เช่นนั้นต้องตอบอย่างไร
มี่ฮวนทำทีเป็คนทรงภูมิอีกครั้งแล้วตอบออกไปว่า
“คล้ายจะปกติดีเ้าค่ะแต่โรคเช่นนี้เป็แล้วตรวจพบไม่เจออาการใด ทั้งยังรักษายากนัก แต่เอ่อ แต่เดี๋ยวเดี๋ยวข้าจะไป เอ่อ ไป เอ่อ กลับไปเตรียมยาบำรุงปรับธาตุสูตรเบื้องต้นให้ท่านเ้าสำนักนะเ้าคะ”
มี่ฮวนนึกโมโหตัวเองที่พูดจาติดขัดขึ้นมาเสียอย่างนั้นเมื่อกวาดตาไปสบกับดวงตาดำเหลือบแดงของท่านจอมมารเข้าแล้วก็พบว่าดวงตาของท่านจอมมารคล้ายกับจะรู้เท่าทันความคิดของนางเข้า
นางตอบออกไปแล้วเมื่อไม่มีใครพูดคำใดออกมาอีก มี่ฮวนจึงขยับตัวอย่างเร็วไว จนเก้าอี้ที่นางนั่งล้มฟาดไปทางด้านหลังนางทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะเป็ท่านจอมมารเสียเองที่ขยับมาจับเก้าอี้ตัวนั้นที่นางทำล้มตั้งอย่างเดิม นางรีบยอบตัวลงทำท่าคำนับเพื่อจากลาแล้วหมุนกายจากไปในทันที
พ่อบ้านเฉิงยกมืออ้าปากจะร้องท้วง แล้วเลยต้องตามหลังไปด้วย เพราะกลัวว่าท่านหมอจะหลงทาง หาทางกลับเรือนที่พักของตนไม่เนื่องจากที่นี่มีอาณาบริเวณกว้างขวางมาก เคยมีคนนอกหลงเข้ามาในนี้ เอ่ยว่าที่ของสำนักไฮว่ชั่วนั้นกว้างใหญ่ไพศาลพอกันหรือบางทีอาจมากกว่าพื้นที่ของวังหลวงด้วยซ้ำไป
เป็นาง
ใช่นางอย่างแน่แท้
จ้าวหลิวบอกตัวเองว่าเขาจำคนผู้นั้นได้
คนที่เข้ามาในถ้ำนั้นหลังจากที่เขาถูกจองจำด้วยโซ่และต้นโม่วยีคนผู้นั้นเขามารู้ตอนหลังที่พบว่าคนที่บุกรุกเข้ามา้าต้นโม่วยีแต่ไม่เคยรู้เลยว่าหากต้นโม่วยีถูกดึง ถูกถอนออกแล้วเขาที่ถูกจองจำจะแสดงความบ้าคลั่งใส่ผู้ปลดปล่อย
สิ่งใดที่จ้าวหลิวจำได้เช่นนั้นหรืออย่างแรกคือกลิ่นที่ติดตัวนาง
ครั้งนั้นตัวของนางมีกลิ่นเช่นนี้แม้มิได้พูดคุยกันมากความมากนัก แต่เสียงของนางตรึงอยู่ในหูของเขาเสมอจำได้จนวันนี้ยังไม่ลืมเลือน
จ้าวหลิวได้ยินเสียงนางร้องครวญด้วยความเ็ปเขาใที่ตนเองกระทำต่อนางเช่นนั้น เพราะเขาเองก็ไม่สามารถควบคุมตนเองได้
เสียงนั้นยังตราตรึงที่ในซอกหลืบของหัวใจยามเขาปิดตาลงนอน ทุกครั้งที่เข้าสู่ห้วงความฝันก็คล้ายกับจะก้าวขาเข้าสู่ปรโลกอาการเป็มาั้แ่เขากลับมาถึงตำหนักแล้ว แต่มันทวีความรุนแรงมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านนานวันขึ้นรักษาเช่นไรก็ไม่หาย
จ้าวหลิวบอกตนเองซ้ำๆว่าคงเป็เพราะเขาทำผิดต่อคนผู้นั้น ทั้งๆ ที่มิเคยทำชั่วช้ากับผู้ใดมาก่อนเลยสักคนหากไม่มีเหตุบาดหมางต่อกันและเป็เพราะเขาทำต่อนางครั้งนั้น จึงกลายเป็เื่ที่ติดค้างอยู่ในใจของเขามาโดยตลอด
คล้อยหลังนางไปเป็นานแล้วนั่นเองเสียงแหบทรงพลังจึงได้สั่งขึ้น
