“ทุบทิ้งให้หมด ใครขวางก็ทุบคนผู้นั้นไปด้วยเสียเลย” เสียงชายวัยกลางคนคนหนึ่งดังขึ้นอย่างฉุนเฉียว “ร้านค้าที่ไม่ซื่อสัตย์เช่นนี้จะเก็บไว้ทำไม”
“ท่านอย่าทุบทำลายข้าวของในร้านของข้าอีกเลย เรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดแน่นอน ข้าจะตรวจสอบเรื่องนี้ให้ทีหลัง” ซ่งลี่จิ่นร้องห้าม
“นายท่านเจ้าคะ ร้านค้าของเราไม่เคยขายสินค้าด้อยคุณภาพ เราจะเร่งตรวจสอบเรื่องนี้ให้ ท่านได้โปรดสั่งให้ลูกน้องของท่านหยุดมือก่อนเถิดเจ้าค่ะ” เยี่ยฮวาร้องห้ามเช่นกัน
“หึ...ไม่เคยขายของด้อยคุณภาพอย่างนั้นหรือ แล้วนี่มันคืออะไร” พ่อบ้านหวังโยนถุงข้าวสารลงพื้นจนถุงข้าวแตก ข้าวสารขึ้นราเกลื่อนไปทั่วพื้น
‘ข้าวสารขึ้นราจริงด้วย ต่อไปข้าจะไม่มาซื้อข้าวที่นี่อีกแล้ว’
‘ใช่ๆ เราต้องไม่อุดหนุนพ่อค้าใจคดเช่นนี้’
‘แต่ร้านค้าตระกูลซ่งไม่เคยมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นมาก่อน ข้าว่าอาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดจริงๆ ก็ได้’
‘จะเข้าใจผิดได้อย่างไร เจ้าไม่ดูข้าวสารที่หกอยู่เกลื่อนพื้นนั้นก่อนเล่า มีราขึ้นเต็มขนาดนั้นยังจะกินได้อยู่หรือ’
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของชาวบ้านดังขึ้นเรื่อยๆ
“ทุบข้าวของในร้านให้หมด จากนั้นพวกเจ้าก็ไปแจ้งทางการ ร้านขายข้าวสารแห่งนี้ต้องถูกสั่งปิด” พ่อบ้านหวังตะโกนสั่งลูกน้อง
ซ่งลี่จิ่นกับเยี่ยฮวาได้แต่กอดกันร้องไห้ สองสามีภรรยาไปตรวจร้านค้าที่เสียนโจวเพิ่งได้กลับมาวันนี้ แต่ยังไม่ทันจะได้พักผ่อน ที่ร้านกลับเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน
“พี่ลี่จิ่น พี่สะใภ้ คนผู้นี้ใช่คนงานของท่านหรือไม่ขอรับ” เซี่ยลี่หยางผลักชายคนหนึ่งเข้าไปในร้าน เขากับภรรยาเดินเข้ามาจนเกือบจะถึงร้านอยู่แล้ว แต่เห็นชายคนหนึ่งลอดฝูงชนออกมาอย่างน่าสงสัย เขาจึงจับชายคนนี้ไว้แล้วพาเดินเข้ามาที่ร้านด้วยกัน
“อาเป่าหรือ?” ซ่งลี่จิ่นมองลูกจ้างก่อนจะหันไปมองเซี่ยลี่หยางกับหลี่เหิงเยว่ “พวกเจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร? แล้วเจ้าไปเจอเขาที่ไหน?”
