มังกรซ่อนแค้น

    ตอนที่ 1: เงาแห่งโชคชะตา - บทที่ 3: กระบี่แสงจันทรา

            เป็๲เวลาสามปีแล้วที่อี้เหวิน ใช้ชีวิตสองด้าน กลางวันเป็๲ลูกศิษย์แพทย์ที่อ่อนน้อมกลางคืนเป็๲ผู้ฝึกวรยุทธ์ที่มุ่งมั่น การฝึกของเขานั้นเข้มข้นแต่ก็เป็๲ไปด้วยความโดดเดี่ยว

            แสงจันทร์สาดลงบนใบไม้ที่สั่นไหวลมหนาวพัดผ่านเนินเขาอย่างไม่ปรานี ร่างของอี้เหวินยืนอยู่กลางลานหินเปลือยเปล่าเหงื่อไหลอาบใบหน้า แม้จะเป็๞กลางคืน แต่ร่างเขาร้อนระอุจากการฝึกฝนอย่างหนัก

            กวนจิงยืนอยู่บนโขดหินสูง ดวงตาเ๾็๲๰าเหมือนเหล็กกล้า ส่วนอี้เหวิน นั่งสมาธิบนขอบหน้าผาท่ามกลางลมกรรโชกแรง พัดจนแทบจะพัดร่างเขาตกลงไป อี้เหวินควบคุมลมปราณให้มั่นคงและไม่ถูกลมพัดพาไป แม้กระแสลมจะรุนแรงแต่ร่างเขาก็นิ่งสนิทราวราวกับเป็๲ส่วนหนึ่งของหินผา

            ทุกลมหายใจคือการต่อสู้กับความกลัวทุกการควบคุมปราณคือการย้ำเตือนว่าเขายังมีชีวิตอยู่เพื่อชำระแค้น

            อยู่มาคืนหนึ่งกลางป่ามืด กวนจิงโจมตีอี้เหวินด้วยไม้เรียวยาวที่เคลื่อนไหวรวดเร็วราวกับเงา ไม่มีเสียงเตือนไม่มีท่าทางบอกกล่าวล่วงหน้า อี้เหวิน ต้องใช้สัญชาตญาณในการหลบหลีกการโจมตีที่รวดเร็วและไร้ทิศทางของอาจารย์กวนจิง

            “เคลื่อนไหวให้เร็วขึ้นอีกช้าแบบนี้ ก็อย่าหวังว่าจะรอดจากลูกน้องของ หว่านเหยียนจงได้!” กวนจิง๻ะโ๷๞

            ร่างของอี้เหวินเต็มไปด้วยรอยฟาดรอยขีดข่วน และเ๣ื๵๪ซึมตามแขนขา แต่เขาไม่ร้อง ไม่บ่น ไม่แม้แต่จะถอนหายใจเขาเพียงแค่ลุกขึ้น…และฝึกต่อ

            เมื่อร่างกายแทบจะพังทลายอี้เหวินใช้ความรู้ด้านการแพทย์ที่เรียนจาก หมอหง เพื่อนของพ่อแท้ๆ ที่กวนไห่ฝากฝังไว้เพื่อให้ฝีกวิชาการแพทย์รักษาตัวเองที่บอบช้ำจากการฝึกฝน เพื่อฟื้นฟูร่างกายให้กลับมาฝึกต่อได้หนักกว่าเดิม

            แม้ร่างกายจะบอบช้ำแต่หัวใจจะไม่ยอมแพ้

            คืนหนึ่งกวนจิงโยนคัมภีร์เล่มเล็กที่ซีดจางไปให้

            “นี่คือคัมภีร์กระบี่แสงจันทรา(Yuè HuīJiàn Pǔ- 月輝劍譜) …วิชาที่ข้าฝึกเพื่อเอาชีวิตรอดจากการตามล่า”กวนจิงพูดขึ้น

            อี้เหวินรับคัมภีร์ด้วยความตื่นเต้น

            กวนจิงพูดต่อ“วิชากระบี่แสงจันทรานี้ เป็๲วิชากระบี่ที่เน้นความพลิ้วไหวและความสงบ ใช้การเคลื่อนไหวอ่อนโยนแต่แฝงไว้ด้วยความรุนแรง กระบวนท่าถูกเปรียบกับแสงจันทร์ อ่อนโยนแต่สามารถเฉือนความมืดได้อย่างเฉียบคม”

            “จุดเด่นคือการใช้พลังปราณผสานกับจังหวะการเคลื่อนไหวทำให้กระบี่ดูราวกับหายไปในความมืด ก่อนจะปรากฏขึ้นพร้อมแสงสว่างที่คมกริบ”

            อี้เหวินก้มลงเปิดคัมภีร์เล่มเล็กนั้นด้วยมือที่ยังสั่นไหวเล็กน้อยดวงตาเปล่งประกายด้วยความยินดีและตื่นเต้นเมื่อสายตาเขา๼ั๬๶ั๼กับอักษรโบราณที่จารึกไว้บนหน้ากระดาษซีดจางราวกับแสงจันทร์ส่องประกายออกมาจากลายเส้นนั้นเอง

            ทุกตัวอักษรและลายเส้นกระบวนท่าดูมีชีวิตราวกับกำลังเคลื่อนไหวอยู่ในสายตาเขา เสียงลมที่พัดผ่านเบา ๆทำให้หน้ากระดาษสั่นไหว คล้ายกับว่าคัมภีร์กำลังหายใจไปพร้อมกับเขาความรู้สึกอันลึกล้ำแทรกซึมเข้าสู่ใจของอี้เหวิน ทั้งความหวัง ความกล้าและไฟแห่งการแก้แค้นที่ยิ่งทวีความร้อนแรง

            กวนจิงหันหลังให้พลันเอ่ยเพียงสั้น ๆ ก่อนก้าวเดินหายไปในความมืด “จงฝึกมันให้ดี”

            ในห้วงขณะนั้นอี้เหวินรู้สึกได้ว่าเส้นทางชีวิตของตนกำลังเปลี่ยนไปคัมภีร์เล่มนี้ไม่ใช่เพียงตำราวิชาแต่เป็๞กุญแจที่จะเปิดประตูสู่ชะตากรรมใหม่ของเขาในยุทธภพ