
ค่ำคืนของโฆสิตาราม ณ กุฎีของพระผู้มีพระภาคเ้าแสงประทีบต้องกับสายลมสบัดวับแวมไหวไปมาตามแรงลม ประทีบที่ทำขึ้นให้มีที่จับเป็ไม้ยางประมาณศอกถูกเสียบไว้มุมหนึ่งของพื้นกุฎีส่องแสงสว่างพอให้มองเห็นในรัศมีสองเมตรของบริเวณนั้น พระผู้มีพระภาคทรงประทับอยู่บนอาสนะที่พระอานนท์จัดเตรียมเอาไว้ให้ในที่สูงกว่าพื้นปกติ พระพุทธองค์ทรงห้อยพระบาทเบื้องขวาลงมาเหยียบพื้นที่ปูลาดด้วยอาสนะอีกผืนด้านล่างโดยมีพระอานนท์นั่งเยื้องพระบาทขวาออกมาเพียงเล็กน้อยคอยรับใช้ไม่ห่าง ไม่นานนักก็ได้เห็นพระภิษุอีกรูปเดินลัดแสงประทีปเข้ามาแล้วคุกเข่าลงกราบอย่างนอบน้อม พร้อมกราบทูลถวายว่า
"พระพุทธเ้าข้า พระวินัยธรและพระสุตตันติกะ มีเื่ทะเลาะเบาะแว้งกันจนเป็ที่โจทกันในหมู่สงฆ์โิฆสิตารามมากขึ้นทุกวันแล้ว พระพุทธเ้าข้า"
"เหตุแห่งการทะเลาะในครั้งนี้ ภิกษุรู้หรือไม่?
"พระพุทเ้าข้า. ด้วยเหตุว่า พระสุตตันติกะไปเข้าห้องน้ำแล้วเทน้ำชำระไม่หมดเหลือค้างไว้ในภาชนะ จากนั้นพระวินัยธรตามเข้าไปทีหลังเห็นเข้า เลยถามพระสุตตันติกะ โดยบอกว่า...พระสุตตันติกะมีอาบัติด้วยเหตุน้ำเหลือไว้ ส่วนท่านสุตตันติกะบอกไม่ทราบ ถ้าใช่ก็จักแสดงอาบัติ ข้างฝ่ายท่านวินัยธรก็บอกว่า...ถ้าท่านสุตตันติกะไม่ได้แกล้งเหลือน้ำทิ้งไว้ทำด้วยไม่มีสติ ก็ไม่ต้องอาบัติ พระพุทธเ้าข้า.
"เหตุเพียงเท่านี้หรือ ภิกษุ?
"ขอรับ พระพุทธเ้าข้า.
แม้แสงแห่งประทีปจะไม่สามารถสาดส่องให้มองเห็นไม่ชัดเจนเท่าที่ควรแต่พระอานนท์ก็ทราบดีว่าพระพักตร์และแววพระเนตรของพระพุทธองค์นั้นคงนิ่งและเรียบเฉยไม่มีวี่แววแห่งอารมณ์ใด ๆ เจอปนเข้ามาให้หวามไหวได้เลย ภิกษุเข้าผู้เข้ามากราบทูลจึงได้ถวายความต่อไปอีกว่า
"ไม่เพียงเท่านั้นพระพุทธเ้าข้า.เพราะหลังจากนั้น...พระวินัยธรก็ไปบอกกับลูกศิษย์ตนว่าพระสุตตันติกะต้องอาบัติแล้วยังไม่รู้ตัวและไม่แสดงอาบัติ...ส่วนพระสุตตันติกะ ก็บอกกับลูกศิษย์ตนว่า...พระวินัยธรพูดไม่อยู่กับร่องกับรอย...ทีแรกบอกไม่อาบัติ ทีหลังมาบอกอาบัติ ทั้งที่ท่านไม่ได้ต้องอาบัติอะไรเลย...ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอมให้กัน.ภายหลังภิกษุเ่าั้หาสมัครพรรคพวกได้แล้วจึงลงอุเขปนียกรรมยกท่านสุตตันติกะเสียฐานไม่เห็นอาบัติ...พระพุทธเ้าข้า"
"สุตตันติกะ นับในอาบัติและแสดงอาบัตินั้นหรือไม่?
"ไม่! พระพุทธเ้าข้า. เพราะท่านสุตตันติกะก็หาสมัครพรรคพวกให้เข้าฝ่ายตน ยืนยันว่าถูกยก โดยกรรมที่ไม่เป็ธรรมกำเริบ,ไม่ควรแก่ฐานะจากฝ่ายพระวินัยธรพระพุทธเ้าข้า. ทั้งสองฝ่ายต่าก็วิ่งหาพรรคพวกในที่ต่าง ๆ ที่คุ้นเคย เคยคบ เคยเห็น กันมา หรือแม้แต่ส่งฑูตไปในสำนักภิกษุชาวชนบทที่เคยรู้จักเพื่อดึงเข้ากลุ่มของตนแต่ละฝ่ายเจอหน้ากันไม่ได้ ต้องทะเลาะกัน ใช้ปากเป็หอกทิ่มแทงกัน ทั้งในโณงภัตและในท่ามกลางสงฆ์ ขยายวงกว้างออกไปเรื่อย ๆ ไม่อาจจะระงับอธิกรณ์ได้ในขณะนี้ พระพุทธเ้าข้า ขอรับ.
เมื่อพระภิกษุกล่าวถวายความเสร็จก็หันมามองยังพระอานนท์ที่นั่งรับฟังอยู่เงียบ ๆ แต่ไม่อาจจะอ่านสีหน้าขององค์ท่านได้เพราะแสงแห่งประทีบที่ไม่สว่างมากพอในยามนั้น ทำให้ภิกษุหนุ่มขยับร่างไปมาถึงสองสามครั้งก่อนจะกล่าวต่ออีกเมื่อเห็นว่าทั้งพระพุทธองค์และพระอานนท์ไม่ได้กล่าวว่ากระไรถึงเป็ฝ่ายกล่าวต่อไปอีกว่า
"ข้าพระพุทธเ้า ขอพระราชทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคเ้าทรงโปรดอาศัยความอนุเคราะห์เสด็จเข้าไปหาภิกษุเ่าั้ด้วยเถิด พระพุทธเ้าข้า ขอรับ.
"เรารับการอาราธนาขอเธอ ภิกษุ"
พระพุทธองค์เอ่ยเสียงเรียบ ทำให้หัวใจของพระภิกษุหนุ่มรูปนั้นหัวใจพองโตรีบขยับตัวจัดผ้าเฉวียงบ่าให้เรียบร้อยแล้วทำอัญชลีอย่างนอบน้อมที่สุด
"สาธู ภันเต"