เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

เล่มที่10 ตอนที่ 289 : ลดเวลา

        เมื่อหลินรั่วซีพูดจบความเงียบที่ปกคลุมอยู่ดูเหมือนกลืนกินเวลาไปนานแสนนาน 

        ไม่นานนักหยางเฉินก็เผยรอยยิ้มเศร้าเงยหน้าขึ้นถามว่า "สัญญาของเรายังเหลือเวลาอีกเท่าไรเหรอครับ"

        แววตาของหลินรั่วซีเปลี่ยนเป็นแวววับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "หนึ่งปีครึ่ง"

        "งั้นลดเวลาเหลือครึ่งปีเป็นไง" หยางเฉินกล่าว "เวลาครึ่งปีก็เพียงพอแล้ว ที่ให้เราสองแมงป่องสามารถตัดสินใจเรื่องหลังจากนั้นได้"

        "ตกลง" หลินรั่วซีตอบด้วยเสียงราบเรียบ

        หยางเฉินยิ้มพลางพยักหน้า

        "ผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะส่วนเรื่องการเก็บกวาดข้างนอกนั้นจะมีคนมาจัดการให้เอง คุณดูแลป้าหวังทีนะครับ"

        "เข้าใจแล้ว"

        หลินรั่วซีมองแผ่นหลังหยางเฉินที่เดินขึ้นชั้นสองไปอย่างโล่งอกเธอทรุดตัวลงบนโซฟา การสนทนาเมื่อครู่ทำให้เรี่ยวแรงของเธอหดหาย และจิตใจก็อ่อนล้าเป็นอย่างมาก

        หลินรั่วซีครุ่นคิดถึงข้อสงสัยในอดีตอย่างใจเย็น

        ตั้งแต่เหตุการณ์ที่เธอตั้งใจจะกระโดดจากชั้นสองของร้านกาแฟหยางเฉินกลับเข้ามาช่วยเธอได้รวดเร็วเกินไป อีกทั้งเขายังจัดการบรรดาลูกน้องของหลินคุนได้อย่างง่ายดาย ในตอนที่เธอและโม่เชี่ยนนีถูกลักพาตัวโดยหลินคุนเขาเพียงพูดคุยกับกลุ่มอาชญากรเหี้ยมโหดพวกนั้นหลังจากนั้นพวกนั้นกลับปล่อยตัวพวกเธอง่ายๆ!!!

        นอกจากนี้ตอนที่หยางเฉินกับโม่เชี่ยนนีไปเจรจาธุรกิจที่ฮ่องกงและต้องเผชิญกับเรื่องอันตรายมากมาย แต่พวกเขากลับปลอดภัยและเดินทางกลับมาจงไห่มาโดยไร้รอยขีดข่วน

        ล่าสุดที่เธอกับป้าหวังถูกลักพาตัวอีกครั้ง ตำรวจกลับพบเจอที่ซ่อนจริงของพวกเธอโดยที่เธอก็ไม่รู้ว่าใครกันที่แจ้งเบาะแส...

        เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับผู้ชายคนนี้!

        เขาแอบปกป้องครอบครัวอย่างเงียบๆ งั้นเหรอ?

        หลินรั่วซีเกิดความกลัวขึ้นมาอย่างฉับพลันและรู้สึกโชคดีที่หลังจากเธอเล่าเรื่องแมงป่องออกไปหยางเฉินกลับยอมอยู่ที่นี่ต่อแต่ก็แค่หกเดือนเท่านั้น บางทีหลังนี้อีกหกเดือน เธอกับเขาอาจเข้ากันไม่ได้... ดังนั้นเธอต้องไม่หลงรักหยางเฉินหลินรั่วซีบอกกับตัวเองในใจ

        หลังจากเหตุการณ์อันน่าสยดสยองนี้จบลงนักเก็บกวาดมืออาชีพก็มาจัดการร่องรอยทั้งหมดรวบรัดหมดจดโดยทันที เศษชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์รอบๆ บ้านหายลับไปเหมือนไม่เคยเกิดเหตุการณ์นองเลือดขึ้นมาก่อน

        หลังจากครึ่งชั่วโมงผ่านไปป้าหวังก็ฟื้นขึ้น

        เมื่อเห็นหลินรั่วซีนั่งอยู่ข้างตัวเองพร้อมรอยยิ้มป้าหวังก็โผเข้าไปกอดหลินรั่วซีทั้งน้ำตา หลินรั่วซีเพียงเล่าว่าเรื่องที่หยางเฉินฆ่าเหมาฉิวเพราะป้องกันตัวและหลังจากนั้นก็มีคนมาช่วยพวกเธอไว้

        แม้จะมีข้อสงสัยมากมายแต่เมื่อเห็นหลินรั่วซีและหยางเฉินปลอดภัย ป้าหวังก็ไม่ถามอะไรอีกเรื่องบางเรื่องผู้สูงอายุอย่างเธอก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรู้ไปทั้งหมด สิ่งที่เธอกังวลที่สุดก็คือความปลอดภัยของครอบครัวเพียงเท่านั้น

        หยางเฉินอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วจึงลงมาชั้นล่างเมื่อเห็นป้าหวังได้สติแล้ว เขาก็ยิ้มกล่าวว่า

        "ขอโทษที่ทำให้ป้าตกใจนะครับผมสัญญาว่าจะไม่มีครั้งต่อไปอีก"

        "ตอนนั้นป้ากลัวมากจริงๆ  แต่ในเมื่อคุณหนูกับคุณชายปลอดภัยก็ดีแล้วพวกนั้นนี่จริงๆ  เลยสิ ปล้นบ้านกลางวันแสกๆ คุณหนูคะ พวกเราควรจะเพิ่มระบบความปลอดภัยที่บ้านแล้วนะคะป้าได้ยินว่าบ้านที่อยู่ทางตะวันออก แม้จะไม่ได้อยู่บ้านแต่ก็มีผู้รักษาความปลอดภัยดูแลตลอดทั้งวันทั้งคืน"

        "ไม่เป็นไรหรอกค่ะป้าตอนนี้ซูจื้อหงได้ตายไปแล้ว ต่อไปเราจะมีชีวิตอย่างสงบสุขก่อนหน้านี้เราก็อยู่กันแบบนี้และมันก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร" หลินรั่วซีกล่าว

        ป้าหวังถอนหายใจออกมาหลายครั้งและในที่สุดก็กล่าวว่า

        "ป้าเคยพูดเสมอว่าต้องมีผู้ชายในบ้านเราจะรอให้คนอื่นมาช่วยไม่ได้..."

        หลินรั่วซีคิดถึงเรื่องราวในอดีตที่หยางเฉินช่วยชีวิตเธอเอาไว้หลายครั้ง ก่อนจะหันไปมองหยางเฉินด้วยสายตาซับซ้อน หยางเฉินเผยรอยยิ้มขอโทษออกมาเขาคิดว่าหลินรั่วซีคงยังอยู่ในอาการตกตะลึง

        รอจนกระทั่งป้าหวังขึ้นไปในห้องของตนเองเพื่อพักผ่อนหลินรั่วซียังคงอยู่ในชั้นล่าง จ้องมองหยางเฉินที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์ที่โซฟาเหมือนเช่นปกติ

        "หยางเฉิน เรื่องของจิงจิง มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

        หยางเฉินประหลาดใจเล็กน้อยอย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ต้องการที่จะปิดบัง และบอกความจริงกับหลินรั่วซีทั้งหมดรวมไปถึงแผนการของเฉิงซินหลินด้วย

        หลังจากหลินรั่วซีได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของหยางเฉินแล้ว เธอก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวขึ้นว่า

        "ถ้าอย่างนั้นตอนแรกที่ฉันเจอจิงจิงในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เธอก็ไม่รู้มาก่อนว่าฉันเป็นใครงั้นสิ?"

