ทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 76 ลุ่มหลงจนมัวเมา

            ลู่เหยียนชูชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่มุมปากจะปรากฏรอยยิ้มขื่นขม

            เขาไม่ได้รู้สึกไปเองจริงๆจี้ทิงมองเขาเป็นเพียงแค่เครื่องมือชิ้นหนึ่ง ในแง่ของความรู้สึกแล้วเขาคงไม่ต่างอะไรกับมดตัวหนึ่งที่อยู่ริมถนน

            ลู่เหยียนชูรั้งอยู่บนชั้นสองต่ออีกเพียงไม่กี่นาทีจากนั้นเขากำชับเสียงเบาว่า “ระวังตัวด้วย” ก่อนจะเดินลงไปข้างล่างเพียงลำพัง

            “เสี่ยวจี้เป็นยังไงบ้าง เป็นหนักไหม?” เหมียวเวยถามด้วยความห่วงใย

            ลู่เหยียนชูส่ายหน้าพลางกล่าวว่า“ไม่หนักเท่าไหร่ครับ แต่อาจจะต้องใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำสักพัก”

            สิ้นคำพูดของเขาเผิงเจ๋อคุนก็ขมวดคิ้วแล้วเอ่ยขึ้น “ผมว่านะคุณพาน้องเขาไปตรวจที่โรงพยาบาลหน่อยดีกว่า อาการแพ้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลย”

            เหมียวเวยนิ่งเงียบทว่าประธานเฉิงกลับพยักหน้าเห็นด้วย “นั่นสิพวกเรายังมีเวลาคุยกันอีกเยอะ อีกอย่างวันนี้เสี่ยวจี้ไม่สบายคงไม่เหมาะจะคุยเรื่องเงื่อนไขการเซ็นสัญญาเท่าไหร่”

            ลู่เหยียนชูไม่คาดคิดว่าเผิงเจ๋อคุนจะระแวดระวังถึงเพียงนี้เกรงว่าตั้งแต่วินาทีที่พวกเขาก้าวเท้าเข้าประตูมาอีกฝ่ายคงกำลังรอคอยโอกาสนี้อยู่

            เขาหลุบตาลงนัยน์ตาเต็มไปด้วยความมืดมน เขาจะไม่มีวันยอมให้เผิงเจ๋อคุนทำสำเร็จเด็ดขาดเขาต้องหาทางถ่วงเวลาเพื่อจี้ทิงให้ได้

            ระหว่างนั้นเองเผิงเจ๋อคุนก็ลุกขึ้นยืนพลางเอ่ยปาก “เดี๋ยวของพวกนี้ผมเก็บเองครับคุณลู่ไปใส่เสื้อผ้าเถอะ เดี๋ยวผมจะขึ้นไปตาม...”

            “ความจริงแล้ว ที่ผมเชิญประธานเฉิงมาวันนี้ไม่ใช่เพราะเรื่องของเสี่ยวทิงครับ” คำพูดของลู่เหยียนชูประโยคนี้ดึงความสนใจของทุกคนบนโต๊ะกลับมาอีกครั้ง

            เหมียวเวยเหลือบมองประธานเฉิงอย่างรวดเร็วก่อนจะถามด้วยความฉงน “อ้าวแล้วนายจะให้ฉันนัดประธานเฉิงมาทำไมล่ะ?”

            “ผมตั้งใจจะคุยเรื่องสัญญาศิลปินกับซั่งหย่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์จริงๆ ครับ”ลู่เหยียนชูวางแขนลงบนโต๊ะ ท่าทางของเขาดูจริงจังขึ้นหลายส่วน“เพียงแต่ว่า... เป็นการคุยเพื่อตัวผมเอง”

            “หา!?” เหมียวเวยเบิกตากว้างปฏิกิริยาของเธอดูเหมือนคนที่ตกใจจนสติกระเจิงไปหมดแล้ว

            ประธานเฉิงเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กันส่วนเผิงเจ๋อคุนลอบขบเขี้ยวเคี้ยวฟันพลางตวัดสายตามองขึ้นไปบนชั้นสองอย่างรวดเร็ว

