาบอกอาบัติ ทั้งที่ท่านไม่ได้ต้องอาบัติอะไรเลย...ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมให้กัน.ภายหลังภิกษุเ๮๣่า๲ั้๲หาสมัครพรรคพวกได้แล้วจึงลงอุเขปนียกรรมยกท่านสุตตันติกะเสียฐานไม่เห็นอาบัติ...พระพุทธเ๽้าข้า"

                            "สุตตันติกะ นับในอาบัติและแสดงอาบัตินั้นหรือไม่?

                            "ไม่! พระพุทธเ๽้าข้า. เพราะท่านสุตตันติกะก็หาสมัครพรรคพวกให้เข้าฝ่ายตน ยืนยันว่าถูกยก โดยกรรมที่ไม่เป็๲ธรรมกำเริบ,ไม่ควรแก่ฐานะจากฝ่ายพระวินัยธรพระพุทธเ๽้าข้า. ทั้งสองฝ่ายต่าก็วิ่งหาพรรคพวกในที่ต่าง ๆ ที่คุ้นเคย เคยคบ เคยเห็น กันมา หรือแม้แต่ส่งฑูตไปในสำนักภิกษุชาวชนบทที่เคยรู้จักเพื่อดึงเข้ากลุ่มของตนแต่ละฝ่ายเจอหน้ากันไม่ได้ ต้องทะเลาะกัน ใช้ปากเป็๲หอกทิ่มแทงกัน ทั้งในโณงภัตและในท่ามกลางสงฆ์ ขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ ไม่อาจจะระงับอธิกรณ์ได้ในขณะนี้ พระพุทธเ๽้าข้า ขอรับ.

                            เมื่อพระภิกษุกล่าวถวายความเสร็จก็หันมามองยังพระอานนท์ที่นั่งรับฟังอยู่เงียบ ๆ แต่ไม่อาจจะอ่านสีหน้าขององค์ท่านได้เพราะแสงแห่งประทีบที่ไม่สว่างมากพอในยามนั้น ทำให้ภิกษุหนุ่มขยับร่างไปมาถึงสองสามครั้งก่อนจะกล่าวต่ออีกเมื่อเห็นว่าทั้งพระพุทธองค์และพระอานนท์ไม่ได้กล่าวว่ากระไรถึงเป็๞ฝ่ายกล่าวต่อไปอีกว่า

                            "ข้าพระพุทธเ๽้า ขอพระราชทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคเ๽้าทรงโปรดอาศัยความอนุเคราะห์เสด็จเข้าไปหาภิกษุเ๮๣่า๲ั้๲ด้วยเถิด พระพุทธเ๽้าข้า ขอรับ.

                            "เรารับการอาราธนาขอเธอ ภิกษุ"
                            พระพุทธองค์เอ่ยเสียงเรียบ ทำให้หัวใจของพระภิกษุหนุ่มรูปนั้นหัวใจพองโตรีบขยับตัวจัดผ้าเฉวียงบ่าให้เรียบร้อยแล้วทำอัญชลีอย่างนอบน้อมที่สุด

                            "สาธู ภันเต"