แรงสั่นะเืจากฝีเท้าของ พญาคชสารสัตตโลหะ (The Seven-Metals Elephant) รุนแรงยิ่งกว่าแผ่นดินไหวครั้งไหนๆ ที่อาณาจักรไตรจักรารามเคยจารึกไว้ มันไม่ได้เป็เพียงการเคลื่อนไหวของวัตถุที่มีน้ำหนักมหาศาล แต่เป็การบิดเบือนกฎเกณฑ์แห่งแรงดึงดูดและมิติโดยรอบ เสียงกู่ร้องของมันไม่ได้เป็เพียงเสียงร้องของสัตว์ร้าย แต่มันคือเสียงประสาทของผู้คนนับแสนชีวิตที่ดวงิญญาถูกกักขังและเผาผลาญเป็พลังงานอยู่ภายในร่างโลหะอาถรรพ์เจ็ดชนิด (ทองคำ, เงิน, ทองแดง, ตะกั่ว, ดีบุก, สังกะสี, เหล็ก) กลิ่นอายมรณะที่พวยพุ่งออกมาจากท่อไอพ่นิญญาบริเวณสีข้างของช้างปีศาจหนาทึบเสียจนทำให้พื้นที่โดยรอบที่มันก้าวผ่านกลายเป็ความว่างเปล่าสีดำสนิท
บนหอคอยบัญชาการที่ถูกสร้างขึ้นบนหลังช้างขนาดั์ อาจารย์เมือง ยอดกุนซืออันดับหนึ่งแห่งแคว้นอัสดงเื ยืนตระหง่านอยู่ แววตาที่เคยสุขุมลุ่มลึกบัดนี้ไร้ซึ่งความเยือกเย็น มีเพียงความบ้าคลั่งที่ยอมแลกทุกสิ่งเพื่อทำลายสิงหราช ชายชราในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้ถูกย้อมด้วยสีเืและฝุ่นอาถรรพ์ มือหนาหยาบกร้านที่สวมถุงมือที่ทำจากหนังมนุษย์ผู้สำเร็จวิชาประสานมือกัน ร่ายมหาเวทย์บงการช้างปีศาจ
"โอม... มหาคชสาร... สัตตโลหะ... จงบดขยี้... กาลกิณี... ให้สูญสิ้น!"
สิงหราช ยืนอยู่ที่ปลายสะพานโลหิตข้ามภพ มองดูอสูรกายโลหะขนาดั์ที่กำลังบดบังแสงสว่างทั้งหมดของแคว้น แทนที่จะหวาดกลัว รอยยิ้มแสยะของเขากลับกว้างขึ้นจนน่าขนลุก ดวงตาสีเืเปล่งประกายเจิดจ้าถึงขีดสุด เขาปลดปล่อยรังสีอำมหิตสีดำทะมึนพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ท้าทายอำนาจของเดรัจฉานา
"ในที่สุด... ก็งัดของเล่นชิ้นใหญ่ออกมาสักทีนะ ตาเฒ่า" สิงหราชแค่นหัวเราะ เสียงของเขาดังกังวานยิ่งกว่าอสนีบาต "ข้ากำลังหิว 'เนื้อโลหะ' อยู่พอดี!"
ศึกตัดสินระหว่างจอมอสูรผู้ท้าทาย์ และปราชญ์เฒ่าผู้เดรัจฉานา ได้อุบัติขึ้นแล้ว!
การโจมตีระลอกแรก: อำนาจแห่งเดรัจฉานา
พญาคชสารสัตตโลหะยกเท้าหน้าขวาที่มีขนาดใหญ่ยิ่งกว่าูเาขึ้น ก่อนจะกระทืบลงมาที่จุดที่สิงหราชยืนอยู่เต็มแรง! แรงอัดอากาศมหาศาลพุ่งเข้าหาจอมอสูรในพริบตา ทรงพลังจนทำให้สะพานโลหิตข้ามภพที่สร้างจากกระดูกสันหลังของสัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ์ถึงกับปริร้าว ดวงิญญาของขุนพลทัพฟ้า กริชเพชร ที่ถูกตรึงอยู่ใต้พื้นสะพานกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปที่เหนือกว่าความตาย เมื่อต้องทนรับแรงกระแทกจากอาวุธระดับตำนานของแคว้นตัวเอง
ทว่า สิงหราชกลับไม่ขยับหนี เขาเพียงแค่อ้าปากพึมพำอักขระโบราณแ่เบา... "ถอนสลัก... คืนนาม"
วูบ!
