บทที่ 5
สิ่งที่ถูกลืม
“นี่เขาเรียกเก่งระดับสุริยจักรวาลแล้วนะ...”
แทนพูดขึ้นเมื่อกลับขึ้นสู่บนพื้นดินของเมืองดัสท์วัลเลย์...
“ราวๆ สองนาที” บลานซ์ที่กำลังก้มหน้าเรียกหน้าจอสื่อสารพูดอกมาออกมาแทนไม่เข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร แต่เมื่อเพื่อนของเขาพูดประโยคต่อไปเขาก็เข้าทันที “มิร่าเข้าไปในห้องบอสราวๆสามนาทีก็กลับออกมา หลังจากนั้นนายก็ตามมานั่นล่ะ” เมื่อได้ยินที่เพื่อนของตัวเองบอก แทนรู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้นกับบอสเลเวลสองร้อยต้นๆชะตาขาดตัวนั้น
“ไม่ได้การ์ดด้วยล่ะเราเสียใจมากๆ” เสียงที่มิร่าว่า
แทนได้แต่ถอนหายใจแล้วยอมรับสภาพว่าเขายังห่างชั้นกับผู้หญิงคนนี้อีกไกลครั้งแรกเขาเข้ามาในเกมนี้เพราะตามเนตมา แต่เมื่อเขาพบกับเธอแล้วก็ได้พบเพื่อนๆอีกหลายคน ดูเหมือนเหตุผลจริงๆ ของแทนที่ยังเล่นเกมนี้ต่อไปส่วนหนึ่งมาจากกลุ่มเพื่อนของเขาที่เมื่ออยู่ด้วยแล้วสนุกและสบายใจ
“เฮ้แทน...” บลานซ์เรียกเมื่อพูดคุยกับนิกกี้เรียบร้อยแล้ว
“เหอ...” แทนซึ่งกำลังคิดอะไรบางอย่างหันไปขานรับ
“พวกนั้นตั้งร้านอยู่กลางตลาดเห็นบอกว่าพี่เอ็ดมีเรื่องจะปรึกษานายด้วย” บลานซ์ว่า
แทนเอียงคอมองพร้อมกับเลิกคิ้วสูง“มีเรื่องปรึกษา?” เขาย้ำคำก่อนจะพูดต่อไป “คิดดีแล้วรึที่มาปรึกษาฉัน”
บลานซ์หัวเราะออกมาก่อนจะตอบกลับไป“เอาน่า...ก็นายเป็นหัวหน้ากิลด์นี่ต้องถามท่านผู้ยิ่งใหญ่ก่อน”เขาพูดขำๆ
“เดี๋ยวนี้อยู่กับยัยนิกกี้บ่อยเริ่มกล้าแซวฉันนะ” แทนหรี่ตามองไปที่บลานซ์ขณะพูดทำเอาคนถูกมองเขินไปตามระเบียบ
“ไปดิ...ไปเดินชมตลาดสักหน่อยก็ท่าจะดี” แทนพูดก่อนจะหันมาหามิร่า “เธอไปกับเราไหม หรือว่าเสร็จธุระแล้วจะกลับเลย” เขาถาม
“เราว่าง ว่างจนใกล้ๆ วันแข่งนู้นนนน...แหละเอาเป็นว่าช่วงนี้เราอยู่กับพวกนายดีกว่าตลกดี” หญิงสาวพูดพร้อมกับยิ้มจนตาหยี
“น่าน...ไอเซนเกอร์ตูเปลี่ยนเป็นตลกคาเฟ่โดยพลัน” แทนพูดพร้อมกับส่ายหัวไปมา
บลานซ์เอื้อมมือไปตบไหล่เพื่อนของเขา“มีเธออยู่ด้วยสบายไปหลายอย่างนะ” เขาว่า
“จริง...” แทนพยักหน้ารับก่อนจะออกเดินไปยังจุดที่นัดพบกับนิกกี้และคนอื่นๆ
