ท่าอากาศยานนานาชาติคิงส์ ฟอร์ดสมิธ
18ปีต่อมา จากเด็กสาวก็ได้แปรเปลี่ยนมาเป็สาวฮอตสุดเซ็กซี่และร่ำรวยที่สุดในตอนนี้
เจสสิก้าอายุ 25ปี ก็ได้บินลัดฟ้าจากอังกฤษมาพร้อมกับผู้เป็พ่อหลังจากที่เรียนจบและได้รับใบปริญญามาเป็มาเป็ที่เรียบร้อยและด้วยความที่ครอบครัวของเธอทำธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์น้ำขนาดใหญ่
เจสสิก้าได้เลือกที่จะลงเรียนคณะสัตวแพทย์ศาสตร์และเรียนเกี่ยวกับการวิจัยสัตว์น้ำจากมหาลัยชื่อดังของอังกฤษเพื่อที่จะได้กลับมาสานต่อกิจการของที่บ้าน นั่นก็คือ EdisonAquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุด มันจึงทำให้เธอต้องไปอยู่ไกลจากบ้านนิดหน่อย
หลังจากที่ไปใช้ชีวิตอยู่ประเทศอังกฤษเป็เวลาสี่ปีในวันนี้เธอก็ได้กลับมาเหยียบที่นี่อีกครั้ง
ซิดนีย์ประเทศบ้านเกิดของเธอเอง
“อ่า คิดถึงเ้าปลาน้อยซะแล้วสิ ไม่สิตอนนี้มันคงไม่น้อยแล้ว”
เจสสิก้ายิ้มออกมาพลางคิดถึงสัตว์เลี้ยงของตัวเองโดยที่คาร์ลส่ายหัวไปมายิ้มๆ
“แด๊ดค่ะ รีบกลับกันเถอะค่ะ เจสคิดถึงลูเคียสแล้ว”
“คิดถึงแต่ลูเคียสแล้วลูกไม่คิดถึงนิโคลัสบ้างเลยหรือไง”
“คิดถึงสิค่ะ แค่น้อยกว่าลูเคียสเท่านั้นเอง”
“โอเค”
….
หลังจากที่ขึ้นรถที่มารับแล้วเจสสิก้ากับคาร์ลก็ได้ตรงกลับบ้านเลยทันที ในระหว่างที่เธอไม่อยู่เ้าสองแสบจะทำตัวดีๆบ้างหรือเปล่าและด้วยความอยากรู้ เธอจึงหันไปถามผู้เป็พ่อ
“แด๊ดคะ ในระยะเวลาที่เจสไม่อยู่เ้าสองแสบทำตัวยังไงบ้างเหรอคะ”
“เฮ้อ ยิ่งโตยิ่งดุร้าย แต่ดีอย่างที่มันไม่โผล่ไปให้ใครเห็นละนะ”
“ถ้าแบบนั้นก็ดีแล้วละค่ะ เพราะเจสยังไม่อยากได้ยินข่าวที่ว่า…”
“หืม?”
“ก็ข่าวที่ว่าสัตว์เลี้ยงของเจสฆ่าคนตายยังไงละค่ะ” แล้วเธอก็ยิ้มกว้าง
ใช่แล้วหลังจากที่เจสสิก้ารู้ว่าเ้าปลาน้อยที่พ่อได้นำตัวมันมารักษาในตอนนั้นมีชื่อว่าลูเคียส เธอก็ไปนั่งดูมันทุกวันเลยในตอนเด็ก จนกระทั่งวันนั้น วันที่พ่อจะพาลูเคียสไปปล่อยเธอก็รู้สึกว่าทำใจไม่ได้ และถึงจะรู้ว่ามันอันตราย แต่ตัวเธอก็ยังพูดออกไป
‘หนูรักมันค่ะแด๊ด’
นั่นคือเสียงในวัยเด็กของเธอที่ได้เอ่ยขอกับผู้เป็พ่อเอาไว้หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่สักพักพ่อก็อนุญาต แต่เลี้ยงที่บ้านตอนนี้ไม่ได้และนั่นจึงทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
จากพิพิธภัณฑ์ขนาดกลางก็ได้กลายมาเป็พิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่ในทันทีแถมกินเนื้อที่เหนือน่านน้ำไปด้วยเป็บริเวณกว้างหลายตารางเมตรไปจนถึงจุดที่ลึกที่สุดเป็พื้นที่ที่กว้างมากพอที่จะให้สัตว์น้ำใหญ่น้อยได้อยู่กันได้อย่างไม่อึดอัด
