ตอนที่ 4เข้าใจผิดไปกันใหญ่
ััที่อ่อนโยนของคนตรงหน้าทำเอาวาดฝันถึงกับเม้มปากอย่างข่มกลั้นรอยยิ้มเอาไว้อย่างสุดกำลังเธอทำเพียงหลุบตาลงต่ำ พยักหน้าหงึกๆ รับคำของเขาอย่างว่าง่ายแต่ก็ยังมิวายแอบได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอของเขาขึ้นมา
ระหว่างที่ภูทัชกำลังจะขยับกายถอยห่างจากหญิงสาวตรงหน้า เสียงโวยวายก็ดังแทรกขึ้นมาในทันที“ฝัน! ยายฝัน! แกหายไปไหนมาตั้งนาน!”
เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นทำให้วาดฝันลืมตาโพลง เธอรีบผลักภูทัชออกห่างจากตัวในทันทีก่อนจะหันไปมองตามเสียงเรียกด้วยความใ
“เหมือนแพร!” เสียงอุทานดังขึ้นอย่างไม่รู้ตัวว่าตนเองใทำไมกันวาดฝันร้อนรนราวกับเด็กน้อยที่แอบทำผิดลับหลังผู้ปกครองก็ไม่ปาน
เหมือนแพรเดินตรงดิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าถมึงทึง ดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองไปที่ภูทัชอย่างเอาเื่เมื่อเห็นท่าทางที่ภูทัชโอบกอดวาดฝันไว้เมื่อครู่ เหมือนแพรก็เข้าใจผิดไปกันใหญ่คิดว่าภูทัชกำลังลวนลามเพื่อนรักของเธอ
“นี่แก! ไอ้ผู้ชายสารเลว! แกทำอะไรวาดฝัน!”เหมือนแพรปรี่เข้าไปกระชากแขนภูทัชอย่างแรงจนร่างสูงใหญ่ของเขาเซถลาไปด้านหลังเล็กน้อย
“แพร! ไม่ใช่อย่างที่แกคิดนะ!” วาดฝันรีบร้องห้ามเพื่อนเสียงหลงพยายามเข้าไปดึงแขนเหมือนแพรเอาไว้ แต่เหมือนแพรในตอนนี้ที่กำลังโกรธจัดจนไม่ฟังคำทัดทานใดๆทั้งสิ้น
“ไม่ต้องมาปกป้องมันเลยนะวาดฝัน! ฉันเห็นหมดแล้วว่ามันทำอะไรแก!ไอ้ผู้ชายหน้าไม่อาย! กล้าดียังไงมาทำกับเพื่อนฉันแบบนี้!”เหมือนแพรโวยวายเสียงดังลั่น คนที่เดินผ่านไปมาต่างหันมามองคนทั้งสามด้วยความสงสัยแกมสนใจทั้งสิ้น
ภูทัชขมวดคิ้วมุ่น ใบหน้าคมคายบึ้งตึงดวงตาคมกริบจ้องมองเหมือนแพรอย่างไม่พอใจเขาไม่เคยถูกใครปฏิบัติกับเขาแบบนี้มาก่อน ไม่เคยมีใครกล้าที่จะมาขึ้นเสียงใส่เขาเช่นนี้แน่
“นี่คุณ! ไม่คิดจะอธิบายเพื่อนของคุณหน่อยหรือ” ภูทัชตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็าและดุดันสายตาคมกริบปรายตามองไปยังวาดฝันที่ยืนนิ่งอย่างไม่รู้จะทำตัวเช่นใด
“แพร! พอแล้ว! แกเข้าใจผิดจริงๆ นะ!” วาดฝันพยายามเข้าไปเบรกสถานการณ์อีกครั้งเธอพยายามดึงแขนเหมือนแพรเอาไว้อย่างกลัวว่าเพื่อนสาวของเธอจะกระโจนเข้าไปทำร้ายภูทัชเข้าให้
เหมือนแพรที่ในตอนนี้หูดับตาลายไปหมดแล้ว เธอไม่ฟังอะไรทั้งสิ้นคิดแต่เพียงว่าวาดฝันกำลังหวาดกลัวภูทัช จนไม่กล้าที่จะพูดความจริงออกมา “ฝัน! แกไม่ต้องกลัวมัน!บอกมาเลยว่ามันทำอะไรแก! ฉันจะจัดการมันเอง!” เหมือนแพรหันมาพูดกับวาดฝันด้วยน้ำเสียงที่คาดคั้นอีกครั้งดวงตาฉายความเดือดดาลอย่างเต็มเปี่ยม
ภูทัชถึงกับหัวเราะร่วนออกมาเขานึกขบขันกับท่าทีของสองสาวตรงหน้าขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้คนหนึ่งก็เหมือนกับแม่เสือสาวที่พร้อมกระโจนเข้าใส่ศัตรูตรงหน้าอีกคนหนึ่งก็เหมือนกับลูกกวางน้อยที่ทำตัวราวกับถูกรังแกจนาเ็สาหัส
วาดฝันถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนเธอรู้ดีว่าตอนนี้ไม่ว่าเธอจะพูดอะไรไป เหมือนแพรก็คงไม่เชื่อเธออย่างแน่นอนเพื่อนรักของเธอคนนี้ขึ้นชื่อเื่ความดื้อรั้นและหัวแข็งไม่มีใครสามารถห้ามปรามเธอได้ในยามที่เธอโกรธจัดยิ่งโดยเฉพาะเวลาที่เหมือนแพรได้ยินว่ามีคนรังแกเธอเหมือนแพรก็พร้อมจะแปลงร่างเข้าห้ำหั่นคนตรงหน้าให้แหลกเป็จุณ
“แพร…ใจเย็นๆ ฟังฉันก่อนนะ…” วาดฝันพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงพยายามที่จะอธิบายให้เพื่อนรักเข้าใจ แต่เหมือนแพรกลับไม่เปิดโอกาสให้วาดฝันได้พูดอะไรอีกต่อไปเธอหันกลับไปเผชิญหน้ากับภูทัชอีกครั้ง ดวงตาแข็งกร้าว จ้องมองภูทัชอย่างท้าทาย
“ฉันไม่รู้ว่าแกเป็ใครมาจากไหน แต่ฉันเตือนแกไว้เลยนะ!อย่ามายุ่งกับเพื่อนฉันอีก! ไม่งั้นแกเจอดีแน่!” เหมือนแพรขู่คำรามเสียงดังชี้หน้าภูทัชอย่างกราดเกรี้ยว
ภูทัชถึงกับนิ่วหน้าอย่างเริ่มรู้สึกไม่สบอารมณ์ก่อนหน้านี้เขาเองก็พอมองเป็เื่ขบขันอย่างหนึ่งแต่เมื่อหญิงสาวตรงหน้าเอาแต่โวยวายไม่หยุดนั่นยิ่งทำให้เขาเริ่มรู้สึกหัวเสียขึ้นมา
ภูทัชเหลือบมองวาดฝันอีกครั้งคิ้วหนาขมวดย่นจนเป็ปมกับสถานการณ์ที่ชวนให้หัวเสียตรงหน้า “นี่เพื่อนของคุณหรือ?”
วาดฝันหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและรู้สึกผิด เธอมองภูทัชด้วยสายตาละห้อยอย่างนึกขอโทษในทีวาดฝันรู้ดีว่าเหมือนแพรทำไปทั้งหมดก็เพราะความเป็ห่วงเธอ แต่ครั้งนี้เหมือนแพรโมโหจนไม่ยอมฟังอะไรเลยสักนิดวาดฝันจึงทำได้เพียงรีบรั้งแขนเหมือนแพรเอาไว้แน่น “แพร! พอแล้ว! กลับโต๊ะกันก่อนเถอะ!”วาดฝันตัดสินใจที่จะยุติเื่ราวทั้งหมดโดยเร็วที่สุดเธอรีบคว้าแขนเหมือนแพรไว้แน่น แล้วลากจูงเธอกลับไปที่โต๊ะในทันที
“ไม่! ฉันยังไม่ยอมปล่อยให้ไอ้ผู้ชายคนนี้ลอยนวลหรอกนะ”เหมือนแพรยังคงดื้อดึง พยายามขืนตัวไม่ยอมกลับ
“กลับโต๊ะเถอะน่า! ฉันขอร้อง!” วาดฝันกระซิบขอร้องเพื่อนเสียงสั่นน้ำตาเริ่มเอ่อคลอออกมาเต็มสองตา วาดฝันอับจนหนทางจนไม่รู้จะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไรดี
เมื่อเหมือนแพรเห็นน้ำตาของวาดฝัน เหมือนแพรก็ชะงักไปเล็กน้อยความโกรธในดวงตาค่อยๆ ลดลง หันกลับมามองหน้าวาดฝันด้วยความเป็ห่วง “ฝัน...แกโอเคแน่นะมันไม่ได้ทำอะไรแกจริงๆ ใช่ไหม” เหมือนแพรถามเสียงอ่อนลงน้ำเสียงยังคงแฝงไปด้วยความกังวล
วาดฝันพยักหน้าเบาๆ ทั้งน้ำตา “อื้อ ฉันโอเค กลับโต๊ะกันเถอะนะ”
เหมือนแพรมองหน้าวาดฝันอย่างลังเลใจ ก่อนจะยอมอ่อนลงในที่สุดเธอถอนหายใจออกมาอย่างแรง ยอมให้วาดฝันลากเธอกลับไปยังโต๊ะแต่โดยดี
ระหว่างที่วาดฝันลากเหมือนแพรเดินกลับมาที่โต๊ะเธอััได้ถึงสายตาคมกริบของภูทัชที่ยังคงจับจ้องมาที่เธอไม่ละสายตาวาดฝันไม่กล้าที่จะหันกลับไปมองหน้าเขา ได้แต่ก้มหน้างุดต่ำ เดินอย่างรวดเร็วเพื่อให้พ้นจากสถานการณ์ที่น่าอึดอัดนี้ไปให้เร็วที่สุด
เมื่อกลับมาถึงโต๊ะกลุ่มเพื่อนๆ ที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ต่างก็มองมาที่พวกเธอด้วยสายตาที่เป็ห่วงและสงสัย “เกิดอะไรขึ้นวะแพร หายกันไปตั้งนาน”
“นั่นสิ...เล่ามาเลยนะฝัน เกิดอะไรขึ้นกันแน่” เหมือนแพรหันมามองวาดฝันอีกครั้งอย่างต้องเอาเื่