ทันใดนั้น ดวงตาสีแดงฉานของสิงหราชก็สว่างวาบ "เนตรอสูรระดับที่สอง: บงการิญญาเร่ร่อน" เขาไม่ได้ป้องกันการโจมตี แต่เขาใช้จิตที่แข็งแกร่งกว่าและอาคมที่เหนือชั้นกว่าแทรกซึมเข้าไปตัด "สายสิญจน์ิญญา" ที่อาจารย์เมืองผูกไว้ในตัวหุ่นพยนต์ร้อยศพในตอนที่ 2 ทำให้หุ่นพยนต์เ่าั้หันกลับไปทำลายแคว้นอัสดงเืเอง แต่ในครั้งนี้ ศัตรูคือพญาคชสารสัตตโลหะ อาวุธระดับตำนานที่ขับเคลื่อนด้วยิญญาอาฆาตของเกจิอาจารย์สายดำนับหมื่นดวง การควบคุมมันไม่ใช่เื่ง่าย!
สิงหราชยื่นมือขวาขึ้น นิ้วทั้งห้าแปรเปลี่ยนเป็กรงเล็บแหลมคมที่อาบด้วยอักขระสีเื เขาไม่ได้โจมตีที่กายเนื้อ แต่เขาใช้ "วิชาตอกลิ่มิญญา" ที่เคยใช้กับขุนพลทัพฟ้า ดึงเอาเส้นสายิญญาสีขาวบริสุทธิ์ของกริชเพชรออกมาจากร่างเป็เส้นยาว ในครั้งนี้ เขาใช้พลังเนตรอสูรระดับที่สาม: กลืนกินอนันตกาล ที่เคยใช้กลืนกินดวงิญญาปรมาจารย์ทมิฬอายุ 500 ปี มาผสานกับวิชาตอกลิ่มิญญา เขาไม่ได้ดึงิญญาออกมา แต่เขา "แทรกซึม" เส้นสายิญญาแห่งความตายของตัวเองเข้าไปในร่างของพญาคชสาร!
"ไอ้เด็กเมื่อวานซืน! แกคิดว่าจะควบคุมของเล่นชิ้นใหญ่นี้ได้งั้นหรือ!" อาจารย์เมืองแผดเสียงหัวเราะกึกก้อง พลางพุ่งตัวเข้ามากางกรงเล็บิญญาหมายจะกระชากดวงจิตของสิงหราชให้แหลกสลาย
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือผาไร้เงาก็ถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึน สายฟ้าสีม่วงฟาดเปรี้ยงลงมาที่ร่างของสิงหราช! ไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่มันคือ "การตื่นขึ้น" ของบางสิ่ง...
ในห้วงจิตสำนึกของสิงหราช โลกทั้งใบกลายเป็สีแดงฉาน เบื้องหน้าของเขาปรากฏร่างของพระภิกษุชราในจีวรสีดำขาดรุ่งริ่ง ดวงตาของมันกลวงโบ๋และมีหนอนชอนไช มันคือ "ปรมาจารย์ทมิฬ" ผู้คิดค้นยันต์เกราะเพชรนิลกาฬเมื่อห้าร้อยปีก่อน ิญญาที่ถูกจองจำอยู่ในแผ่นหนังได้ถูกปลุกขึ้นมาเพื่อยึดครองร่างของสิงหราช!
สิงหราชยื่นมือขนาดั์ออกไปคว้าคอของปรมาจารย์ทมิฬ บีบจนิญญานั้นปริร้าว "และตอนนี้... เ้าจงกลายเป็สารอาหารให้ยันต์ของข้าซะ!"
