เกมรักอันตรายเดิมพันหัวใจนายหน้าหวาน [Yaoi]

    20 | คิสจะไม่อยู่!!!


                     ผมลืมตาตื่นขึ้นมาอีกที ภายนอกก็มืดไปหมดแล้ว ห้องทั้งห้องมันดูเงียบเหงาไปหมดเลย หันไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่ที่ฝาผนังตอนนี้หนึ่งทุ่มแล้ว นี่ผมหลับไปนานขนาดนั้นเลยเหรอวะเนี่ย                แกร๊กๆ                ผ้าม่านตรงหน้าต่างเขยิบตามแรงลมทำให้ผมรู้สึกตกใจนิดหน่อย เอ่อ...ไม่หน่อยแล้วครับ กูหลอนไปหมดแล้วอีห่าราก!! >_<                            นี่มันโรงพยาบาลนะเว้ย!! มันดูวังเวงอ่ะ ผมแม่งไม่ชอบโรงพยาบาลเลยให้ตายเหอะ!!                ผมไม่รู้ว่าไอ้พาสกับพี่อิลแม่งกลับไปกันตอนไหนแล้ว แต่ก็ช่างมันเหอะตอนนั้นกูหลับไง ตอนนี้กูตื่นแล้ว ไม่อยากอยู่คนเดียวอ่ะพูดเลย                วี้ด...                ไอ้ลมนี่ก็แม่ง จะพัดแรงไปไหนหนักหนาวะ!!                กูหลอนเว้ยไอ้เวร!! -___-;;                เพื่อไม่ให้ห้องมันเงียบจนเกินไป ผมเลยหยิบรีโมตทีวีที่อยู่ตรงโต๊ะข้างหัวเตียงมากดเปิดทีวี แต่ทันทีที่เปิดเสียงตัวอย่างโฆษณารายการที่เข้ากับบรรยากาศตอนนี้แม่งก็ทำให้ผมรีบกดปิดทีวีเกือบไม่ทัน                “คนอวดผีคืนนี้พบกับ....ติ๊ด!!”                “ไอ้เหี้ย! แม่งโคตรได้จังหวะเลยไอ้สัด!!” ผมสบถอย่างหัวเสีย เสียงคนบรรยายรายการแม่งก็หลอนสัดอ่ะ แง...กลัวแล้วพี่จ๋า T^T                แกร๊ก! ตึง!                “ฮะ...เฮ้ย!!” แต่แล้วเสียงที่ดังมาทางห้องน้ำทำให้ผมต้องแหกปากร้องอย่างตกใจพร้อมกับหลับตาปี๋ ไอ้เหี้ยตัวกูแข็งไปหมดแล้ว ได้แต่นั่งแข็งอ่ะ จะล้มตัวลงไปนอนคลุมโปงก็ไม่ทันแล้ว                หม่ามี้!!! ช่วยน้องคิสด้วย TOT                “คิสครับ! เป็นอะไรรึเปล่าครับ?” เสียงเย็นๆ มาพร้อมกับมือเย็นๆ ที่จับแก้มผม                “หม่ามี้!! ช่วยคิสด้วย!!” ผมยังคงหลับตาแล้วตะโกนเรียกหม่ามี้                “เฮ้!! คิสครับ เป็นอะไรครับ ลืมตาหน่อยครับ” เอ๊ะ! จะว่าไปทำไมเสียงมันคุ้นๆ หูจังวะ                “มึง!! >_O” ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าเป็นเฮลที่ยืนอยู่ตรงหน้าผม  แถมเสื้อมันก็ไม่ใส่มีแค่ผ้าขนหนูพาดคอ หยดน้ำยังคงเกาะอยู่ตามตัวของมันจนทำให้ผมตาพร่ามัวไปชั่วขณะ                “เอ่อ...ปล่อย!” ผมค่อยๆ แกะมือทั้งสองข้างของมันที่จับแก้มผมเอาไว้ มันที่เห็นว่าผมกลับมาเป็นปกติแล้วก็ยอมปล่อยมือ                “คิสเป็นอะไรรึเปล่าครับ ปวดหัวอีกเหรอ?” มันถามผมแล้วเอามือมาทาบหน้าผาก อื้อหือ!! มึงอย่าเข้ามาใกล้กูแพคมึงจะกระแทกเบ้าหน้ากูอยู่แล้ว                ขอสัมผัสได้ไหมครัช!! -.,-มึงจะจังไรเกินไปแล้วไอ้คิส!!                “ไม่ๆ ไม่ได้ปวดแล้ว แค่ตกใจเสียงเปิดประตูมึงอ่ะ”                “ก็พี่ได้ยินเสียงคิส ก็นึกว่าจะปวดหัวอีกพี่เลยรีบออกมาน่ะครับ” เออเข้าใจว่าพี่มึงรีบๆ จริงๆ ยังดีนะที่ใส่กางเกงแล้ว ผมนี่ไม่อยากจะคิดเลยครับว่าถ้าพี่มันรีบกว่านี้อีกนิดนะ =.,=                “อ๋อ...เออๆ” ผมเบือนหน้าหนีมันแล้วมองออกไปข้างนอกระเบียง อีเหี้ย!! ผ้าม่านพลิ้วไสวเลยอีสัด!!                กึกๆ                อีเวร!! กระจกดังทำไมเนี่ย ><  แล้วตอนนี้ไอ้พี่เฮลมันก็เดินกลับเข้าห้องน้ำไปแล้วไง แล้วกูก็อยู่ในห้องคนเดียวงี้                คิสจะไม่อยู่!!                ผมค่อยๆ ลากเสาน้ำเกลือมาแล้วค่อยๆ ระเห็จตัวเองลงมาจากเตียง ขอบอกเลยว่าบรรยากาศในห้องตอนนี้แม่งโคตรได้อ่ะ กูหลอนไปหมดแล้วอีเวรเอ๊ย!! ผมเดินลากเสาน้ำเกลือมาหน้าห้องน้ำแล้วเคาะประตูห้องน้ำเรียกเฮลมันทันที                ก๊อกๆ                “เฮล!!”                “ครับ! ว่าไง” มันตะโกนกลับมาแล้วก็เงียบหายไป                “อาบน้ำเสร็จยังวะ รีบๆ ออกมาดิ!!”                “คิสมีอะไรรึเปล่าครับ จะเข้าห้องน้ำเหรอ?” มันเดินมาเปิดประตูห้องน้ำ ในสภาพที่แบบ...ทั้งตัวมีแค่ผ้าขนหนูพันอยู่ที่เอว!!                กูพึ่งคิดอยู่เมื่อกี้เองนะว่าถ้าพี่มันรีบกว่านี้จะเป็นยังไง อีเวร =___=                “ทำไมไม่แต่งตัวให้ดีวะ!!” ผมรีบหันหลังให้มันทันที หน้าร้อนฉิบหายเลยเนี่ย หน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดูนะ!! หน้ากูนี่แหละ >////<                “ก็พี่คิดว่าคิสจะรีบเข้าห้องน้ำ แล้วนี่ทำไมถึงลงมาจากเตียงครับ”                “ไปใส่เสื้อผ้าให้ดีก่อนเหอะ เร็วๆ เลย”                “ครับ” มันขานรับผมแล้วก็ปิดประตูไม่นานมันก็ออกมาพร้อมเสื้อผ้าเรียบร้อย                “จะเข้าห้องน้ำไหมครับ?” มันถามผมขึ้นหลังจากที่เอาผ้าขนหนูไปตากที่ระเบียงเสร็จแล้ว พี่มันกล้าเดินออกไปได้ไงวะ กูยังหลอนอยู่เลย กลัวต๊ะเอ๋กับสิ่งที่มองไม่เห็น >_<                “ไม่ๆ” ผมรีบส่ายหน้ารัวๆ ทันที จะให้มันรู้ไม่ได้ว่าผมกลัว เราต้องคีพลุคเว้ยไอ้คิส แมนๆ เตะบอลครัช                “แล้วทำไมลงมาจากเตียงครับ”                “ตอนแรกก็อยากเข้าห้องน้ำ แต่มึงอาบน้ำช้า เนี่ย...ตอนนี้หิวแล้ว” ผมเดินมานั่งลงที่โซฟารับแขก คือผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไง ก็ยังเดินได้แบบคนปกติทั่วไปอ่ะครับ แค่กูเป็นไข้ไม่สบายเอง                “หิวเหรอครับ จะกินอะไรไหม เดี๋ยวพี่ลงไปซื้อให้” พี่มันว่าแล้วทำท่าจะลุกขึ้นไปซื้อเลย เป็นผมเองที่ต้องรีบคว้าแขนพี่มันไว้ก่อน ถ้าพี่มันลงไปกูก็อยู่คนเดียวดิ                “เฮ้ย!! เดี๋ยวดิ กูไปด้วย” ผมร้องตามเหมือนเด็กๆ                “คิสจะลงไปทำไมครับ ไม่สบายอยู่นะ รอที่นี่ดีกว่าเดี๋ยวพี่ซื้อขึ้นมาให้”                “ไม่!! กูอยากลงไปสูดอากาศข้างล่างบ้าง อยู่แต่ในห้องมันอึดอัด” ผมจ้องหน้ามันอย่างเอาเรื่อง                “แต่ว่า...” มันยังพูดไม่ทันจบผมก็ขัดขึ้นมาซะก่อน                “ไม่มีแต่เฮล!! กูแค่เป็นไข้ ไม่ได้ขาหักนะ!! แล้วตอนนี้ไข้ก็หายแล้วด้วย ให้กูลงไปข้างล่างบ้างเหอะ”                “...” มันยังคงทำหน้าเหมือนไม่อยากให้ผมลงไป                “เถอะน่า...สัญญาว่าจะไม่ดื้อ ไม่หนีไปไหนหรอก โอเคไหม?”                “ก็ได้ครับ” สุดท้ายมันก็ต้องยอมผมจนได้ คริๆ                “เดินดีๆ นะครับ ถ้าเลือดออกขึ้นมาต้องเจาะใหม่นะ” มันพูดขึ้นระหว่างที่เรากำลังยืนอยู่ในลิฟต์ โดยที่มันเป็นคนถือถุงน้ำเกลือให้ผม                “รู้แล้วน่า ไม่ใช่เด็กสามขวบนะ -___-” ผมหันไปทำหน้าเซ็งใส่มัน ส่วนมันก็ได้แต่หัวเราะหึๆ ในลำคอแบบที่มันชอบทำ                ผมเลิกคิดที่จะหนีมันแล้วครับ จะว่ายังไงอ่ะ แบบเหนื่อยจะหนีแล้วอ่ะ รู้ทั้งรู้นะว่าถ้าอยู่ใกล้ๆ มันแล้วผมจะต้องเจ็บ แต่ก็ช่างมันเหอะ คงไม่มีอะไรเจ็บไปกว่านี้แล้วมั้ง                อีกอย่างคือสิ่งที่ผมยังคงติดค้างในใจคือคำว่าตัวเล็กที่มันเรียกผมเมื่อตอนบ่าย พอมาคิดๆ ดูแล้วผมรู้สึกคุ้นเคยกับคำๆ นี้เหลือเกิน แต่ผมจะไม่คิดมากเรื่องนี้หรอก พอคิดมากทีไรผมปวดหัวทุกทีเลย เวรกรรม =____=                “คิสอยากกินอะไรครับ?” พอลิฟต์เปิดออกมาชั้นหนึ่งเราทั้งสองคนก็เดินมุ่งหน้าไปยังสหกรณ์ของโรงพยาบาลทันที เยื่องๆ สหกรณ์ไม่ไกลเท่าไหร่มีเซเว่นครับ                “อืม...ไม่รู้อ่ะ เดี๋ยวเข้าไปดูในเซเว่นแล้วกัน” เราทั้งสองคนเดินเข้ามาในเซเว่น หลังจากที่ผมกวาดพวกขนมนมเนยมาจนเต็มตะกร้า พอคิดเงินเสร็จแล้วพวกเราก็กลับขึ้นห้องทันที                “เอามาเยอะแบบนี้ไม่กลัวอ้วนรึไง?” เฮลถามพร้อมกับชูถุงขนมที่อยู่ในมือขึ้นมา มันแหละเป็นคนถือของทั้งหมอ ผมจะถือได้ไงผมเป็นคนไข้นะ เดี๋ยวก็เลือดออก คริๆ >_<                “ไม่อ้วนหรอกน่า...”                “ความจริงป้านวลก็ทำโจ๊กมาให้ด้วยนะ เมื่อเย็นพี่พึ่งกลับไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านมา”                “อ้าว!! แล้วทำไมไม่บอกปล่อยให้เดินลงไปทำไม?” ผมหันหน้าไปมองมันอย่างเอาเรื่อง                “ก็คิสไม่ได้ถาม พี่ก็นึกว่าอย่างลงไปข้างล่างจริงๆ” พี่มันจ้องหน้าผมเลยทำให้ผมต้องหลบหน้าหันกลับมามองตัวเลขที่บอกระดับชั้นแทน                จะจ้องอะไรหนักหนาวะ!! -___-                               หลักจากเราทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลยจนลิฟต์มาถึงชั้นที่ห้องพักของผมอยู่ พวกเราทั้งสองคนก็เดินออกมาจากลิฟต์ตอนแรกผมก็เดินนำมันมาก่อน แต่พอเห็นบรรยากาศตลอดทางเดินจนกว่าจะถึงห้องผมแล้ว ผมเลยลดความเร็วมาเดินคู่มันแทน                ไม่ชอบโรงพยาบาลก็แบบนี้แหละ มันเงียบอ่ะ วังเวงสัดๆ                “เป็นอะไรรึเปล่าครับ?”                “เปล๊า!! แค่รู้สึกเดินไวแล้วเหนื่อยๆ อ่ะ” สีข้างถลอกแล้วมั้งกู -___-                “ตัวร้อนรึเปล่าครับ?” ไม่พูดเปล่าไง มือไวตลอดเลย แตะหน้าผากกูอีกแล้ว -////-                “ไม่ๆ รีบไปห้องเหอะหิวแล้ว” ผมปัดมือมันออกแล้วเดินนำไปห้องทันที นาทีนี้กูไม่กลัวอะไรแล้วจ้า หน้าร้อนเหี้ยๆ ไม่ไหวกับความเนียนสกินชิพของพี่มันจริงๆ                “คิสไปนั่งรออยู่ที่เตียงก่อนนะครับ เดี๋ยวพี่ไปอุ่นโจ๊กมากให้” พอเข้ามาในห้องแล้วพี่มันก็พาผมเดินมานั่งทีเตียงจัดการแขวนถุงน้ำเกลือกับเสา แล้วก็ทำท่าจะเดินเข้าไปยังโซนห้องครัว                “เดี๋ยวดิ!! ไปด้วย” ผมจับเสื้อพี่มันแน่นมาก ใครจะยอมอยู่คนเดียววะ ก็บอกแล้วไงว่าคิสจะไม่อยู่ ไม่ยอมอยู่คนเดียวเด็ดขาดเด้อ >_<                “หือ?”                “เออน่า...ไปนั่งกินที่ห้องครัวเลยไง ไปๆ หิวแล้วเนี่ย” ผมดันพี่มันให้เดินนำส่วนผมก็จับเสื้อพี่มันไว้แน่นเลย                “ครับๆ” แล้วพี่มันก็ลากเสาน้ำเกลือมาให้ผมไง พอเข้ามาในโซนห้องครัวพี่มันก็จัดการเอาโจ๊กไปอุ่นให้ผม ไม่นานโจ๊กหมูสับร้อนๆ ก็อยู่ตรงหน้าผม                “ไม่กินเหรอ?” ผมถามเพราะเห็นว่าตรงหน้าพี่มันไม่มีอะไรเลย                “พี่ไม่หิวครับ คิสกินไปเถอะ ระวังร้อนนะครับ” พี่มันส่งยิ้มมาให้ผมแล้วนั่งจ้องหน้าผมอยู่แบบนั้น แล้วใครมันจะไปกินลงวะ                “เป็นโรคจิตเหรอจ้องอยู่ได้!!” ผมว่าแล้วตักโจ๊กขึ้นมากินโดยไม่สนใจมัน ก็ตอนนี้ท้องมันหิวนี่นาแทบจะกินควายได้ทั้งตัวแล้วอ่า ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูนั่นนี่ไปเรื่อยไม่ได้สนใจพี่มันอีกต่อไปแล้ว                “กินดีๆ สิครับ เลอะไปหมดแล้วเนี่ย”                “หือ?” เสียงคนตรงหน้าทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นมามองมันอีกครั้ง สายตาของมันที่มองมาทำให้ผมต้องค้างอยู่แบบนั้น มันเหมือนมีแรงดึงดูดที่ทำให้ผมล่ะสายตาไปจากมันไม่ได้                “กินเลอะเหมือนเด็กๆ เลยนะเรา”                “O_O!!” มันเอื้อมมือมาเช็คคราบโจ๊กที่เลอะอยู่ตรงมุมปากให้ผม อีเหี้ย!!! คนเหี้ยอะไรจะแอคแทคกูแรงอะไรเบอร์นี้ ออร่าความหล่อนี่พุ่งเข้ามากระแทกเบ้าหน้ากูเต็มๆ อ่ะ                พี่ค่ะน้องว่าน้องไม่ไหว หน้าร้อนที่ไม่ใช่ฤดูอีกแล้ววว!!! >//////< 

    นิยายแนะนำ