“เรื่องนั้นเอาไว้ถามทีหลังเถิดขอรับ ท่านจัดการกับคนงานคนนี้ก่อนดีกว่า” เซี่ยลี่หยางบอก
“คุณชายขอรับ ให้อภัยข้าด้วย เป็นข้าที่ตรวจสอบสินค้าไม่ดีเองขอรับ แต่ข้าไม่ได้ตั้งใจจะขายข้าวสารขึ้นราออกไปจริงๆ นะขอรับ” อาเป่าร้องไห้อย่างน่าสงสาร
“เจ้าอธิบายมาให้เข้าใจ” ซ่งลี่จิ่นขมวดคิ้วถาม
“ตอนที่นายท่านผู้นี้มาซื้อข้าวสาร ข้าก็ไปแบกข้าวสารจากด้านหลังมาขายให้เป็นปกติ แต่พอข้ากลับไปจัดของที่ด้านหลังอีกครั้งกลับพบว่าบริเวณนั้นมีน้ำขังอยู่ ข้าถึงได้รู้ว่าข้าวที่ถูกขายออกไปต้องมีปัญหาแน่ แต่ข้าไม่รู้ว่าข้าจะไปตามหานายท่านผู้นี้ได้ที่ไหน อีกทั้งคุณชายกับฮูหยินน้อยก็ไม่อยู่ ข้าตั้งใจว่าจะบอกเรื่องนี้กับพวกท่านเมื่อพวกท่านกลับมาแล้ว แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นเสียก่อน และที่ข้าจะหนีไปก็เพราะข้ากลัวขอรับ”
“แล้วบริเวณนั้นทำไมเกิดน้ำขังขึ้นมาได้”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับ”
“นอกจากเจ้าแล้วยังมีใครเข้าไปใกล้บริเวณนั้นอีก”
“อาซิ่วขอรับ แต่อาซิ่วไม่ได้มาทำงานสองวันแล้ว เพราะข้า...ข้ากับอาซิ่วทะเลาะกัน หลังจากที่คุณชายมอบงานในร้านให้ข้าดูแล อาซิ่วก็ไม่เคยยอมทำตามคำสั่งของข้าเลย เขาคิดว่าข้ากับเขาเข้ามาทำงานพร้อมกัน เขาจึงไม่อยากทำงานตามคำสั่งของข้าขอรับ”
“พวกเจ้าเลิกแสดงละครได้แล้ว ใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่ลูกจ้างของเจ้าพูดมาจะเป็นความจริง” พ่อบ้านหวังพูดอย่างไม่เชื่อ
“ท่านพูดอย่างนี้ก็ไม่ถูก ก่อนความจริงจะปรากฏก็ต้องสืบหาหลักฐานก่อนไม่ใช่หรือ แต่การที่ท่านมาทุบทำลายข้าวของของผู้อื่นเช่นนี้มันจะไม่เกินไปหรือขอรับ หากท่านอยากเอาผิดก็ควรจะไปแจ้งทางการสิ ไม่ใช่มาใช้ศาลเตี้ยตัดสิน” เซี่ยลี่หยางพูดขึ้น
“เจ้าเป็นใคร? มายุ่งอะไรกับเรื่องนี้ด้วย” พ่อบ้านหวังหันไปถามอย่างไม่พอใจ “อย่ามาแส่ทำตัวเป็นวีรบุรุษนักเลย ระวังจะถูกจับไปรับโทษด้วยกัน”
“ท่านก็ให้ลูกน้องของท่านไปแจ้งทางการเสียสิ ปากก็บอกว่าจะให้คนไปแจ้งทางการ แต่ข้ายังไม่เห็นคนของท่านขยับตัวเลยสักคน ข้าชักจะสงสัยการกระทำของท่านเสียแล้ว คงไม่ได้อยากมารีดไถเงินจากพี่ชายของข้ากระมัง” เซี่ยลี่หยางกวาดตาสำรวจพ่อบ้านหวัง “ได้ยินมาว่าท่านเป็นพ่อบ้านจากตระกูลสูงศักดิ์ การกระทำอันแสนบุ่มบ่ามนี้เจ้านายของท่านรู้หรือไม่ หรือว่าเจ้านายของท่านมีอำนาจเหนือเจ้าหน้าที่ทางการ เช่นนั้นพ่อค้าตัวเล็กๆ อย่างเราคงต้องยอมก้มหน้าให้ท่านรังแกแล้ว”
พ่อบ้านหวังเจอคำถามนี้เข้าไปก็ทำตัวไม่ถูกเช่นกัน วันนี้บาดแผลของคุณชายกำเริบขึ้นมาอีกแล้ว และเนื้อบางส่วนก็เริ่มเน่า เขาเกลี้ยกล่อมให้คุณชายกลับเมืองหลวง แต่เป็นตายร้ายดีอย่างไรคุณชายก็ไม่ยอมกลับ เขารู้สึกหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้ พอเจอเรื่องข้าวสารขึ้นรา เขาจึงตั้งใจมาระบายอารมณ์ แต่ไม่คิดว่าเรื่องมันจะเลยเถิดถึงเพียงนี้
