Sol xx Mifa 12
“เธอขา” คนที่นอนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยเรียกเสียงอ้อน แต่ขอหมั่นไส้เสียงเรียกอ้อนๆ นั่นได้ไหม อะไรจะมีความสุขมากจนแผ่ออกมาทางน้ำเสียงขนาดนี้
“ว่าไง”
“ขอกลับบ้านด้วยได้ไหม”
“แล้วไม่กลับบ้านตัวเองเหรอ?” ผมถามกลับมือก็ลูบเรือนผมนุ่มของอีกฝ่ายเล่น
“ขอแม่แล้ว แม่บอกว่าถ้าไปบ้านฟาแม่อนุญาต”
“งั้นก็ได้ ไปด้วยกันได้”
“น่ารักจัง ฟาดูนี่สิ” ซอลยื่นโทรศัพท์เขามาให้ฉันดู เป็นคลิปแมวตัวเล็กกำลังเล่นอยู่ เห็นแล้วน่ามันเขี้ยวอยู่ไม่น้อย เราสองคนนั่งเล่น นอนเล่นด้วยกันอยู่พักใหญ่ ชวนกันคุยไปเรื่อยอย่างไม่รู้จักเบื่อหน่าย คล้อยเย็นแม่ที่เดินทางไปดูไพ่ให้กับคนมีชื่อเสียงท่านหนึ่งที่ต่างประเทศก็เดินทางกลับมาถึงบ้านพร้อมกับส่งข้อความมาบอกว่ากลับมาถึงบ้านแล้วด้วยความปลอดภัย ว่างตอนไหนให้ฉันรีบกลับไปบ้านให้เร็วที่สุด ยังไม่ทันจะได้ตอบข้อความแม่ พี่มีเงินก็โทรเข้ามาทันราวกับรู้ว่าฉันเองก็กำลังจะโทรหาพี่ชาย
(ฟา)
“ค่ะพี่ เงียบไปเลยช่วงนี้ไม่คิดถึงน้องบ้างหรือไงกัน” ฉันเอ่ยแซวกลับไปอย่างน้อยใจ
(คิดถึงครับ แต่งานเยอะมากเลย)
“หนูเข้าใจ แล้วจะกลับบ้านไหมคะ? ที่แม่บอก)
(ต้องดูใกล้ ๆ วัน ไม่รู้จะว่างหรือเปล่า)
“อยากให้ว่าง...”
(พี่จะพยายาม ช่วงนี้มีอะไรแปลก ๆ หรือเปล่า ทำไมพี่ใจหวิว ๆ) เซ้นส์แรงมากเลยพี่ชายฉัน อยากจะเล่าเรื่องที่เจอให้พี่ฟังแต่ก็กลัวว่าคนเป็นพี่ชายจะเป็นห่วงเลยเลี่ยงที่จะตอบ
“คงไม่มีอะไรหรอกค่ะ พี่พักผ่อนไม่เพียงพอด้วยหรือเปล่า”
(ไม่มั่นใจ แต่มีอะไรรีบบอกพี่เลยนะเข้าใจไหม พี่เป็นห่วง)
“ขอบคุณค่ะพี่ พี่คะหนูขอวางก่อนนะพี่มีตังค์โทรมา”
(ครับ คิดถึงนะ)
“คิดถึงค่ะ เจอกันนะ บายค่ะพี่”
“ค่ะพี่ตังค์” วางสายพี่มีเงินเสร็จก็ต้องรีบรับสายพี่ตังค์ต่อทันที ความพี่ชายที่ชอบโทรหาเวลาเดียวกัน อยากจะชวนโทรไลน์กลุ่มนะจะได้คุยครั้งเดียวแต่พี่ ๆ ก็ไม่เอาด้วย เลยต้องรับต้องวางสลับกันไปมาแบบนี้นี่แหละ
(กลับบ้านวันไหน)
“น่าจะวันหยุดหน้าค่ะ พี่กลับไหม” ฉันถามกลับ สายตาเหลือบมองคนที่นอนหนุนตักก่อนหน้าที่จู่ ๆ ก็ขยับลุกนั่งและเดินไปยังห้องครัว
(กลับครับ กับผู้ชายคนนั้นดีไหม เขาดูแลเราดีหรือเปล่า) พี่ตังค์ถามเสียงเข้ม พี่มีเงินน่ะหยวน ๆ ให้อยู่ด้วยกันได้แต่ไม่รู้ว่าข้อตกลงระหว่างพี่มีเงินและซอลคืออะไร แต่สำหรับพี่มีตังค์ พี่ยังคงไม่ชอบขี้หน้าซอลเหมือนเดิม ไม่ได้พาลเกลียดแต่ก็ไม่ได้ชอบหน้าเท่าไหร่นัก บ่อยครั้งที่อีกฝ่ายมาค้างด้วยทำให้ซอลต้องกลับไปพักที่คอนโดตัวเอง
“ดีค่ะ เขาดูแลหนูดีมาก ๆ เลย”
(หึ มันจะดีได้สักเท่าไหร่กัน ตอนแรกมันยังทำเราร้องไห้อยู่เลย) ความไม่พอใจฉายชัดมาพร้อมกับน้ำเสียงเข้ม ๆ ของปลายสาย
“พี่คะ...”
