ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“กำนัน มะยมมาเปลี่ยนผ้าปูเตียงให้ครับ”
“เร็วๆเลย”
“ขอโทษนะคัรบที่เข้ามาช้า ฮึบ…”
ร่างเล็กอหอบผ้าเข้าไปด้านใน...ก่อนจะพบกับชายร่างสูงใหญ่อยู่ในผ้าเช็ดตัวเพียงผืนเดียว
มัดกล้ามหน้าอก้ากระดิกเรียกสายตาไปมา ลอนหน้าท้องเรียงตัวเป็ลูกสวยตามวัยสมกับชายชาตรี แต่มะยมไม่ได้สนใจเรือนร่างกำยำและใบหน้าคมเข้มเ้าเสน่ห์ของกำนันพจน์เลยสักนิด ในหัวของหลานชายตัวน้อยมีเพียงสิ่งเดียว นั่นก็คือหาทางพาตัวเองและสองตายายออกไปจากความยากจนให้ได้
“เห็นยายน้อยบอกฉันว่ามะยมสอบติดมหาลัยฯในกรุงเทพฯใช่มั้ย”
“….ค….ครับ”
“เรียนเก่งกว่าที่ฉันคิดนะ ตอนเด็กๆเห็นปีนต้นมะม่วงตกลงมาเจ็บทุกวัน”
“คือ…เื่นั้น”
“มีอะไร”
“ป…เปล่าครับ”
ดวงตากลมโตเบือนหน้าไปทางอื่น...
เด็กหนุ่มอับอายเกินกว่าจะกล้าขอทุนจากลุงกำนันได้ เพราะั้แ่อนุบาลยันมัธยม การศึกษาทุกอย่างที่มะยมได้มานั้นล้วนแล้วแต่เป็เงินส่วนตัวของกำนันพจน์ทั้งสิ้น นอกจากจะช่วยเื่ค่าเล่าเรียนแล้ว ค่าสอบและค่าเดินทางที่ต้องเข้าไปในตัวเมืองยังเป็เงินของชายคนนี้อีก
พอคิดถึงตอนที่อยากจะหาเก้าอี้มาเหยียบเพื่อยืนตบหน้า มะยมก็รู้สึกอกตัณญูขึ้นมาทันที
“เสร็จแล้วครับกำนัน”
“ปูผ้าเนียบเหมือนเดิม แต่ฉันเป็คนนอนดิ้น มะยมเลยต้องขึ้นมาเปลี่ยนให้ทุกวัน”
“…ครับ ถ้าอย่างนั้นมะยมขอลงไปดูผ้าปูเตียงผืนเก่าที่กำนันนอนดิ้นก่อนนะครับ”
“หึหึ เดี๋ยวสิ”
เสียงเข้มกล่าวขึ้น ก่อนจะเดินไปยังประตูไม้สักพร้อมกับล็อคกลอนต่อหน้าร่างเล็ก
รอยยิ้มจากชายวัยกลางคนหันมาฉีกกว้าง หนวดเครารุงรังมันทำให้กำนันดูป่าเถื่อนมากขึ้นไปอีก ยิ่งตอนที่เขาโชว์มัดกล้ามสีเข้มที่เต็มไปด้วยรอยสักโบราณต่างๆ มันก็ยิ่งทำให้มะยมไม่อยากอยู่ใกล้ชายคนนี้ตามลำพัง ข้ออ้างต่างๆนานาถูกนำมาใช้สารพัด และตอนนี้เด็กหนุ่มก็ไม่เหลือคำพูดที่จะเอาตัวรอดจากตรงนี้ได้อีกแล้ว
“กำนัน…จะทำอะไรครับ”
“มะยมว่าฉันจะทำอะไรล่ะ”
“ผ…ผมต้องรีบไปดูสวนช่วยตา ถ้ากำนันอยากทานอะไรเป็อาหารเย็น บอกผมตอนนี้ได้เลยครับ”
“ฉันปวดเอว”
“….”
“มานวดให้หน่อยสิ”
เ้าของบ้านเดินขึ้นไปบนเตียง ก่อนจะนอนคว่ำหน้ากระดิกมือเรียกไหวๆ ดวงตากลมโตของร่างเล็กจ้องมองไปยังประตูทางออก ถ้าอยากจะให้นวด...ทำไม่ต้องทำทุกอย่างภายในห้องให้มิดชิดขนาดนี้ ขวดน้ำมันถูกวางไว้บนหัวเตียงอย่างตั้งใจ ดูเหมือนสถานการณ์จะทำให้เด็กหนุ่มไม่สามารถปฏิเสธผู้มีพระคุณได้เลย
“กำนันจะกินยาด้วยมั้ยครับ พอดีผมจำได้ว่ามียาแก้ปวดที่…”
“แค่นวดเฉยๆก็พอ”
“….”
“ขึ้นมาสิ”