“สืบเื่แล้ว ได้ความเช่นไรบ้าง”
เฟยเทียนที่ยืนอยู่มุมสุดรีบขยับตัวเข้ามารายงาน ก่อนหน้านี้เขาได้รับคำสั่งจากท่านจอมมารให้ติดตามสืบเื่ราวของหญิงผู้นี้ก่อนจะให้คนในสำนักอีกชุดหนึ่งไปรับหญิงผู้นี้มายังที่นี่
ไม่เคยมีสักครั้งที่ท่านจอมมารจะสนใจใส่ใจใฝ่รู้เื่ของผู้ใดมากถึงขนาดทุ่มสุดตัวเพื่อให้ได้ข้อมูลที่หาได้ยากนัก จากโรงข่าวสารชื่อดังแห่งหนึ่งแต่ก็ได้เพียงเท่านี้ จึงรายงานออกไป
“ทราบชื่อของนางแล้วขอรับ นางชื่อมี่ฮวน”
จ้าวหลิวมิได้พูดจาถามคำใดต่อแต่แววตาสีดำเหลือบแดงนั้นเปล่งประกายวาวเข้มขึ้น อย่างที่คนมองอยากยกมือขยี้ตาของตนนักว่ามองไม่ผิด
ดวงตาเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นแต่คนสนิทอย่างเฟยเทียนก็รู้ว่านายของตน้าได้ยินเื่ที่สืบมาให้มากกว่านี้อีกจึงรายงานสิ่งได้มาต่อจากนั้น
“นางมีลูกแล้วขอรับ ลูกหนึ่งคน”
ดวงตาสีดำเหลือบแดงสบตาเฟยเทียนเพื่อถามถึงข้อมูลเพิ่มเติมเฟยเทียนที่ติดตามข้างกายมานานรีบรายงาน
“นางเคยอาศัยอยู่ในโรงหมอมาก่อนแล้วก็ถูกขับไล่ออกจากโรงหมอเมื่อสิบปีที่แล้วขอรับ”
สายตาของจ้าวหลิวเข้มแสงมากขึ้นเมื่อได้ยินจุดแดงๆ กลางดวงตาดูเข้มจนเหมือนลูกไฟ เสียงห้าวแหบเอ่ยถามอย่างร้อนใจ
“เหตุใดนางจึงถูกไล่ออกมา”
“หลายแหล่งข่าวบอกว่า...”เฟยเทียนมีท่าทีอึดอัดเมื่อต้องพูดเื่ผู้อื่นอย่างไม่เป็ธรรมเช่นนี้“แหล่งข่าวบอกว่านางรักสนุกจนตั้งครรภ์ขอรับบ้างก็ว่านางถูกโจรโฉดข่มขืนจนตั้งครรภ์ เื่นี้ยังไม่ทราบว่าอันใดจริงเท็จขอรับ”
รักสนุกจนตั้งครรภ์
ถูกโจรโฉดข่มขืนจนตั้งครรภ์เช่นนั้นหรือ
มิน่าใช่หากนางตั้งครรภ์ มิใช่ว่าเกิดจากที่เขากระทำต่อนางครั้งนั้นหรอกหรือ จ้าวหลิวคิดทบทวนแล้วถามต่ออย่าง้าให้ความจริงกระจ่างมากที่สุด
“ลูกของนางอายุเท่าใด”
“ตามที่ได้จากแหล่งข่าวในโรงหมอทางนั้นบอกว่าผ่านมาเป็สิบสองปีแล้ว ก็ว่าน่าจะอายุสิบสองปีแล้วขอรับแต่เมืองที่นางเพิ่งจากมาบอกค้านกับโรงหมอ เห็นว่าลูกชายนางอายุเพียงสิบปีเท่านั้นขอรับ”
เมื่อได้คำตอบมาแล้วจ้าวหลิวนิ่งไปเป็นานเหตุใดจึงบอกว่าอายุเพียงสิบปี เพราะหากเป็เื่ราวครั้งที่เขาถูกคุมขังในถ้ำนั่นมิใช่ว่าผ่านมาถึงสิบสามปีแล้วหรือ ลูกของนางก็น่าจะอายุสิบสอง
แต่เื่นั้นไม่สำคัญ
จ้าวหลิวคิดพร้อมอาการเสียวแปลบในโพรงอกนึกเห็นใจที่ว่านางตั้งครรภ์เพราะถูกโจรโฉดข่มขืนนาง ยิ่งสงสารนางมากยิ่งขึ้นไปอีกสิบเท่าตัว
“สืบอีก และออกตามหาไอ้โจรโฉดชั่วช้านั่นให้เจอแล้ว...เจอแล้วจัดการมัน!”
