-04-
*ปลุกพลังปราณ*
ชามข้าวต้มที่มีแต่น้ำท่วมชามและผักเหี่ยว ๆ ไม่สมประกอบ บวกกับิญญาข้าวอันน้อยนิดทำให้หลี่ฟางเม่ยย่นคิ้ว เขาแอบสบถคนเดียวในใจ
บ้าเอ้ย! เคยเห็นแต่ข้าวต้มิญญาหมูิญญากุ้ง ไม่เคยเห็นข้าวต้มิญญาข้าวสักที เป็บุญตาบุญปากมึงมากเลยฟางเม่ยเอ้ย!
"เม่ยเอ๋อร์กินไปก่อนนะ เดี๋ยวพ่อ แม่ และพี่รองของเ้าต้องออกไปทำงานแล้ว" ฟางซินลูบศีรษะบุตรรักเบา ๆ
ใจจริงเขาอยากอยู่ดูแลบุตรชาย หลี่ฟางเม่ยเองก็พึ่งจะฟื้น ทว่างานยังเหลืออีกเยอะ หากไม่ไปทำจะโดนตัดเงินไปมากกว่านี้ ฟางซินหยุดงานไปหลายวันแล้วด้วย ตอนแรกหากว่าเ้าตัวน้อยยังไม่ฟื้นคาดว่าจะต้องหยุดเพื่อดูอาการลูกอีกวัน
"ท่านแม่ไปเถอะ ข้าอยู่ได้" หลี่ฟางเม่ยตอบ ปากเล็กอ้างับช้อนข้าวต้มไปด้วย
แม่เอ๋ยยย! จืดสนิท!
จืดขนาดเกิดไปเป็น้ำล้างจานแทนเถอะ โฮกกก ชีวิต!!
"แล้ววันนี้ท่านไม่ไปเรียนหรือไง?" เอ่ยถามพี่ชายที่นั่งมองตาแป๋ว
ปกติแล้วจางเว่ยจะต้องไปเรียนที่สำนักศึกษาทุกวัน เนื่องจากหลี่เจี้ยน้าให้หลานชายคนนี้สอบเข้ารับราชการมีตำแหน่งขุนนางเพื่อเพิ่มอำนาจให้กับตระกูล ทว่าพี่ชายของเขาคนนี้กลับไม่ชอบ จางฉีเกลียดพวกขุนนางจะตายไป แต่ก็นั่นแหละ ครอบครัวเขามีทางให้เลือกเดินสักกี่ทางกัน นอกเสียจากต้องทำตามคำสั่งของหลี่เจี้ยนโดยไม่มีข้อแม้เพื่อการอยู่รอดของครอบครัว
จางเว่ยว่าหนักแล้ว จางฉีน่าจะหนักกว่า จางฉีแม้จะมีอายุเพียง 22 หนาว แต่ก็มากไปด้วยความสามารถไม่ว่าจะทั้งวรยุทธ์หรือหัวทางการค้า รายนั้นโดนกดดันทุกทาง แขนพิการแล้วยังต้องทำงานให้ตระกูลหลี่งก ๆ ให้พวกนั่งอยู่บนหอคอยได้อยู่สุขสบาย
พูดถึงแล้วมันน่าถล่มให้ราบนัก!
"พี่กำลังจะไป แวะมาดูเ้าก่อน" เสียงของหลี่จางเว่ยทำให้ร่างบางสะดุ้ง
เมื่อกี้คิดอะไรนะฟางเม่ย ขออีกที? สาบานว่านี่ความคิดเขาจริง ๆ ไม่ใช่ติดนิสัยของท่านเทพปราบมารมานะ!!