(...พี่วางก่อนแล้วกัน แค่นี้นะดูแลตัวเองดี ๆ) พี่มีตังค์รีบวางสายไป แต่ฉันรู้สึกใจเสียเมื่อรับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณของคนเป็นน้องว่าที่เป็นแบบนี้พี่กำลังโกรธอีกแน่ ๆ อาการแบบนี้มีอยู่บ่อยครั้งเวลาเอ่ยถึงซอลแล้วพี่จะโมโห มันก็คงไม่แปลกหรอกเพราะในตอนแรกฉันเจอเรื่องราวที่มันหนาต่อความรู้สึกอยู่มาก และผู้เป็นพี่ชายทั้งสองก็รับรู้มาโดยตลอด ฉันไม่สงสัยเลยสักนิดที่พี่เป็นแบบนี้
“พี่วางแล้วเหรอ?” ซอลเดินออกจากห้องครัวพร้อมกับแก้วนมอุ่น ๆ เขาวางลงบนโต๊ะตรงหน้าฉันจากนั้นก็วางจานขนมลงข้าง ๆ แก้วนม
“วางแล้ว”
“เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมทำหน้าเครียดแบบนั้น” ซอลเดินมานั่งข้าง ๆ ยกฝ่ามือกอบกุมใบหน้าฉันไว้อย่างอ่อนโยน สายตาที่เต็มไปด้วยความห่วงใยถูกส่งมาอย่างต่อเนื่องพร้อมกับสัมผัสที่อบอุ่นตรงแก้ม
“ไม่มีอะไรหรอก”
“ถ้ามีอะไรให้บอกเข้าใจไหม อย่าเก็บอะไรไว้คนเดียวเราเป็นห่วง” ซอลย้ำอีกครั้ง
“อื้อ มีอะไรเราจะบอกนะ”
“ครับ”
“โอ๊ะ!?” หลายวันถัดมาเสียงอุทานฉันกลายเป็นจุดสนใจจากเพื่อนได้อย่างดี เพื่อนทั้งสามหันมามองอย่างพร้อมเพรียงคาดการณ์ว่าคงจะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมฉันถึงอุทานตกใจแบบนั้น
“เป็นอะไรฟา” เข็มเข้ามากอดแขนพร้อมทั้งขยับเข้ามายืนใกล้ ๆ แต่ให้ตายสิสายตาฉันไม่ได้โฟกัสที่เพื่อนเลยสักนิด กลับกลายเป็นร่างสูงท้วมที่สวมเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่งตรงหน้า เขากำลังยืนจ้องฉันด้วยดวงตาแดงก่ำ เพียงกระพริบตาร่างนั้นก็ขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ อาการแน่นหน้าอกหายใจไม่ออกเริ่มพุ่งเข้าสู่ความรู้สึก กลิ่นเหม็นเน่าโชยแตะจมูกชวนน่าสะอิดสะเอียน
“ฟา! ฟาเป็นอะไร”
“ฟา!!!”
