เช้าวันถัดมาโม่เฟิงไปที่หอตำราเช่นเดิม เมื่อไปถึงก็เริ่มใช้บันทึกภูติบันทึกเนื้อหาของหนังสือทุกเล่มโดยไม่อยากให้เสียเวลาแม้เพียงเสี้ยวอึดใจ ในระหว่างที่ทำการบันทึก ยังคงมีสายตาของชายชราคนเดิม เฝ้ามองดูเขาอยู่ตลอดเช่นเดียวกับเมื่อวาน
โม่เฟิงทำอย่างนี้ทุกวันจนเนื้อหาทั้งหมดที่มีอยู่ในหอตำราถูกบันทึกภูติบันทึกเอาไว้จนหมด
ความรู้เกี่ยวกับเมืองตะวันดับของโม่เฟิงในเวลานี้ ย่อมมีมากมายกว่าคนที่เกิดและเติบโตในเมืองตะวันดับแห่งนี้อย่างไม่อาจเทียบได้
หลังจากบันทึกทุกอย่างจนหมดแล้ว โม่เฟิงจึงรีบกลับไปนอนพัก เพราะพรุ่งนี้จะเป็วันแรกที่เขาได้เข้าเรียนที่สถาบันใบไม้เขียว เขาอาจจะมีโอกาสได้ทดลองใช้บันทึกอสูร ด้วยเหตุนี้จึงต้องเตรียมร่างกายและจิตใจให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์พร้อม
เอ๊กอี๋เอ๊กเอ๊กกกกก!
เสียงไก่ขันปลุกให้โม่เฟิงลุกออกจากที่นอน อาบน้ำ ล้างหน้าล้างตา รวมถึงเปลี่ยนชุด “วันนี้แล้วสินะ!”
โม่เฟิงเดินออกมาจากห้องพัก เห็นปิงหยุน ตงห่าวและาุโปิมู่ กำลังยืนรออยู่บริเวณหน้าประตูใหญ่ของบ้านสกุลปิง
“โม่เฟิง! ท่านอาบอกข้าว่า...เ้าจะมาเรียนห้องเดียวกับพวกข้าจริงหรือ?” ปิงหยุนยิ้มกว้างเดินเข้าไปหาพร้อมกับถามด้วยความยินดีปรีดา
โม่เฟิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ข้าจะอยู่ห้องเดียวกับพวกเ้าทั้งสอง มีอะไรก็ช่วยแนะนำข้าด้วย”
ปิงหยุนเอ่ยด้วยสีหน้าที่ตื่นเต้น “แม้พวกข้าจะไม่ได้เก่งกาจ แต่จะแบ่งปันความรู้ทุกอย่างให้กับเ้าอย่างแน่นอน!”
ทักทายกันพอหอมปากหอมคอ ปิงมู่จึงเรียกทุกคนให้ออกเดินทาง “ไปเถอะ! ใกล้ถึงเวลาเข้าเรียนของพวกเ้าแล้ว”
ทั้งสี่คนเดินไปยังสถาบันใบไม้เขียวซึ่งใช้เวลาไม่นานนักเนื่องจากสถาบันอยู่ไม่ไกลจากบ้านสกุลปิง ชั่วอึดใจเดียวพวกเขาก็เดินทางมาถึงหน้าประตูทางเข้าของสถาบันใบไม้เขียว
ก่อนที่จะเดินเข้าไปข้างในโม่เฟิงสังเกตเห็นชายวัยกลางคนผมสีแดงเดินนำหน้าฮัวเจี่ยที่กำลังเดินตีคู่มากับบุรุษหนุ่มอีกผู้หนึ่ง บุรุษผู้นี้มีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับฮัวเจี่ยมาก
ปิงหยุนเห็นโม่เฟิงกำลังมองทั้งสามคน เช่นนั้นจึงพูดขึ้นว่า “ที่เดินนำหน้ามาคือ ‘เฟิงกวงหง’ เป็อาแท้ ๆ ของฮัวเจี่ย และเป็ผู้าุโคนสำคัญของตระกูลเฟิง ส่วนด้านข้างของฮัวเจี่ยก็คือพี่ชายคนรองชื่อว่า ‘เฟิง ฮัวหนาน’ เป็หนึ่งในสองอัจฉริยะของเมืองตะวันดับ”
เห็นคนจากตระกูลเฟิงกำลังเดินเข้าไปในสถาบันใบไม้เขียว ปิงหยุนจึงเอ่ยถามปิงมู่ขึ้นมา “ท่านอา เป็ไปได้หรือไม่ว่าอิทธิพลของตระกูลเฟิงจะครอบงำสถาบันใบไม้เขียวแหง่นี้?”