"อ่า..พวกท่านไปเถอะ ข้าหายดีแล้ว"
คล้อยหลังทุกคนออกไปทำงาน หลี่ฟางเม่ยคร่ำครวญในใจอยู่นานสองนาน เพ้อเจ้อจนพอใจแล้วจึงสูดลมหายใจเข้าปอดยาว ๆ อย่างปลงตก ก่อนจะเข้ามาในร่างนี้เทพก่อกำเนิดบอกว่าได้ชำระไขกระดูกให้ใหม่แล้วเรียบร้อยในตอนที่เ้าของร่างหลับไป ที่ต้องทำเช่นนั้นเพราะการชำระไขกระดูกนั้นเ็ปทรมานมาก ทั้งยังต้องใช้เวลาหลายวัน ทำในตอนหลับจะช่วยลดความเ็ปลง
อันที่จริงตอนตื่นขึ้นมาเขาแอบปวดกระดูกมากอยู่เหมือนกันนะ แต่ในความเจ็บนั้นกลับรู้สึกเหมือนร่างกายเบาสบายปะปนด้วย สดชื่นแข็งแรงเหมือนได้ร่างใหม่ หลังจากชำระไขกระดูกแล้ว ขั้นตอนต่อไปจะเป็การปลุกพลังปราณและพลังธาตุ
หลี่ฟางเม่ยลุกขึ้นไปแต่งตัวเสียใหม่ เนื่องจากเสื้อผ้าชุดนี้เก่าซอมซ่อมาก แทบจะเป็ผ้าขี้ริ้วอยู่แล้ว ทว่าพอค้นภายในห้องดูกลับไม่มีเสื้อตัวที่ยังใหม่ใส่เลย เสื้อผ้าทุกชุดนั้นเก่ามาก สีซีดแทบจะมองไม่ออกว่าจากเดิมเป็สีอะไร บางตัวมีรอยปะชุนเต็มไปหมด
เอาจริง..? ใส่แบบนี้กันจริงดิ!?
ฮืออ เ้าพ่อแฟชั่นอย่างฟางเม่ยรับมิได้!!
เมื่อไม่มีชุดสวย ๆ ให้ใส่ก็ต้องใส่ชุดเก่าอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ช่างเถอะ มีเงินค่อยไปหาซื้อใหม่แล้วกัน
หลี่ฟางเม่ยคิดว่าเขาควรจะออกไปสำรวจด้านนอกซะหน่อยเผื่อจะเจอของที่่สามารถเอามากินได้บ้าง ไม่อยากจะซดน้ำข้าวต้มจืด ๆ แบบนี้ไปตลอดหรอกนะ!
ขาเรียวเล็กรีบเดินดุ่มตามใจคิด กำลังจะก้าวออกจากห้องนอนเก่า ๆ พลันนึกอะไรบางอย่างได้ซะก่อน
"โอ๊ะ! ลืมท่านเทพนี่นา.." มือเรียวป้องปากอย่างใ ก่อนจะะโเสียงดังลั่นเรือน "ท่านเทพ ท่านเทพก่อกำเนิดขอรับบบ!"
เขาไม่กลัวใครจะได้ยินหรอก เพราะเรือนเล็ก ๆ ท้ายจวนหลังนี้อยู่ติดกับป่า ไม่มีใครมาเดินเพ่นพ่านในเขตนี้อยู่แล้ว สบายใจหายห่วง
"เพ้ย! เ้านี่นะ เรียกเบา ๆ ข้าก็ได้ยินแล้ว เหตุใดะโก้องเรือนขนาดนั้นห้ะ!"
"คิกๆ"
ท่านเทพเบนสายตามองร่างบอบบางที่ยืนหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี
เ้าขำอันใด!
"เอาล่ะ ๆ พร้อมที่จะปลุกพลังปราณแล้วหรือยัง? หมดธุระแล้วข้าจะได้ไปบำเพ็บตบะต่อ"
"ข้ากลัวเจ็บอะ" หลี่ฟางเม่ยเบะปากคว่ำ ในความทรงจำเดิมเขาเคยเห็นวิธีปลุกพลังมากแล้ว มันเ็ปและทรมานมาก ๆ บางคนลงไปชักดิ้นอยู่กับพื้น เืออกปากออกจมูก
บรื๋อ..น่ากลัวจะตายไป
"จะไม่เอา..?"