แทน บลานซ์และมิร่าเดินผ่านผ่านย่านที่อยู่อาศัยเลยมาถึงย่านการค้าของดัสท์วัลเลย์ เมืองนี้จะแปลกกว่าเมืองอื่นๆนั่นก็คือตลาดสิ้นค้าจะแบ่งเป็นสองส่วนทางด้านตะวันตกของเมืองที่เป็นย่านการค้าการ์ดปกติธรรมดาจะเรียกรายอยู่ที่นั่นแต่ต้องบอกว่าส่วนนี้ของดัสท์วัลเลย์ไม่ค่อยจะคึกคักสักเท่าไร
ผิดกับตลาดทางด้านทิศใต้ที่เป็นพื้นที่กว้างและติดกับสุดขอบเมืองมันเป็นลานอิฐสีเทาที่เรียงตัวกันจากอิฐก้อนเล็กๆ จำนวนนับไม่ถ้วนที่นี่จะเป็นย่านที่บังคับว่าต้องเป็นร้านค้าที่ขายสินค้าเกี่ยวกับยานบินจึงจะมาตั้งอยู่ได้ที่ใช้คำว่าแทบทั้งสิ้นเพราะไม่ใช่ทุกร้านที่ขายของเกี่ยวกับยานบินมีบางร้านขายการ์ดปกติธรรมดาแค่มาตั้งแทรกอยู่บริเวณนี้โดยใช้เทคนิคมีสินค้าเกี่ยวกับยานบินตั้งไว้ในร้านด้วยก็เป็นความคิดพลิกแพลงของพวกบรรดาพ่อค้าที่มักจะเห็นได้ทั่วไป
แทนเดินไปถึงบริเวณใกล้กับย่านร้านค้าที่นั่นก็พบลินอายะและทากะถึงนิกกี้ให้มารอแทนเพื่อพาไปยังสเฟีร์ยร้านค้าที่ตั้งอยู่กลางลานร้านค้าจากที่แทนมองดูคร่าวๆ น่าจะหลายร้อยร้าน
“พี่แทนทางนี้ๆ!” ลินโบกมือพร้อมกับตะโกนเรียกเมื่อเห็นแทน
แทนยกมือทักตอบพร้อมกับเดินไปที่เธอ“แหม...มีบอดี้การ์ดด้วยนะ” เขาพูดพร้อมกับมองไปที่อายะและทากะที่มักจะตีหน้าขรึมตลอดเวลา
“แหม...ก็ลินน่ารักนี่คะอาจจะมีอันตรายได้นะพี่แทน” ลินพูดพร้อมกับทำท่าหวาดระแวงสิ่งรอบข้าง
แทนส่ายหัวทันทีที่ได้เยิน“เธอนี่น้า...” เขาพูดยิ้มๆ
“เธอน่ารักจริงๆ นะ” มิร่าที่ยืนอยู่ข้างๆ แทนสนับสนุน
ลินทำตาโตเมื่อได้ยิน“แหม....คุณมิร่าก็สวยจะตาย คนสวยๆอย่างนี้ชมลินก็เขินแย่สิค้า...” หลังจากเธอรู้ว่ามิร่าเป็นหัวหน้ากิลด์ทเวลฟ์วิงก์และเป็น1 ใน 4 อวตารจากนิกกี้ที่รู้เรื่องนี้จากการคุยทางระบบสื่อสารกับบลานซ์ ลินก็เปลี่ยนการพูดกับเธอตั้งแต่นั้นมา
มิร่าเลิกคิ้วสูงก่อนจะเดินตรงไปที่ลินเธอโอบมือกอดคอลินทันที ส่วนคนในอ้อมกอดหยุดชะงักเพราะความตกใจหลังจากนั้นมิร่าก็หอมแก้ซ้ายของลินตามด้วยแก้มขวาและจบที่แก้มซ้ายอีกหนึ่งที
“เฮ้ย!” แทนทำเสียงตกใจส่วนลินตัวแข็งเป็นหินราวกับมองตาม๊อบเมดูซาสักหมื่นตน
“ขอบใจนะที่ชมเราว่าสวยชมสามทีมิร่าก็หอมขอบคุณสามที” คนพูดยิ้มร่าแบบไม่ได้คิดอะไรเธอทำไปด้วยความเคยชินอย่างที่เคยเล่ามา
