“เหล่าอ๋องผู้ครองหัวเมืองแห่งต้าิ ปกปักรักษาแผ่นดินทั้งสี่ทิศ คอยพิทักษ์เมืองหลวงมาตลอด เสด็จอารอง เสด็จอาสาม และเสด็จอาสี่ ต่างก็มีอำนาจและกองกำลังอยู่ในเขตปกครองของตนเอง ทั้งยังเจนจบการศึกา หากตั้งจูอวิ่นเหวินขึ้นมา เพื่อจูอวิ่นเหวินแล้ว เสด็จปู่ย่อมต้องลงมือกับเหล่าขุนนางผู้มีบรรดาศักดิ์อย่างแน่นอน แต่บรรดาท่านอ๋องและขุนนางเ่าั้ต่างก็เป็เครือญาติกัน สิ่งนี้จะทำให้จูอวิ่นเหวินกับเสด็จอาทั้งหลายเกิดรอยร้าวที่ยากจะประสาน แม้แต่เหล่าขุนนางจูอวิ่นเหวินกำราบไว้ไม่อยู่ เขาย่อมไม่อาจข่มขวัญเสด็จอาทั้งหลายได้เช่นกัน หลานใคร่ขอถามเสด็จอารองสักข้อหนึ่ง”
จูอวิ่นเถิงพูดมาถึงตรงนี้ก็หยุดเล็กน้อย สายตาจับจ้องไปยังจูซ่างที่ยืนอยู่ด้านข้าง
จูซ่างกล่าวว่า “อวิ่นเถิงอยากถามอะไร ก็ถามมาเถิด!”
จูอวิ่นเถิงไม่เกรงใจอีกต่อไป ถามออกไปว่า “ในเมื่อเสด็จพ่อไม่อยู่แล้ว เสด็จอารองเคยมีความคิดในตำแหน่งผู้สืบบัลลังก์บ้างหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”
“เสด็จพ่อ ลูกไม่เคยมีความคิดเช่นนั้นเลยนะพ่ะย่ะค่ะ!”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ จูซ่างรีบปฏิเสธกับจูหยวนจางทันที แต่สีหน้าของเขากลับมีความประหม่าอย่างเห็นได้ชัด
ในฐานะองค์ชายรอง เขาย่อมต้องเคยคิดเื่ ‘พี่ตาย น้องสืบทอด’ อย่างแน่นอน เพียงแต่ไม่อาจยอมรับออกมาได้
ไม่มีใครรู้จักลูกดีเท่าพ่อ
จูหยวนจางมองออกเพียงปราดเดียวว่าลูกอกตัญญูคนนี้มีความคิดเช่นนั้นแน่
เขายังมองออกอีกว่าไม่ใช่แค่จูซ่างที่มีความคิดนี้ แต่จูกังลูกชายคนที่สาม หรือแม้แต่เ้าสี่…
สีหน้าของจูหยวนจางค่อย ๆ เคร่งขรึมลง
“เสด็จอารองไม่มีความคิดนั้น หลานเชื่อท่าน แต่จูอวิ่นเหวินเล่า? เสด็จอาทั้งหลายมีอำนาจทหารในมือ โดยเฉพาะเสด็จอารอง นั่นยิ่งถือเป็ภัยคุกคามใหญ่หลวงต่อจูอวิ่นเหวิน จูอวิ่นเหวินไม่ใช่บุตรสายตรง ยากที่จะทำให้เหล่าเสด็จอาเชื่อมั่น ความสัมพันธ์ก็ไม่สู้ดีนัก ผนวกกับนิสัยอ่อนแอไร้ความสามารถ เขาไม่มีปัญญาโน้มน้าวให้พวกท่านมาใช้งานได้หรอก สุดท้ายเขาก็ต้องใช้ข้ออ้างเื่ความชอบธรรมในการเสาะหาเหตุผลเพื่อสังหารเสด็จอาทุกวิถีทาง นอกจากนี้ พ่อตาของพวกท่านล้วนถูกเสด็จปู่ปะาเพื่อสร้างฐานอำนาจที่มั่นคงให้จูอวิ่นเหวิน
จูอวิ่นเหวินย่อมต้องกังวลว่า พวกท่านจะอยากล้างแค้นให้พ่อตาเ่าั้ มีเพียงพวกท่านตาย จูอวิ่นเหวินจึงจะวางใจได้ เสด็จปู่ไม่ลงมือฆ่า แต่จูอวิ่นเหวินจะทำ ในภายหน้าหากเขาได้เป็ฮ่องเต้ เขาจะใช้หลักคุณธรรมบีบให้พวกท่านต้องตาย ซึ่งมันง่ายดายยิ่งนัก”
