คนทั้งสามพอฟังอาจารย์คงบอกอย่างมั่นใจแบบนี้อีกครั้งแล้ว ก็ถึงกับตกตะลึงกันไปอีกครั้ง
"แล้ว... แล้วภาพ ภาพที่สี่นั่น จะเป็ภาพของใครล่ะคะอาจารย์ คือหนูยังไม่เข้าใจว่ายังจะมีใครมาเกี่ยวข้องกับเื่นี้อีก ?" เมขลาถามออกมาอย่างงงงวย
อาจารย์คงทำท่าลูบเคราและเผยอยิ้มออกมาเล็กน้อย
"ภาพนั้นจะต้องเป็ภาพของคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเด็กหญิงประหลาดนั้นอย่างแน่นอน เพียงแต่ว่าได้ไปมีส่วนเกี่ยวข้อง หรือไปส่งผลให้คนคนนั้นต้องตกมาอยู่ในอาถรรพ์ของสมุดวาดเขียนนั้นั้แ่ตอนไหนหรือได้อย่างไรเท่านั้นเอง และเื่นี้ก็อาจจะไม่มีใครได้ยินหรือได้ล่วงรู้มาก่อนหน้านี้แม้แต่พวกเอ็งทั้งสามก็ตาม..."
แล้วคนทั้งสามก็อึ้งกันไปชั่วขณะ จากนั้นก็หันมามองหน้ากันเองอย่างไม่อยากจะเชื่อที่อาจารย์คงเพิ่งจะพูดมา
"อาจารย์ครับ หรือ... หรือคนคนนั้นจะเหมือนกับพวกผม ที่อาจจะเคยลวนลามหรือพยายามจะข่มขืนเด็กคนนั้นด้วยน่ะครับ ?" ครูชัยรัตน์ตั้งข้อสังเกตุขึ้นมาเหมือนอย่างที่อาจารย์คงคาดคะเน
"เป็ไปได้ จะต้องเป็อย่างไหนอย่างหนึ่งนั่นล่ะ" อาจารย์คงตอบขรึมๆ
"แล้ว แล้วอาจารย์พอจะรู้หรือยังครับว่าน่าจะเป็ใครกัน ?"
อาจารย์คงส่ายหน้าช้าๆ "ตอนนี้ข้ายังบอกไม่ได้ว่าเป็ใครกันแน่ แต่ความลับไม่มีในโลก และเดี๋ยวข้าก็จะต้องรู้จนได้..."
แล้วอาจารย์คงก็ดูราวกับจะตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองอีกครั้ง สายตาของเขายามนี้ก็มองเหม่อข้ามหัวคนทั้งสามไปราวกับลืมไปว่ายังมีคนทั้งสามนั่งอยู่ที่เบื้องหน้า
และทั้งสามคนนั้นต่างก็หันมามองหน้ากันเองไปมาราวกับจะสนเท่ห์หรือแปลกใจกับอาจารย์คงคนนี้มากขึ้นทุกที โดยเฉพาะเมขลาที่ออกจะแปลกใจตะหงิดๆมากกว่าคนอื่น
'อาจารย์คนนี้แปลกจริงๆ แค่จะให้มาทำพิธีล้างอาถรรพ์ด้วยการทำลายสมุดวาดเขียนเล่มนี้ แต่ทำไมถึงได้้ารายละเอียดซะจนมากมายขนาดนี้ แล้วนี่ตกลงจะเริ่มทำพิธีกันจริงๆตอนไหนล่ะนี่....?'
คำถามที่อยู่ในใจของเมขลานี้ได้ถามกับตัวเองโดยที่ไม่ได้เอ่ยออกมาให้ใครได้ยิน
แต่อาจารย์คงนั้นก็เหมือนกับจะเห็นกิริยาที่ดูจะมีความคลางแคลงใจของเมขลาเข้าพอดี
"คงจะสงสัยกันใช่ไหม ว่าพิธีกรรมในการล้างอาถรรพ์นั้นจะเริ่มกันเมื่อไหร่...?"