อีกสองสามนาทีต่อจากนั้นลินถึงจะกลับมาเป็นปกติเธอคิดและท่องไว้ในใจเลยว่าคำว่า ‘สวย’ สำหรับมิร่านั้นจะเป็นคำต้องห้ามไปจนตายถึงแม้มิร่าจะสวยจนน่าทึ่งแต่สำหรับหญิงแท้อย่างลินมันไม่ได้น่าดีใจแม้แต่น้อยที่ถูกผู้หญิงด้วยกันหอมแต่เธอก็ไม่กล้าโวยวายอะไรออกมาเพราะรู้ว่าคนตรงหน้าของเธอคือยูเรก้าสิบสองปีก
“เอ่อ...” ลินค่อยๆพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆ “ขอบคุณนะคะคุณมิร่าคราวหลังไม่ต้องตอบแทนลินก็ได้นะค้า...” เธอยังคงพยายามพูดให้เหมือนเดิม
มิร่าส่ายหัวไปมาจนผมสีเงินของเธอขยับตัว“ไม่ได้หรอกนะ เราต้องตอบแทน” เธอเสียงเข้ม
ลินหันมองหน้าแทนและบลานซืที่พูดอะไรไม่ออกแต่ก็ไม่ได้คำตอบอะไรเธอจึงหันไปบอกกับมิร่าเอง “งั้นต้องขอบคุณมากเลยนะค้า...แต่ลินว่าตอนนี้เรารีบไปหาพี่นิกกี้กันดีกว่า” เธอรีบตัดบทแล้วอกเดินนำไปยังสถานที่ซึ่งเอ็ดเวิร์ดตั้งร้านอยู่ทันทีและเมื่อพ้นจากสายตาของมิร่าลินก็ทำหน้าเบ้เหมือนจะร้องไห้แต่ก็ไม่มีเสียงใดหลุดรอดออกมา
ต้องถือว่าเธอเก็บอาการต่างๆได้ยอดเยี่ยมสมกับเป็นดารานำหญิงเจ้าบทบาทประกบคู่กับดารานำชายของไอเซนเกอร์อย่างแทนไทยได้อย่างสูสี...
สเฟียร์ทรงกลมโปร่งใสตั้งเรียงรายสินค้าในร้านส่วนใหญ่เป็นส่วนประกอบของยานบินแต่มีบางร้านที่ประกอบยานขึ้นมาเป็นลำแล้วขายที่ประกอบเสร็จเรียบร้อยแล้วไม่ต้องเสียเวลาของผู้เล่นแต่มีข้อแม้อยู่นิดหน่อย...ต้องเงินหนาพอสมควร
ราคาของยานบินประกอบเสร็จแล้วที่ขายโดยเพลเยอร์ราคาถูกกว่าซื้อจากร้านNPC ราวๆ 50%ยานระดับคอปเปอร์ราคาจะอยู่ที่ราวๆ 700-1,300 ล้านกิล ส่วนระดับซิลเวอร์นั้นมีตั้งแต่ระดับ 1,000 กว่าล้านไปจนถึง 5,000 ล้านกิลที่ราคาของยานระดับซิลเวอร์แตกต่างกันมากเพราะแม้แต่จะเป็นยานที่ขึ้นชื่อว่าระดับเดียวกันแต่คุณภาพนั้นมีตั้งแต่ระดับล่างไปจนกระทั่งระดับสุดยอด ว่ากันว่าบางลำมีประสิทธิภาพและสามารถนำมาดัดแปลงได้ดีกว่ายานระดับโกลด์ขั้นต้นเสียอีก
“ชอบแฮะ...เอายานบินที่ประกอบเป็นลำแล้วมาทำแบบนี้เลยสามารถขายในร้านแบบนี้ได้” แทนพูดขึ้นขณะเดินผ่านร้านค้าระดับหรูที่เป็นสเฟียร์ระดับสูงมันเป็นสเฟียร์ที่ได้มาจากการทำเควสเท่านั้นสเฟียร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าสเฟียร์ธรรมดากว่าห้าเท่าและมีความสูงถึงสามชั้น
