“ซี่…… ตู้มๆๆๆๆ เสียงเชือกที่กำลังติดไฟดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถัดมามีเสียงคล้ายสิ่งใดะเิ ดังสนั่นหวั่นไหว จนกระทั่งมีเสียงะโอันดังลั่นว่า “หักหัวเรือไปทางขวาเต็มกำลัง ใช้ปืนใหญ่ยิงอย่างต่อเนื่องอย่าหยุดยิงเด็ดขาด”
ในขณะที่สถานการกำลังย่ำแย่ สิ่งที่กัปตันผู้นี้ไม่อยากแม้แต่จะคิดให้มันเกิดขึ้นก็มาถึง
ผู้รับผิดชอบห้องปืนใหญ่ รีบวิ่งมาอย่างเร็วรีบและกล่าวว่า “กัปตันครับ เรากำลังมีปัญหาแล้วครับ อันด้วยะุปืนใหญ่เราเหลือเพียงแค่ 20 ลูกครับ”
กัปตันวัยกลางคนเคราดก ของเรือลำนี้ นามว่า รูเบน คาร์เตอร์ ขมวดคิ้วสีหน้าเคร่งเครียด อันเนื่องมาจาก 3 วันก่อนเขาได้รับสารจากนกอินทรีย์เวทมนตร์ที่ใช้สำหรับส่งสารว่า ภรรยาของตนได้คลอดบุตรชายเป็ที่เรียบร้อยแล้วและรอตนกลับไปตั้งชื่อให้แก่ทารกชายคนนี้ ตนจึงเร่งรีบอย่างดีใจ สั่งการหักหัวเรือย้อนกลับขึ้นฝั่ง ณ เมืองดอส แต่ในขณะที่เรือกำลังแล่นอย่างเร็วรีบและใกล้ที่จะถึงชายฝั่งอีกประมาณ 1 ไมล์นั้น ก็ได้มีฉลามดึกดำบรรพ์พยายามพุ่งเข้ามาเพื่อที่จะจมเรือของเขา เขาและลูกเรือ จึงพยายามยิงปืนใหญ่ต่อต้านอย่างเต็มกำลัง พลางแล่นเรือหนีกลับชายฝั่งให้เร็วที่สุด
จนกระทั่งได้รับแจ้งรายงานจากผู้รับผิดชอบห้องปืนใหญ่ว่าขณะนี้เหลือะุปืนใหญ่เพียง 20 ลูก ทำให้สถานการณ์ภายในเรือกลับมาตึงเครียดและเต็มไปด้วยความสิ้นหวังมากยิ่งขึ้น อันด้วยระยะห่างจากชายฝั่งเมืองดอส ยังคงอยู่อีกห่างไกล และเ้าฉลามร้ายยังคงเร่งตามติดอย่างไม่ลดละ
ในขณะที่ฉลามดึกดำบรรพ์โดนะุยิงไล่ให้ห่างไปนั้น ก็มีเสียงะโดังขึ้นมาอีกครั้งจากบริเวณห้องใต้ท้องเรือที่ทำให้ทุกคนบนเรือมีสีหน้าที่เคร่งเครียด “แย่แล้วหัวหน้า ะุปืนใหญ่หมดลงแล้ว”
ย้อนกลับไปเมื่อ 5 วันที่แล้ว เรือไม้ลำใหญ่ของรูเบน คาร์เตอร์ ซึ่งมีตัวอักษรสลักข้างตัวเรือว่าคาร์เตอร์ และมีช่องคล้ายหน้าต่างที่ปิดด้วยไม้ทึบทั้งหมด 8 ช่อง ด้านหลังช่องทึบนั้นประกอบไปด้วยปืนใหญ่จำนวน 8 กระบอก ที่เตรียมพร้อมไว้เพื่อป้องกันสิ่งที่จะมาคุกคามต่อเรือของเขา ภายในเรือ มีลูกเรือทั้งหมด 20 ชีวิต หนึ่งในนั้นคือจอร์จ ผู้เป็ดั่งน้องชายต่างสายเืเป็ผู้บังคับพังงาเรือ โดยภารกิจที่ รูเบนได้เลือกมาจากสมาคมนั้นคือ การไปรับคนคนหนึ่ง ณเมืองคลาส กลับมาสู่เมืองดอสโดยปลอดภัย ซึ่งวันเวลาหลังจากที่เรือคาร์เตอร์นั้นได้ออกเดินทางจากท่าเรือ ณ เมืองดอส จนกระทั่งถึงเมืองคลาสนั้นต้องใช้เวลาประมาณ 15 วัน
กลับมา ณ ปัจจุบัน
กัปตันรูเบน สีหน้าเคร่งเครียดพลางหยิบ ม้วนเวทมนตร์ขึ้นมา 2 ม้วน ซึ่งได้แก่เวทมนตร์นกส่งสาร และ เวทมนตร์ที่มีสัญลักษณ์ไฟอยู่ด้านหน้าม้วน ก่อนจะกล่าวกับ ผู้บังคับทิศทางเรือนามว่า ‘จอร์จ’ ว่า “เ้าจงพาเหล่าลูกเรือกลับสู่ชายฝั่งโดยปลอดภัยเถิด”