สิงหราชอ้าปากกว้างและกลืนกินดวงิญญาอายุห้าร้อยปีนั้นเข้าไปทั้งเป็! เสียงกรีดร้องโหยหวนของปรมาจารย์ทมิฬดังก้องก่อนจะดับวูบไปตลอดกาล พลังมหาศาลจากจิตมารหลอมรวมเข้ากับสายเืของสิงหราช อักขระยันต์บนแผ่นหลังของเขาเชื่อมต่อกันโดยสมบูรณ์ เปล่งประกายสีดำขลับดุจเพชรที่สะท้อนแสงจากขุมนรก
สิงหราชเดินนวดนาดเข้ามาอย่างเชื่องช้า ราวกับกำลังเดินชมสวนดอกไม้
"พิษหนอนกู่เจ็ดร้อยชนิด? ยาสั่งร้อยศพ?" สิงหราชยื่นหน้าเข้าไปใกล้นาง จมูกสูดดมกลิ่นหอมมรณะที่แผ่ออกมาจากตัวนาง ก่อนจะแค่นหัวเราะด้วยความสมเพช "กลิ่นเหมือนน้ำส้มสายชูบูดๆ รสชาติชั้นต่ำเช่นนี้ เ้ากล้าเอามาััริมฝีปากข้าเชียวหรือ? พิษที่แท้จริงน่ะ... มันต้องเป็แบบนี้ต่างหาก!"
ดวงตาของสิงหราชจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กำลังเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกของบุหลันแดง เขาไม่ได้พ่นพิษใส่ตัวนาง แต่เขาถ่ายทอด "พิษแห่งความสิ้นหวัง" ผ่านทางกระแสจิตเข้าสู่ห้วงิญญาของนางโดยตรง ภาพความตายอันสยดสยอง การถูกฉีกทึ้งโดยอสูรกาย และความมืดมิดที่ไร้ก้นบึ้ง ไหลทะลักเข้าสู่สมองของนางจนเกินกว่าที่สติสัมปชัญญะของมนุษย์จะรับไหว
ร่างของบุหลันแดงกระตุกเกร็ง น้ำตาหยดใสที่ปราศจากพิษไหลทะลักออกมาเป็ครั้งแรกในชีวิต นางพ่ายแพ้โดยสมบูรณ์ ไม่ใช่พ่ายแพ้ทางร่างกาย แต่กระดูกสันหลังแห่งความหยิ่งทะนงในฐานะมือสังหารของนางถูกบดขยี้จนไม่เหลือชิ้นดี สิงหราชปล่อยมือจากคอของนาง ร่างบางทรุดลงไปกองกับพื้น หอบหายใจรวยรินดุจนกน้อยที่ปีกหัก
"เอาล่ะ ท่านราชครูแห่งกรมพิธีการ..." สิงหราชย่อตัวลงตรงหน้าขุนนางเฒ่า แววตาไร้ซึ่งความปราณี "ส่ง 'แผ่นหนังมนุษย์' ที่จารึกครึ่งหลังของยันต์เกราะเพชรมาให้ข้า แล้วข้าจะอนุญาตให้ท่านเลือกวิธีตาย... ว่าจะเอาแบบตะปูตอกหน้าผาก หรือจะให้ข้าจับท่านยัดลงไปในไหดินเผาแล้วฝังกลบทั้งเป็?"
"กะ... แกมันไม่ใช่คน! แกคือปีศาจ!" พระยาพิษณุราชชี้หน้าด่าด้วยความหวาดผวา
"ปีศาจงั้นหรือ? ช่างเป็คำชมที่ไพเราะเหลือเกิน" สิงหราชยื่นมือออกไป "ของอยู่ไหน?"
เมื่อไร้ทางหนี พระยาพิษณุราชจำต้องล้วงมือเข้าไปในสาบเสื้อ ดึงเอาม้วนหนังสีน้ำตาลคล้ำที่ส่งกลิ่นคาวเืออกมาส่งให้สิงหราชด้วยมือที่สั่นเทา
สิงหราชรับม้วนหนังนั้นมาคลี่ดู อักขระโบราณสีแดงเข้มที่จารึกอยู่บนนั้นสว่างวาบตอบรับกับพลังในตัวเขา รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้า "ดีมาก... ถือว่าท่านยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง"
"ข้าให้ของเ้าแล้ว! ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าจะหนีไปจากเมืองหลวง จะไม่กลับมาขวางทางเ้าอีก!" พระยาพิษณุราชอ้อนวอน
"ข้าบอกตอนไหนว่าจะปล่อยท่านไป?" สิงหราชเลิกคิ้วขึ้น "ข้าบอกว่า จะให้ท่าน 'เลือกวิธีตาย' ต่างหาก"
แต่ก่อนที่สิงหราชจะลงมือ เขาปรายตามองไปที่ร่างของบุหลันแดงที่ยังคงคุกเข่าตัวสั่นอยู่บนพื้น
"ส่วนเ้า... นกนางแอ่นอาบพิษ" สิงหราชเอ่ยเสียงเรียบ "ชีวิตของเ้าถือว่าจบสิ้นลงแล้วในฐานะหมากของตาแก่สวะนี่ แต่นับั้แ่วินาทีนี้... ชีวิตของเ้าเป็ของข้า ลุกขึ้นมา แล้วจงเป็ผู้บั่นคออดีตนายของเ้าซะ!"