“ฉันก็ชอบนะอยากซื้อไปสะสมเหมือนพวกโมเดลเครื่องบินประมาณนั้นยิ่งมันลอยอยู่ในขวดใสๆ แบบนี้ด้วยนะดูแล้วเพลินจริงๆ” บลานซ์ที่ชื่นชอบการต่อโมเดลเครื่องบินรบและจักรยานยนต์พูดออกมาเมื่อเห็นยานบินที่ขายอยู่ในแต่ละร้านอยู่ในขวดแก้วใส่ปิดฝาด้วยจุกไม้ค็อก
“ถ้าอย่างนั้นนายคงต้องเป็นเศรษฐีใหญ่แล้วล่ะบลานซ์ดูราคาแต่ละลำดิ ขายของพวกเราหมดกิลก์ยังซื้อไม่ได้เลย” แทนพูดถึงยานบินระดับซิลเวอร์ที่โชว์อยู่ในสเฟียร์ขนาดใหญ่ในตอนนี้แทนกับบลานซ์กำลังเป็นเหมือนเด็กเกาะกระจกตู้ของเล่นที่พบเห็นได้ทั่วไปตามห้างสรรพสินค้าแต่ไม่ใช่แค่สองคนนั่นเท่านั้น ดูเหมือนว่ายังมีอีกคนที่อยู่ในสภาพเดียวกัน
“ดูกี่รอบก็ไม่รู้จักเบื่อ...งดงาม...งามงด...หยดย้อย” ลินพูดพร้อมกับส่ายหัวช้าๆแต่ตายังจ้องไปที่ยานบินในขวดแก้ว ยานบินสีเงินรูปทรงโฉบเฉี่ยวยานบินแบบนั่งสองคนที่ราคาปาเข้าไปกว่า 3,000 ล้านกิลด์ “ผู้ชายหล่อก็โอเคนะแต่ทำไมลินรู้สึกว่าบางครั้งเสน่ห์ที่พระเจ้าสร้างขึ้นมาก็สู้เสน่ห์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาไม่ได้นะ”
“นั่นสิ...ผู้หญิงสวยก็ดูดีนะแต่พอมองเจ้าของพวกนี้แล้วคิดว่าได้ขับพวกมันนะ อืม...คงมีความสุขจริงๆ” บลานซ์ที่กำลังจ้องยินบินชับคนเดียวที่รูปทรงคล้ายจักรยานยนต์สีแดงเพลิงพูดขึ้นสายตาของเขาจ้องไปที่นั่นราวจะกลืนกิน แต่ถ้าจะกินเข้าไปจริงๆ คงจะต้องใข้เงินราวๆ2,500 ล้านกิล
“สองลำนั้นสวยอย่างเดียวนะเราว่ามันใช้งานจริงไม่ค่อยดีหรอก” เสียงมิร่าที่พูดขึ้นมาทำเอาสายตาของแทนบลานซ์ และลินหันมองหน้าเธอทันที
“เธอมีด้วยเรอะ!” แทนถามเสียงตื่น
“เปล่า...” มิร่าส่ายหน้า
“อ้าว…” แทนย่นคอหรี่ตามอง“พูดเหมือนเคยขับ”
“เราเคยขับแต่ไม่ชอบเลยให้พ่อค้าในกิลด์ไปจัดการขายน่ะ” หญิงสาวตอบหน้านิ่งทำเอาคนที่ได้ฟังทำตาโต
“จะรวยอะไรขนาดน้าน!” แทนพูดเสียงดัง
“รวย? ทำไมต้องรวยด้วย” มิร่าขมวดคิ้วถามอย่างสงสัย
“ไม่รวยจะเอาตังที่ไหนซื้อ” แทนถามอีกครั้ง
“ซื้อ? เราไม่เคยซื้อนะยานบินทั้งเก้าลำของทเวลฟ์วิงก์ พวกเราสร้างขึ้นเองทั้งนั้น” หญิงสาวพูดขึ้น “ยานที่ดีที่สุดของเราที่เป็นระดับสีทองน่ะเรากับเพื่อนก็สร้างเอง ไม่มีขายทั่วไปด้วยนะ” เธอพูดขณะออกเดินต่อทำให้พวกแทนที่เมื่อครู่ติดหนึบอยู่หน้าร้านขายยานบินบรรจุขวดต้องเดินตาม