เมขลาถึงกับสะดุ้งขึ้นทันที ก่อนที่จะยิ้มออกมาด้วยใบหน้าที่แดงแป๊ดถึงใบหู
"อุ๊ย... อาจารย์นี่ อ่านใจหนูได้หรือยังไงกันคะ ก็... ก็นิดหน่อยค่าอาจารย์ แฮะๆ"
"ที่จริงวันนี้ไม่ใช่วันที่ดีที่สุด ที่จะทำพิธีกรรมล้างอาถรรพ์ได้อย่างราบรื่น..." อาจารย์คงกล่าวพร้อมกับกวาดตามองหน้าของคนทั้งสามอีกครั้ง และคนทั้งสามนั้นก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างงงวยกับคำตอบของอาจารย์คง
"สมุดวาดเขียนเล่มนี้ ไม่ใช่สมุดวาดเขียนที่มีอาถรรพ์ธรรมดา แต่มันเป็อาถรรพ์ระดับสูงที่เกิดจากวิณญาณที่เต็มไปด้วยความอาฆาตรมาดร้ายมาอย่างยาวนาน..." อาจารย์คงพูดพร้อมกับหยิบสมุดวาดเขียนบนโต๊ะขึ้นมามองหน้าปกอีกครั้ง
"แค่ข้าัักับสมุดนี่ ก็รู้สึกถึงพลังแห่งความมืด หรือพลังแห่งความชั่วร้าย ที่แฝงอยู่ในสมุดเล่มนี้อย่างเต็มเปี่ยม แต่ทว่าิญญาหรือมารร้ายที่เป็เ้าของสมุดเล่มนี้ ก็กลับไม่ได้อยู่ในสมุดเล่มนี้หรือ ณ.ที่นี้..."
อาจารย์คงเว้นการพูดไป่หนึ่ง และตอนนี้คนทั้งสามก็ถึงกับเงี่ยหูฟังอย่างแทบไม่กระพริบตา
"หากว่า วันนี้ข้าจะล้างอาถรรพ์หรือทำลายสมุดเล่มนี้ ก็จำเป็จะต้องเรียกเ้าิญญาร้ายนั้นมาที่นี่" อาจารย์คงอธิบายต่อไป "แต่เ้าิญญาร้ายนั่นกลับมีอำนาจอาถรรพ์อันแรงกล้ากว่าที่ข้าได้คาดไว้ และถ้าวันนี้ข้าฝืนทำพิธี แต่ถ้ากลับไม่สามารถจะกำจัดอาถรรพ์ในสมุดนี้ได้อย่างถาวรแล้ว ผลของอาถรรพ์ที่ยังหลงเหลืออยู่นั้นก็อาจจะย้อนมาฆ่าพวกเ้าในอนาคตอีกก็เป็ได้..."
พออาจารย์คงอธิบายถึงตรงนี้ คนทั้งสามก็ถึงกับหน้าซีดและปากคอก็แทบจะสั่นไปตามๆกัน
"แล้ว... แล้วทีนี้ จะทำยังไงกันดีล่ะครับ อาจารย์...?" ครูชัยรัตน์ถามออกมาด้วยปากที่สั่นระริก
"อาจารย์คง รีบๆหาทางช่วยผมหน่อยเถอะครับ ผมยังไม่อยากจะตายเร็ว หรือตายด้วยอาถรรพ์อะไรแบบนี้เลยครับ..." นายเม้งวิงวอนอาจารย์คงแล้วก็ถึงกับก้มกราบทันที
"อาจารย์คะอาจารย์คง ช่วยๆหาทางช่วยพวกเราด้วยเถอะนะคะ หนูเองก็ยังไม่อยากจะตายด้วยอาถรรพ์แบบนี้เหมือนกันค่ะ..." เมขลาว่าแล้วก็ก้มหัวลงกราบอาจารย์คงด้วยอีกคน
แล้วอาจารย์คงก็ถึงกับอยากจะหัวร่อออกมา แต่ก็ได้สะกดกลั้นเอาไว้ด้วยใบหน้าที่ขรึมเคร่ง
"คืนพรุ่งนี้... คือคืนที่ดีที่สุดสำหรับการทำพิธีล้างอาถรรพ์ และข้าก็คิดว่าข้าน่าจะเอาชัยหรือกำหราบเ้าิญญาร้ายนั้นได้อย่างสำเร็จแน่ๆ"
อาจารย์คงบอกออกไปด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่ดูเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
คนทั้งสามรีบเงยหน้าขึ้นมาทันที
"คืนพรุ่งนี้หรือครับ/คะ...?" เสียงคำถามดังขึ้นพร้อมๆกันอย่างตื่นๆ ราวกับว่าจะเห็นประกายของความหวัง โชติ่ขึ้นมาอีกครั้ง
"ถูกต้องแล้ว..." อาจารย์คงเน้นเสียงชัดเจน "คืนของวันพรุ่งนี้คือวันพระ เป็วันที่อำนาจแห่งความมืดและความชั่วร้ายจะอ่อนแรงลงไปมาก และเป็วันที่ข้าจะทำการครั้งนี้ได้สำเร็จอย่างค่อนข้างแน่นอน..."