จอร์จรีบกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ว่า “เราต้องรอดกลับไปด้วยกันสิขอรับท่านกัปตัน”
กัปตันรูเบนที่มีสีหน้าเคร่งเครียด ได้ผ่อนลมหายใจ และกล่าวต่อกับจอร์จว่า “เ้าก็รู้ว่ามันไม่มีทางเป็ไปได้ จงทำหน้าที่ตามคำสั่งของข้าซะ อย่าพยายามทำอะไรที่โง่เง่าหล่ะเ้าน้องชาย หน้าที่ของเ้าคือ จงพาพวกเขาทุกคนกลับไปหาครอบครัวอย่างปลอดภัยซะ”
จอร์จทำได้เพียงบังคับพังงาเรือพลางกล่าวอย่างสะอื้นว่า “ฮึก…. ตามคำสั่งขอรับกัปตัน น้องชายผู้นี้จะทำอย่างสุดความสามารถ”
หลังจากออกคำสั่งเสร็จ กัปตันรูเบนที่มีสีหน้าผ่อนคลายลง จึงได้หยิบม้วนเวทมนตร์นกส่งสารขึ้นมาก่อนจะคลี่ม้วนเวทมนตร์ออกและ ร่ายคาถาตามที่เห็นบนกระดาษ และกล่าวข้อความที่จะส่งถึงว่า “โกฟาเซ้นแดร์ทูโรส คาร์เตอร์ เมื่อเ้าเห็นข้อความนี้จากข้า ข้าคงไม่อาจที่จะกลับไปเจอเ้าและลูกได้อีก มองจากตรงนี้ท้องทะเลช่างกว้างใหญ่เสียเหลือเกินเมียข้า ข้ารักเ้าและอยากเจอลูกชายของข้ามากเสียเหลือเกิน แต่คงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว เ้าจงดูแลเขาให้เติบโตมาเป็คนดีดังเช่นเ้าและกล้าหาญดังเช่นข้า …” จะมีก็เพียงประโยคสุดท้ายที่เบาเสียจนไม่มีใครได้ยินที่เอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มที่สุขใจ
เมื่อกล่าวจบม้วนเวทมนตร์จึงค่อยๆเปลี่ยนเป็นกอินทรีย์สีฟ้าตัวหนึ่งที่กรงเล็บที่ขากำลังหนีบม้วนกระดาษ ก่อนจะบินขึ้นไปตามทิศทางชายฝั่งเมืองดอส
หลังจากมองนกเวทมนตร์สีฟ้าบินไป กัปตันรูเบนผู้มีสีหน้าเศร้าพลางเปลี่ยนเป็จริงจัง และหันกลับมาะโสั่งลูกเรือว่า“ทุกคนจงเข้าประจำที่เตรียมออกเรืออย่างเต็มกำลังและทำตามคำสั่งจอร์จซะ”
เมื่อลูกเรือได้ยินจึงรีบกลับไปประจำตำแหน่งของตนอย่างเร่งรีบ
กัปตันรูเบนยืนมองเหล่าลูกเรือด้วยสีหน้ายิ้มอย่างภาคภูมิใจจนกระทั่งลูกเรือเข้าประจำที่เรียบร้อย จึงกล่าวต่อว่า“พวกเ้าทุกคนกล้าหาญมาก ขอบคุณที่ติดตามข้าออกมาในครั้งนี้ ข้าภูมิใจในตัวพวกเ้ามาก หลังจากนี้ข้าจะปกป้องพวกเ้าทั้งหมดด้วยชีวิตของข้าตามที่ข้าได้เคยกล่าวไว้ั้แ่รับพวกเ้าเข้ามาทำงาน” ก่อนจะหยุดพูดและมองออกไปในทิศทางที่ฉลามดึกดำบรรพ์กำลังวกกลับมาทางเรือของตน
ลูกเรือทุกคนรวมทั้งจอร์จมองไปที่กัปตันของตนด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย มีทั้งเศร้าโศก ทั้งเคารพนับถือ ทุกคนต่างร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใครที่รูเบนจะออกคำสั่งสุดท้ายว่า “เมื่อข้าร่ายเวทมนต์และะโลงเรือไป จงบังคับเรือให้ออกห่างจากข้าและเ้าฉลามร้ายตัวนี้และจงอย่าหันหลังกลับมามองเด็ดขาด”