ถึงแม้จะบอกว่ามันคือพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่แต่ในความเป็จริงแล้วมันคือพื้นที่ในการดูแลและวิจัยเพื่อการรักษาสัตว์น้ำเพื่อให้มันมีชีวิตรอดต่อไปในวันข้างหน้า
ซึ่งมันก็ดีหน่อยตรงที่มันเป็พื้นที่ส่วนตัวของตระกูลเอดิสันมันเลยไม่มีปัญหาอะไร ในการสร้างพิพิธภัณฑ์ใต้น้ำขึ้น เพื่อให้เด็กๆและผู้ใหญ่เพลิดเพลินไปกับความสวยงามใต้ท้องทะเลนั้นเอง
พิพิธภัณฑ์EdisonAquarium นั้นแบ่งพื้นที่ออกเป็หกส่วนด้วยกัน
ส่วนแรกก็จะเป็ทางเดินจากชายหาดเพื่อตรงเข้าสู่พิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของทะเลและยังตกแต่งอย่างสวยงามเหมาะกับการถ่ายรูปชมวิว
ส่วนที่สองคือตัวพิพิธภัณฑ์ที่พอเดินมาถึงก็จะพบเคาน์เตอร์และพนักงานที่คอยต้อนรับและให้บริการ
ส่วนที่สามจะเป็บริเวณด้านข้างทั้งสองด้านที่มีทางเดินให้เห็นติดเพียงแค่ว่าทางด้านซ้ายติดป้ายว่าห้ามเข้าฉลามดุ ด้านขวาติดป้ายว่าเชิญชื่นชมกับความน่ารักของโลมาน้อย
ทั้งสองด้านนี้ล้วนเป็พื้นที่เพื่อใช้รักษาสัตว์ที่าเ็กลับมาไม่ว่าจะเป็ฉลามสายพันธุ์ต่างๆนานารวมถึงปลาโลมาตัวน้อยที่คอยส่งเสียงเรียกหาเ้าฉลามว่า ฉันอยู่ตรงนี้มากินฉันสิเ้าปลาโง่ และจะมีโชว์การเต้นรำของโลมาให้ได้ชมกันด้วย
ส่วนที่สี่เป็ตัวพิพิธภัณฑ์ที่ถัดจากชั้นบนที่มีไว้ต้อนรับลูกค้านั้นก็คือ อุโมงค์วงกลมถือว่าเป็โลกใต้น้ำมีสีสันสวยงาม ตรงกลางก็มีจุดชมปลาสวยงามที่เป็ตู้โชว์วงกลมขนาดใหญ่ตรงจุดนี้จะเหมาะกับเด็กมากกว่าเพราะจะมีการโชว์ให้อาหารปลาด้วย
ทางด้านซ้ายจะเป็ทางเดินให้เดินไปก็จะพบได้ว่าเป็อุโมงค์ที่มีเหล่าตัวร้ายต่างสายพันธุ์อยู่มากมายแต่ปลาเล็กปลาน้อยที่มีสีสันสวยงามก็มีมากเช่นกัน ถึงมันจะน่ากลัว แต่ก็มีความสวยงามของมันเอง
ถ้าเดินไปเรื่อยๆก็จะพบถึงความเปลี่ยนแปลงมันคือจุดที่จะมองเห็นโลมาตัวน้อยว่ายน้ำไปมาและทักทายผู้คนที่มาเยี่ยมชมมันด้วยความน่ารักถึงตรงนี้ก็สิ้นสุดทางเดินของโลกใต้น้ำ
ส่วนที่ห้าคือส่วนของออฟฟิศทางซ้ายคือห้องทำงานของผู้บริหารในขณะที่ทางด้านขวาคือพื้นที่ที่มีไว้วิจัยต่างๆเกี่ยวกับสัตว์น้ำที่ได้รับาเ็กลับมา
ส่วนสุดท้ายคือห้องนอนที่อยู่ลึกลงไปเกือบ2,000ฟุตจากผิวน้ำทะเล มีอยู่สองห้องนอนทางซ้ายก็เป็ห้องนอนของเจสสิก้าทางขวาเป็ของคาร์ล