"เอาซี่! ท่านก็ทำเป็วัยรุ่นใจร้อนไปได้"
เ้าตัวยิ้มแหย ก่อนจะออดอ้อนท่านเทพให้ช่วยทำยังไงก็ได้ให้ตนเจ็บน้อยที่สุด เขายังไม่อยากตายรอบสองเพราะการปลุกพลังปราณหรอกนะ!
“อะนี่ โอสถเม็ดนี้จะช่วยให้เ้าเ็ปน้อยลง”
เม็ดยาสีครามถูกยื่นมาตรงหน้า ฟลี่ฟางเม่ยไม่รอช้า เขารีบตะครุบมันเอาไว้ก่อนจะโยนเม็ดยานั้นเข้าปากทันที
ให้ทำอะไรก็ไม่เกี่ยง ขอให้ลดความเจ็บลงสักนิดก็ยังดี..!
เ้าตัวน้อยร่างผอมบางยิ้มกว้าง กวักมือเรียกท่านเทพมาที่เตียง ร่างบางนั่งลงช้อนตามองท่านเทพตาแป๋ว “ข้าพร้อมแล้วขอรับ”
เทพก่อกำเนิดแบฝ่ามือออก พลันมีเม็ดยาสีขาวและสีดำผุดขึ้นกลางอากาศ หลี่ฟางเม่ยตาโตปรบมือแปะ ๆ
โหหห..เทพมาก
เห็นท่าทางตื่นเต้นของเ้าตัวน้อย เทพก่อกำเนิดพลันรู้สึกปวดหัวทิพย์จี๊ด ๆ กับความดื้อตาใส ใจหนึ่งตนรู้สึกเห็นใจเด็กคนนี้ พลางขบคิดว่าความน่ารักสดใสนี้จะหายไปหรือเปล่านะหากเจอความกดดัน ดูถูกจากคนภายนอก โดยเฉพาะจากตระกูลหลี่ เพราะหลังจากที่ปลุกพลังปราณให้แล้ว หน้าที่ตรงนี้ของตนก็จะหมดลง จากนั้นจะเป็การดำเนินชีวิตของหลี่ฟางเม่ยเอง
อย่างไรก็แล้วแต่ ตนคิดว่าเป็เื่ดีที่เป็เ้าตัวเลือกจะมาเกิด หากเป็ท่านหลี่ฟานล่ะก็.. ตระกูลหลี่มีหวังพังราบเป็หน้ากลองั้แ่วันแรกที่ปลุกพลังได้เป็แน่!
“เอาล่ะ กินเข้าไปพร้อมกันเลย จากนั้นก็นอนลงและรอเวลา ข้าจะกางม่านพลังกันสิ่งรบกวนจากภายนอกให้”
หลี่ฟางเม่ยทำตามที่ท่านเทพบอก มือบางรับเม็ดยาสองเม็ดนั้นมาถือเอาไว้ ดวงตากลมโตจ้องมองเม็ดยาสองเม็ดนั้นอย่างสงสัย
“ทำไมมีสองเม็ดล่ะครับ?”
“เม็ดแรกเป็โอสถปลุกพลังปราณ เม็ดที่สองเป็โอสถพิษ”
“อ๋อ..ยาพิษ”
ห..ห้ะ?
“ยาพิษ!”
บ้าเรอะ! อยู่ ๆ จะให้กินยาพิษ กินเข้าไปไม่ตายก็เลี้ยงไม่โตแน่นอนล่ะงานนี้!
เขาเกือบจะโยนเม็ดยานั้นทิ้งแล้วถ้ามิใช่ว่าโดนท่านเทพห้ามไว้ซะก่อน หลังจากนั้นท่านเทพก็บอกว่ายาพิษนี้เป็ของเซียนแห่งพิษหนึ่งในเสี้ยวิญญาได้ฝากเอาไว้ มันเป็โอสถพิษก็จริง แต่คุณสมบัติอีกอย่างคือโอสถพิษเม็ดนี้สามารถต้านพิษได้ทุกชนิด!