เสียงสั่งแม้ราบเรียบทว่าทรงอำนาจเด็ดขาด ดุดัน
เฟยเทียนได้ยินคำว่า‘จัดการมัน’ แล้วก็เข้าใจได้ว่าต้องทำเช่นไร แต่แล้วความรู้สึกขององครักษ์ประจำตัวท่านจอมมารบอกตนเองว่าคำสั่งนี้ช่างน่าหวาดเสียวนัก
ทั้งแววตาของท่านจอมมาร
ทั้งน้ำเสียง ทั้งอารมณ์ของท่านจอมมารฉายแววชัดเจนไม่น้อยดูออกได้เลยว่า...
เฟยเทียนลอบกลืนน้ำลายตนเองแล้วหลบสายตาผู้เป็นายแอบคิดเงียบๆ ในใจต่อจากนั้น
ดูคล้ายคนกำลังหึงหวง
แต่มันจะเป็เช่นนั้นไปได้อย่างไรท่านจอมมารจะรู้สึกลึกซึ้งกับท่านหมอที่เพิ่งพบเจอหน้ากันได้หรือ
เอ...หรือสายตาของตนมองพลาดไป
อันที่จริงเื่ลึกซึ้งเช่นนี้ตนมิได้ถนัดนัก
เฟยเทียนเก็บพับความสงสัยเอาไว้อ้าปากจะเล่าต่อเื่บุตรชายของนาง ตามที่ได้รับรายงานมา แต่แล้วท่านจอมมารกลับหมุนตัวจากไปเสียแล้ว
ทิ้งให้เขาและเหล่าพี่น้องสามซุนมองตากันปริบๆกับอาการแปลกประหลาดที่เพิ่งเผยให้เห็นเมื่อครู่
พี่น้องสามซุนอันได้แก่ ซุนอี้พี่คนโต ซุนเหว่ย ซุนเย่ คนรองและคนเล็กตามลำดับ อันเกิดจากจงิ่ผู้มีศักดิ์เป็ลุงแท้ๆ ของจ้าวหลิวกำลังพูดคุยเล่นกันด้วยเื่เที่ยวเตร่กินดื่ม และสนุกสนานกับสตรีพวกตนกำลังเอ่ยปากชวนจ้าวหลิวที่ปฏิเสธเสมอราวกับครองพรหมจรรย์ให้ไปด้วยกันก็พอดีที่พ่อบ้านเฉิงนำท่านหมอมาที่ตำหนัก
พวกตนไม่เห็นรู้เื่เลยว่าจ้าวหลิวอาการหนักถึงขนาด้าการรักษาเช่นนี้แล้วยังให้เฟยเทียนไปตามสืบเื่ของท่านหมอหญิงผู้นั้นอีกด้วยนี่มันเื่อันใดกัน
แต่แล้วใครกล้าถามจ้าวหลิวหากไม่อยากพูด อยากรู้เื่ของเ้านั่นก็ยากยิ่งแล้วล่ะ
“เหตุใดต้องโกหกด้วยเล่าท่านแม่”
“เถิดน่าแม่บอกให้พูดตามนั้นก็ทำตามนั้น อย่าได้ถามมากความนัก”
เ้าลิ่วไม่เข้าใจมารดาของตนเองเลย
พอท่านแม่กลับเข้ามาในห้องหลังจากตรวจดูอาการของท่านเ้าสำนักไฮว่ชั่วแล้วนั้น ท่านดูหน้าซีด เดินตาลอยลอยไปลอยมาที่ในห้อง ท่านแม่รื้อค้นตำราไปพลางแล้วก็หันมาบอกให้ตนโกหกทุกคนในนี้ไปพลางบอกให้พูดว่าตนนั้นมิได้เป็ลูกชายของท่าน
เหตุใดต้องโกหก
“เกิดเื่ใดขึ้นกันแน่ท่านแม่บอกข้าให้รู้ด้วยเถิด เช่นนั้นข้าคงกินไม่ได้ นอนไม่หลับแน่”