เมื่อจูอวิ่นเถิงพูดจบ จูซ่างและจูกังต่างก็มีสีหน้าแปรเปลี่ยนอย่างรุนแรง ส่วนท่านอ๋องคนอื่น ๆ ต่างก็แสดงอาการหวาดกลัวออกมาทันที
เมื่อจูตี้ได้ฟังดังนั้น แล้วคิดตามที่จูอวิ่นเถิงพูด สีหน้าของเขาก็เคร่งเครียดขึ้นมาเช่นกัน
เขารู้สึกเห็นพ้องกับคำพูดของจูอวิ่นเถิงที่ว่า ในอนาคตต่อให้จูอวิ่นเหวินไม่มีจิตคิดสังหาร จุดจบของพวกเขาก็คงไม่งามเท่าใดนัก
หลังจากนั้น พวกเขาก็หันไปมองจูอวิ่นเหวินและจูหยวนจางพร้อมกันด้วยสายตาที่ซับซ้อน
คำพูดของจูอวิ่นเถิงทำให้จูหยวนจางตกอยู่ในความเงียบ
ในฐานะฮ่องเต้ จูหยวนจางรู้ดียิ่งกว่าใครว่าเมื่อฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ สิ่งแรกที่พวกเขาจะคิดคืออะไร
โดยเฉพาะฮ่องเต้ที่มีที่มาไม่ชอบธรรมอย่างจูอวิ่นเหวิน สิ่งที่เขากลัวที่สุดย่อมเป็จูอวิ่นเถิงซึ่งเป็บุตรสายตรง และภัยคุกคามจากเหล่าอ๋องที่อยู่ ณ ที่นี้
เวลานี้จูอวิ่นเหวินเองก็รู้สึกได้ถึงสิ่งที่เรียกว่า ‘หนามแทงข้างหลัง’ เมื่อได้รับสายตาที่เหล่าอ๋องทั้งหลายจ้องมองมา เขาก็รู้สึกเย็นสันหลังวาบ รีบคุกเข่าลงทันที
“เสด็จปู่ หลานจะไม่ทำเช่นนั้นแน่นอน เสด็จพ่อพร่ำสอนหลานเสมอว่าความรักใคร่ในสายเืนั้นสำคัญเพียงใด เพื่อลบความระแวงของน้องสามและเสด็จอาทั้งหลาย หลานไม่ขอรับการแต่งตั้งแล้ว ขอเสด็จปู่โปรดพระราชทานตำแหน่งผู้สืบบัลลังก์ให้แก่น้องสามเถิด หลานขอเป็เพียงคนธรรมดาก็พอพ่ะย่ะค่ะ”
ภายในใจของจูอวิ่นเหวินทั้งสับสนและหวาดกลัว ไม่คาดคิดว่าจูอวิ่นเถิงจะใช้คำพูดเพียงไม่กี่คำผลักเขาไปอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับเหล่าอ๋องและขุนนางเก่าแก่ได้
เขาจึงจำต้องถอยเพื่อก้าวหน้า โดยยืนยันว่าตนไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้น
ในขณะเดียวกัน เขาก็ฉุกคิดถึงเื่ที่ฉีไท่และหวงจื่อเฉิงเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ เกี่ยวกับอันตรายของอ๋องผู้ครองหัวเมือง
จูอวิ่นเหวินเห็นว่าพวกเขาพูดถูก ในอนาคตหากได้เป็ฮ่องเต้ จะต้องไม่เก็บท่านอ๋องเหล่านี้ไว้ และกำลังคิดวิธีจัดการอยู่ แต่ไฉนจูอวิ่นเถิงถึงคิดเื่นี้ได้?
ไม่เพียงแต่รู้ แต่ยังกล้าพูดออกมาด้วย!
หวงจื่อเฉิงและฉีไท่ต่างคิดขึ้นพร้อมกันว่า ‘จูอวิ่นเถิงแอบฟังการสนทนาของพวกเราหรือ?’