ปิงมู่ตอบกลับด้วยเสียงต่ำ “ไม่ต้องห่วง สถาบันใบไม้เขียวไม่ขึ้นตรงกับตระกูลใดทั้งนั้น และยังอยู่ในความดูแลของสำนักปีกนภาอีก ถึงพวกเขาจะไม่แข็งแกร่งหรือมีอิทธิพลเทียบเท่ากับตระกูลเฟิง แต่ตระกูลเฟิงก็ไม่อยากมีเื่กับสำนักปีกนภาโดยไม่มีเหตุจำเป็”
อาณาจักรอรุณรุ่งแห่งนี้ ประกอบไปด้วยขุมพลังอำนาจที่ยิ่งใหญ่ หนึ่งราชวงศ์ สามตระกูลใหญ่ และอีกห้าสำนัก พลังอำนาจของขุมพลังทั้งสาม แทบจะไม่ด้อยไปกว่ากันเลย ถึงจะมีเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขาเกิดการกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ก็ไม่มีใครหักหาญจนถึงขั้นแตกหัก ดังนั้นเื่เล็ก ๆ อย่างเช่นเื่ของสถาบันใบไม้เขียว และเื่ของเมืองตะวันดับ ย่อมไม่อยู่ในสายตาของพวกเขา
หลังจากกลุ่มของเฟิงกวงหงเดินเข้าสู่สถาบันใบไม้เขียว ปิงมู่จึงพาทุกคนเดินตามเข้าไป
การมาถึงของสองตระกูลล้วนอยู่ในสายตาของชายชราผู้หนึ่ง ซึ่งกำลังยืนมองทุกคนจากหน้าต่างของตัวอาคารที่อยู่ห่างออกไป โดยความสนใจทั้งหมดของเขาหยุดอยู่ที่โม่เฟิง
ขณะที่โม่เฟิงเดินเข้าสู่สถาบันใบไม้เขียวเสียงของโม่กุ่ยก็ดังขึ้น “มีคนกำลังมองมาที่เ้า”
“ใครกัน?”
เสียงของโม่กุ่ยทำๆให้โม่เฟิงหันหน้าไปทางซ้ายทีขวาที เพื่อหาคนที่กำลังมองมาที่ตน แต่เขากลับมองไม่เห็นผู้ใด
“เ้าแน่ใจนะ?”
“หึ!” โม่กุ่ยนั่งเท้าคางอยู่บนบัลลังก์ด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์ เขาเริ่มแจกแจงรายละเอียดของคนที่กำลังมองมา
“ห่างจากจุดที่เ้ายืนอยู่ออกไปหนึ่งกิโลเมตร อาคารด้านทิศตะวันออก ชั้นที่สี่ หน้าต่างบานที่สองนับจากฝั่งขวา ชายแก่ร่างผอมที่เ้าเจอในหอตำรา”
“ชายชราคนนั้น!” โม่เฟิงมองไปยังทิศทางที่โม่กุ่ยบอก แต่ดูเหมือนว่าระยะทางจะไกลเกินไป เขาจึงมองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากอาคารขนาดใหญ่
“คงไม่ใช่เ้าคิดไปเองหรอกนะ!”
เมื่อได้ยินโม่เฟิงกล่าวเช่นนั้น โม่กุ่ยถึงกับตะเบ็งเสียงออกมา
“เหอะ! ระดับพลังของข้าอยู่บนจุดสูงสุดในดินแดน์ แม้จะถูกสะกดพลังเอาไว้ด้วยผลึกสะกดิญญา แต่ประสาทััของข้ายังคงเฉียบแหลม ไม่มีทางที่มดปลวกอย่างขอบเขตหลอมดวงจิตจะเล็ดรอดสายตาข้าไปได้!”
“หลอมดวงจิต!” หลังทราบถึงระดับพลังของของชายชราผู้นั้น โม่เฟิงถึงกับประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เขายังคงเพ่งมองไปที่อาคารขนาดใหญ่
เห็นโม่เฟิงมองมายังจุดที่ตนยืนอยู่ ชายชราดูจะแปลกใจอยู่ไม่น้อย ถึงกับต้องเอ่ยออกมาว่า “น่าสนใจ!”