        "คงเป็นเฉิงซินหลินที่บอกความสัมพันธ์ของพวกเราออกไป" หยางเฉินกล่าว

        "ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนดี" หลินรั่วซีกล่าวด้วยความยินดี

        หยางเฉินเห็นท่าทางของหลินรั่วซีก็ถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ "คุณไม่เกลียดที่เธอหลอกลวงคุณเลยหรือไง?"

        หลินรั่วซีกลอกตากล่าวว่า "ทำไมฉันต้องเกลียดเธอด้วยก็ในเมื่อเธอถูกบังคับให้ต้องทำ นายนั่นแหละทำไมถึงต้องทำร้ายเธอด้วยคิดว่าฉันจะหึงนายนักหรือไง"

        หยางเฉินเผยรอยยิ้มเล็กน้อยดูเหมือนหลินรั่วซีเริ่มกลับมาเป็นเช่นปกติแล้ว

        "ไม่รู้ว่าพ่อของจิงจิงจะเป็นอย่างไรบ้างเฉิงซินหลินตายไปแล้ว เรื่องการผ่าตัดพ่อของเธออาจจะมีปัญหาก็ได้ฉันต้องไปดูหน่อยแล้ว"หลินรั่วซีกล่าวอย่างเป็นกังวล

        หยางเฉินเงียบไปชั่วขณะ ดูเหมือนหลี่จิงจิงกับหลินรั่วซีจะมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันอย่างมาก หลินรั่วซีถึงกับเป็นช่วงครอบครัวของหลี่จิงจิง

        หลินรั่วซีถามหาเบอร์โทรศัพท์โรงพยาบาลจากหยางเฉินในทันทีและทำท่าว่าจะไปโรงพยาบาลในทันที

        หยางเฉินไม่สามารถช่วยอย่างไรได้ แต่หัวเราะกล่าวว่า

        "เมื่อช่วงบ่ายคุณเพิ่งผ่านช่วงเวลาเป็นตายมาตอนนี้ก็เป็นห่วงชีวิตคนอื่นแล้วหรือไงครับ?"

        "คิดว่าฉันใจร้ายเหมือนนายหรือไงจิงจิงจะต้องทุกข์ใจมากอย่างแน่นอน ฉันจะไปบอกจิงจิงว่า ฉันจะไม่โทษเธอ อย่างน้อย... มันอาจสลายความเศร้าโศกไปได้บ้าง" หลินรั่วซีหยิบรองเท้าส้นสูงคู่เก่งมาใส่เตรียมออกไปข้างนอกแต่ก็หันกลับมาถามหยางเฉินว่า "นายไม่ไปกับฉันเหรอ?"

        หยางเฉินยิ้มกล่าวว่า

        "ถ้าผมไปมันอาจจะเลวร้ายลงกว่านี้"

        หลินรั่วซีก้มหน้าคิดสักครู่ก่อนกล่าวว่า “แม้ว่าจะไม่ใช่อย่างที่เธอเข้าใจแต่ถ้าเราไปด้วยกัน อาจจะยิ่งทำให้เธอเศร้าใจกว่าเดิมก็ได้"

        "ฉันไม่กลับมาทานมื้อค่ำนะ” พูดจบหลินรั่วซีก็วิ่งจากบ้านไปทันที

        เมื่อหลินรั่วซีจากไปแล้วหยางเฉินก็เงยหน้าขึ้นมองเพดานอย่างเหม่อลอย

        หกเดือนที่เหลือพวกเขาจะสามารถเข้าใจกันได้งั้นหรือ?

        หลังจากที่ดูโทรทัศน์สักพักหยางเฉินรู้สึกหิวขึ้นมาแต่ป้าหวังไปพักผ่อนเสียแล้ว ในขณะที่คิดจะทำอาหารเองโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นขัดจังหวะความคิดของชายหนุ่มเสียก่อน

        เป็นถังถังที่โทรมาตั้งแต่เกิดเรื่องกับหยวนเย่ หยางเฉินก็ไม่ได้ติดต่อกับเธออีกเลย 

คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน