หลังจากที่ได้ฟังเสี่ยวซีพูดถึงราคากระดาษเฟิงเออร์ก็รีบชักชวนให้มู่ตานกลับบ้านั้แ่ยังไม่ถึงยามเซิน ด้วยเพราะ้าจะเห็นกับตาว่ากระดาษที่นางช่วยตากเมื่อเช้ายังอยู่กลางลานบ้านอย่างปลอดภัย ครั้งพอถึงบ้านนางก็ปรี่เข้าไปลูบคลำไม่ห่าง จับอันนู่นจัดเรียงแผ่นนี้ให้วุ่นวายไปหมด
“ทั้งหมดนี่มีค่าถึง 1 ตำลึงเงินเลยนะเ้าคะ” มู่ตานที่เดินตามหลังมาติดๆ เพียงแต่ส่งยิ้มบาง พลันเข้าไปัักระดาษเพื่อตรวจสอบว่าแห้งพอที่จะเก็บออกจากตะแกรงหรือยัง
"วันพรุ่งพวกเราเอากระดาษนี้ไปขายที่ตลาดกันเลยดีหรือไม่เ้าคะ" เฟิงเออร์เงยหน้ามองด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง
"พวกเราจะยังไม่ขายกระดาษชุดนี้" หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ก่อนที่มือเรียวเล็กจะค่อยๆ ขยับกระดาษให้หลุดออกจากตะแกรงทีละแผ่น ทีละแผ่น
"เหตุใดเล่าเ้าคะ หากเราเอาทั้งหมดนี่ไปขาย เราจะมีเงินพอสำหรับครึ่งปีเชียวนะเ้าคะ" เด็กน้อยสาวเท้าขึ้นมายืนมองนางด้วยสายตาไม่เข้าใจ
“เฟิงเออร์เด็กดี กระดาษชุดนี้ข้าทำขึ้นไม่ใช่เพื่อขาย แต่ทำขึ้นเพื่อเ้า” นางเอ่ยตอบอย่างเอ็นดูพลันยื่นกระดาษลายดอกมู่ตานส่งให้ "ชอบหรือไม่" เฟิงเออร์รับกระดาษที่ถูกแกะออกจากตะแกรงไว้ในมือพลางลูบไล้เบาๆ
“แต่ข้าอยากเอาไปขายแลกตำลึงเงินมากกว่าเ้าค่ะ” สีหน้าของเด็กน้อยสลดลง
"พี่มู่ตานเพิ่งมาอยู่กับพวกเราพี่น้อง คงไม่รู้ว่าพี่ใหญ่ต้องเหนื่อยยากเพียงใด หมดบารมีของท่านพ่อท่านแม่ ทุกคนบนโลกก็ไม่มีใครเมตตาเราสองพี่น้องอย่างจริงใจอีก เงินทองที่พวกท่านทิ้งไว้ก็หมดไปั้แ่จัดงานศพของพวกท่านแล้ว พี่ใหญ่ของข้าต้องออกไปตระเวนใช้แรงงานแลกเงินเพื่อให้ข้าไม่อดอยาก ข้ายังจำวันที่พี่ใหญ่ถูกลูกน้องของโรงเตี้ยมฮุ่ยชุนรังแกได้ วันนั้นพี่ใหญ่เขียวช้ำไปทั้งตัว แค่เพราะไปทวงถามค่าผักจากหัวหน้าพ่อครัวเท่านั้น”
“ถึงขั้นต้องลงไม้ลงมือเลยเชียวรึ” มู่ตานนั่งลงฟังที่เฟิงเออร์เล่าอย่างตั้งใจ