            การซ่อนตัวมานานหลายปีทำให้เขามีนิสัยระแวดระวังราวกับเดินอยู่บนน้ำแข็งที่เปราะบางเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้มันช่างประจวบเหมาะเกินไป ถ้าลางสังหรณ์ของเขาไม่ผิดพลาดบางทีเรื่องทั้งหมดอาจจะถูกวางแผนไว้ตั้งแต่ตอนที่ร้านอาหารไฟดับแล้วก็ได้

            เขาจิกปลายนิ้วลงบนฝ่ามือแน่นแต่ใบหน้ากลับปรับเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มดังเดิม “ไวน์แดงนี่แรงเอาเรื่องเลยนะครับคุณลู่จะกลับไปนอนพักให้สร่างก่อนไหม มีอะไรค่อยไว้คุยกันพรุ่งนี้ดีกว่า?”

            ลู่เหยียนชูเงยหน้าขึ้นด้วยสายตาเย็นชาตามองอีกฝ่ายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก “ทำไมครับพี่เผิงคิดว่าผมกำลังพูดจาเพ้อเจ้อเพราะเมางั้นเหรอ?”

            ระหว่างที่เผิงเจ๋อคุนกำลังจะปั้นหน้ายิ้มตอบประธานเฉิงกลับยกมือขึ้นขัดจังหวะ “เฮ้คุณ... คุณเงียบก่อน”

            ดวงตาทั้งสองข้างของเขาจ้องเขม็งไปที่ลู่เหยียนชูสีหน้าท่าทางราวกับตือโป๊ยก่ายที่ถูกผลโสมหล่นทับ “เสี่ยวลู่สิ่งที่คุณพูดเมื่อกี้ ไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหม?”

            ลู่เหยียนชูไม่ได้ตอบในทันทีเขาทำเพียงพรูลมหายใจออกมาจากส่วนลึกของทรวงอกอย่างหนักหน่วง

            “ที่ผมก้าวเข้าสู่เส้นทางบันเทิงได้ก็ต้องขอบคุณท่านประธานเว่ยที่เมตตาเห็นแววในตอนนั้นผมเองก็พอจะเรียกได้ว่าเป็นคนรู้คุณคน แม้มันจะฟังดูเหมือนการยกยอตัวเองไปหน่อยแต่หลายปีที่ผ่านมาผมไม่เคยมีความคิดที่จะจากซิงไหลไปเลยแม้แต่น้อย”

            เขาเริ่มเล่าตั้งแต่การฟูมฟักของต้นสังกัดเก่าไปจนถึงความยากลำบากในการต่อสู้ในวงการมาหลายปีโดยสอดแทรกข่าวลือเรื่องความขัดแย้งระหว่างเขากับประธานเว่ยและสรุปจบที่เรื่องบริษัทไม่ยินยอมให้เขาเปิดเผยความสัมพันธ์รวมถึงคัดค้านที่เขาจะนำทรัพยากรที่มีไปเกื้อหนุนจี้ทิง

            คำพูดเหล่านั้นมีทั้งจริงและเท็จผสมปนเปกันไปทว่าเขากลับสวมบทบาทชายหนุ่มที่ลุ่มหลงในความรักจนมัวเมาและถอนตัวไม่ขึ้นได้อย่างแนบเนียนไร้ที่ติ

            ขณะที่ลู่เหยียนชูกำลังพยายามแต่งเรื่องอยู่ชั้นล่างจี้ทิงที่อยู่ชั้นบนก็กำลังรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดอย่างรวดเร็ว

            เมื่อครู่เขาได้กู้คืนข้อมูลทั้งหมดที่ถูกลบไปจากคอมพิวเตอร์ทั้งสองเครื่องเรียบร้อยแล้วจากนั้นจึงส่งต่อให้สวีเหรินเพื่อใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ตรวจสอบข้อมูลที่น่าสงสัยอย่างรวดเร็ว

            ในช่วงจังหวะที่รอคอยจี้ทิงก็กลับออกไปที่ระเบียงทางเดินอีกครั้ง

            ห้องอื่นๆเขาตรวจสอบหมดแล้วแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติสายตาของเขาเหลือบไปเห็นห้องที่อยู่สุดทางเดินมีเพียงห้องนั้นที่ถูกติดตั้งตัวล็อกพิเศษไว้จึงเข้าไปไม่ได้