“ทำยังไงๆๆๆๆ” แทนถามระรัว
“เดี๋ยว!”บลานซ์ขัดขึ้นพร้อมกับยื่นมือไปห้ามมิร่าที่กำลังจะตอบออกมา “เราไปคุยกันในสเฟียร์ร้านพวกเราดีกว่า” เขาพูดก่อนจะมองไปที่คนรอบๆที่กำลังมองมาที่มิร่าซึ่งทั้งหน้าตาและสีผมเป็นจุดเด่น
“นายคิดถึงนิกกี้แล้ว?” แทนถามหน้าเข้ม
บลานซ์ทำหน้าตื่นเมื่อได้ยิน“เฮ้ย! เอ้ย...บ้า ไม่ใช่...เอ๊ะแต่ก็ไม่เชิง โอ๊ย...! เปล่าๆ!” เขาทำท่าจะปฏิเสธแต่เมื่อคิดขึ้นได้ว่าตัวเองก็รู้สึกอยากเจอนิกกี้จึงไม่กล้าโกหกออกมาเต็มปากเต็มคำ
แทนหัวเราะเมื่อเห็นท่าทางของบลานซ์ทากะเองก็ยิ้มเมื่อเห็นท่าทางนั้นเช่นกัน แต่รอยยิ้มของทากะมันเป็นรอยยิ้มเหงาๆเขากำลังคิดถึงหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาไม่มีโอกาสได้พบ หญิงสาวที่อยู่ข้างๆร่างที่หลับสนิทของเขาในโลกแห่งความจริง...มาซามิ หญิงสาวที่ชายคนนี้รักและคิดถึง
แทนเหลือบเห็นท่าทางของทากะก็ชะลอความเร็วในการเดินจนมาเดินคู่กับทากะเขาเอื้อมมือไปคล้องคอเพื่อนผู้เงียบขรึมของก่อนจะพูดออกมา
“ทุกอย่างมันเกิดขึ้นได้อย่างที่เราคิดแต่ฉันคิดว่าบางทีทางแก้ปัญหามันก็อาจจะเกิดโดยที่เราไม่คาดคิดก็ได้นะ” แทนพูดพร้อมกับเขย่าแขนที่กอดคอทากะอยู่เขาไม่รู้ว่าอายะและทากะมีเรื่องอะไรให้ไม่สบายใจ เพราะอายะไม่เคยเล่าเรื่องของพวกเธอสองคนแต่แทนนั้นรู้สึกได้ว่าเพื่อนของเขาสองคนนี้น่าจะมีเรื่องบางอย่างอยู่ในใจจึงพูดออกไปแบบนั้น
รอยยิ้มปรากฏอยู่ที่มุมปากซ้ายของทากะเขามองหน้าแทนที่พูดให้กำลังใจแล้วพยักหน้ารับรู้ก่อนจะกางแขนออกมากอดคอแทนเช่นเดียวกัน
อายะมองพี่ชายของเธอและแทนแล้วอมยิ้มใบหน้านิ่งๆ ของเธอเมื่อแต้มด้วยรอยยิ้มแล้วดูสดใสงดงาม แทนมองเห็นใบหน้าที่ว่าและในตอนนั้นเขาก็คิดในใจว่าอยากจะทำให้เธอยิ้มอย่างนี้ได้ตลอดไปเขาตั้งใจว่าถ้าอะไรที่พอจะทำให้สองพี่น้องนี่ได้เขาก็จะพยายามทำให้สุดความสามารถแต่ในตอนนี้แทนไม่รู้ว่าสิ่งที่สองคนนี้ต้องการจริงๆ คืออะไรเขาจึงพยายามทำตามเรื่องที่ถูกขอร้องมาเท่านั้น
...พาทั้งสองเดินทางไปให้ได้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้พาอายะและทากะท่องเที่ยวและเดินทางไปในโลกเสมือนจริงของ D.W.O.