พ่อบ้านหวังตั้งใจว่าหากร้านค้าขอโทษเขาดีๆ เขาก็จะชดใช้ค่าเสียหายให้นิดหน่อย ไม่ได้ตั้งใจจะให้เรื่องถึงทางการจริงๆ แต่ไม่คิดว่าจะมีคนมาตั้งคำถามนี้กับเขา และถ้าคุณชายรู้ คุณชายจะต้องเอาเรื่องเขาอย่างแน่นอน
“ทำไมเงียบไปเล่า ไปสิไปแจ้งทางการ ถ้าท่านไม่ไป ข้าให้คนของข้าไปเองก็ได้” เซี่ยลี่หยางรู้ว่าตนเองพูดถูกแล้ว พ่อบ้านคนนี้อาศัยชื่อเสียงของเจ้านายมากดข่มผู้อื่น และการกระทำของเขาก็คงเป็นสิ่งที่เจ้านายรับไม่ได้ “พี่ลี่จิ่น ท่านให้คนของท่านไปแจ้งทางการเถิดขอรับ แล้วให้พวกเขาส่งเจ้าหน้าที่มาด้วย ความเสียหายนี้อย่างไรก็ต้องได้รับการชดใช้ อ้อ...ส่งคนไปพาตัวอาซิ่วคนนั้นมาด้วย หากเรื่องนี้เป็นความผิดของเขา อย่างไรเขาก็ต้องรับผิดชอบ”
พ่อบ้านหวังหน้าดำคล้ำขึ้นทันที หากเรื่องนี้ถึงทางการ คุณชายก็ต้องออกหน้ามาช่วยเหลือเขา และสถานะของคุณชายก็จะถูกเปิดเผย แค่นึกถึงใบหน้าดุร้ายของคุณชาย เขาก็อยากจะร้องไห้ออกมาแล้ว เป็นเพราะอารมณ์ชั่ววูบแท้ๆ
“ในเมื่อเป็นเรื่องเข้าใจผิด เช่นนั้นข้าจะชดใช้ค่าเสียหายให้พวกเจ้าก็แล้วกัน” พ่อบ้านหวังพูดพร้อมกับโยนตั๋วแลกเงินใบละหนึ่งร้อยตำลึงให้สองใบ
“ข้าวของในร้านของพี่ชายข้าถูกทำลายจนเสียหาย อีกสิบวันยังไม่รู้จะกลับมาเปิดได้ขายหรือเปล่าเลย ท่านให้เงินมาแค่สองร้อยตำลึง คิดว่าพวกเราเป็นขอทานหรือไร แล้วยังชื่อเสียงของร้านเราที่ถูกท่านทำลายไปอีก ลูกค้าบางคนก็ไม่เชื่อมั่นในพวกเราแล้ว หากอยากจะชดใช้ก็ต้องสองพันตำลึง ถ้าท่านไม่ยอมจ่าย เราก็ไปตกลงกันที่ที่ว่าการอำเภอ” เซี่ยลี่หยางพูดเสียงดัง
“ลี่หยาง” ซ่งลี่จิ่นกระตุกชายเสื้อเซี่ยลี่หยาง “เขาให้มาเท่านี้ก็เท่านี้เถอะ เรายังไม่รู้ว่าเจ้านายของเขาเป็นใคร เพราะฉะนั้นอย่าไปมีเรื่องกับเขาเลย”
“ทำไมข้าต้องได้พูดคำนี้ตลอดเลยนะ” เซี่ยลี่หยางกลอกตา “พี่ลี่จิ่น ประชาชนในแคว้นต้าเยี่ยนล้วนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่มีผู้ใดมีสิทธิ์อยู่เหนือกฎหมาย การกระทำของเขาไม่ใช่แค่การใช้อำนาจมารังแกท่าน แต่เขายังทำตัวอยู่เหนือกฎหมายด้วย ท่านจะยอมปล่อยคนแบบนี้ไปหรือขอรับ”
“พี่สะใภ้ ท่านเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ” หลี่เหิงเยว่ปล่อยให้บุรุษตกลงปัญหากัน ส่วนนางรีบเดินเข้าไปประคองเยี่ยฮวาเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มหน้าซีดและใช้มือกุมท้อง “ข้าขอจับชีพจรสักหน่อยนะเจ้าคะ”