สถานที่แห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเหล็กไทเทเนียมที่มีความแข็งแรงทดทานสูงเป็การออกแบบของคนคนหนึ่งที่พ่อบอกจะแนะนำให้รู้จักในภายหลัง
และด้วยความที่เจสสิก้ามีสัตว์เลี้ยงที่สุดแสนจะอันตรายซึ่งมารู้ในภายหลังว่ามันเป็สัตว์หายากเพราะมันเป็สัตว์ที่สูญพันธุ์ไปแล้วนับล้านปี นามว่า เมกาโลดอน เ้าแห่งท้องทะเลที่ไม่มีเหลืออีกแล้วบนโลกใบนี้
แต่เธอกลับมีมันในการได้ เธอคิดว่าถ้าหากมันสูญพันธุ์ไปแล้วเธอจะมีมันในได้ยังไง
หลังจากนั้นผ่านไปอีกแปดปีต่อมาเธอก็ต้องอึ้งอีกรอบเมื่อผู้เป็พ่อบอกว่า เธอจะมีเ้าตัวร้ายมาเพิ่มอีกตัวมีชื่อว่านิโคลัสเป็น้องชายของลูเคียส
ซึ่งตอนนั้นนิโคลัสมีอายุแค่แปดปีและเธอเองก็อายุได้15ปีแล้ว
ถึงแม้เจสสิก้าจะยังสงสัยแต่เหนือจากความสงสัย ความตื่นเต้นดีใจกลับมีมากกว่า มันเลยทำให้เธอหลงลืมไปว่า
การมีพวกมันอยู่อันตรายขนาดไหน
จากพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำระดับกลางทั่วไปพัฒนากลายมาเป็พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกลางทะเลที่ใหญ่ที่สุดของซิดนีย์อย่างไม่ทันตั้งตัว
คาร์ลกับเจสสิก้าเฝ้าดูมันเติบโตในแต่ละปีจนกระทั่งวันนั้นวันที่เธอต้องจากบ้านไปไกลมาถึง
….
กลับมาที่ปัจจุบันหลังจากที่เจสสิก้าเรียนจบ เธอก็ต้องมารับ่กิจการต่อจากคาร์ล แต่ทว่าความสงสัยในใจก็ไม่เคยจางหายไปเธอทำได้เพียงเก็บความสงสัยนี้ไว้แล้วค่อยตามหาคำตอบต่อไปด้วยตัวของเธอเอง
เจสสิก้าไม่รู้หรอกว่านิโคลัสมีความเป็มายังไงแต่พ่อก็บอกว่า มันเป็พี่น้องที่ตามกันมาและเธอเองก็ดีใจมากที่มีพวกมันเป็ครอบครัว
รุ่งเช้าในวันนี้เจสสิก้าตื่นขึ้นมาเพื่อเตรียมตัวและเตรียมความพร้อมของตัวเองในการเข้าไปในพิพิธภัณฑ์หลังจากที่เตรียมตัวเสร็จก็เดินออกไปที่ห้องทานอาหาร พอไปถึงคาร์ลก็นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
“วันนี้ลูกพร้อมหรือยัง” ยิ้มและตอบกลับไปว่า
“เจสพร้อมแล้วค่ะแด๊ด ทนความคิดถึงเ้าตัวแสบไม่ไหวแล้วเนี่ย”
“ถ้าอย่างนั้นก็มากิน แล้วเราจะได้รีบไปกัน”
หลังจากที่ลงมื้อทานมื้อเช้าเสร็จเจสสิก้ากับคาร์ลก็ได้ออกเดินทางจากบ้านในทันที
พอมาถึงที่หน้าทางเข้าเธอก็หลุดยิ้มออกมา เมื่อพบว่าทุกคนกำลังยืนรอต้อนรับอยู่ แล้วพอเจสสิก้ากับคาร์ลลงจากรถเสียงพลุกระดาษก็ดังขึ้น
ปัง!
กระดาษหลากสีจตกกระทบใส่ร่างกายพร้อมกับเสียงทุกคนที่ดังขึ้นมาพร้อมกัน
“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน ครับ/ค่ะ!”
“ว้าว ขอบคุณค่ะ!”