            แต่ช่างบังเอิญเหลือเกินที่ตัวล็อกซึ่งเผิงเจ๋อคุนติดตั้งเพิ่มนั้นเป็นรุ่นเดียวกับที่ตระกูลจี้ใช้อยู่ไม่มีผิดเพี้ยนดังนั้นขั้นตอนการสะเดาะกลอนใช้เวลาไม่ถึงครึ่งนาทีจี้ทิงก็หมุนลูกบิดประตูแล้วผลักเข้าไปอย่างเบามือ

            เขาปิดประตูตามหลังและเริ่มกวาดสายตาค้นหาภายในห้องอย่างรวดเร็ว

            เลย์เอาต์ของห้องนี้มองเพียงปราดเดียวก็ทั่วถึงมีโต๊ะทำงาน ตู้หนังสือ และเครื่องใช้ไฟฟ้าบางส่วน ไม่ต่างอะไรกับห้องทำงานทั่วไป

            จี้ทิงดึงลิ้นชักออกมาสองสามช่องด้านในส่วนใหญ่เป็นเอกสารการทำงานของซั่งหย่าเอ็นเตอร์เทนเมนต์

            ทว่าในตอนนั้นเองเขาสังเกตเห็นกระถางต้นไม้ประดับชิ้นหนึ่งบนโต๊ะทำงาน หลังจากพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งจี้ทิงก็ยื่นมือไปดึงต้นไม้ออกมาทั้งรากจากนั้นเขาก็ส่งมืออีกข้างลงไปหยิบเครื่องรบกวนสัญญาณขนาดจิ๋วออกมาจากก้นกระถาง

            จี้ทิงปิดการทำงานของมันและวางกลับไว้ที่เดิมอย่างแนบเนียนก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา

            เขากดหน้าจออยู่สองสามครั้งแล้ววางคว่ำลงบนโต๊ะ เพียงพริบตา แสงเลเซอร์สีน้ำเงินก็พุ่งออกจากตัวกล้องก่อนที่ลำแสงจะแตกตัวออกเป็นตาข่ายปกคลุมทั่วผนังห้อง

            จี้ทิงกวาดสายตามองไปรอบๆและพบว่ามีจุดหนึ่งที่แสงสีน้ำเงินเข้าไม่ถึง นั่นคือหน้าต่างทว่าเนื่องจากการหักเหของแสง ตรงจุดนี้จึงไม่ถูกคลุมทับเป็นปกติอยู่แล้ว

            จี้ทิงยืนนิ่งอยู่ที่เดิมครู่หนึ่งก่อนจะก้าวไปที่หน้าต่างแล้วมองลอดกระจกลงไป ด้านล่างคือสวนหย่อมของหมู่บ้านและยังมองเห็นรถของพวกเขาจอดอยู่ ไม่พบสิ่งใดผิดปกติ

            ทันใดนั้นจี้ทิงก็เอนตัวไปข้างหลังเล็กน้อยก่อนจะถอยออกมาสองก้าวแล้วเอียงคอเพื่อมองจากอีกมุมหนึ่ง

            ครู่ต่อมาประกายความเยือกเย็นแฝงรอยยิ้มจางๆ ก็พาดผ่านดวงตาของเขา

            เจอแล้ว...

            จี้ทิงหยิบปากกาจากกระบอกบนโต๊ะกดปลายปากกาออกแล้วยื่นมือไปขีดลงบนหน้าต่างอย่างแรง

            ทันทีที่ปลายปากกาลากผ่านกระจกที่เคยใสสะอาดกลับปรากฏรอยลอกเลียนของแผ่นฟิล์มชั้นหนึ่งและเมื่อมันร่วงลงสู่พื้น แผ่นฟิล์มนั้นก็เริ่มพร่าเลือนไปอย่างรวดเร็วแต่ครั้งนี้มันกลับไม่ได้หายไปอย่างไร้ร่องรอย