ในความเป็จริง เมื่อถึงเวลาลดอำนาจเหล่าอ๋องจริง ๆ จูซ่างและจูกังต่างก็ได้สิ้นชีพไปก่อนแล้ว
จูอวิ่นเหวินไม่กล้าสังหารเหล่าอ๋องโดยตรง แต่กลับบีบให้เซียงอ๋อง จูไป๋ต้องตาย ส่วนท่านอ๋องคนอื่น ๆ ก็ค่อย ๆ ถูกลดบรรดาศักดิ์ลง
เื่ราวเหล่านี้ยังไม่เกิดขึ้น แต่นั่นไม่สำคัญสำหรับจูอวิ่นเถิงที่จะขุดเื่นี้ขึ้นมาโจมตีจูอวิ่นเหวิน เพราะถึงอย่างไรจูอวิ่นเหวินก็คิดเช่นนั้นจริง ๆ
การลดอำนาจอ๋องนั้นเป็สิ่งที่ถูกต้อง เพียงแต่จูอวิ่นเหวินทำมันด้วยความใจร้อนเกินไป
“ฝ่าา!”
หลานอวี้ะโด้วยเสียงอันดัง “พระองค์คิดจะสังหารพวกกระหม่อมให้สิ้นซากจริง ๆ หรือพ่ะย่ะค่ะ?”
สายตาของเหล่าขุนศึกหวยซีเต็มไปด้วยความไม่ยอมศิโรราบ
“เสด็จพ่อ!”
จูซ่างก้าวเท้าเดินมาเบื้องหน้าจูหยวนจาง พลางชี้นิ้วไปที่จูอวิ่นเหวินแล้วกล่าวอย่างไม่พอใจ
“หรือพระองค์อยากให้เขาสังหารพวกเราพี่น้องจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ?”
“ลูกไม่เห็นด้วยกับการแต่งตั้งจูอวิ่นเหวินเป็พระนัดดารัชทายาท” จูเจินคัดค้าน
“ลูกไม่กลัวตาย แต่ไม่อยากตายด้วยน้ำมือจูอวิ่นเหวิน หากเสด็จพ่อ้าให้ลูกตาย ขอเสด็จพ่อโปรดลงพระอาญาด้วยพระองค์เอง ตายในน้ำมือของเสด็จพ่อ ลูกจะไม่มีความแค้นแม้แต่น้อย”
จูซู่จงใจลอกคำพูดของจูอวิ่นเถิงมาใช้ กัดฟันกล่าวว่า “ขอเสด็จพ่อ โปรดพระราชทานความตายแก่ลูกด้วย!”
“ขอเสด็จพ่อ โปรดพระราชทานความตายแก่ลูกด้วย!”
เหล่าองค์ชายคนอื่น ๆ ต่างพากันส่งเสียงตามจูซู่
“ขอฝ่าา โปรดพระราชทานความตายแก่กระหม่อมด้วย!”
หลานอวี้และเหล่าขุนนางแม่ทัพเห็นดังนั้น ต่างก็ประสานเสียงวอนขอความตายด้วยกัน
พวกเขาทั้งหมดร่วมกันกดดันจูหยวนจาง จนสีหน้าของเขากลายเป็เขียวปัด
จูอวิ่นเถิงคว้ากระบี่ยาวมาไว้ในมืออีกครั้ง แล้วกล่าวว่า “หลานไม่อยากเห็นญาติพี่น้องลาลับไปทีละคน แล้วสุดท้ายต้องมาตายด้วยน้ำมือ
จูอวิ่นเหวิน เสด็จปู่โปรดปะาหลานก่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
“พวกเ้าหุบปากให้หมด!” จูหยวนจางรู้สึกชาไปทั้งศีรษะ
ไอ้หลานตัวแสบ บรรดาลูกอกตัญญู และไอ้พวกตาแก่อีกฝูงหนึ่ง พวกเ้าจะไม่เหลือหน้าให้ข้าเลยใช่หรือไม่?
ไม่เกรงใจแม้แต่ชื่อเสียงราชวงศ์เลยสักนิด
ที่นี่คือราชสำนัก มีสายตาผู้คนเฝ้ามองมากมาย หากเื่นี้แพร่งพรายออกไปจะทำอย่างไร?
แต่ทว่า ในอีกใจหนึ่งเขากลับชื่นชมในความกล้าหาญของจูอวิ่นเถิง
ถามว่าโกรธหรือไม่?