เจสสิก้ารับช่อดอกไม้ที่น้าแนชลีย์ยื่นมาให้ก่อนจะเข้าไปกอดเธอเอาไว้
“คิดถึงจังเลยค่ะ น้าแนชลีย์”
“คิดถึงคุณเจสเหมือนกันค่ะ” เจสสิก้ายิ้มและหันมองทุกคนก่อนที่สายตาจะไปหยุดอยู่ที่พ่อที่ส่งยิ้มมาให้แล้วเธอก็หันกลับมามองทุกคนอีกครั้งก่อนจะถอนสายบัวเล็กน้อยพร้อมขยิบตาส่งไปให้ทุกคน แล้วก็เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม
“ฝากเนื้อฝากตัวกันด้วยนะคะ”
….
เจสสิก้าและทุกคนก้าวเข้าไปข้างในพร้อมกับทุกคนณ วินาทีนั้น บทบาทหน้าที่ใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น
คาร์ลพาเจสสิก้าเดินเข้ามาและเดินตรงไปยังลิฟท์ที่อยู่ปลายทางหลังจากเข้ามาแล้วคาร์ลก็ลูกสาวเดินไปดูที่ห้องทำงาน
หลังจากที่เข้ามาในห้องทำงานเจสสิก้าก็มองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่กำลังลอยตัวไปมาอยู่ตรงหน้าดวงตาที่ดำสนิทค่อยๆเปิดขึ้นมาราวกับรับรู้ได้ถึงการมาของเธอ
“ไง เ้าตัวร้าย”
ดวงตาของทั้งคู่มองสบประสานกันเจสสิก้าไม่รู้หรอกว่าตอนนี้นิโคลัสไปไหน แต่เธอก็ดีใจ
“ฉันกลับมาแล้วลูเคียส”
ส่งจูบแล้วยิ้มร่าไปให้ก่อนที่จะหัวเราะคิกคักหันไปพูดคุยกับผู้เป็พ่อเื่งานที่จะต้องเริ่มทำในวันนี้
“ลูกจะไหวเหรอ ”
“ไหวอยู่แล้วค่ะ นี่เจสลูกของแด๊ดนะคะ”
“ถ้าอย่างนั้นสิ่งแรกที่ลูกต้องทำก็คือ” และแล้วงานผู้ช่วยของทุกแผนกก็เริ่มต้นขึ้นเพื่อเรียนรู้ทุกอย่างที่เคยเห็นมันมาั้แ่เด็กสิ่งแรกที่จะต้องทำคือการให้อาหารปลา
“พร้อมไหมครับคุณเจสสิก้า” หันไปมองที่มาของเสียงก่อนจะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบออกไป
“พร้อมค่ะ เกรย์สัน”
“โอเค ถ้าอย่างนั้นคุณก็ลงไปได้เลย เด็กๆรอชมคุณอยู่”
….
หลังจากที่สวมชุดอุปกรณ์ดำน้ำเรียบร้อยแล้วเจสสิก้าก็ยืนทำใจอยู่สักพักก่อนจะทิ้งตัวลงน้ำไป
ตูม!
หลังจากที่เธอลงน้ำไปแล้วว่ายน้ำไปตรงส่วนจัดไว้เพื่อการแสดงในทันทีโดยที่มือข้างหนึ่งถือถังอาหารปลาอีกมือหนึ่งก็โบกมือทักทายเด็กน้อยที่มาชมการแสดงกันใช้เวลาไม่นานนักการแสดงก็จบลง
เจสสิก้าที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาก็มองเห็นคาร์ลมารอรับเธออยู่
“ทำได้ดีมากลูก ว่ายังไงเกรย์สัน ลูกสาวฉันผ่านไหม”
“ผ่านครับท่านประธาน นี่ครับใบประเมิน” หลังจากที่ขึ้นจากน้ำแล้วเจสสิก้าก็ถอดชุดว่ายน้ำออกก่อนจะรับใบประเมินมา
“ขอบคุณค่ะ”
แล้วเจสสิก้าและคาร์ลก็ได้เดินจากมาเพื่อที่เจสสิก้าจะได้ไปอาบน้ำล้างเนื้อล้างตัวอีกครั้ง