เวลาในเมืองดัสท์วัลเลย์ผ่านไปราวยานบินที่บินผ่านน่านฟ้าไม่นานนักทั้งหมดก็มาถึงสเฟียร์ร้านค้าชองพวกเขาที่ตั้งไว้ แต่เมื่อแทนมองเห็นด้านในร้านก็ต้องประหลาดใจเอ็ดเวิร์ดและนิกกี้นั่งรอด้วยสีหน้าครุ่นคิด นานๆทีแทนถึงจะเห็นเอ็ดเวิร์ดอยู่ในสภาพแบบที่ว่าและที่แปลกอีกอย่างก็คือสินค้าที่ควรจะวางขายในร้านไม่มีการตั้งขายแม้แต่ชิ้นเดียวเมื่อเห็นเป็นแบบนั้นแทนก็เดินเข้าไปในร้านแล้วถามขึ้นทันที
“มีอะไรกันรึ ทำไมไม่ตั้งขายของล่ะพี่เอ็ด” แทนถามออกไปทันที
เอ็ดเวิร์ดเกาหัวก่อนจะตอบออกมา“พี่ว่ามันแปลกๆ น่ะแทนพี่ลองเดินดูราคาในตลาดแล้วมาตั้งขายของดูของบางอย่างมันตั้งปุ๊บก็ถูกซื้อไปปั๊บเลยพี่ว่าเราน่าจะมีปัญหาเรื่องตั้งราคาแล้วล่ะพี่สารภาพตามตรงเลยเรื่องราคาของเกี่ยวกับยานบินนี่พี่ยังถือว่าประถมลูกอมรสมินต์เลยแฮะนายน่าจะต้องมาช่วยกันเรื่องนี้แล้วล่ะ เราไม่มีคนที่รู้เรื่องสินค้ายานบินดีๆ เลย” ฝ่ายขายประจำกลุ่มบอกสาเหตุที่เขาต้องเรียกตัวแทนกลับมา
“คนรู้เรื่องยานบินรึ” แทนพูดพร้อมกับทำหน้าครุ่นคิดแต่ไม่กี่วินาที่หลังจากนั้นเขาก็หันมองหน้ามิร่าทันที “นี่ไงคนรู้เรื่องยานบินเป็นอย่างดีที่เราตามหา” เขาพูดพร้อมกับผายมือสองข้างไปที่หญิงสาวผมสีเงินที่เดินเข้ามาพร้อมๆกัน
“เรื่องยานบินนี่เรารู้ดีเลยล่ะถ้าเรื่องยานบินเราว่าทเวลฟ์วิงก์ของเราน่าจะเก่งมากๆ เลยนะ” หญิงสาวตอบหน้านิ่ง
“น่าน...เห็นไหมล่ะ” แทนพูดขึ้นหลังจากได้ยิน
“นางฟ้าก็ควรจะรู้เรื่องการโบยบินเป็นเรื่องธรรมดา” เอ็ดเวิร์ดพูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่มิร่า
“แต่เราไม่รู้เรื่องราคาของเกี่ยวกับยานบินนะ” หญิงสาวผมสีเงินพูดขึ้นอีกครั้ง
“เวร...” แทนอุทาน
“นางฟ้าไม่ถนัดเรื่องค้าขายอยู่แล้วล่ะเธอถนัดแต่ชโลมหัวใจมนุษย์ให้ชุ่มชื่น” เอ็ดเวิร์ดยังไม่เลิกแต่ดูเหมือนคนถูกชมจะยิ้มกริ่ม มิร่ายิ้มอายๆ แต่ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“สวยจริงๆ” เอ็ดเวิร์ดทำหน้าเคลิ้ม