เมื่อมองไม่เห็นสิ่งใด โม่เฟิงจึงขยับเท้าเดินตามปิงมู่ไปติด ๆ พวกเขาทั้งสี่คนเดินไปจนถึงห้องพักของผู้ฝึกสอน ภายในห้องพักมีคนของห้าตระกูลใหญ่ที่ถูกส่งมาเป็อาจารย์ผู้ฝึกสอนรวมตัวกันอยู่
นอกจากคนของห้าตระกูลใหญ่แล้ว ยังมีชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง เนื้อตัวสะอาดสะอ้าน กำลังนั่งจัดการกับเอกสารอยู่บนโต๊ะตัวหนึ่ง
ปิงมู่เดินเข้าไปหาชายคนดังกล่าว เอ่ยด้วยถ้อยคำที่สุภาพนอบน้อม “ท่านหลี่ผิง ข้าพาเด็กคนนี้มาเข้าเรียนที่สถาบันใบไม้เขียว”
แม้กระทั่งผู้าุโปิงมู่ยังต้องแสดงออกด้วยความเคารพ อีกฝ่ายจักต้องเป็คนที่มาจากสำนักปีกนภาเป็แน่ โม่เฟิงจึงเอ่ยแนะนำตัวเองด้วยวาจาที่สุภาพเช่นกัน “ข้าน้อยโม่เฟิงขอรับ”
หลี่ผิงมองมาที่โม่เฟิงพร้อมกับเอ่ยอธิบาย “การจะเข้าเรียนที่สถาบันใบไม้เขียวเ้าจะต้องเข้ารับการทดสอบเพื่อวัดระดับพร์ พร์จะเป็ตัวตัดสินว่าเ้าจะได้ไปอยู่ที่ห้องเรียนไหน ซึ่งห้องเรียนของสถาบันแห่งนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมดสี่ห้อง”
“ห้องเรียนแรกคือห้องเรียนพิเศษ สำหรับผู้ที่มีพร์อันโดดเด่น ห้องเรียนที่สองและสาม สำหรับผู้ที่มีพร์ระดับกลาง ส่วนห้องเรียนสุดท้าย...ห้องเรียนที่สี่ สำหรับคนทั่วไป”
“แต่ก่อนที่จะทดสอบ ปิงมู่บอกกับข้าว่า เ้ามีความประสงค์ ้าไปอยู่ห้องเรียนที่สี่?”
โม่เฟิงตอบกลับอย่างรวดเร็ว “เป็ไปตามที่ท่านเข้าใจ ข้ามีความประสงค์จะอยู่ในห้องเรียนที่สี่”
“อุ๊! ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ เด็กที่มาจากตระกูลปิง ทำให้ข้าต้องประหลาดใจได้ตลอด”
าุโหลี่ผิงะเิเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ พลันปรากฏมีชายรูปร่างกำยำ สูงใหญ่ เนื้อตัวเต็มไปด้วยมัดกล้ามเดินเข้ามาพร้อมกับเอ่ยวาจากับหลี่ผิง
“ท่านหลี่ผิง หากเด็กคนนี้ประสงค์จะอยู่ในห้องเรียนที่สี่ก็อย่ามัวมาเสียเวลาทดสอบอยู่เลย ข้าจะเป็คนช่วยดูแลให้เอง ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
“ตามกฎแล้ว เด็กทุกคนที่เข้าเรียนในสถาบันใบไม้เขียว จะต้องทำการทดสอบด้วยกันทั้งหมดสามบททดสอบ แต่ครั้งนี้เ้าได้รับอนุญาตเป็พิเศษ ไม่จำเป็ต้องทำการทดสอบ มีผู้ใดจะคัดค้านหรือไม่?”
“ได้รับอนุญาตเป็พิเศษ?” สิ่งที่หลี่ผิงกล่าวออกมาทำให้ฝูิต้องประหลาดใจ สิ่งที่เขาได้เอ่ยออกมาก็เป็แค่คำพูดลอย ๆ ไม่คิดว่าหลี่ผิงที่เป็คนเข้มงวดมาโดยตลอด กฎระเบียบในสถาบันล้วนต้องทำตาม ไม่เคยละเว้นให้กับผู้ใดมาก่อน แต่กลับจะปล่อยให้เด็กคนนี้เข้าเรียนโดยที่ไม่ต้องทำการทดสอบ…มันเป็สิ่งที่น่าแปลกใจมาก!
เมื่อไม่มีผู้ใดเอ่ยคัดค้าน หลี่ผิงจึงให้ฝูิพาโม่เฟิงไปที่ห้องเรียน “หากไม่มีใครคัดค้าน เ้าตามฝูิไปยังห้องเรียนที่สี่ได้เลย”
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ไม่จำเป็ต้องอยู่ห้องเรียนพิเศษ ขอแค่ได้เป็คนพิเศษของใครซักคนก็พอ...ไม่ได้เกี่ยวกับนิยายเลย 5555+
ฝากทุกคนช่วยกดติดตามนิยายเื่นี้ รวมถึงกดติดตามเพจ Facebook : Nightfall.Novel ด้วยนะครับ