หลี่ฟางเม่ยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก น้ำตาพลันไหลพรากในใจ กินเข้าไปจะไม่ตายจริง ๆ ใช่ไหมอะ..? ฮือออ แม่จ๋า เป็กำลังใจให้ฟางเม่ยคนนี้ด้วย!
เปลือกตาสีมุกหลับลงอย่างตั้งสติ เขาเตรียมใจมาบ้างแล้วแหละ ยังไงก็ต้องผ่านวันนี้ไปให้ได้! หลี่ฟางเม่ยยังคงหลับตาปี๋ ก่อนจะโยนยาทั้งสองเม็ดเข้าปาก กลืนลงคอไปอย่างยากลำบาก จากนั้นร่างบางจึงนอนรอความเ็ปนิ่ง ๆ
ใช้เวลาไม่กี่ชั่วลมหายใจ หลี่ฟางเม่ยรู้สึกว่าอุณหภูมิภายในร่างกายร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ร่างบางกัดฟันอย่างอดทนเมื่อความเจ็บเริ่มปะทุมากขึ้นราวกับมีเข็มเล่มใหญ่ ๆ วิ่งทะลุทะลวงเส้นลมปราณข้างใน
หลี่ฟางเม่ยกระอักเืออกมาคำโตเพราะโอสถพิษเม็ดนั้น ใบหน้าซีดเซียวลงเรื่อย ๆ
“อึ่ก! เจ็บ!” ใบหน้าหวานบิดเบี้ยว เล็บจิกครูดกับพื้นเตียงแข็ง ๆ จนเืไหล ร่างกายขดงอตัวเข้าหากันเป็สัญชาตญาณการปกป้องตัวเองโดยอัตโนมัติ
หลี่ฟางเม่ยเ็ปทรมานแทบร้องไม่ออก โอสถปลุกพลังปราณกับโอสถพิษทำงานร่วมกันได้เป็อย่างดี เรียกได้ว่าเป็ที่สุดแห่งความเ็ปและทรมานซะจนเ้าตัวคิดว่าจะตายรอบสองเข้าจริง ๆ
"ฮึก..อ๊ากกก!!"
อาการของหลี่ฟางเม่ยน่าเป็ห่วงมาก เขานอนครวญครางอยู่อย่างนั้นราว ๆ 2 ชั่วยาม (4ชั่วโมง) ความเ็ปจึงค่อย ๆ เบาบางลง ร่างบางหอบหายใจถี่ ดวงตาเหลือกลอยพร่ามัว กล้ามเนื้อที่เคยหดเกร็งผ่อนคลายลง มือบางจิกกันจนขึ้นรอยเล็บ ดวงตากลมสวยปรือปรอย น้ำตาสีใสเปรอะเปื้อนเต็มปรางแก้มขาวนวล สิ่งสกปรกในร่างกายถูกขับออกมาเป็เมือกดำส่งกลิ่นเหม็นเสียจนนอนพะงาบ ๆ อยากลุกะโลำธารเสียั้แ่ตอนนี้ หากไม่ติดว่าร่างกายเขานั้นอ่อนแรงขยับแทบไม่ได้
หลี่ฟางเม่ยร้องไห้แบบไม่มีเสียง ไม่คิดเลยว่ามันจะเจ็บและทรมานได้ขนาดนี้ ดวงตากลมฉ่ำน้ำใสมองค้อนท่านเทพขวับ
ถ้าตัวเองไม่ได้กินยาลดความเ็ปเอาไว้ก่อนหน้านี้ ไม่ทราบว่าเขาจะต้องเจ็บกว่านี้อีกกี่เท่ากัน!!
????????????
Talk ????
น้องจะะโกัดท่านเทพมั้ยเนี่ย ใจเย็นลูกก 5555555
มีใครรออ่านตอนต่อไปมั้ยนะะ??
(เจอคำผิด/ตกหล่น แจ้งได้ค่ะ)