เยี่ยฮวายื่นแขนออกไป “ข้ารู้สึกไม่สบายมาหลายวันแล้ว ไปเสียนโจวครั้งนี้ก็ตั้งใจว่าจะให้เจ้าตรวจอาการให้ แต่ซิ่งเอ๋อบอกว่าเจ้ากำลังจะเดินทางเข้าเมืองหลวง แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอเจ้าที่นี่”
“พี่ฮวา ท่านรู้ตัวหรือไม่ว่าท่านตั้งครรภ์ได้สองเดือนแล้ว ยังดีที่ท่านล้มไปเมื่อกี้ไม่ได้ส่งผลต่อครรภ์ของท่าน แต่ข้าขอแนะนำว่าระหว่างนี้ให้ท่านพักอยู่ที่บ้านจะดีที่สุด”
“เจ้าว่าอย่างไรนะ! ฮวาเอ๋อท้องอย่างนั้นหรือ?” ซ่งลี่จิ่นไม่มีเวลาดีใจ เขานึกถึงที่พ่อบ้านหวังผลักภรรยาของเขาไปเมื่อครู่ ความโกรธก็เข้ามาแทนที่ “แจ้งทางการ ข้าจะเอาเรื่องเจ้าให้ถึงที่สุด”
พ่อบ้านหวังทำตัวไม่ถูกยิ่งกว่าเดิมแล้ว ก่อนที่จะมาเป็นพ่อบ้าน เขาเป็นหัวหน้ากองในค่ายทหารมาก่อน เขาพยายามจะไม่ใจร้อนแล้วแท้ๆ แต่เพราะวันนี้เขาเป็นห่วงเจ้านายมากเกินไป ซวยแล้ว...คราวนี้เจ้าซวยแล้วหวังซุ่นเอ๊ย
“เอ่อ...ท่านทั้งหลาย สองพันตำลึงใช่หรือไม่ เดี๋ยวข้าให้คนกลับไปเอาตั๋วแลกเงินมาเพิ่ม จากนั้นก็ถือเสียว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้นดีหรือไม่” พ่อบ้านหวังพูดเสียงอ่อน แต่เพราะเขาใช้ชีวิตอยู่ในค่ายทหารมาตลอด เขาจึงคิดว่าคำพูดของเขาเวลานี้นุ่มนวลที่สุดแล้ว
“สองพันตำลึงแล้วจบกันอย่างนั้นหรือ? ข้าไม่ต้องการ! ข้าจะเอาเจ้าเข้าคุก” ซ่งลี่จิ่นที่คิดว่าเขาเกือบจะเสียบุตรไปเพราะพ่อบ้านหวัง เขาจะยอมรับเงินสองพันตำลึงนี้ได้อย่างไร
“ท่านนายกอง! ไม่สิ พ่อบ้านหวัง แย่แล้ว คุณชายแย่แล้วขอรับ” หวังซานวิ่งเข้ามาหาพ่อบ้านหวังอย่างร้อนรน
“เจ้าว่าอย่างไรนะ! อาการของคุณชายทรุดลงอีกแล้วหรือ ไม่ได้การแล้ว” พ่อบ้านหวังวิ่งออกไปอย่างไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
“เจ้าจะหนีไปไหน?” เซี่ยลี่หยางคว้าแขนพ่อบ้านหวังไว้ได้ทัน แต่พ่อบ้านหวังสะบัดมือทีเดียวก็หลุดจากการเกาะกุม
“ข้ามีเรื่องด่วนต้องจัดการ เอาไว้ข้าจะกลับมาจัดการเรื่องนี้ทีหลัง” พ่อบ้านหวังพูดจบก็ใช้วิชาตัวเบาออกไปไกลแล้ว
เซี่ยลี่หยางกับหลี่เหิงเยว่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย พ่อบ้านธรรมดาที่ไหนจะมีวิชาตัวเบาที่ดีเยี่ยมเช่นนี้
“พี่ลี่จิ่น ท่านเก็บกวาดข้าวของให้เรียบร้อยแล้วปิดร้านเถิดขอรับ ข้ากับเยว่เยว่จะตามพ่อบ้านคนนั้นไปเอง” เซี่ยลี่หยางบอก
“ไม่ได้! พวกเจ้าไม่ต้องตามเขาไปหรอก เขาบอกว่าจะกลับมาหาเราเอง ข้าเชื่อว่าเดี๋ยวเขาก็จะกลับมา อีกอย่างวิชาตัวเบาของเขาดีขนาดนั้น ข้าไม่อยากให้พวกเจ้าไปเสี่ยง” ซ่งลี่จิ่นรีบห้าม “กับเงินแค่นี้มันไม่คุ้มกันหรอก”
“เช่นนั้นท่านพาพี่สะใภ้กลับไปพักก่อนเถิดขอรับ เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะเยว่เยว่จะไปหาท่านที่จวน เราจะได้ไปเยี่ยมท่านลุงซ่งด้วย”