“เฮ้ย!” แทนรีบทักในขณะที่นิกกี้รีบเข้าไปรั้งมิร่าไว้เพราะกลัวเธอจะเข้าไปหอมเอ็ดเวิร์ดแต่ดูแล้วคนพูดไม่ได้ตั้งใจหรือหวังเรื่องนี้ เขาพูดไปเพราะ...ใจสั่งมา
ครั้งนี้แปลกกว่าทุกครั้งมิร่าไม่ขยับตัวแม้แต่น้อยแม้ว่าจะได้ยินคนชมว่า ‘สวย’ ทุกคนประหลาดใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นแต่ในตอนนั้นเองเสียงของแทนก็ขัดขึ้น
“เอาไงล่ะเรา...ถ้าขายมั่วงี้มีหวังทั้งโดนกดราคาเวลาขายแถมตอนซื้อน่าจะโดนโขกหัวแตกแน่ๆ” ชายหนุ่มพูดก่อนจะถอนหายใจยาว
“เราคงต้องหาคนที่รู้เรื่องสินค้ายานบินแล้วล่ะ” เอ็ดเวิร์ดว่า
“ผมรู้จักคนหนึ่งพี่...!” แทนพูดเสียงดัง
“ใครรึ” เอ็ดเวิร์ดเลิกคิ้วถาม
“ถ้าพูดถึงยานบินต้องคนนี้เลยเจ๋งสุดๆ แล้วตำนานๆ” แทนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เขาชื่อ...ซิด”
ทุกคนมองหน้าแทนด้วยความสงสัยว่าเขาพูดถึงใครและไปรู้จักคนที่ว่าได้อย่างไร แต่แล้วก็เป็นนิกกี้ที่ถามขึ้น “นายจะเอาซิดภาคไหนล่ะ มันมีมาตั้งแต่ไฟนอลแฟนตาซีสองแล้วนะเจ้าซิดเนี่ยภาคหนึ่งที่เอามาทำใหม่แล้วยัดเจ้านี่ลงไปไม่นับนะ” เธอแค่นเสียงถาม
“เอาภาคแปดที่เป็นครูใหญ่น่ะ” แทนยังกวนประสาท
“เว้ย!นั่นมันคนในเกมเว้ย...จะมาพูดเล่นอะไรกันตอนนี้! เดี๋ยวแม่ตบล้างน้ำแลยนี่” นิกกี้ตวาดเสียงดังขณะแทนใช้ความเร็วเฉียดแสงหนีไปหลบหลังบลานซ์
“เดี๋ยวเราเรียกเรนมาที่นี่ก็แล้วกันเรื่องราคาสินค้ายานบินนี่เธอชำนาญมาก แต่...” มิร่าเสนอออกมาทำให้ทุกคนหันมามองที่เธอ
“แต่อะไรรึมิร่า” บลานซ์ถามถึงคำพูดที่ยังติดอยู่ที่ริมฝีปากของคนพูด
“แต่เธอเป็นคนประหลาดๆ นะ” มิร่าว่า
“หะ...” แทนทำเสียงขึ้นจมูก“นี่เธอยังกล้าบอกว่าคนอื่นประหลาดอีกรึนี่...” เขาพูดออกมาเรียกเสียงหัวเราะของทุกคนได้เป็นอย่างดีและหนึ่งในคนที่หัวเราะออกมาก็คือตัวมิร่าเองหลังจากนั้นเธอก็เปิดระบบสื่อสารแล้วเรียกเพื่อของเธอที่ว่าอยู่ไม่ไกลมาที่นี่