            ระบบเลนส์นูนคู่เสริมการทำงานร่วมกับวัสดุพรางตาเชิงควอนตัมขั้นตอนที่ซับซ้อนขนาดนี้ถูกนำมาใช้กับหน้าต่างบานเดียวคิดดูก็รู้ว่าเรื่องนี้ย่อมไม่ธรรมดา

            จี้ทิงคลำไปตามซอกรอยต่อของหน้าต่างอย่างละเอียดจนกระทั่งมีเสียง ‘กริ๊ก’ ดังขึ้น เมื่อเขาชักมือกลับมา ในนิ้วมือก็คีบกระบอกทรงกลมเล็กๆสองอันติดมาด้วย เขาหมุนฝาออกแล้วดึงกระดาษด้านในออกมา

            จี้ทิงคลี่กระดาษแผ่นนั้นกางลงบนโต๊ะทว่าในวินาทีที่เห็นสิ่งที่ปรากฏบนพิมพ์เขียว ใบหน้าของเขาก็พลันเย็นเยียบลงทันที

            ...

            ที่ชั้นล่างร่างของประธานเฉิงยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ ทว่าวิญญาณกลับล่องลอยไปถึงเพดานแล้ว

            เขาโหยหาความรู้สึกราวกับฝันไปไม่สิ ต่อให้ฝันเขาก็ไม่กล้าจินตนาการว่าจะมีวันที่ลู่เหยียนชูมาเซ็นสัญญาอยู่ภายใต้สังกัดของเขา

            คนที่แตกต่างจากเขาอย่างสิ้นเชิงคือเหมียวเวยที่นั่งอยู่ข้างๆเธอมีสีหน้าไร้ความรู้สึก ราวกับจะตายก็ทำใจไม่ได้ แต่จะให้อยู่ต่อก็ไร้เรี่ยวแรง

            ถ้าเธอรู้เร็วกว่านี้ว่าลู่เหยียนชูคิดจะเปลี่ยนบริษัทแล้วเธอเป็นคนประสานงานให้เขาเซ็นเข้าสังกัดเก่าของตนเองละก็อย่างน้อยทรัพยากรในมือเธอก็ต้องพุ่งทะยานไปไกลภายในสามปีแน่ๆ

            ในตอนที่ประธานเฉิงกำลังจะถามยืนยันกับลู่เหยียนชูเป็นรอบที่เจ็ดเผิงเจ๋อคุนที่เงียบมาตลอดก็เอ่ยขึ้น “อ้อผมนึกออกแล้ว ภรรยาของผมเหมือนจะเคยซื้อยาลดอาการแพ้ไว้ จำได้ว่าวางไว้ตรง...”

            “รีบไปหาดูเร็วเข้าสิ” ประธานเฉิงรีบบอก

            “ไม่ต้องหรอกครับ เสี่ยวทิงเขา...”

            “คุณลู่ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ เผื่อหาเจอแล้วมันใช้ได้ขึ้นมา” เผิงเจ๋อคุนพูดดักคอลู่เหยียนชูด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปทางห้องนอน

            หลังจากเข้าไปด้านในเขาหยิบกล่องยาออกมา เลือกขวดยาที่มีฉลากภาษาเยอรมันแล้วแสร้งนิ่งรอจังหวะครู่หนึ่งก่อนจะตะโกนออกมา “เจอแล้วครับ”

            เผิงเจ๋อคุนชูขวดยาเดินออกมา“ขวดนี้แหละครับ เป็นยานำเข้าด้วย ภรรยาผมบอกว่าสรรพคุณดีมาก”

            ลู่เหยียนชูลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือไปรับ“ลำบากพี่เผิงแล้วครับ เดี๋ยวผม...”

            เผิงเจ๋อคุนขัดจังหวะเขาอีกครั้งพร้อมส่งยิ้มให้ “เรื่องเซ็นสัญญาสำคัญกว่าคุณลู่คุยกับประธานเฉิงต่อเถอะครับ เดี๋ยวผมเอาขึ้นไปให้เสี่ยวจี้เอง”

             

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นอัจฉริยะหน้าตาย ดันโป๊ะแตกกระจายเพราะเสียงในหัว ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604