โดยรอบนี้คาร์ลได้พาเจสสิก้าลงลิฟท์ไปยังชั้นสุดท้ายมันคือส่วนของที่พักของสองพ่อลูก หลังจากที่เปิดประตูเข้าไป เจสสิก้าก็ต้องร้องว้าวออกมาอย่างถูกใจตอนนั้นเองที่เธอเห็นว่าลูเคียสยังนอนนิ่งอยู่นอกกระจกบานใหญ่
เจสสิก้ายืนมองลูเคียสอยู่กับที่จนมันรู้สึกตัวก่อนเดินเข้าไปใกล้ฝั่งที่เป็กระจกใส เอื้อมมือขึ้นไปราวกับจะััตัวมันซึ่งลูเคียสก็ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยจนเจสสิก้าผุดรอยยิ้มร้ายขึ้นมาก่อนจะค่อยๆถอดเสื้อตัวเองออกและนั่นดูเหมือนจะเรียกร้องความสนใจจากมันมาได้
"นึกว่าจะไม่สนใจฉันซะอีกนะลูเคียส" เธอทิ้งเสื้อลงที่พื้นหลังจากถอดมันออกสิ่งต่อมาที่ทำก็คือการถอดกระโปร่งออก ปล่อยให้มันรูดลงไปกองอยู่ที่พื้นสายตาจับจ้องไปที่เ้าตัวร้ายที่ตอนนี้มันกำลังกัดฟันแล้วจ้องมองตรงมา
กึดกึด
เสียงกัดฟันดังขึ้นมาอย่างแ่เบาพร้อมกับร่างกายที่เริ่มว่ายวนไปมาอย่างหงุดหงิดงุ่นง่าน
….
เจสสิก้ายกปลายนิ้วขึ้นมาหยุดในระดับริมฝีปากก่อนจะแลบปลายลิ้นออกมาเลียแล้วลูบไล้ปลายนิ้วลงมาผ่าน่หน้าอกที่มีเสื้อในปิดกั้นเอาไว้พร้อมกับกัดริมฝีปาก หันหลังแล้วค่อยๆใช้ปลายนิ้วปลดตะข้อเสื้อในออกแล้วค่อยๆก้าวเดินจากมา พลางหันไปมองสบตากับเ้าของดวงตาสีดำสนิท แล้วถอดชั้นในออกตอนนั้นเอง
ปึ่ก! ปึ่ก!
เสียงชนกระจกดังขึ้นทันทีซึ่งมันดีหน่อยที่มันเป็กระจกกันแรงกระแทก
เจสสิก้ายกยิ้มก่อนจะพูดออกมาอย่างแ่เบาราวเสียงกระซิบ
“ใช่ อย่างนั้นแหละ” ว่าจบก็เดินตรงเข้าไปส่วนที่เป็ห้องอาบน้ำโดยที่ไม่สนใจเ้าตัวร้ายอีกเลย
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จเจสสิก้าก็ออกมาจัดการเก็บเสื้อผ้าที่ตัวเองถอดทิ้งเอาไว้แต่ทว่ากลับมองไม่เห็นลูเคียสซะแล้ว
“ไปไหนแล้วเนี่ย ไม่ใช่ว่าออกไปข้างนอกนะ ถ้าเป็แบบนั้นคงแย่แน่” เจสสิก้าอดขมวดคิ้วสงสัยไม่ได้ ตอนนั้นเองที่เสียงเปิดประตูดังขึ้นเรียกความสนใจ
แอ๊ด
“พร้อมเริ่มงานใหม่หรือยัง แต่งานนี้ไม่ยากและไม่ง่ายหรอกนะ”
“งานอะไรเหรอคะ” ถามออกไปด้วยความสงสัย
“งานประชาสัมพันธ์ แต่แด๊ดเชื่อว่าลูกทำได้อยู่แล้ว เพราะงานที่ลูกต้องทำเป็เวลาสามเดือนแล้วลูกก็ต้องทำมันหมุนเวียนกันไปจนกว่าจะครบกำหนด”
“เจสทำได้ค่ะ เราไปเริ่มกันเลยไหมคะ”
และแล้วการทำงานวันแรกก็เริ่มต้นขึ้นด้วยการให้อาหารปลากับประชาสัมพันธ์วันที่สอง งานบัญชีและงานวิชาการกับงานวิจัย ซึ่งงานตรงส่วนนี้คาร์ลจะเป็คนสอนเจสสิก้าเอง
เวลาผ่านเลยไปจนครบกำหนดเวลาสามเดือน
….