บนเรือเต็มไปด้วยความเงียบ และบรรยากาศที่โศกเศร้า หลังจากที่รู้บนกล่าวเสร็จเข้าจึงคลี่ม้วนเวทมนตร์และร่ายคาถาออกมา “เอ็กซ์โพลไฟเออร์ แล้วจึงะโลงจากเรือไป โดยที่มีฉลามดึกดำบรรพ์อ้าปากรอที่จะกลืนกินกัปตันผู้กล้าหาญคนนี้ หลังจากเ้าฉลามกินกัปตันรู้บนเข้าไปแล้ว จอร์จจึงรีบะโสั่งทั้งน้ำตาว่า “ออกเรือเต็มกำลังมุ่งหน้าสู้ชายฝั่งเดี๋ยวนี้” เรือเริ่มแล่นออกห่างมาจากบริเวณที่เ้าฉลามดึกดำบรรพ์ที่พึ่งจะกลืนกินกัปตันของตนเข้าไป หลังจากนั้นไม่กี่วินาที ก็มีเสียงะเิดังขึ้นมาจากใต้น้ำ จนน้ำทะเลพุ่งขึ้นทะลุผิวน้ำ ซึ่งทุกคนเรือที่ได้ยินและเห็นต่างรู้ว่าการะเิของเวทมนตร์นี้มาจากการเสียสละชีวิตของตนเพื่อปกป้องทุกคนบนเรือของกัปตันรูเบน
ขณะเรือที่กำลังแล่นกลับเข้าสู่ชายฝั่ง ณ เมืองดอสโดยผู้ควบคุมเรือคือจอร์จผู้เป็ดั่งน้องชายต่างสายเืของกัปตันรูเบนนั้น ภายในเรือเต็มไปด้วยบรรยากาศที่โศกเศร้า พร้อมทั้งเหล่าบรรดาลูกเรือที่ใบหน้าเต็มไปด้วยคราบน้ำตาต่างยืนไว้อาลัยแก่กัปตันผู้กล้าหาญของตนก่อนที่จะกลับไปทำหน้าที่ของตนต่อโดยไม่มีคำพูดใดๆเอ่ยออกมา
ณ บ้านคาร์เตอร์ บ้านไม้ขนาดกลางที่ดูดี ล้อมรอบด้วยกำแพงหิน ที่มีพื้นที่ด้านหลังบ้านเป็ลานฝึกสำหรับต่อสู้ บ้านหลังนี้ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของ รูเบน คาร์เตอร์ที่มุ่งมั่นทำภารกิจั้แ่วัยหนุ่มจนสามารถซื้อที่และสร้างบ้านหลังนี้ภายในเมืองดอสได้ โดยมีภรรยาที่หน้าตาสะสวยนามว่า โรส คาร์เตอร์ เป็ผู้สนับสนุนและดูแลสามีเป็อย่างดีโดยที่วันนี้เป็วันที่บ้านหลังนี้มีสมาชิกใหม่อีก 1 คน นั่นคือทารกน้อยหน้าตาน่ารักที่พึ่งคลอดออกมาได้ 3 วัน
ชั่วขณะหนึ่งมีนกอินทรีย์เวทมนตร์สีฟ้าตัวหนึ่งบินมาถึงหน้าประตูบ้านและบินเข้าสู่บ้าน มุ่งตรงไปทางห้องของโรสคาร์เตอร์ ผู้เป็ภรรยาของรูเบนซึ่งกำลังให้นมแก่ลูกน้อยอยู่บนเตียงที่เต็มไปด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น เมื่อบินมาถึงด้านหน้าของโรส นกอินทรีย์สีฟ้า ได้หยุดลงเพื่อรอให้โรส หยิบ กระดาษที่ขาของมันคีบไว้ เมื่อโรสหยิบขึ้นมา นกอินทรีย์สีฟ้าจึงค่อยๆสลายหายไป โรสค่อยๆคลี่กระดาษออกก่อนจะอ่านข้อความภายในด้วยอารมณ์ที่หลากหลายพร้อมทั้งยิ้มทั้งน้ำตาที่ไหลออกอย่างต่อเนื่องอย่างมิอาจหยุดยั้งได้ จนกระทั่งทารกน้อยลืมตาขึ้นมาและร้องไห้ออกมาอย่างเสียงสุดเสียง
“อุแว้ๆๆๆๆๆๆ”
ภายในจดหมายนั้นได้ถูกบันทึกไว้ว่า “เมื่อเ้าเห็นข้อความนี้จากข้า ข้าคงไม่อาจที่จะกลับไปเจอเ้าและลูกได้อีก มองจากตรงนี้ท้องทะเลช่างกว้างใหญ่เสียเหลือเกินเมียข้า ข้ารักเ้าและอยากเจอลูกชายของข้ามากเสียเหลือเกิน แต่คงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว เ้าจงดูแลเขาให้เติบโตมาเป็คนดีดังเช่นเ้าและกล้าหาญดังเช่นข้า และจงตั้งชื่อเขาว่า รูดี้ คาร์เตอร์”