จู่ ๆ ภาพต่าง ๆ ก็ตัดไปพร้อมกับความมืดมิดที่บดบังสายตา กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยทำให้ใจชื้นขึ้นมาก ระหว่างเราไม่มีอะไรที่เอื้อนเอ่ย มีเพียงจังหวะหัวใจที่ตอนนี้กำลังเต้นรัวแรงด้วยความตกใจและกลัวผสมกันไปหมดไม่สามารถแยกออกว่าที่เต้นรัวแรงแบบนั้นเกิดจากความรู้สึกไหนกันแน่
“เป็นอะไรไหม?” ซอลเอ่ยถามพร้อมกับเสียงหอบเหนื่อย
“มะ ไม่”
“ไหวไหม”
“ไหว”
“เราขอพาฟากลับไปพักก่อนนะ เหมือนจะไม่สบายเลยล่ะ” กลายเป็นซอลที่เอ่ยบอกเพื่อนฉันทั้งสามที่ยังอยู่ในสภาวะมึนงงและตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทั้งเข็ม สร และเพลิง พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
“ถ้าอยากรู้อะไรถามในไลน์ก็ได้ เดี๋ยวเราตอบเอง” ซอลบอกเพื่อน ๆ ฉันอีกครั้ง วันนี้เพิ่งจะวันพฤหัสยังกลับบ้านไม่ได้ แม่ให้กลับบ้านในวันพรุ่งนี้หลังเรียนเสร็จ พี่ ๆ เองก็อยากให้กลับแต่เป็นฉันเองที่ไม่สะดวกกลับบ้านในตอนนี้ พรุ่งนี้ฉันมีควิซเก็บคะแนน แน่นอนว่าเรียนสาขานี้เรามีสอบแทบจะทุกวัน ฉันไม่อยากขาดสอบเลยต้องบอกทุกคนว่ายังไหว แม้หลัง ๆ มา อาการและสิ่งที่ฉันเจอมันจะหนักหน่วงมากแค่ไหนก็ตาม
“กลับห้องกันนะ” ซอลกระซิบบอกเสียงเบาพร้อมทั้งพยุงให้ออกจากอาคารเรียน เมื่อขึ้นรถมาได้สายตาบ้านี่ก็เหลือบเห็นสิ่งที่ไม่ต้องการเห็นที่ยืนอยู่ไม่ไกล นอกจากสายตาเคียดแค้นแล้ว หยดเลือดสีแดงเข้มจนค่อนไปทางดำกำลังไหลเอื่อยอาบร่างนั้น
“พี่ครับ ฟาเจออีกแล้ว”
“ครับ ตรงไหน? น่าจะขาดผมดูแล้วไม่มี”
“ครับ มาที่คอนโดผมก็ได้”
“ครับพี่ ขอบคุณครับ”
“กำไลขาดรู้ตัวไหมครับ?” ซอลถามระหว่างที่ขับรถออกจากลานจอดได้สักพัก
“รู้ ขาดแล้วก็เจอเลย”
“พี่มีเงินบอกจะเข้ามาหานะ”
“ค่ะ เราเพลียจังเลยซอล” เอ่ยอ้อนอีกฝ่ายเสียงแผ่ว ฝ่ามืออุ่นยื่นมาลูบผมแผ่วเบาอย่างให้กำลังใจ
“จะนอนพักก่อนไหม”
“ไม่เอา”
“งั้นอดทนอีกนิดนะ เดี๋ยวจะรีบพากลับ”
“ค่ะ ขอบคุณนะ”
ใช้เวลาไม่นานนักเราก็มาถึงคอนโดของซอล ระหว่างที่เดินเข้าไปในห้องตัวอาคารหางตาก็ยังคงเห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ควรเห็น จะตามอะไรกันขนาดนี้!! คนข้างกายกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นและพาเดินเข้าไปยังลิฟต์ที่ถูกเปิดออก นอกจากเราทั้งสองคนยังมีนิสิตอีกสามคนเดินเข้ามาด้วย ฉันบีบมือซอลแน่นไม่สบตากับใครทั้งนั้นเอาแต่ก้มหน้าก้มตา
“น้องซอลพักที่นี่เหรอ?”
“ใช่ครับ”
“น้องซอลพอดีพี่มีงานจบ แล้วยังขาดตากล้องซอลพอจะว่างมาช่วยพี่หรือเปล่า”
“วันไหนเหรอครับพี่”
“ประมาณเดือนหน้าน่ะ”
“ผมยังไม่มั่นใจเลยครับ แต่พี่ลองบอกวันผมก่อนนะครับถ้าว่างผมจะไปช่วย”
“ขอบใจจ๊ะ พี่ไปละ เจอกันที่คณะ”
“สวัสดีครับพี่” เสียงสนทนาเงียบไปสักพัก เราทั้งสองต่างไม่มีใครพูดอะไรกันต่อ มีเพียงเสียงลมหายใจที่เริ่มรุนแรงขึ้นเป่ารดต้นคอ แบบนี้ แบบนี้ไม่ใช่ซอล เสียงแบบนี้ไม่ใช่!
‘มึงต้องช่วยกู!!’
“กรี๊ด!!”
“ฟา!!!!”
====
นิยาย ก็คือ เรื่องราวที่ถูกแต่งขีดเขียนขึ้นมาจากจินตนาการนะคะ สนุกบ้างไม่สนุกบ้าง แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคล เรื่องนี้อาจจะมีคนไม่ชอบเค้าเข้าใจ แต่อย่าทำร้ายกันนะ ขอแค่นี้ค่ะ ^_^ เรายังมีความสุขกับการเขียนนิยาย อยากลองเขียนหลายๆแนว แปลกแวกแนวกันไปเนอะ