มี่ฮวนมิได้ตอบคำถามของเ้าลิ่วนางเดินเลี่ยงไปค้นบางสิ่งที่กระเป๋า นางนำมันขึ้นมาวางบนโต๊ะแล้วล้วงมือหาของในนั้นไม่พบก็จัดแจงเทของในนั้นออกมาเสียเลย ตามองของ คว้าเอาตำราเล่มที่เก่าที่สุดเปิดออกดู
“แม่จะรีบรักษาท่านจอมมารอะไรนั้นให้หลับๆไปให้ได้เสียที แล้วเราจะได้เอาเงินก้อนใหญ่กลับบ้านของเรากัน เ้าว่าเป็เช่นนั้นดีหรือไม่”
“ดีขอรับ”
เ้าลิ่วของนางรับคำอย่างดีใจนางมองลูกแล้วเอ่ยขึ้นอีกประโยค
“ยังมีอีกเื่ที่แม่ต้องบอกเ้า”
“เื่ใดหรือท่านแม่”
“ต่อไปนี้เ้าห้ามออกไปข้างนอกห้อง จะกินสิ่งใดให้บอกแม่ แม่จะสั่งคนทำมาให้เ้าเอง”
เ้าลิ่วไม่เข้าใจไม่พอตอนนี้ไม่พอใจท่านแม่อีกด้วย ได้เข้ามาในสำนักจอมมารเลื่องชื่อเช่นนี้ให้ขังตัวไว้ในห้องจะมีประโยชน์อันใดกัน
“เหตุใดจึงไม่ให้ข้าออกไปนอกห้องด้วยเล่าท่านแม่”
เพราะนางไม่อยากให้ใครก็ตามแต่ได้เห็นว่าเ้าลิ่วของนางมีดวงตาดำเหลือบแดงอย่างไรเล่า
มีผู้ใดในโลกนี้บ้างที่มีดวงตาประหลาดอย่างเ้าลิ่วลูกของนางหากมิใช่ว่าเป็เชื้อสายเดียวกัน
อา...มิใช่ว่า ไอ้บ้ากามตัณหาจัดในถ้ำนั่นคือหนึ่งในคนพวกนั้นของท่านจอมมารหรอกหรือ
เช่นนั้นแล้วเ้าลิ่วของนางอาจเป็เครือญาติของพวกเขา
หรือบางทีอาจเป็ลูกของท่านจอมมาร
เป็ไปไม่ได้!
มี่ฮวนส่ายหัวอย่างแรงบอกตัวเองในใจ มิกล้าปริปากเสียงดังให้ใครรู้ความคิดของตน รวมทั้งเ้าลิ่วลูกชายของนางด้วย
เื่มันผ่านมานานแล้วนางแค่อยากใช้ชีวิตแบบสงบสุข ตอนนี้นางไม่อยากรู้ด้วยว่าใครคือพ่อของเ้าลิ่ว
และแล้วเสียงที่ได้ยินคนคุยกันในตรอกแห่งนั้นก็ดังแทรกเข้ามาในหูของนาง
“คำทำนายในตำรานั่นไม่เป็เื่จริง”
“ข้าก็คิดเช่นนั้นขนาดว่าต้นโม่วยีก็ยังเอามันไม่อยู่ คิดหรือว่าหากเราหาทายาทเืผสมของมันมาจริงแล้วจะใช้เืผสมอันใดนั่นฆ่ามันได้น่ะ”
“อย่างที่มันพูด มีคนปล่อยมันออกมาแสดงว่าต้นโม่วยีกักมันได้ แต่มีใครสักคนลอบเข้าไปช่วยมันเช่นนั้นหากว่าเราหาเืผสมมาได้จริงๆ ข้าคิดว่าก็น่าจะนำไปฆ่ามันได้นะ”
“เช่นนั้นแล้ว เหตุใดไม่หาหญิงสาวสักคนหลับนอนกับมัน จนมีลูกแล้วค่อย...” เสียงนั้นยังกล่าวไม่จบอีกเสียงก็ตวาดใส่ทันที
“เ้าคิดว่าง่ายเช่นนั้นหรือ”
“หากคิดว่าจะทำได้ง่ายๆเช่นนั้น มันคงไม่มีวันรอดมาถึงตอนนี้”
ไม่ได้เด็ดขาด!