ย่อมโกรธแน่นอน หลานอกตัญญูอาละวาดท้าทายฟ้าดินขนาดนี้จะไม่โกรธได้อย่างไร?
แต่ก็นับว่าเป็เพียงความโกรธเท่านั้น ไม่ถึงขั้นอยากทำอะไรจูอวิ่นเถิง
นอกเหนือจากความโกรธแล้ว จูหยวนจางกลับเริ่มคิดให้ไกลขึ้น
จูอวิ่นเหวินใจเสาะเกินไป แถมยังสนิทชิดเชื้อกับพวกขุนนางบุ๋นมากย่อมเลี่ยงไม่ได้ที่จะถูกคนเ่าั้ครอบงำ
เขายังกังวลอีกว่าคำพูดที่จูอวิ่นเถิงกล่าวมาทั้งหมด อาจจะกลายเป็ความจริงขึ้นมา
ขุนนางบู๊จะตายก็ช่างเถอะ แต่บรรดาลูกหลานสกุลจู จะมาระรานสังหารกันเองไม่ได้
จูอวิ่นเถิงช่างกล้าหาญยิ่งนัก ช่างคล้ายคลึงกับเขา แต่ยังขาดการเจียระไน อีกทั้งยังมีหลานอวี้ ฉางเซิง และพวกญาติฝ่ายแม่ที่รับมือได้ยาก
ตอนนี้จะให้ฆ่าพวกหลานอวี้ ก็ทำได้ยากเสียแล้ว!
“ข้าเคยพูดตอนไหนว่าจะฆ่าพวกเ้า?”
จูหยวนจางดึงสติกลับมา ก่อนจะส่งเสียงฮึดฮัด “รู้อย่างเดียวคือฟังคำเหลวไหลของเ้าเด็กบ้านั่น นี่พวกเ้าอยากตายกันนักใช่ไหม?”
ทุกคนไม่มีใครกล้าปริปากพูด
แม้จะเป็เพียงการวิเคราะห์และคาดเดาของจูอวิ่นเถิง แต่หลานอวี้และพรรคพวกต่างก็รู้ดีว่าจูอวิ่นเถิงพูดถูก เพชฌฆาตจูคนนี้กล้าฆ่าพวกเขาจริง ๆ
ส่วนพวกจูซ่างก็มองว่าจูอวิ่นเถิงพูดมีเหตุผล หากไม่มีจูหยวนจางแล้ว ด้วยสถานะของพวกเขาและความสัมพันธ์กับเหล่าขุนนางบรรดาศักดิ์ ย่อมต้องคุกคามพระราชอำนาจจนโดนคมดาบในที่สุด
เื่พวกนี้คือความจริง เพียงแต่การพูดความจริงออกมาให้แจ้งชัด อาจจะเป็ผลดีมากกว่า
“เื่ในวันนี้พอแต่เพียงเท่านี้ ห้ามใครแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด หากข้าได้ยินข่าวลือไร้สาระใด ๆ เล็ดลอดออกไปด้านนอกล่ะก็... ฮึ่ม! เลิกประชุม! จูอวิ่นเถิง เ้าตามข้ามา”
จูหยวนจางรีบปิดการประชุมเช้าทันที ไม่อาจดำเนินต่อได้อีก
สำหรับราชโองการแต่งตั้งนั้น ก็ถูกเก็บกลับไปเสียแล้ว
วันนี้จะไม่มีการแต่งตั้งใด ๆ ทั้งสิ้น!
ผู้สืบบัลลังก์ต้องมาจากสายเืของจูเปียวเท่านั้น ไม่จูอวิ่นเหวินก็จูอวิ่นเถิง
จูหยวนจางไม่ได้ไม่ชอบจูอวิ่นเถิงเพราะเื่ในวันนี้ ทางเลือกทั้งสองนี้เขายังคงต้องไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน
เมื่อหวนคิดถึงคำพูดของจูอวิ่นเถิงในวันนี้ เขาก็เกิดความลังเลใจว่า การตั้งจูอวิ่นเหวินนั้นเป็เื่ที่ถูกต้องจริง ๆ หรือไม่
เมื่อเห็นจูหยวนจางเก็บราชโองการไป ใจของจูอวิ่นเหวินก็พลันโล่งขึ้นทันที