ทั้งสามฟังถึงตรงนี้แล้ว หน้าที่ซีดสลดก็กลับมามีสีเืขึ้นอีกครั้ง
แต่การครั้งนี้ของอาจารย์คงกลับมีลับลมคมในซ่อนอยู่มิใช่น้อย
และเขาเพียงแต่หาทางแต่งเื่บางอย่างเพิ่มเข้าไปเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง...?
แต่ใช่ล่ะ... เื่อาถรรพ์ระดับสูงที่เกิดจากวิณญาณที่ไม่ธรรมดานั้นเป็เื่จริง แต่เื่การเลื่อนเวลาไปทำพิธีกรรมในวันพรุ่งนี้ตอนกลางคืนนั้น เขากลับทำเพื่อเป้าหมายหรือแผนการบางอย่างของตัวเอง
คืนนี้ เขาจะพักอยู่ที่บ้านหลังนี้ และพอตอนเช้า เขาจะหาโอกาสออกไปสืบหาข้อมูลที่สำคัญบางอย่าง ที่เขาเองนั้น เพิ่งจะเฉลียวใจฉุกคิดขึ้นมาได้
เพราะถึงตอนนี้ เขาก็ได้มองเห็นแล้วว่า มีคนสองคนที่ไม่ได้พูดความจริงกับเขา และเขาต้องหาความจริงจากการเบี่ยงเบนนั้นให้จงได้
เพราะความจริงสำหรับเขานั้น มีความสำคัญเทียบเท่ากับความสำเร็จของงานที่เขารับทำ และเขาก็ไม่ใช่คนที่ทำงานประเภทนี้โดยมีความมุ่งหวังไปที่ทรัพย์สินเงินทองใดๆเป็หลักมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว เพราะว่านั่นมันไม่ใช่เลย สำหรับอุดมการณ์และเป้าหมายที่แท้จริงของตัวเขาเอง
และแท้ที่จริงเขาก็ไม่ใช่หมอผีโดยปกติทั่วไปอีกต่างหาก เพราะที่จริงแล้ว เขาก็คือ
'เมฆา' นักสืบ นักปราบผี นักแกะปริศนาอาถรรพ์และิญญา ที่ได้จำแลงแปลงโฉมร่างของตัวเองมาเป็อาจารย์คงนั่นเอง...!
และถ้าไม่นับปริศนาของเื่ที่มาที่ไปของสมุดวาดเขียนสั่งตายว่ามาจากไหนและไปเกี่ยวข้องพัวพันกับเด็กหญิงประหลาดที่เสียชีวิตไปแล้วนั้นได้อย่างไร เ้าปริศนาที่เป็ประเด็นค้างคาอยู่ในใจของเขาอยู่ในตอนนนี้คือ
หน้ากระดาษที่มีภาพของคนที่เขามั่นใจว่ามีสี่คนนั้นถูกฉีกไปเพื่อเป็การอำพรางจำนวนหน้าหรือจำนวนคนที่ข้องเกี่ยวใช่หรือไม่ ?
และภาพปริศนาของบุคคลที่สี่ที่เขายังไม่รู้ว่าเป็ใครนั้น จะเป็ใครกันแน่ ?
และกุญแจสำหรับไขคำถามเหล่านี้ เขาก็พอจะมองออกแล้วว่าจะไปหาได้ที่ไหน เพียงแต่ว่าเขากลับไม่ได้เฉลียวใจคิดั้แ่แรก
หรือว่าเขาอาจจะมองบางสิ่งด้วยสายตาที่บริสุทธิเกินไปจนเกิดขาดความเฉลียวใจไปชั่วขณะ
แต่พรุ่งนี้ล่ะ ที่เขาน่าจะได้คำตอบของปริศนาอย่างค่อนข้างแน่นอนแล้ว...?