นางจะไม่ให้ใครมาทำอันตรายลูกของนางได้เป็อันขาด
เ้าลิ่วของนางสูงใหญ่ตัวโตกว่าเด็กทั่วไปทั้งๆ ที่อายุเพียงสิบขวบ หากโตเป็หนุ่มคงเหมือนอย่างคนในตำหนักนั่น
ร่างสูงใหญ่ยังไม่ชัดเท่าดวงตาสีดำเหลือบแดง
เช่นนั้นแล้วมิใช่ว่าเ้าลิ่วคือเืผสมหรอกหรือ
แล้วหากคนในตรอกคือคนในนี้พบว่าเ้าลูกวัวของนางคือเืเนื้อของใครสักคนในนี้ แล้วหากเกิดโชคร้ายเป็ลูกของท่านเ้าสำนักไฮว่ชั่วจริง
เช่นนั้นแล้วเ้าลิ่วของนางก็คือเืผสม
คนพวกนั้นต้องฆ่าลูกของนางแน่
ไม่ต้องเป็ใครอื่นไกลเลยหากท่านเ้าสำนักไฮว่ชั่วรู้เข้า เขาอาจปลิดชีวิตเ้าลิ่วของนาง
เพราะหากเขาเป็พ่อของเ้าลิ่วจริงคงไม่อยากให้เืผสมอย่างเ้าลิ่วฆ่าเขาได้
พวกที่เป็ถึงเ้าสำนักจะต้องบ้าอำนาจไม่อยากถูกโค่นล้มจากตำแหน่งอย่างแน่นอน
เช่นนั้นจงอย่าให้ใครรู้ว่านางสองคนกับเ้าลิ่วคือแม่คือลูกต่อกัน
มี่ฮวนมือสั่นแทบตายตอนที่เห็นดวงตาสีดำเหลือบแดงของคนเ่าั้แต่ในเมื่อรับงานมาแล้ว จะให้หนีไปก็มิใช่เื่ง่าย
ขามานางถูกคนพาเข้ามาขาออกไปจะต้องเดินออกไป หาใช่ไปอย่างซากศพไม่
อีกทั้ง...มี่ฮวนคิดแล้วทำหน้าเสียดาย
นางเสียดายจริงๆเงินตั้ง 100 ตำลึง
เพียงแต่ต้องค่อยๆหาทางหลบเลี่ยง อยู่จนครบเดือน คิดหาทางหลบหนีให้ได้ ทั้งยังได้เงินด้วย ที่เหลือตอนนี้ก็พยายามหลบเลี่ยงคนอย่าให้ใครได้พบเจอกับเ้าลิ่วของนางเป็อันขาด
เพียงเท่านั้นก็คงเพียงพอแล้ว
เื่เท่านี้เองง่ายดาย
เมื่อตกลงกับเ้าลิ่วได้แล้วนางก็ถอยหลังออกมาจากห้อง
มิคิดเลยว่าเมื่อหันหน้ามาจะกระแทกเข้ากับแผ่นอกขนาดใหญ่ที่ยืนขวางตรงหน้าประตู
หนะนี่ ทะ ท่านจอมมารมายืนขวางตรงนี้ด้วยเหตุใด
และแล้ว เขา เขาเห็นเ้าลูกวัวของนางที่ในห้องหรือไม่