“เ้าค่ะ เดิมทีโรงเตี้ยมแห่งนั้นรับผักจากที่สวนของพวกเรา แต่พอท่านพ่อท่านแม่สิ้นพวกนั้นก็ไม่จ่ายส่วนที่ค้างอยู่ อีกทั้งยังใส่ความพี่ใหญ่ว่าพูดจาเหลวไหลทำให้เสียชื่อเสียง พอมีเื่เสียหายก็ทำให้ผักที่พวกเราปลูกไม่มีใครกล้ารับซื้อ ทุกวันนี้พวกเราจึงได้แต่ปลูกผักเอาไว้กินเองหรือไม่ก็เอาไปฝากอย่างที่วันนี้ก็เอาไปฝากเถ้าแก่เวิ่นเ้าค่ะ” เด็กน้องเล่าไปก็น้ำตาไหลไป
“เฟิงเออร์ของเราช่างเป็เด็กจิตใจดีนัก เ้าไม่อยากให้พี่ชายเ้าต้องลำบากออกไปใช้แรงงาน ไปถูกคนอื่นกลั่นแกล้งทุบตีอีกใช่หรือไม่” เด็กน้อยไม่กล่าวสิ่งใดต่อ หากแต่เอนกายแล้วซุกหน้าลงกับไหล่ของหญิงสาวเท่านั้น หยาดน้ำอุ่นใสค่อยซึมผ่านเสื้อเนื้อบางเบาจนรู้สึกได้ถึงความเย็นชื้นเมื่อััเข้ากับผิวกาย
“เช่นนั้นรอข้าอีกหน่อย ข้าสัญญาว่าจะช่วยให้พวกเ้าสองพี่น้องไม่ต้องลำบากอดมื้อกินมื้ออีก ส่วนใครที่คิดจะรังแกพวกเ้าสองพี่น้องข้าจะให้พวกมันชดใช้ยิ่งกว่าเป็ร้อยเท่า ดีหรือไม่” เฟิงเออร์ไม่พูดเพียงแต่เงยหน้าขึ้นสบตาด้วยความสงสัยเท่านั้น
หลังจากนั้นมู่ตานก็ไม่พูดอะไรต่อ ปล่อยให้เด็กน้อยได้ใช้ตัวเองเป็ที่พึ่งพิง ด้วยความรู้สึกของเฟิงเออร์ยามนี้นางคิดว่านางเข้าใจดีกว่าใคร จนจนกลัว จนจนขยาด จนจนไม่อาจจะปล่อยโอกาสตรงหน้าให้หลุดลอย ชาติภพก่อนนางเองก็เคยผ่านจุดๆ นั้นมาแล้ว หากแต่กระดาษเหล่านี้ยังไม่ดีพอที่จะเอาไปขายในตลาดยามนี้จริงๆ
รุ่งเช้าของอีกวันนางยังคงออกมาช่วยทำงานประจำอย่างเป็ปกติ ผิดก็แต่วันนี้เฟิงเฉินยังไม่ออกไปทำงาน เขาให้เหตุผลว่าจะซ่อมหน้าต่างห้องเฟิงเออร์ให้เรียบร้อยเสียก่อน ยามนี้กระดาษลายดอกมู่ตานถูกวางประกอบลงบนโครงไม้ไผ่อย่างสวยงาม จนคนที่คิดจะขายกระดาษเมื่อวานหายไปแล้ว เหลือเพียงแต่เด็กน้อยที่แจกยิ้มหวานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยเทียวเปิดเทียวปิดหน้าต่างห้องตัวเองไม่หยุด สร้างรอยยิ้มและความมีชีวิตชีวาให้กับบ้านหลังคามุงฟางหลังนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้
มู่ตานมองภาพที่เกิดขึ้นอย่างคนที่ผ่านโลกมาก่อน โลกที่โดดเดียวเกินเยียวยา สุขคนเดียว ทุกข์ก็เพียงลำพังเท่านั้น หากชาตินี้นางมีครอบครัวที่อบอุ่น มีพี่ มีน้อง มีคนที่ร่วมยินดียามสุข และปลอบโยนเมื่อทุกข์ใจคงจะดีไม่น้อยทีเดียว