สิงหราชหันหลังเดินกลับออกไปทางประตูจวนที่พังทลาย ปล่อยให้เสียงกริชที่กรีดเนื้อและเสียงร้องขอชีวิตเป็ดนตรีบรรเลงส่งท้าย
"หมากตัวที่สองถูกลบออกจากกระดานแล้ว..." เขามองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ฝนเืเริ่มเบาบางลง พลางกำม้วนหนังในมือแน่น "รอข้าก่อนเถิด... 'สภาเฒ่าทิพย์' ทั้งห้า เมื่อข้ารวบรวมยันต์เกราะเพชรได้สมบูรณ์เมื่อใด พวกเ้าจะได้ลิ้มรสชาติของนรกที่แท้จริง!"
การตอบโต้ของจอมอสูร: ไสยเวทบดขยี้โลหะ
สิงหราชพุ่งทะยานตัวขึ้นฟ้า หลบการโจมตีของพญาคชสารสัตตโลหะอย่างง่ายดาย เขาประสานมือร่ายมหาเวทย์บดขยี้วัฏสงสาร "โอม... อนันตริยกรรม... กลืนกิน... สัตตโลหะ... จงแตกสลาย!"
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือผาไร้เงาก็ถูกปกคลุมด้วยเมฆดำทะมึน สายฟ้าสีม่วงฟาดเปรี้ยงลงมาที่ร่างของสิงหราช! ไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่มันคือ "การตื่นขึ้น" ของบางสิ่ง...
ในห้วงจิตสำนึกของสิงหราช โลกทั้งใบกลายเป็สีแดงฉาน เบื้องหน้าของเขาปรากฏร่างของพระภิกษุชราในจีวรสีดำขาดรุ่งริ่ง ดวงตาของมันกลวงโบ๋และมีหนอนชอนไช มันคือ "ปรมาจารย์ทมิฬ" ผู้คิดค้นยันต์เกราะเพชรนิลกาฬเมื่อห้าร้อยปีก่อน ิญญาที่ถูกจองจำอยู่ในแผ่นหนังได้ถูกปลุกขึ้นมาเพื่อยึดครองร่างของสิงหราช!
สิงหราชยื่นมือขนาดั์ออกไปคว้าคอของปรมาจารย์ทมิฬ บีบจนิญญานั้นปริร้าว "และตอนนี้... เ้าจงกลายเป็สารอาหารให้ยันต์ของข้าซะ!"
สิงหราชอ้าปากกว้างและกลืนกินดวงิญญาอายุห้าร้อยปีนั้นเข้าไปทั้งเป็! เสียงกรีดร้องโหยหวนของปรมาจารย์ทมิฬดังก้องก่อนจะดับวูบไปตลอดกาล พลังมหาศาลจากจิตมารหลอมรวมเข้ากับสายเืของสิงหราช อักขระยันต์บนแผ่นหลังของเขาเชื่อมต่อกันโดยสมบูรณ์ เปล่งประกายสีดำขลับดุจเพชรที่สะท้อนแสงจากขุมนรก
สิงหราชใช้พลังเนตรอสูรระดับที่สาม: กลืนกินอนันตกาล มาผสานกับวิชาตอกลิ่มิญญา เขาไม่ได้ดึงิญญาออกมา แต่เขา "แทรกซึม" เส้นสายิญญาแห่งความตายของตัวเองเข้าไปในร่างของพญาคชสาร!
"อ๊ากกกก!" อาจารย์เมืองกรีดร้องออกมาด้วยความเ็ปที่เหนือคำบรรยาย ร่างกายของเขาเริ่มกระตุกเกร็ง เขาพยายามจะปล่อยมือจากหอคอยบัญชาการ แต่มันสายเกินไปแล้ว
เคร้งงงงงงงง!!!
พญาคชสารสัตตโลหะแตกสลายกลายเป็เศษโลหะกระจุยกระจายกลางอากาศ! ดวงิญญานับแสนชีวิตที่ถูกกักขังอยู่ภายในถูกปลดปล่อยออกมา และถูกสิงหราชกลืนกินเข้าไปทั้งเป็!